System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 462 : สามปีต่อมา
“ความคิดของจางสย่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ข้าจะอัญเชิญ
ท่านขวานทองคำสะท้านฟ้า ให้ร่วมเดินทางไป
จัดการฆ่าสังหารคนที่ฆ่าจินหู่ด้วยกัน!” เจ้าสำนัก
ทองคำหวงจินเฟินพูดอย่างเฉียบขาด หนักแน่นราว
กับขุนเขาขนาดใหญ่
จางสย่งพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ถึงแม้ว่าเขาจะมี
ความโกรธแค้นต่อคนที่ฆ่าจินหู่ เขาก็ไม่ได้ผลีผลาม
เลย สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความคิดอ่านที่สขุมเยือกเย็น
ของเขา
เปรียบเทียบกันกับคนหุนหันพลันแล่น คนที่มี
ความคิดอ่าน สุขุมเยือกเย็นกว่านั้น น่าหวาดกลัว
กว่าเป็นไหนๆ
ผู้อาวุโสสูงสุดเจิ้นข่ง ผู้อาวุโสหนึ่งเจิ้นเลี่ย รวมไปถึง
ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าลงด้วยเช่นเดียวกัน
ถึงแม้พวกเขาจะมีความโกรธแค้นต่อคนที่ฆ่าจินหู่
จนอยากที่จะฆ่าให้ตายด้วยมือของตัวเอง อย่างไรก็ดี
พวกเขาล้วนรู้ดีว่า พวกเขาไม่มีพลังในการทำแบบ
นั้น มันจึงช่วยไม่ได้ที่พวกเขาทำได้เพียงแต่โกรธแค้น
อยู่ภายในใจเท่านั้น
“เลิกประชุม ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ข้า
จะไปไม่นานก็กลับมา” หวงจินเฟินพูด ก่อนจะลุก
ขึ้นยืน
เขาเก็บเอาหยกชีวิตที่แตกละเอียดของจินหู่เข้าไว้
ภายในแหวนมิติ ของสิ่งนี้ยังนับว่ามีประโยชน์ เพราะ
มันสามารถนำทางไปยังจุดที่จินหู่ตายได้
พอเก็บหยกชีวิตที่แตกละเอียดแล้ว หวงจินเฟินก็เดิน
ออกจากห้องนี้ไป แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะกำชับไว้
“เรื่องที่จินหู่ตาย ข้าหวังว่าพวกเจ้าทุกคน จะไม่
นำเอาไปเปิดเผย”
“พวกเราไม่มีทางทำเช่นนั้น ขอท่านเจ้าสำนักโปรด
วางใจ” จางสย่งเป็นตัวแทนของเหล่าผู้อาวุโส เขา
พูดออกมา น้ำเสียงจริงจังยิ่ง
เหล่าผู้อาวุโสทั้งสิบเอ็ดคน ต่างก็พยักหน้าลง พวก
เขาไหนเลยจะเอาเรื่องที่จินหู่ตายออกไปเผยแพร่
บอกกล่าวให้คนข้างนอกรู้
เพราะการทำแบบนี้ ไม่ได้แตกต่างจากการเผยการ
สูญเสียและอ่อนแอลงของสำนักตัวเองออกไปเลย
แม้แต่น้อย มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะทำ
พอได้ยินจางสย่งพูด ร่างกายของเจ้าสำนักทองคำ
หวงจินเฟินก็เดินหายลับออกไปจากห้องโถงแห่งนี้
ส่งผลทำให้ภายในห้องเงียบลงชั่วครู่ ก่อนจะมีการ
พูดคุยกันของจางสย่งและเหล่าผู้อาวุโสต่อ
……
ภายในใจกลางของสุสานโบราณ ซึ่งเป็นถ้ำจุดที่มีโลง
ศพของจี้หัวเทียนตั้งอยู่ ห่างจากโลงศพไปไม่ไกล มี
ชายหนุ่มผมยาวปกคลุมใบหน้าคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาอยู่
ในชุดสีขาวที่ค่อนข้างจะเก่าและขาดหลายจุด
ชายหนุ่มคนนี้กำลังนั่งเข้าฌานอยู่ รอบร่างของเขามี
ไอปราณสีเงินลางๆ หมุนวน
ทันใดนั้น ชายหนุ่มคนนี้ก็ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
ภายในดวงตาทั้งคู่ของคนผู้นี้ มีเส้นสีเงินปรากฏให้
พบเห็น ซึ่งมันเปล่งประกาย ดูสวยงามเป็นอย่างยิ่ง
“เวลาสามปี ช่างผันผ่านไปเร็วอย่างแท้จริง” ริม
ฝีปากของชายหนุ่มขยับ พึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว
เบา
ในความจริงแล้ว เขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากไป๋
เฉิน จากที่เขาพึมพำเมื่อครู่นี้ ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า
ตั้งแต่วันนั้น วันที่เขากำจัดเงาร่างวิญญาณของจี้หัว
เทียนไปและเลือกที่จะอยู่ฝึกตนที่นี่ เวลาก็ได้ร่วงเลย
มาสามปีแล้ว!
