System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 433 ต่างคนต่างมา
หวางอวี้ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่ถ้อยคำเดียว เขา
กระทั่งไม่ได้ตอบคำพูดของเทียนฉางไห่ ซึ่งการกระทำแบบนี้
นับเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก
ถ้าเทียนฉางไห่จะลงมือกับเขาด้วยความโกรธ มันก็ไม่ใช่เรื่อง
แปลก อย่างไรก็ตาม เทียนฉางไห่กลับไม่มีความโกรธเลย
แม้แต่น้อย เขายิ้มออกมาพลางหัวเราะอย่างเบิกบาน
“สหายเต๋าเทียนฉางไห่ ข้ารู้สึกยินดีกับท่านอย่างแท้จริงที่
หลานสาวของท่านมาถึงระดับปฐพีขั้นกลางแล้ว” มีเสียงหนึ่ง
พูดขึ้น คนพูดนั่งอยู่ข้างหวางอวี้ เขาก็คือซวีเผ๋า
ใบหน้าของซวีเผ๋ามีรอยยิ้มปกคลุม ทว่าภายในใจของเขานั้น
มีความรู้สึกดูถูกขึ้นมา เขาไม่ได้ดูถูกเทียนฉางไห่ แต่ดูถูกหวา
งอวี้
หวางอวี้คนนี้ถือเป็นคนที่มีนิสัยชั่วช้าคนหนึ่ง สามปีก่อนใน
งานประลองชิงชัยอันดับหนึ่งของอัจฉริยะรุ่นเยาว์เมืองฉินเย่ว
หวางอวี้ได้ใช้พิษที่ยากแก่การรักษาชนิดหนึ่งกับเทียนฉู่เหยียน
แต่สุดท้ายก็ไม่อาจเอาชัยมาได้ พ่ายแพ้ไปอย่างอเนจอนาถ
ส่วนทางด้านเทียนฉู่เหยียนแม้มีชัยกลายเป็นอัจฉริยะอันดับ
หนึ่งของเมืองฉินเย่ว แต่ต้องเผชิญกับพิษร้าย ที่ยากแก่การ
รักษา
ทางสมาคมการค้าเทียนหนานแน่นอนว่ามีโทสะล้นฟ้า อยาก
ที่จะไปถามเอาเรื่องกับจวนเจ้าเมือง อย่างไรก็ดี ด้วยความที่
เจ้าเมืองฉินเย่วเป็นผู้ฝึกตนระดับตำนาน สมาคมการค้าเทียน
หนานจึงไม่สามารถที่จะไปถามเอาเรื่องได้
สุดท้ายจึงส่งเรื่องไปยังสมาคมการค้าเทียนหนานสาขาหลัก
ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองหลวงอู่โจว
สมาคมการค้าเทียนหนานสาขาหลัก ได้ส่งผู้ฝึกตนระดับ
ตำนานมาสองคน เจ้าเมืองฉินเย่วถูกกำราบลง ยอมตัดแขน
ข้างหนึ่งเป็นการขออภัยให้ลูกชาย เรื่องราวถือเป็นอันจบไป
อย่างไรก็ดี เทียนฉู่เหยียนก็ยังคงต้องพิษ สามปีมานี้เธอไม่อาจ
ที่จะเข้าฌานฝึกตนได้ ได้แต่รั้งอยูในระดับก่อร่าง จนเมื่อเดือน
ก่อน วิธีรักษาพิษได้ถูกส่งมาจากสมาคมการค้าเทียนหนาน
สาขาหลัก
เทียนฉู่เหยียนหายขาดจากพิษ และสิ่งที่ราวกับปาฏิหาริย์ก็
ปรากฏ ระดับฝึกตนของเธอพุ่งพวดขึ้นในรวดเดียว จนมาอยู่
ในระดับปฐพีขั้นกลาง
เรื่องนี้ส่งผลให้เทียนฉางไห่และเทียนหลัน รวมไปถึงทุกคนใน
สมาคมการค้าเทียนหนานสาขาเมืองฉินเย่วดีใจกันอย่างบ้า
คลั่ง
จากเรื่องราวเหล่านี้ เป็นที่แน่นอนว่าจุดประสงค์ของเทียนห
ลันที่ไปอยู่ยังชั้นที่สองของสมาคมการค้าเทียนหนานก็
