System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 500 : หายนะตระกูลซู
ช่วงเกือบจะสามทุ่ม หน้าคฤหาสน์ตระกูลซู มีคน
สามคนมาถึง คนสามคนนี้เป็นคนไม่ได้รับเชิญอย่าง
แน่นอน เพราะพวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากจ้าน
หย่งเหลียง จ้านฮ้วนและจ้านหยวนพวกเขาทั้งสาม
คนได้มาถึงแล้ว มาถึงยังตระกูลซู หนึ่งในสามตระกูล
ใหญ่ของปักกิ่งในเวลานี้ “ที่นี่น่ะรึตระกูลซูที่กล้าไม่
เห็นข้าราชันย์เทวะอยู่ในสายตา?” จ้านหย่งเหลียง
แค่นเสียงเย็นชา สายตากวาดมองสำรวจคฤหาสน์
ตระกูลซูอย่างละเอียดรอบหนึ่ง ในขณะที่กวาด
สายตามอง จิตสัมผัสของเขาแน่นอนว่ากวาดออกไป
ทั่วคฤหาสน์ตระกูลซูและบริเวณโดยรอบ เพียง
พริบตาเดียว จ้านหย่งเหลียงก็รู้ได้ว่าทั้งตระกูลซูมีอยู่
กี่ชีวิต รวมทั้งรู้ว่าในตระกูลซูมีผู้ฝึกตนระดับทะยาน
ฟ้าอยู่คนหนึ่ง “เฮอะ แค่เพียงมีผู้ฝึกตนระดับทะยาน
ฟ้าคนเดียว กลับกำเริบเสิบสาน ไม่เห็นหัวข้าราชันย์
เทวะผู้นี้!” จ้านหย่งเหลียงส่ายหน้าไปมาอย่างเย็นชา
ขยับมือวูบหนึ่ง คนเกือบทั้งหมดในตระกูลซูก็สลบไป
จะมีก็เพียงแต่ชายชราซูเสียนยี่กับซูเสวี่ยหนิงเท่านั้น
ที่ไม่ได้สลบไปสาเหตุที่ซูเสียนยี่ไม่สลบ ล้วนเป็น
เพราะว่าจ้านหย่งเหลียงละเว้น แต่ซูเสวี่ยหนิงนั้น
เป็นเพราะว่ากำไลหยกสีขาวที่ข้อมือของเธอ กำไล
หยกสีขาวเปล่งแสงอันอบอุ่นออกมา ทำให้อำนาจ
ของผู้ฝึกตนระดับเทวะคนหนึ่งอย่างจ้านหย่งเหลียง
ไม่เป็นผล “คิดไม่ถึงว่าจะมีคนที่ไม่สลบไปจากการลง
มือของข้าราชันย์เทวะ” คิ้วที่แก่ชราซึ่งกลายเป็นสี
ขาวไปหมดแล้วของจ้านหย่งเหลียงขมวดเข้าหากัน
แน่น สายตมองทะลุเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลซู
ทันใดนั้น เขาก็ได้พบเห็นซูเสวี่ยหนิง ความงามที่ราว
กับเทพธิดา สวยจนไม่มีคำใดมาบรรยายได้ เธอนั่งสี
หน้างุนงงอยู่ในห้องของตัวเอง เมื่อเห็นว่าป้ายี่อยูๆ ก็
สลบไปต่อหน้าต่อตาแต่สีหน้างุนงงของเธอก็หายไป
อย่างรวดเร็ว เธอพลันรีบเข้าไปตรวจดูป้ายี่ ด้วยกลัว
ว่าเธอจะเป็นอะไรไป แต่พอตรวจดูแล้ว พบเพียงว่า
ป้ายี่แค่หมดสติไปเท่านั้น เธอก็ถอนหายใจออกมา
อย่างโล่งอก นอกคฤหาสน์ จ้านหย่งเหลียงที่ได้เห็นซู
เสวี่ยหนิง ถึงกับตกตะลึงจนร่างกายแข็งค้าง ดวงตา
ของเขาเบิกกว้าง ปากก็อ้ากว้างออก ค้างอยู่อย่างนั้น
เป็นเวลาเนิ่นนาน “สวย…สวยอะไรขนาดนี้!” ริม
ฝีปากของจ้านหย่งเหลียงขยับ มีถ้อยคำที่แผ่วเบาถูก
ส่งออกมา ด้วยปฏิกิริยาเช่นนี้ของจ้านหย่งเหลียง
เป็นที่แน่นอนว่าเขาไม่เคยพบเห็นใคร สวยเท่าซู
เสวี่ยหนิงมาก่อนเลย ในพริบตาต่อมา หัวใจที่แก่ชรา
ของเขาก็เต้นกระหน่ำด้วยความตื่นเต้น!เดิมทีจ้าน
หย่งเหลียงคิดว่าตัวเองละทางโลกได้แล้ว ไม่หลงมัว
เมาไปกับกิเลสราคะอีก แต่ไม่คาดฝันว่า เมื่อได้พบ
เห็นซูเสวี่ยหนิง ราคะในตัวของเขาก็พุ่งพล่านขึ้นมา
นกเขาของเขาที่ไม่ขันมาหลายปี อาจจะมากกว่า 50
ปี เหมือนจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น!