สามปีจะว่าสั้นก็สั้น จะว่ายาวก็ยาว แต่สำหรับไป๋เฉิน
สามปีมานี้ มันช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมาก ไม่เพียง
มาถึงระดับทะยานฟ้าขั้นกลาง ขาดอีกแค่ครึ่งก้าว
เขาก็จะย่ำเท้าเข้าไปในขั้นปลายของระดับทะยานฟ้า
แล้ว!
เรียกได้ว่าไป๋เฉินแข็งแกร่งขึ้นมากราวกับก้าว
กระโดด เพราะคนที่สามารถขยับจากระดับทะยาน
ฟ้าขั้นต้น มาถึงขั้นกลาง ขาดอีกนิดเดียวก็จะเข้าสู่
ขั้นปลายของระดับทะยานฟ้าได้ภายในระยะเวลา
สามปีเช่นนี้ มีแต่พวกอัจฉริยะเหนือฟ้าเท่านั้นที่ทำ
ได้
แต่ย่อมแน่นอนว่า ไม่เพียงแค่พื้นฐานฝึกตนของไป๋
เฉินสูงขึ้น สัจธรรมแห่งกาลเวลาของเขาก็ฝึกฝนจน
มากถึงระดับสามแล้ว!
ด้วยการมาถึงระดับสามของสัจธรรมแห่งกาลเวลา
ทำให้เขาสามารถหยุดเวลาได้ถึงหนึ่งนาที!
แค่เพียงหนึ่งนาทีที่เวลาหยุด สามารถเปลี่ยนแปลง
ทุกอย่างได้อย่างมากมายสำหรับไป๋เฉิน ในกรณีที่เขา
ได้เผชิญหน้ากับผู้ฝึกตน ที่มีพื้นฐานฝึกตนแข็งแกร่ง
กว่าเขาหลายเท่า
สัจธรรมแห่งกาลเวลานี้ ชัดเจนว่าเป็นไพ่ตายที่
แข็งแกร่งที่สุดของไป๋เฉิน ไม่ว่าจะเป็นในตอนนี้หรือ
ในอนาคต!
“เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านมาสี่ปีกว่าๆ แล้ว ตั้งแต่ที่
เราเข้ามาใช้ชีวิตในโลกปราณสวรรค์ เข้าร่วม
สงครามของผู้มีระบบเปลี่ยนชีวิต” ไป๋เฉินพึมพำ
จากนั้นก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ผมยาวที่ปกปิดใบหน้าของเขา ทำให้เขารู้สึกรำคาญ
แต่ว่ามันก็ช่วยไม่ได้ สามปีเอาแต่นั่งเข้าฌาน ปิดด่าน
ฝึกตน ไม่ได้ไปไหน เขาจึงปล่อยปละละเลยผมไว้ จน
มันยาวปกปิดใบหน้าเช่นนี้
นอกจากนี้ ชุดของเขาก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเช่นเดียวกัน
มันถึงได้ทั้งดูแก่และสกปรก รวมไปถึงขาดด้วย
ไป๋เฉินแน่นอนว่าจะไม่ปล่อยให้ตัวเองดูชกมกอยู่
แบบนี้ เขาคิดที่จะจัดการทุกอย่างกับตัวเองในตอนที่
ออกไปจากสุสานโบราณหรือสุสานของผู้ตัดสรรพสิ่ง
จี้หัวเทียนแล้ว
‘อู๋ฟ่าน มันถึงเวลาแล้ว ที่ฉันจะไปเอาชีวิตของแก!’