เพื่อที่จะค้นหาคนที่รู้วิธีรักษาพิษ
ไป๋เฉินที่รู้จุดประสงค์ของเทียนหลันดี เดิมทีเขาก็คิดจะใช้
ประโยชน์จากวิธีรักษาพิษเพื่อแลกกับของล้ำค่าอยู่เหมือนกัน
แต่ช่างเป็นที่น่าเสียดายสำหรับเขา เพราะว่ามันคงเป็นไป
ไม่ได้แล้ว
“ฮ่าฮ่าฮ่า ขอบคุณสหายเต๋าซวีเผ๋า” เทียนฉางไห่หัวเราะ
อย่างเบิกบานเช่นเดิม ใบหน้าของเขามีแต่รอยยิ้ม
ข้างๆ ที่นั่งของเขา มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอมีใบหน้าที่
สวยสดงดงาม ผมยาวสลวย สวมใส่ชุดสีแดงดุจดั่งนกฟีนิกซ์
ดวงตาคู่สวยงามของเธอนั้นจ้องมองไปยังหวางอวี้อย่างเย็นชา
ความต้องการฆ่า ล้วนสามารถมองเห็นได้ภายในแววตาของ
เธอ
ย่อมไม่ยากจนเกินไปที่จะคาดเดา เธอคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นเลย
นอกจากเทียนฉู่เหยียน
ด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ทำให้เทียนฉู่เหยียนจง
เกลียดจงชังหวางอวี้ยิ่งกว่าอะไรดี ถ้าไม่ติดที่ว่าพ่อของหวา
งอวี้ เป็นผู้ฝึกตนระดับตำนาน เธอฆ่าเขาไปตั้งแต่วันแรกที่
พลังฝึกตนมาถึงระดับปฐพีขั้นกลางแล้ว
หวางอวี้แน่นอนว่ารับรู้ได้ถึงสายตาของเทียนฉู่เหยียน แต่ว่า
เขาก็ไม่กล้าที่จะหันไปสบตาด้วย เนื่องจากเขารับไม่ได้ที่
ตัวเองอ่อนแอกว่าอีกฝ่าย รวมไปถึงเขากลัวสายตาของเทียนฉู่
เหยียนด้วย
มองจากจุดนี้ ก็เห็นได้เด่นชัดแล้วว่าสองในหกขุมอำนาจของ
เมือง ต่างก็มาที่สุสานโบราณกัน
ในความเป็นจริง ไม่ใช่แค่สองขุมอำนาจ ยังมีอีกสาม ไม่ว่าจะ
เป็นตระกูลซ่ง ตระกูลเหล่ยหรือสมาคมการค้าดาราม่วง ต่างก็
มาที่สุสานโบราณกันทั้งนั้น
จะมีก็เพียงแต่สำนักเพลิงแผดเผาเท่านั้นที่ไม่เห็นหัว ไม่ใช่สิ
ไม่ใช่ไม่เห็นหัว ต้องบอกว่า ไม่กล้าโผล่หน้ามาจะเป็นการ
ดีกว่า
วันนั้นที่หั่วเหยียนกวงแผดร้องแหกปากว่าจะปิดสำนักห้าปี ดู
เหมือนว่าจะเป็นเรื่องจริง ไม่อย่างนั้นเขาคงนำพาอัจฉริยะ
ของสำนักตัวเองอย่างหั่วเหลียงมาที่สุสานโบราณแล้ว เขาคง
ไม่ยอมปล่อยโอกาสแบบนี้ไปแน่
ในเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องโชคร้ายสำหรับหั่วเหยียนกวงและสำนัก
เพลิงแผดเผาอย่างยิ่ง
อย่าได้เห็นว่ามีแต่ขุมอำนาจของเมืองฉินเย่วมาที่สุสานโบราณ
ขุมอำนาจของเมืองเยวี่ยหลุนกับเมืองจางไห่ก็มาเหมือนกัน
จะมีก็เพียงเมืองกงเชียงเท่านั้นที่ไม่มา
นี่ไม่ใช่ว่าคนของเมืองกงเชียงไม่อยากมา แต่มันเป็นเพราะว่า
เมืองกงเชียงอยู่ห่างจากสุสานโบราณมากจนเกินไป รวมไปถึง
ไม่มีตราสุสานโบราณในครอบครองด้วย จึงทำให้ไม่มีขุม