ในตอนนี้ จ้านหย่งเหลียงไม่ได้สนใจแล้วว่า เหตุผล
กลใดซูเสวี่ยหนิง หญิงสาวที่งดงามราวกับเทพธิดา
สวรรค์คนนี้ ถึงไม่ได้สลบไปในการลงมือของเขา ที่
เขาสนใจมีเพียงซูเสวี่ยหนิงเท่านั้น ใจของเขามันร่ำ
ร้องว่า ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำให้เธอมาเป็นผู้หญิงของ
เขาให้ได้!โดยไร้ซึ่งความลังเลใดๆ จ้านหย่งเหลียง
กระจายกลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมาในทันที กลิ่น
อายนี้ทำให้ซูเสวี่ยหนิงสัมผัสถึงได้ แต่ว่ามันกลับ
ไม่ได้ทำให้เธอตกใจเลยแม้แต่น้อย เธอเพียงขมวดคิ้ว
คู่สวยขึ้นมาเท่านั้น ถ้าเป็นตามปกติกลิ่นอายที่
แข็งแกร่งของผู้ฝึกตนระดับเทวะคนหนึ่ง ย่อมทำให้ผู้
ฝึกตนระดับปฐพีคนหนึ่งอย่างซูเสวี่ยหนิงตกใจจนทำ
อะไรไม่ถูกแน่นอน แต่ด้วยการที่เธอสวมกำไลหยกที่
ไป๋เฉินที่มาจากอนาคตมอบให้ กลิ่นอายของผู้ฝึกตน
ระดับเทวะคนหนึ่ง ก็เป็นเพียงกลิ่นอายธรรมดา
สามัญของผู้ฝึกตนเท่านั้น ถ้าจะถามว่าทำไม ซูเสวี่ย
หนิงถึงได้กลายเป็นผู้ฝึกตนระดับปฐพีแล้วนั้น
คำตอบย่อมมีเพียงคำตอบเดียว ซึ่งคำตอบนี้ก็คือเธอ
ได้กินเม็ดยาจากขวดหยกสามสี ที่เป็นของอีกอย่าง
หนึ่งที่ไป๋เฉินจากอนาคตมอบให้ไว้ แม้เธอจะกินมัน
เมื่อวานนี้ ผลลัพธ์ของเม็ดยาก็ยอดเยี่ยมเป็นอย่าง
มาก มันทำให้เธอทะลวงจากระดับก่อร่างเข้าสู่ระดับ
ปฐพีในทันที ผลของเม็ดยาแน่นอนว่า ไม่ได้หมดลง
เพียงเท่านี้ มันจะทำให้เธอฝึกตนเร็วขึ้นถึงขั้นที่ไม่
อาจจิตนาการได้! หลังจากที่ขมวดคิ้วคู่สวยอยู่สักพัก
ซูเสวี่ยหนิงก็ตัดสินใจที่จะออกมาดู ขณะที่ซูเสวี่ย
กำลังเดินออกมาดูนั้น ชายชราซูเสียนยี่ก็ขมวดคิ้ว
แน่น รู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากซูเสวี่ย
หนิงแล้ว เป็นเขาที่สัมผัสถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่ง
ของจ้านหย่งเหลียงได้ เขาคาดเดาได้ไม่ยาก ว่าผู้ฝึก
ตนระดับเทวะของตระกูลจ้านได้มาถึงตระกูลซูของ
เขาแล้ว!‘ขอให้ผู้อาวุโสเฉินไป๋ปรากฏตัวโดยเร็ว’ ซู
เสียนยี่ภาวนาในใจ ถ้าไป๋เฉินไม่ปรากฏตัว ครั้งนี้
แน่นอนว่าจะเป็นหายนะของตระกูลซูของเขา
จากนั้นเขาก็หายตัวจากห้องของตัวเองไปอย่าง
รวดเร็วเขามาปรากฏตัวอีกทีที่หน้าประตูคฤหาสน์
ห่างจากจุดที่พวกจ้านหย่งเหลียงยืนอยู่สิบก้าว “เจ้า
คือผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าของตระกูลซู คนที่ทำร้าย
จ้านฮาน หลานชายของข้าราชันย์เทวะจนพิการใช่
หรือไม่?” ได้เห็นชายชราซูเสียนยี่ปรากฏตัว จ้าน
หย่งเหลียงก็ตวัดสายตาเย็นชามองไปในทันที เขาที่
ออกไปฝึกตนที่ทิเบตตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม ย่อมไม่เคยได้
ยินชื่อเสียงของชายชราซูเสียนยี่หรือพบเห็นมาก่อน
