System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 543 : เหมินอุนต้วน
หลังฆ่าสองคนจากนิกายประตูเทพที่มาแส่หาเรื่อง
ตายแล้ว ไป๋เฉินก็มุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของป่าหัว
ซานต่อ ขณะเดียวกันจิตสัมผัสของเขา ล้วนแผ่
ออกไปเป็นวงกว้างขวางอยู่ตลอดเวลา
ดวงตาของไป๋เฉินปรากฏความวูบไหว เจือแสงสีเงิน
ลางๆ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังใช้สายตามองหาร่องรอย
ของสัตว์อสูรระดับตำนานด้วยเหมือนกัน
สัตว์อสูรที่มีระดับพลังอยู่ในระดับตำนาน เป็น
ธรรมดาที่จะหายาก เนื่องจากพวกมันเบิกสติปัญญา
แล้ว สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ และสติปัญญาของ
พวกมันก็ไม่แตกต่างจากของมนุษย์แล้ว รู้หลักเหตุ
และผล มีความคิดอ่านวางแผน
เมื่อเป็นอย่างนี้ พวกมันย่อมต้องน่าหวาดกลัวยิ่ง
กว่าเดิมมาก ลำพังคิดต่อกรกับมันในระดับขั้นพลัง
เดียวกัน การที่จะมีชัยเหนือมันนั้น แทบจะเป็นไป
ไม่ได้ เว้นเสียแต่เป็นอัจฉริยะ ผู้มีความสามารถสู้ข้าม
ระดับได้ หรือการรวมกลุ่มกันเพื่อฆ่ามัน
ที่ไป๋เฉินกล้าท้าชนสัตว์อสูรระดับตำนานตามลำพัง
ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะตัวเขาครอบครองพลัง ที่
สามารถฆ่าสัตว์อสูรระดับตำนานได้ เขาที่มีสัจธรรม
แห่งกาลเวลา บวกกับอาวุธระดับสุดยอดชิ้นหนึ่ง
ลำพังแค่สัตว์อสูรระดับตำนานไหนเลยจะฆ่าไม่ได้
อันที่จริงแม้แต่สัตว์อสูรระดับเทวะหรือระดับตัด
สรรพสิ่ง เขาก็สามารถฆ่าได้ เพียงแต่ว่าผลที่ตามมา
นั้นหนักหนาสาหัสนัก หนักหนาสาหัสนี้ย่อมเป็น
เช่นเดียวกันกับตอนที่เขาคิดจะฆ่าสุ่ยเหลียนเอ๋อร์
ด้วยที่มีผลตามมาหนักหนาสาหัสสากรรจ์ถึงขนาดนี้
ถ้าไม่จวนตัวหรือไม่มีทางเลือกจริงๆ ไป๋เฉินแน่นอน
ไม่คิดที่จะกระทำ
ไป๋เฉินออกค้นหาสัตว์อสูรระดับตำนานอยู่ได้ไม่ทันไร
เขาก็ต้องขมวดคิ้ว รับรู้ได้ว่ากำลังมีคนกลุ่มหนึ่ง
ประมาณห้าคนติดตามเขามา ดูจากกลิ่นอายปราณ
แล้ว คนทั้งห้าต่างก็เป็นคนของนิกายประตูเทพ
“ดูท่าคนพวกนี้คิดจะมาแก้แค้นให้กับสองคนที่ตาย
ไป” ไป๋เฉินพึมพำ เขาลงมือฆ่าคนสองคนก่อนหน้านี้
อย่างไม่สนใจผู้ฝึกตนที่อยู่โดยรอบ มันจึงไม่ใช่เรื่อง
แปลก ถ้าคนของนิกายประตูเทพจะรู้ว่าเขาฆ่าสอง
คนนั้นของนิกายประตูเทพไป
“สารเลว หยุดให้กับข้าผู้อาวุโส!” ชายชราผู้หนึ่ง
หนวดเครายาวแผดเสียงร้องขึ้น ส่งผลให้อากาศสั่น
ไหว เขานำหน้าของคนอีกสี่คนพุ่งตามหลังของไป๋
เฉินมา
ไป๋เฉินหยุดการเคลื่อนไหวและการค้นหาสัตว์อสูร
ระดับตำนาน เขาหมุนตัวกลับ มองไปยังคนห้าคน
ของนิกายประตูเทพอย่างเย็นชา คนห้าคนนี้อยู่ดีไม่
ว่าดี ดันมาหาที่ตายตามสองคนที่เขาฆ่าไปก่อนหน้า
นี้
เมื่อมาหาเรื่องเขาเช่นนี้ อย่าได้หวังเลยว่าเขาจะมี
ความปราณีอันใด ทางเลือกที่เขามอบให้แก่คน
เหล่านี้ได้ มีเพียงทางเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ…ตาย
สถานเดียว!