อำนาจหรือคนจากเมืองกงเชียงมาที่สุสานโบราณสักคนเดียว
เมืองเยวี่ยหลุนมีห้าขุมอำนาจ วันนี้มาที่สุสานโบราณเพียงขุม
อำนาจเดียวเท่านั้น นั่นก็คือสำนักรุ่งอรุณ โดยผู้ที่นำคนมา
ของสำนักรุ่งอรุณก็คือเจ้าสำนักรุ่งอรุณ ผู้มีชื่อเสียงเรียงนาม
ว่าฝู่ชางคุน
ฝู่ชางคุนยืนอยู่ใกล้กับซากปรักหักพังหลังหนึ่ง เขาเป็นชายวัย
กลางคนใบหน้าอาจหาญ แต่ทว่าใบหน้าที่อาจหาญในตอนนี้
กลับบิดเบี้ยวไม่น่ามอง
ในช่วงเวลาที่อยู่คนเดียว เขามักจะมีสีหน้าเช่นนี้ นี่ไม่ใช่ว่า
เป็นอาการที่มีมาแต่เกิดสำหรับเขาแต่อย่างใด แต่มันเพิ่งจะ
เกิดขึ้นมาเมื่อเร็วๆ นี้
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ฝู่ชางคุนเป็นแบบนี้ ล้วนมาจากการที่เถียนเห
วินถูกฆ่าตายไปพร้อมกับชายชราฝู่คง
เรื่องนี้ย่อมทำให้เขารู้สึกโกรธแค้นจนบ้าคลั่ง เพราะเถียนเห
วินนั้น เป็นอัจฉริยะ ภายภาคหน้าย่อมสามารถที่จะนำพา
ความรุ่งโรจน์มาให้กับสำนักรุ่งอรุณได้
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องนี้สักทีเดียว ที่ทำให้ฝู่ชางคุนเป็นแบบที่เห็น
อยู่นี้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งด้วย และเรื่องนี้ก็คือเรื่องที่คนที่ฆ่าเถียน
เหวินและชายชราฝู่คง เป็นผู้ฝึกตนระดับตำนาน
เห็นได้ชัดว่าฝู่ชางคุนได้รู้เรื่องพวกนี้จากกลุ่มของซวีเผ๋า
เพราะเรื่องที่ไม่เป็นความจริงนี้ มีแต่กลุ่มของพวกซวีเผ๋า
เท่านั้นที่รู้จากหั่วเหยียนอาน
เดิมทีในตอนแรก หลังจากที่ได้รู้ข่าวการตายของเถียนเหวิน
กับชายชราฝู่คง ฝู่ชางคุนก็นำกำลังมุ่งมาที่เมืองฉินเย่วด้วย
ความโกรธแค้นในทันทีแต่ว่าพอมาถึงก็ได้รับรู้เรื่องผู้ฝึกตน
ระดับตำนาน เขาจึงได้แต่หยุดความคิดของตัวเองในทันควัน
เตรียมที่จะกลับไปยังเมืองเยวี่ยหลุนทว่าไม่คาดฝันว่า ทาง
สำนักเพลิงแผดเผาจะเสนอขายตราสุสานโบราณให้กับเขา ฝู่
ชางคุนไหนเลยจะไม่ซื้อไว้ แม้ว่าราคาของมันจะสูงไปมากก็
ตามหลังจากที่ได้ตราสุสานโบราณมา ฝู่ชางคุนก็กลับเมือง
เยวี่ยหลุน จากนั้นก็นำกำลังคนมาที่สุสานโบราณแห่งนี้ นี่เป็น
เหตุผลว่าทำไม เขาถึงได้มาอยู่ที่สุสานโบราณในเวลานี้ได้ฝู่
ชางคุนพลันส่ายหน้าไปมา ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเขาได้
กลับมาเป็นปกติ “นี่ไม่ใช่เวลาที่ข้าจะมาเป็นแบบนี้ พรุ่งนี้
สุสานโบราณก็จะเปิดออกแล้ว ข้าควรมุ่งความสนใจทั้งหมด
ไปที่เรื่องนี้สิ มันถึงจะถูกต้อง”
เห็นได้ชัดเจนเลยว่าในเวลานี้ ต่างคนต่างก็มาที่สุสานโบราณ
กันเป็นจำนวนมาก
—————————
(´▽`).。o♡เพลิน
ระบบเปลี่ยนชีวิต