System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 459 :ไม่สนใจผลที่จะตามมา
จินหู่มีใบหน้าที่เคร่งขรึมลงในฉับพลัน แต่เขาไม่ได้
ชักมือกลับแต่อย่างใด เขากลับขยับมือเร็วขึ้น
เจตจำนงปราณสีทองระเบิดออกมาจากมือของเขา
ส่องประกายเจิดจ้าราวกับดวงตะวันอันร้อนแรง
จินหู่มีต้นกำเนิดมาจากสำนักทองคำ ตลอดชีวิตก้าว
เดินไปในเส้นทางทองคำ จึงทำให้เขาเป็นผู้ใช้ศาสตร์
แห่งทองคำ และเขาก็เป็นผู้ใช้ศาสตร์ทองคำที่
แข็งแกร่งเป็นอย่างมากคนหนึ่ง
เจตจำนงปราณของเขา ชัดเจนว่าเป็นสีทองก็เพราะ
ศาสตร์แห่งทองคำที่เขาฝึกฝนมาตลอดชีวิต
ในช่วงเวลาที่หวางอู๋หยุนตอบโต้ออกมาด้วยทุกอย่าง
ที่มีแบบนี้ เขาไม่ลังเลที่จะใช้ศาสตร์แห่งทองคำ
ออกมา
หลังจากเจตจำนงปราณสีทองระเบิดออกมาจากมือ
ของจินหู่ มันก็ก่อรูปร่างเป็นระฆังสีทองอันหนึ่ง ที่มี
ขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก แผ่อานุภาพน่าสะพรึงกลัว
ออกมา
จินหู่ยื่นมืออีกข้างหนึ่งออกมา ตบลงไปที่ระฆังสีทอง
ครั้งหนึ่ง ทันใดนั้น เสียงกังวานใสก็สะท้อนขึ้น
อากาศสั่นไหวแปรปวน รุนแรงเหนือสิ่งอื่นใด
“ไป!” ริมฝีปากของจินหู่ขยับราวกับพึมพำออกมา
ฝ่ามือที่ตบลงไปยังระฆังสีทองก็ผลักระฆังสีทอง
ออกไป
ตู้ม!
ด้วยความที่ระยะห่างระหว่างจินหู่กับหวางอู๋หยุน
แทบจะเรียกได้ว่าเป็นระยะประชิด จึงทำให้การลง
มือของพวกเขาปะทะกันอย่างรวดเร็ว
อานุภาพรุนแรงสะท้านสะเทือนแผ่นฟ้าปฐพีปรากฏ
ขึ้น ทุกอณูของมวลอากาศแตกระเบิดออก ฉีกออก
จนเป็นช่องว่างมิติขนาดใหญ่!
เสียงกัมปนาทดังขึ้นมาอย่างเอิกเกริกกึกก้อง ม่าน
หมอกควันสีขาวผุดขึ้นมาปกคลุมรอบด้าน
แรงสะท้อนอันรุนแรงที่ก่อกำเนิดเกิดมาจากการ
ปะทะกันของทวนและระฆังสีทอง ต่างก็ปรากฏ
ขึ้นมา มันพุ่งเข้าใส่ร่างกายของคนทั้งสองที่ตกอยู่
ภายใต้ม่านหมอกควันสีขาว
หวางอู๋หยุนมีสีหน้าซีดเผือดอย่างถึงขีดสุด หัวใจใน
ร่างเต้นกระหน่ำด้วยความกลัว เขาคิดในใจว่าตัวเอง
อย่างไรวันนี้ก็ตายแน่แท้แล้วแน่นอน จึงมีความรู้สึก
เกลียดชัง โกรธแค้นต่อจินหู่เป็นอย่างมาก
ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกแรงสะท้อนเข้ามาบดขยี้ เขา
ก็รวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย
เจตจำนงปราณสีส้มเปล่งประกายเจิดจ้าละลานตา
ออกมาจากร่างของเขา มันไหลลงสู่ทวนที่ในตอนนี้
แทบจะถูกบังคับให้ปลิวกระเด็นออกจากมือของเขา
เนื่องจากการปะทะมือครู่นี้มันรุนแรงมากเกินไป
แต่ยังดีที่เขาฝืนกัดฟันใช้กำลังทั้งหมดบังคับให้มันอยู่
ในมือของเขาต่ออย่างไม่สนใจผลที่จะได้รับ
ซึ่งอันที่จริงผลที่จะได้รับ มันทำให้เนื้อหนังที่มือของ
หวางอู๋หยุนฉีกขาดไปแล้ว หลงเหลือเพียงกระดูกที่มี
เลือดเนื้อติดอยู่เล็กน้อยเท่านั้น ภาพนี้ดูไปแล้วก็น่า
หวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
“จินหู่ เจ้าบีบบังคับข้าเองนะ!” เสียงคำรามของ
หวางอู๋หยุนสะท้านขึ้น จากนั้น เขาก็ขว้างทวนที่อัด
แน่นเต็มไปด้วยพลังเจตจำนงปราณทั้งหมดที่หลงอยู่
อยู่ของเขาออกไป
“หวางอู๋หยุน เจ้ากล้า?!”