ทั้งยังจะเป็นการตายโดยไร้ที่กลบฝัง เหมือนสองคน
ก่อนหน้า!
“สารเลว เจ้ารู้ความผิดของตัวเองหรือไม่?” ชายชรา
ผู้นำกลุ่มพาคนที่มาด้วยหยุดลง เขาใช้สายตาที่ราว
กับจะฆ่าคนมองไป๋เฉิน
“ความผิดอะไร?” ไป๋เฉินเอ่ยเสียงราบเรียบ แต่กลับ
แฝงความเย็นเยือกสายหนึ่งเอาไว้
“ยังจะมีหน้ามาพูดอีก กล้าฆ่าคนนิกายของข้า
ความผิดของเจ้าก็คือความตาย และข้าเหมินอุนต้วน
จะฉีกกระชากร่างของเจ้าออก แล้วเอาเลือดเนื้อมา
ดื่มกิน!” เหมินอุนต้วนหรือก็คือชายชราผู้นำกลุ่ม
คำรามเสียงก้อง
ถ้อยคำและน้ำเสียง ต่างก็เต็มไปด้วยความอำมหิต
จิตสังหารกระจายออกมา อบอวลอยู่ทั่วร่างของชาย
ชรา
คนอีกสี่คนเป็นชายหนุ่มอายุไม่มาก อย่างน้อยก็ต่ำ
กว่า 30 ปี ระดับพลังล้วนอยู่ในระดับทะยานฟ้า
ขั้นต้นและมีคนเดียวที่เป็นระดับทะยานฟ้าขั้นกลาง
คนเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าเป็นเหล่าผู้เยาว์ของนิกาย
ประตูเทพ
ส่วนชายชราคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด มีระดับพื้นฐานฝึก
ตนระดับตำนานขั้นกลาง แข็งแกร่งกว่าเหมินต้าที่ไป๋
เฉินพบก่อนหน้านี้และได้ฆ่าไปอยู่ขั้นหนึ่ง
ด้วยความที่เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับตำนานขั้นกลาง เห
มินอุนต้วน ย่อมทระนงในพลังของตัวเอง ไม่เห็นไป๋
เฉินอยู่ในสายตา
ไป๋เฉินอย่างมากสุดในสายตาของเขา ย่อมแข็งแกร่ง
สุดเพียงระดับทะยานฟ้าขั้นปลายเท่านั้น
แล้วมีผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าขั้นปลายที่ไหน
สามารถต่อสู้กับผู้ฝึกตนระดับตำนานได้บ้าง?
คำตอบของเหมินอุนต้วน แน่นอนว่าจะตอบว่าไม่มี
แต่นี่เป็นเพียงความคิดของกบในกะลาอย่างเหมิน
อุนต้วนเท่านั้น ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของโลก
ปราณสวรรค์ ไหนเลยจะไม่มีผู้ฝึกตนระดับทะยาน
ฟ้าขั้นปลาย สามารถต่อสู้กับผู้ฝึกตนระดับตำนานได้
บุคคลที่เป็นสุดยอดอัจฉริยะเหนือฟ้า ย่อมมีมาตั้ง
นานแล้ว เพียงแต่คนเหล่านี้มีจำนวนที่น้อยมากก็
เท่านั้น อย่างต่ำในล้านคน น่าจะพบเพียงหนึ่งร้อย
คนเท่านั้น แน่นอนว่าตรงนี้มีอยู่คนหนึ่ง ซึ่งก็คือไป๋
เฉินเอง
“อย่างนั้นเอง นั่นก็คือความผิดของข้า?” ไป๋เฉินอด
ไม่ได้ที่จะหัวเราะแผ่วเบา เขามองไปที่กลุ่มของเหมิน
อุนต้วน ราวกับมองกลุ่มของคนบ้า สองคนนั้นจาก
นิกายประตูเทพมาขวางทางเขา เพื่อที่จะฆ่าเขา จะ
ให้เขายืนให้พวกนั้นฆ่า โดยที่ไม่ทำอะไรหรือ?
