System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 471 : เจี้ยนฉางเฉิน
ไป๋เฉินมองร่างที่แยกออกจากกันเป็นสองส่วนของไต้
เฮยชาอย่างไม่แยแส
การฆ่าผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าขั้นกลางคนหนึ่ง
สำหรับเขาในเวลานี้แล้ว ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
ทั้งหั่วเหยียนกวงกับไต้เฮยชาต่างก็เป็นตัวอย่างได้
เป็นอย่างดี
ต้องรู้ก่อนนะว่าไป๋เฉินขาดอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น ที่
จะทะลวงเข้าสู่ขั้นปลายของระดับทะยานฟ้า
ในเวลานี้ จะบอกว่าไป๋เฉินเป็นราชาของระดับ
ทะยานฟ้าขั้นกลางก็ว่าได้ ไม่ว่าเขาพบเจอกับใครใน
ระดับนี้ เขาก็สามารถฆ่าได้อย่างไม่ยากเย็น แม้ต่อให้
อีกฝ่ายใช้อาวุธระดับสูง แล้วเขาใช้มือเปล่าๆ ก็ยังฆ่า
ได้
ไป๋เฉินมองร่างที่แยกออกจากกันเป็นสองส่วนของใต้
เฮยชาอยู่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เขาก็ขยับนิ้วมือ
เล็กน้อย แหวนมิติของไต้เฮยชาก็พุ่งเข้ามาอยู่ในมือ
ของเขา
หลังตรวจสอบว่าข้างในมีอาวุธระดับสูงอยู่ชิ้นหนึ่ง
กับเงินจำนวนมาก รวมไปถึงพวกเม็ดยาระดับกลาง
ระดับต่ำ เขาก็พยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นก็มุ่งหน้า
เข้าไปในป่าพันอสูรในทันที
เป้าหมายของไป๋เฉินชัดเจนแต่แรก ว่าคือการ
รวบรวมแกนกลางสัตว์อสูรระดับทะยานฟ้าขั้นกลาง
สามชิ้น
ไป๋เฉินเคลื่อนตัวด้วยท่าเท้าอันซึ่งเป็นทักษะระดับสูง
ส่งผลให้เขามีความรวดเร็วเป็นอย่างมาก
เกี่ยวกับทักษะระดับสูงหรือเคล็ดวิชาระดับสูง ไป๋
เฉินในตอนนี้เรียนรู้และฝึกฝนมาเป็นจำนวนมาก เขา
เรียนรู้และฝึกฝนในช่วงที่ยังอยู่ภายในสุสานโบราณ
ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมาหลายเท่าตัว
อาจบางที แม้ต่อให้ไป๋เฉินเผชิญพบเจอกับผู้ฝึกตน
ระดับทะยานฟ้าขั้นปลาย เขาก็สามารถต่อกรด้วยได้
โดยไม่เพลี้ยงพล้ำหรือพ่ายแพ้ และอาจจะกระทั่ง
เอาชนะหรือฆ่าอีกฝ่ายได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้สัจ
ธรรมแห่งกาลเวลา!