มองเห็นการกระทำอันรวดเร็วของหวางอู๋หยุน
พร้อมกับเสียงคำรามของอีกฝ่าย ใบหน้าของจินหู่ก็
เปลี่ยนสี แม้ระดับพลังของเขาจะห่างจากอีกฝ่าย
สองขั้น แต่อีกฝ่ายใช้อาวุธระดับสูง จึงพอทดแทน
ระดับพลังที่เขามีมากกว่าได้
จินหู่คิดที่จะเอาอาวุธระดับสูงออกมาป้องกัน ทว่า
มันก็สายไปเสียแล้ว!
ฉึก!
ปลายทวนที่แหลมคมพุ่งแหวกม่านหมอกควันสีขาว
มา จินหู่ที่ไม่อาจหลบหลีกได้ ได้แต่ยกมือขึ้นมา
ขัดขวาง มือจึงถูกปลายทวนเสียบทะลุ!
แต่ปลายทวนที่แหลมคมไม่อาจหยุดได้เพียงยกฝ่ามือ
ขึ้นต้านรับอยู่ ปลายทวนแทงเข้าใส่กลางแผ่นอก
ตรงจุดหัวใจของจินหู่พอดิบพอดี หนำซ้ำยังแทงทะลุ
ออกไปถึงแผ่นหลัง!
อั้ก!
จินหู่พ่นเลือดออกมาจากปากอย่างไม่อาจห้ามได้ สี
หน้าเผือดสีลง ซีดขาวแทบจะไร้สีเลือด ความ
เจ็บปวดประดังขึ้นทั่วร่างของเขา
ทันใดนั้น เสียงโหยหวนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
เกินทานทน ไม่อาจสะกดกั้นไว้ได้ก็ดังขึ้นมา “อ้า
กกก!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า จินหู่ เดรัจฉานอย่างเจ้าสมควรได้รับผล
เช่นนี้ นี่คือผลที่เจ้าต้องได้รับ หลังจากที่คิดฆ่าข้า
หวางอู๋หยุน!”
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของ
จินหู่ หวางอู๋หยุนที่ใบหน้าซีดขาว ทั่วร่างไร้เรี่ยวแรง
เพราะใช้พลังปราณในร่างไปจนหมด ก็ระเบิดเสียง
หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ดูเหมือนว่าเขาจะพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง กับการไม่
สนใจผลที่จะตามมาอะไรในการที่จะลากจินหู่ให้ตาย
ตามไปด้วย
ในวินาทีต่อมา หวางอู๋หยุนก็ปิดตาลง แม้มีสีหน้าไม่
ยินยอม แต่เขาก็รู้ว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว
ฉับพลันนั้นแรงสะท้อนอันรุนแรงก็พุ่งเข้ามาบดขยี้
ร่างกายของเขา จนแหลกออกเป็นส่วนๆ ดูน่า
หวาดหวั่นพรั่นพรึงเป็นอย่างมาก แค่พริบตาเดียว ก็
ถูกบดขยี้ไปจนหมดสิ้น สลายหายไป แม้แต่ฝุ่นผงก็
ไม่หลงเหลือ!
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นวาระสุดท้ายของหวางอู๋หยุน แต่
การตายไปเช่นนี้ของเขา ไม่ใช่เรื่องไร้ค่าเลย
เนื่องจากเขาสามารถลากให้จินหู่ ผู้ฝึกตนระดับ
ตำนานขั้นปลายคนหนึ่งให้ตายตามไปด้วยได้!
