System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 498 : บังคับแต่งงาน
ในช่วงเที่ยงวัน ภายในห้องโถงรับแขกตระกูลซู ซูสิน
เซี่ยวและซูจิงเซี่ย พ่อและแม่ของซูเสวี่ยหนิงนั่งอยู่
บนโซฟาด้วยใบหน้ามืดมน บรรยากาศภายในห้องนี้
ดูอึมครึมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“จ้านฮาน ฉันไม่รู้ว่านายไปเอาความกล้ามากขนาดนี้
มาจากไหน แต่ฉันจะไม่ถือสา เห็นแก่มิตรภาพที่เรา
เคยเป็นเพื่อนกันสมัยมหาลัย เพราะงั้นมาทางไหน ก็
กลับไปทางนั้น!” ซูสินเซี่ยวมองชายวัยกลางคนในชุด
สูท ใบหน้าดูดีสมวัยอย่างเย็นชา
ชายวัยกลางคนคนนี้ ไม่ใช่ใคร นอกจากจ้านฮาน พ่อ
ของจ้านหยวน ที่เขามาตระกูลซูในวันนี้ ก็เพื่อสู่ขอซู
เสวี่ยหนิง หญิงสาวที่สวยที่สุดในปักกิ่งให้กับลูกชาย
คนเดียวของเขา
แต่ ‘สู่ขอ’ ที่ว่านี้ของจ้านฮานก็คือการบังคับ เขาพูด
ออกมาอย่างไม่สนหน้าใครในตระกูลซูเลยว่า ‘ถ้าซู
เสวี่ยหนิงไม่ยอมแต่งงานกับจ้านหยวน ตระกูลซูจะ
หายไปจากโลกใบนี้!’
“อย่างที่สามีของฉันพูด จ้านฮาน รีบกลับไปซะ
ตระกูลซูไม่ต้อนรับคนอย่างคุณ!” แม้แต่ซูจิงเซี่ยที่
เป็นคนอ่อนโยน ในเวลานี้ยังพูดออกมาอย่างเย็นชา
ในใจของเธอรู้สึกโกรธ คิดไม่ถึงว่าจ้านฮานจะกล้าถึง
ขนาดมาขู่บังคับให้ลูกสาวคนโตของเธอไปแต่งงาน
กับลูกชายของเขา!
จ้านฮานราวกับไม่สนใจคำพูดของสองสามีภรรยาแซ่
ซู เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง “ซูสินเซี่ยว ซูจิงเซี่ย ที่
ฉันสุภาพกับพวกแกก่อนหน้านี้ ก็เพราะเห็นแก่
ความสัมพันธ์เก่าๆ หรอกนะ”
“จ้านฮาน แกมันเสียมารยาทเกินไปแล้ว!” ซูสิน
เซี่ยวโกรธ เขาเตรียมจะเรียกพวกยามมาลากคอจ้าน
ฮานออกไป
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำนั้น เขาก็ต้องชะงัก เพราะ
คำพูดของจ้านฮาน “ฉันจะบอกอะไรให้นะ ปู่ของฉัน
จ้านหย่งเหลียง เดินทางไปฝึกตนที่ทิเบตตั้งแต่สมัย
หนุ่ม จนตอนนี้บรรลุระดับเทวะแล้ว!”
“เป็นไปไม่ได้!” ซูสินเซี่ยวและซูจิงเซี่ยแทบจะพูด
ออกมาพร้อมกัน ใบหน้าของพวกเขาสองสามีภรรยา
มีความตกใจแสดงออกมา
“เป็นไปไม่ได้?” จ้านฮานหัวเราะมากขึ้น “พูดอะไร
โง่ๆ ถ้าเป็นไปไม่ได้ พวกแกคิดเหรอว่าคนอย่างฉัน
จะโง่พอ มาขู่บังคับพวกแกแบบนี้?”