จึงไม่ได้รู้จักหน้าค่าตาอะไร “เป็นไอ้แก่นี่เองที่ทำร้าย
พ่อ!” จ้านหยวนที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้เป็นปู่ทวดอด
ตะโกนออกมาด้วยความโกรธไม่ได้ ส่วนจ้านฮ้วน
ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่สีหน้าของเขาก็แสดงออกถึง
ความเย็นชา ชายชราซูเสียนยี่รู้สึกกดดันมากกว่าเดิม
ในเวลาที่ได้มาเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนระดับเทวะคน
หนึ่งเช่นนี้แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเลย เนื่องจากไป๋เฉิน
อยู่ข้างเขา ขอแค่เขารับมืออย่างเหมาะสม จนไป๋เฉิน
มาถึงก็พอแล้ว ชายชราซูเสียนยี่สูดลมหายใจเข้าลึก
เตรียมที่จะตอบจ้านหย่งเหลียง แต่คาดไม่ถึงว่า
ก่อนที่เขาจะตอบ เขาก็ได้ยินเสียงของเหลนสาวคน
สวยของเขา “ปู่ทวด” ซูเสวี่ยหนิงในตอนนี้ เดินออก
มาถึงประตูทางเข้าคฤหาสน์แล้ว “เสวี่ยหนิง!” ชาย
ชราซูเสียนยี่ตกใจ คิดไม่ถึงว่าเธอจะออกมาในเวลานี้
ในใจของชายชรามีความกังวลขึ้นมาในทันที ถ้าหาก
ว่าเกิดอะไรขึ้นกับซูเสวี่ยหนิง ตระกูลซูของเขาได้จม
ลงในไปขุมนรกด้วยฝ่ามือเดียวของไป๋เฉินแน่! เขายัง
จำคำพูดของไป๋เฉินเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ดี!เมื่อคิดถึง
คำพูดนั้น ขนของเขาก็ลุก รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่าง
มาก อาจจะเป็นเพราะความกังวลของเขา จึงทำให้
เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่ากำไลสีขาวที่ไป๋เฉินที่มาจาก
อนาคตมอบให้ซูเสวี่ยหนิงไว้ สามารถปกป้องเธอจาก
อันตรายใดๆ ได้ “สวยมาก!” จ้านฮ้วนกับจ้านหยวน
พูดออกมาพร้อมกัน ตกตะลึงในความสวยของซูเสวี่ย
หนิงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “ท่านปู่ทวด! ผมต้องการ
เธอ ผมจะเอาเธอมาเป็นเมียของผม!” หลังจากหาย
ตกตะลึง จ้านหยวนที่ใบหน้าบวมเปล่งก็ตะโกน
ออกมาอย่างน่าไม่อาย ความหื่นกระหายในร่างกาย
ของเขาพุ่งสูงขึ้นจนถึงระดับที่น่าตกใจ “ท่านปู่! ผมก็
ต้องการเธอเหมือนกัน!” อย่างไม่คาดฝัน จ้านฮ้วนก็
ตะโกนออกมาแบบเดียวกัน ใบหน้าของเขาแดงก่ำ
เต็มไปด้วยความใคร่ปรารถนา จ้านหย่งเหลียงชะงัก
ไปเล็กน้อย ก่อนจะตวาดออกมาด้วยความโกรธ
“หุบปากให้หมด! นางเป็นของข้าราชันย์เทวะผู้นี้!”
“……” จ้านหยวน “…….” จ้านฮ้วน “…….” ชาย
ชราซูเสียนยี่ ทั้งสามคนนี้ต่างก็พูดไม่ออก ไม่อาจคิด
ฝันเลยว่า จ้านหย่งเหลียงแก่จนใกล้จะลงโลงแล้ว ยัง
มีความต้องการเรื่องแบบนี้อยู่ สีหน้าของคนทั้งสาม
ล้วนแสดงออกมาแบบเดียวกันว่า ‘แก่เหี่ยวหนังยาน
อย่างเจ้าไหวเหรอ? เจ้าโลกยังผงาดได้อยู่รึเปล่า?’
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
ระบบเปลี่ยนชีวิต