ด้วยความเร็วที่ไป๋เฉินใช้ออก เขาผ่านต้นไม้จำนวน
มาก
ภายในป่าพันอสูร มีบรรยากาศที่น่าขนลุก เสียงกู่
ร้องคำรามของสัตว์อสูรดังก้องอยู่ทุกหนทุกแห่ง บ้าง
ก็เป็นเสียงของสัตว์อสูรที่อ่อนแอ บ้างก็เป็นสัตว์อสูร
ที่แข็งแกร่ง
ในเส้นทางที่ไป๋เฉินพุ่งเข้ามา เขาพบเห็นสัตว์อสูรๆ
หลายชนิดไม่น้อย ส่วนมากเป็นสัตว์อสูรระดับปฐพี
ส่วนน้อยเป็นสัตว์อสูรระดับก่อร่าง ส่วนระดับสร้าง
ฐานกับระดับกำเนิดนั้น ไม่มีให้พบเห็นแม้แต่ตัวเดียว
สิ่งนี้ล้วนเป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า ภายในป่าพัน
อสูร สัตว์อสูรที่อ่อนแอ ไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่
ด้วย
ดังนั้น มันจึงไม่นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด
อะไร ที่จะไม่มีพวกมันสักตัวให้พบเห็น
นอกเหนือจากเหล่าสัตว์อสูรแล้ว ไป๋เฉินยังเห็นผู้ฝึก
ตนบางส่วน แต่ก็ไม่ได้มีจำนวนมากอะไร เขาพบ
เพียงสิบกว่าคนเท่านั้น
ระดับพื้นฐานฝึกตนของคนเหล่านี้ ส่วนมากล้วนเป็น
ระดับปฐพีขั้นปลาย คาดว่าคงจะเข้ามาเพื่อฆ่าสัตว์
อสูรและเอาแกนกลางสัตว์อสูรไปเพิ่มระดับพื้นฐาน
ฝึกตนของตัวเอง ไม่ก็เอาไปขาย
เพราะราคาของแกนกลางสัตว์อสูร ยิ่งระดับสูง
เท่าไหร่ ก็ยิ่งมีราคาดีมากเท่านั้น
ในขณะที่ไป๋เฉินกำลังมุ่งหน้าเข้าส่วนลึกของป่าพัน
อสูรนั้น ใกล้ๆ กับริมลำธารสายหนึ่ง ที่ไม่ได้ไกลจาก
เส้นทางที่ไป๋เฉินมุ่งหน้าไปเท่าไหร่ มีชายวัยกลางคน
คนหนึ่งในชุดสีฟ้านั่งอยู่บนโขดหิน ที่หลังสะพาย
กระบี่หนักเล่มหนึ่งเอาไว้
ใบหน้าของชายวัยกลางคนคนนี้หล่อเหลาคมคาย
ประหนึ่งกระบี่ คิ้วของเขาดูแหลมคม ดวงตาคล้าย
ตาเหยี่ยว
ดูรวมๆ แล้วคนๆ นี้ยังไงก็ไม่ใช่คนธรรมดาอย่าง
แน่นอน เพราะรัศมีรอบร่างกายของเขา แผ่ความคม
ออกมาราวกับคมกระบี่ก็มิปาน
“หืม?” เจี้ยนฉางเฉินที่เดิมทีกำลังนั่งมองสายน้ำที่
ไหลไปตามลำธาร พลันเงยหน้าขึ้น มองไปยังทิศทาง
หนึ่ง
ซึ่งทิศทางที่เขามองไปก็คือทิศทางที่ไป๋เฉินกำลังมุ่ง
หน้าไปยังส่วนลึกของป่าพันอสูร
“มีผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าเข้ามาอีกคนหนึ่งแล้ว…
เป็นขั้นกลาง” เจี้ยนฉางเฉินพึมพำ “รวมข้าผู้ถือ
ครองกระบี่สวรรค์ ก็เท่ากับว่ามีผู้ฝึกตนระดับทะยาน
ฟ้าภายในป่าพันอสูรแห่งนี้สิบคนแล้ว”
“ไม่รู้ว่าผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าเหล่านี้ มาที่นี่เพื่อ
ต่อสู้กับเจ้านั่นหรือไม่?” เจี้ยนฉางเฉินมีสีหน้าสงสัย
เจ้านั่นที่เขาพูดถึง เป็นตัวตนอันเป็นที่สุดของป่าพัน
อสูรแห่งนี้ ซึ่งก็คือราชาสัตว์อสูรระดับทะยานฟ้าขั้น
ปลาย!
“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าไม่น่าจะใช่ อย่างพวกเขาจะไปมี
ปัญญาสู้รบตบมือกับเจ้านั่นได้อย่างไร? แม้แต่ท่าน
เองก็ยังได้รับบาดเจ็บกลับมา หลังจากที่ไปสู้กับมัน!”