นี่มันเรื่องตลกแบบไหนกัน?
แต่พอเขาฆ่าสองคนนั่นไปแล้ว กลับมาหาว่ามี
ความผิด ไป๋เฉินนึกสงสัย บางทีสมองของเหมิน
อุนต้วนผู้นี้ อาจจะถูกลาเตะมาก็เป็นได้
“บังอาจหัวเราะต่อหน้าท่านผู้อาวุโสเหมินหรือ? ช่าง
สามหาวยิ่ง!” ชายหนุ่มคนหนึ่งชี้หน้าไป๋เฉินอย่าง
ดุเดือด ราวกับว่าเขาอดรนทนไม่ไหว เขาก็คือชาย
หนุ่มเพียงคนเดียว ที่เป็นผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าขั้น
กลาง
ชายหนุ่มอีกสามคน เห็นชายหนุ่มผู้นั้น ชิงตัดหน้า
แย่งความดีความชอบในการชี้หน้าด่าไป๋เฉินไป พวก
เขาก็เริ่มหงุดหงิด และเริ่มด่าทอไป๋เฉินออกมาด้วย
“พอ” เหมินอุนต้วนยกมือขึ้น ส่งผลให้พวกชายหนุ่ม
ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาที่กำลังด่าทอไป๋เฉินเงียบปากลง
สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความพึงพอใจในตัวของ
เหล่าชายหนุ่มทั้งสี่คน ทั้งสี่คนเป็นต้นกล้าชั้นดี ที่เขา
เลือกมาเองกับมือ หวังบ่มเพาะให้กลายเป็นผู้
แข็งแกร่งในอนาคต จะได้ช่วยให้เขาได้ตำแหน่งผู้
อาวุโสสักตำแหน่ง
แม้ว่าเหมินอุนต้วน จะถูกคนพวกนี้เรียกว่าผู้อาวุโส
แต่เขาก็ไม่ใช่ผู้อาวุโสของนิกายประตูเทพ เขา
เป็นเพียผู้รับผิดชอบทั่วไปเท่านั้น
การที่เขาจะเป็นผู้อาวุโสของนิกายประตูเทพได้
อย่างน้อยต้องมีพื้นฐานฝึกตนระดับตำนานขั้นปลาย
ขึ้นไป รวมไปถึงต้องมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งให้กา
ยอมรับ ถึงจะกลายเป็นผู้อาวุโสของนิกายประตูเทพ
ได้
ซึ่งการกลายเป็นผู้อาวุโสของนิกายประตูเทพนั้น
เป็นความฝันอันสูงสุดของเหมินอุนต้วน
เดิมทีแซ่ของเขาไม่ใช่ ‘เหมิน’ ที่มีความหมายว่า
ประตู แต่หลังจากทำคุณความดีและมีความ
แข็งแกร่งขึ้นมาถึงระดับตำนาน ทางเจ้านิกายประตู
เทพก็ประทานแซ่ให้เขาเป็น ‘เหมิน’
เรียกได้ว่าผู้ฝึกตนของนิกายประตูเทพ ที่มีความ
แข็งแกร่งระดับตำนานขึ้นไป จะมีแซ่ว่าเหมินกัน
ทั้งนั้น
ถ้าไม่อาจยอมรับแซ่เหมินได้ ต่อให้คนผู้นั้นในนิกาย
ประตูเทพ จะมีพรสวรรค์มากแค่ไหน ล้วนถูกขับไล่
ออกจากนิกาย
สิ่งนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นหนึ่งในกฎที่เข้มงวดของนิกาย
ประตูเทพ!
ระบบเปลี่ยนชีวิต