ได้ยินคำพูดนี้ของจ้านฮาน ซูสินเซี่ยวกับซูจิงเซี่ย
เงียบลงไปในทันที พร้อมกับใบหน้าที่เริ่ม
เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย พวกเขาสองคนลอง
คิดดูแล้ว มันก็เป็นอย่างที่จ้านฮานพูดออกมาจริงๆ
ในความคิดของพวกเขา คนอย่างจ้านฮานไม่มีทางมา
ทำอะไรโง่ๆ แบบที่ทำอยู่นี้แน่นอน หากว่าไม่มีคน
หนุนหลัง
“ฉันจะให้เวลาพวกแกคิดจนถึงตอนเย็น พวกแกก็
คิดดูให้ดีแล้วกัน” จ้านฮานเห็นว่าซูสินเซี่ยวกับซูจิง
เซี่ยเงียบไป เขาก็ฉีกยิ้มน่ารังเกียจออกมา พูดอย่าง
สบายอารมณ์
ขอบอกตามความจริงว่า ในตอนนี้ เขามีความสุขมาก
ความสุขที่ได้อยู่เหนือกว่าคนอย่างซูสินเซี่ยวและซูจิง
เซี่ย
แม้ก่อนมาที่ตระกูลซู เขาจะรู้สึกโกรธกับเรื่องที่ลูก
ชายของเขาโทรมาบอกก็ตาม แต่ว่าเรื่องนี้ เขาก็
จัดการส่งคนไปตามสืบหาคนที่กล้าทำร้ายลูกชาย
ของเขาแล้ว
พอสืบหาตัวเจอ เขาก็จะจับทรมาน ก่อนจะฆ่าทิ้ง!
“ตระกูลซูไม่มีอะไรให้ต้องคิด จ้านหย่งเหลียง ถ้ามัน
คิดว่าสามารถรังแกตระกูลซูของข้าได้อย่างง่ายดายก็
ให้มันมา!”
ทันใดนั้น น้ำเสียงที่เย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น สะท้อน
ก้องภายในห้องโถงแห่งนี้ เจ้าของเสียงไม่ใช่ใครที่
ไหน นอกจากซูเสียนยี่ ผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าของ
ตระกูลซู เรื่องที่จ้านฮานพูด เขาล้วนรับรู้ทั้งหมด
เพราะเขาแอบฟังอยู่ตั้งแต่ต้น
“คุณปู่!” ซูสินเซี่ยวกับซูจิงเซี่ยลุกขึ้นยืนในทันที
พร้อมกับดวงตาที่เป็นประกาย ในเมื่อซูเสียนยี่ออก
หน้า พวกเขาก็สบายใจแล้ว
“หมาตัวไหนมันพูด?” จ้านฮานขมวดคิ้ว พลางตวาด
ออกไปอย่างเย็นชา
เขาที่มีผู้ฝึกตนระดับเทวะหนุนหลัง ย่อมไม่กลัวใคร
หน้าไหนทั้งนั้น!
“คำพูดของเจ้าช่างดียิ่ง!” ชายชราซูเสียนยี่มาปรากฏ
ตัวขึ้นตรงหน้าของจ้านฮานในพริบตา
พอปรากฏตัว ชายชราก็ไม่พูดพร่ำให้เปลืองน้ำลาย
ยกมือตบหน้าจ้านฮานฉาดหนึ่ง ก่อนจะจับโยน
ออกไป
แล้วเขาก็ใช้พลังปราณบังคับให้ร่างของจ้านฮานออก
ไปตามทางที่เข้ามาในห้องโถง จนสุดท้ายก็ลอยไปตก
ลงในถังขยะขนาดใหญ่อันหนึ่งในที่ไกลออกไป
ชายชราซูเสียนยี่ รู้สึกว่าจ้านฮานได้รับน้อยไป เขาจึง
บังคับไอปราณหักกระดูกขาทั้งสองข้างของจ้านฮาน
จนหักปนปี้ โทษฐานที่กล้ามาขู่ตระกูลซูของเขา!