มีเสียงที่สวยงามดังขึ้นมาที่ด้านหลังของเจี้ยนฉางเฉิน
ฟังดูแล้ว ไม่ใช่เสียงของผู้ชายอย่างแน่นอน เป็นเสียง
ของอิสตรีอย่างชัดเจน
“หรูเอ๋อร์ ลูกทะลวงผ่านแล้วรึ?” เจี้ยนฉางเฉินไม่
มองกลับไป เขายิ้มน้อยๆ
“หึหึ ท่านพ่อ ท่านคิดว่าบุตรสาวของท่านจะทะลวง
ผ่านไม่ได้รึ?” ผู้พูดเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งมีใบหน้า
ธรรมดา อยู่ในชุดสีฟ้า รูปร่างของเธอเองก็ธรรมดา
เฉกเช่นเดียวกันกับใบหน้าของเธอ ไม่มีเสน่ห์ดึงดูด
เลยแม้แต่น้อย
ถ้าเหล่าคนที่ตายไปหน้าสุสานโบราณยังมีชีวิตอยู่
พวกเขาจะรู้ได้ในทันทีว่าหญิงสาวหน้าตาธรรมดาคน
นี้เป็นใคร
เพราะเธอไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากหญิงสาวคนที่
ออกมาจากสุสานโบราณเป็นคนสุดท้ายนั่นเอง
การที่เธอยังมีชีวิตอยู่เช่นนี้ ย่อมหมายความว่าพวกผู้
ฝึกตนที่ไล่ตามเธอมาในตอนนั้น ล้วนถูกฆ่าตายจน
หมดแล้ว ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่รอดชีวิตไปได้
ได้ยินที่หญิงสาวหน้าตาธรรมดาพูด เจี้ยนฉางเฉินก็
หัวเราะพรืด “หรูเอ๋อร์ เจ้านี่ก็จริงๆ”
ใบหน้าของเจี้ยนฉางเฉินฉายความอ่อนโยนออกมา
เพราะหญิงสาวหน้าตาธรรมดาคนนี้ก็คือลูกสาวเพียง
คนเดียวของเขา และค่อนข้างที่จะทำให้เขา
ภาคภูมิใจ
ด้วยอายุเพียง 25 ปี ก็มาถึงระดับปฐพีขั้นปลายแล้ว
มีความสามารถเทียบได้กับพวกอัจฉริยะของเจ็ดขั้ว
อำนาจในเมืองหลวงอู่โจว เมื่อเป็นแบบนี้ แล้วจะ
ไม่ให้เขารู้สึกภาคภูมิใจได้อย่างไร?
พูดถึงเจ็ดขั้วอำนาจขึ้นมา เจี้ยนฉางเฉินก็เป็นคนของ
หนึ่งในเจ็ดขั้วอำนาจ เขามาจากสำนักกระบี่ฟ้า ซึ่ง
เป็นหนึ่งในสามสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรอู่
โจว ร่วมกับสำนักเทพยุทธ์และสำนักทองคำ
นอกจากนี้ตำแหน่งฐานะของเขาก็ไม่ธรรมดา เป็นผู้
อาวุโสสองของสำนักและผู้ถือครองกระบี่สวรรค์!
ถ้าจะถามว่าผู้ถือครองกระบี่สวรรค์คืออะไรนั้น
คำตอบก็มีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ
ตำแหน่งที่สำนักกระบี่ฟ้า มอบให้กับคนเพียงหนึ่งคน
ในแต่ละรุ่น เป็นตัวแทนของผู้ที่ใช้กระบี่ที่เก่งและมี
พรสวรรค์มากที่สุด!
รุ่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นของเจี้ยนฉางเฉิน และก็ยัง
ไม่ปรากฏคนที่จะแบกรับฉายานาม ‘ผู้ถือครองกระบี่
สวรรค์’ คนใหม่เลยแม้แต่น้อย ทำให้เจี้ยนฉางเฉิน
ต้องแบกรับฉายานามนี้อีกนาน
“ท่านพ่อ ท่านคิดว่าจะจัดการเจ้านั่นได้หรือไม่?”
เจี้ยนหรูเดินเข้ามาใกล้กับผู้เป็นบิดา ก่อนจะถาม
น้ำเสียงของเธอแฝงความกังวลอยู่บ้าง เพราะราชา
สัตว์อสูรของป่าพันอสูรนั้น แข็งแกร่งมาก พ่อของ
เธอที่แข็งแกร่งมากในสายตาของเธอ ยังไม่อาจที่จะ
กำราบมันได้ ทำได้เพียงทำให้มันบาดเจ็บเท่านั้น
“เรื่องนี้เกรงว่าจะยาก ข้าคนเดียว ไม่มีทางที่จะ
กำราบมันได้” เจี้ยนฉางเฉินส่ายหน้า พลางถอน
หายใจออกมา
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
ระบบเปลี่ยนชีวิต