จินหู่ร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดอยู่ได้ไม่นาน ร่างกาย
ก็ถูกแรงสะท้อน ก็ถูกแรงสะท้อนอันรุนแรงพุ่งเข้ามา
บดขยี้ร่างกายเช่นกัน
ดวงตาของจินหู่เบิกกว้าง เขาพยายามจะเอาสมบัติ
ป้องกันตัวระดับสูงออกมาใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูก
แรงสะท้อนบดขยี้
อย่างไรก็ดี เขากลับกระอักเลือดออกมาเสียก่อน
ประจวบเหมาะกับแรงสะท้อนพุ่งเข้ามาบดขยี้
ร่างกายของเขาแล้ว เป็นผลให้เขาไม่อาจที่จะเอา
สมบัติป้องกันตัวออกมาได้ทันเวลา!
“ไม่! ข้าจินหู่จะมาตายอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?!” จินหู่
คำรามอย่างสิ้นหวัง
ในใจรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งยวด เขาไม่น่ามีความคิดที่จะ
ฆ่าหวางอู๋หยุนขึ้นมาเลย ถึงแม้ว่าตัวเขาจะตกอยู่
ภายใต้ความโกรธแค้น จนจำเป็นที่จะต้องหาที่
ระบายออกมาก็ตาม
แต่สาเหตุที่ทำให้จินหู่ต้องเผชิญกับความตายเช่นนี้
หลักๆ แล้วก็มาจากการที่เขาถือว่าตนแข็งแกร่งกว่า
หวางอู๋หยุน จึงไม่ได้ลงมือด้วยพลังความแข็งแกร่ง
ทั้งหมดแต่แรก
ถ้าหากว่าเขาลงมือด้วยพลังทั้งหมดหรือพลังกว่าครึ่ง
แต่แรก หวางอู๋หยุนคงจะตายไปโดยที่ทำอะไรเขา
ไม่ได้แล้ว
อย่าได้ลืมว่าเขาจินหู่เป็นผู้ฝึกตนระดับตำนานขั้น
ปลาย การลงมือฆ่าผู้ฝึกตนระดับตำนานขั้นต้นคน
หนึ่ง แม้ไม่ถึงกับง่ายมาก แต่ว่ามันก็ไม่ได้ยากเย็น
อะไร
“ข้าจะต้องรอด!” จินหู่คำรามออกมาอีกครั้ง เขา
พยายามอย่างสุดชีวิต เพื่อที่จะคิดหาวิธีให้ตัวเองรอด
ชีวิต
แต่ช่างน่าเสียดาย เพียงพริบตาต่อมา ร่างทั้งร่างของ
เขาก็ถูกบดขยี้ จนสลายหายไป ตกตายไปพร้อมกับ
หวางอู๋หยุนในเวลาไล่เลี่ยกัน!
ในไม่ช้า ทุกอย่างก็กลับสู่ปกติ ม่านหมอกควันสีขาว
ได้สลายหายไป รวมไปถึงระฆังสีทองที่ก่อกำเนิดมา
จากเจตจำนงปราณสีทองของจินหู่ด้วย
ทวน ซึ่งเป็นอาวุธระดับสูงที่หวางอู๋หยุนใช้ ก็แตก
ออกเป็นเสี่ยงๆ หลังจากถูกแรงสะท้อนพุ่งเข้ามาบด
ขยี้
เรียกได้ว่า ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือจริงๆ เพราะแม้แต่
แหวนมิติของหวางอู๋หยุนกับจินหู่ก็ถูกทำลายไปด้วย
ส่งผลให้ของที่อยู่ภายในสลายหายไปราวกับฝุ่นผง
พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็ฟังดูออกจะน่าเสียดายไม่ใช่น้อย
เนื่องจาก ไม่ว่าจะเป็นหวางอู๋หยุนหรือจินหู่ ต่างก็
เป็นผู้ฝึกตนระดับตำนาน ย่อมเป็นธรรมดาที่พวกเขา
จะมีอาวุธและสมบัติล้ำค่ามากมาย
เมื่อของพวกนี้ มาถูกทำลายไปแบบนี้ มันจะไม่น่า
เสียดายได้ยังไง?
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
ระบบเปลี่ยนชีวิต