ไป๋เฉินมีความคิดที่น่ากลัวผุดขึ้นมา ประกายดวงตา
ของเขามีจิตสังหารขึ้นมาแว๊บหนึ่ง แต่ไม่นานมันก็
จางหายไป
ในใจของเขามีแผนการเอาไว้แล้ว ก่อนอื่นเขาจะ
ออกไปจากที่นี่ก่อน จากนั้นก็จะกลับไปที่เมืองฉิน
เย่ว
ถ้าจะถามว่าเขากลับไปทำไม คำตอบก็ไม่ได้มีอะไร
มาก นอกจากฆ่าหั่วเหยียนกวง!
หั่วเหยียนกวงเคยไล่ตามเพื่อที่จะฆ่าเขา เขาไหนเลย
จะไม่กลับไปฆ่าหั่วเหยียนกวง เมื่อมีพลังมากพอ
เช่นนี้
เมื่อฆ่าหั่วเหยียนกวงเสร็จ ไป๋เฉินแน่นอนว่าจะ
เดินทางไปยังเมืองหลวงอู่โจวต่อ อู๋ฟ่าน ไม่ได้อยู่ที่
อื่น นอกจากเมืองหลวงอู่โจว!
ไป๋เฉินยืนนิ่งอยู่กับที่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า
ก้าวหนึ่ง ซึ่งแค่ก้าวออกมาก้าวเดียว ร่างกายของเขา
ก็กลายเป็นประกายแสงสีเงินหายวับไป
ไม่กี่นาทีต่อมา ไป๋เฉินก็มาปรากฏตัวที่ข้างหน้าของ
สุสานโบราณ เขากวาดสายตามองรอบด้านครั้งหนึ่ง
เพื่อดูว่ารอบข้างเปลี่ยนไปหรือไม่จากตอนที่เคยพบ
เห็นเมื่อสามปีก่อน
แต่เพียงกวาดมองไปได้นิดเดียว ไป๋เฉินก็ชะงัก
ดวงตาหดแคบลงอย่างรวดเร็ว
“เป็นฝีมือของใครกัน? ทำไมถึงลงมือได้โหดเหี้ยม
อำมหิตนัก!” เขาพูดออกมาอย่างอดไม่ได้ เนื่องจาก
สิ่งที่เขามองเห็นก็คือเศษซากกระดูกที่ถูกตัดเป็น
ชิ้นๆ จำนวนมากเกลื่อนกลาดอยู่ที่พื้นที่โดยรอบ
คาดว่าพวกคนที่ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต
เหล่านี้ คงจะตายมาสองสามปีแล้ว จึงได้เหลือ
เพียงแต่กระดูกเช่นนี้
ไป๋เฉินพลันถอนหายใจออกมาและส่ายหน้าไปมา
เพราะโลกแห่งการฝึกตนมักโหดร้ายเช่นนี้อยู่เสมอๆ
เขาเลิกให้ความสนใจกับเรื่องนี้ เพราะยังไง มันก็ไม่
เกี่ยวข้องกับเขา ไม่ว่าคนที่ลงมือฆ่าคนมากมาย
เหล่านี้ เป็นใครมาจากไหนก็ตาม เขาไม่ไปสนใจ
ไป๋เฉินพลันก้าวทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า หยุดยืนนิ่ง
อยู่กับที่ครู่หนึ่ง สายตาก็จ้องมองไปยังทิศทางที่เมือง
ฉินเย่วตั้งอยู่ ก่อนจะขยับร่างกายวูบหนึ่ง พุ่งทะยาน
มุ่งหน้าไปยังเมืองฉินเย่ว
จุดหมายของเขาคือที่ตั้งของสำนักเพลิงแผดเผา
สำนักใหญ่เพียงสำนักเดียวของเมืองฉินเย่ว!
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
ระบบเปลี่ยนชีวิต