“อ้ากกก!” เสียงร้องโหยหวนของจ้านฮานดังก้อง
รู้สึกเจ็บปวดเจียนตาย ใบหน้าของเขาปูดบวม ฟันใน
ปากหักไปมากกว่าหกซี่ เลือดล้วนเต็มอยู่ในปากของ
เขา
ส่วนขาทั้งสองข้างก็หักไม่มีชิ้นดี คาดว่าตลอดชีวิตนี้
คงจะไม่สามารถเดินได้อีกแล้ว กลายเป็นคนพิการไป
อย่างไม่ต้องสงสัย
พอจัดการจ้านฮานแล้ว ชายชราซูเสียนยี่ก็จัดการส่ง
บอดี้การ์ดสองคน ที่ยืนรอจ้านฮานอยู่นอกประตูห้อง
โถงรับแขกออกไปด้วย
“คุณปู่” ซูสินเซี่ยวกับซูจิงเซี่ยรีบเดินเข้ามาทำความ
เคารพต่อซูเสียนยี่อย่างรวดเร็ว ปู่ของพวกเขาคนนี้
ไม่บ่อยนักที่จะปรากฏตัวออกมาให้เห็น
ซูเสียนยี่พยักหน้าพร้อมเผยรอยยิ้ม “อย่าได้ไปสนใจ
เสียงนกเสียงกา ท่านผู้นั้น…เอ่อ คนรักของเสวี่ยหนิง
ยังอยู่ ก็ไม่มีใครหน้าไหนมาทำอะไรตระกูลซูของเรา
ได้ทั้งนั้น”
ท่านผู้นั้น…ที่เขาพูดถึงแน่นอนว่าเป็นไป๋เฉิน เขาที่คิด
ว่าตัวเองมีไป๋เฉินยืนอยู่เบื้องหลังของตน ย่อมไม่กลัว
คำขู่ของจ้านฮาน แม้ต่อให้จ้านหย่งเหลียงที่จ้านฮาน
พูดถึงเป็นผู้ฝึกตนระดับเทวะจริงๆ ก็ตาม
แต่ที่เขาลงมือต่อจ้านฮานหนักขนาดนี้ ไม่ใช่เป็น
เพราะว่าในสายตาของเขามองไป๋เฉินเป็นผู้ฝึกตน
ระดับเทวะ หากแต่เป็นเพราะเขาได้รับรู้ถึงความ
แข็งแกร่งที่ยากแท้หยั่งถึงของไป๋เฉินแล้ว!
คนที่พูดให้เขาฟังก็คือตำนานลู่จวิ้นกู่ เมื่อวานนี้
ตำนานลู่จวิ้นกู่ได้มาหาเขา เพื่อที่จะมาแสดงความ
เสียใจกับการจากไปของซูเสวี่ยหนิง
แต่พอรู้ว่าซูเสวี่ยหนิงยังไม่ตาย เพียงเสียความทรงจำ
ตลอดหนึ่งปีมานี้ไปเท่านั้น ตำนานลู่จวิ้นกู่ก็ตกใจ
เป็นอย่างมาก และคิดว่าตัวเองไม่อาจมองความลึก
ล้ำจากไป๋เฉินได้เลย เพราะไป๋เฉินถึงกับทำให้คนที่
ตายไปแล้ว ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้
ถ้าหากว่าเขาไม่ได้เห็นซูเสวี่ยหนิงตายไปกับตา เกรง
ว่าเขาก็คงจะไม่เชื่ออย่างแน่นอน
ซูเสียนยี่เห็นตำนานลู่จวิ้นกู่ตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี
เขาก็ถามออกมาด้วยความใคร่รู้
พอตำนานลู่จวิ่นกู่เล่าให้ฟังเท่านั้นล่ะ เขาก็แทบจะ
หยุดหายใจ ตกใจจนไม่รู้จะตกใจยังไงได้อีก
แต่ที่ตามมาหลังจากความตกใจนั้น ย่อมเป็น
ความสุขอย่างหาที่สุดไม่ได้ เขาอดคิดในใจไม่ได้ว่า
สวรรค์เมตตาตระกูลซูของเขายิ่งนัก ถึงได้ให้กำเนิดซู
เสวี่ยหนิงขึ้นมา ให้เธอได้กลายเป็นผู้หญิงของบุคคล
ระดับสุดยอดอย่างไป๋เฉิน ผู้มีความแข็งแกร่งสูงกว่า
ระดับเทวะ!
และก็ไม่น่าจะสูงกว่าระดับเดียว หากแต่สูงไกลห่าง
จนยากที่จะประเมิน!
ตัวตนระดับนี้ ที่ฉีกกระชากมิติได้ คืนชืพคนตายได้
ย่อมไม่ต่างจากเทพผู้สูงส่งเลยแม้แต่น้อย!
ซูเสียนยี่ที่ได้รู้เรื่องนี้แล้ว จะยังเกรงกลัวจ้านหย่งเหลี
ยงไปทำไม ลงมือจัดการจ้านฮานอย่างโหดเหี้ยม
ในทันที
แต่นี่ถือว่ายังเป็นการเห็นแก่หน้าจ้านหย่งเหลียงอยู่
ส่วนหนึ่ง ไม่อย่างนั้น เขาฆ่าจ้านฮานไปแล้ว!
———————————
ระบบเปลี่ยนชีวิต