System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 575 :เย่วหวู่ตง!
ในขณะที่การสั่นสะเทือนยังไม่หยุดลง
เหนือท้องฟ้ายามราตรีที่แต่งแต้มฉาบเอาไว้ด้วยควา
มมืดมิด ปราศจากไร้ซึ่งแสงจันทร์ใดๆ ร่างหนึ่งยืนอยู่
เจ้าของร่างเป็นชายหนุ่มอายุ ใบหน้าขาวเนียน
อายุไม่มาก น่าจะอยู่ในช่วง 25 ปีเป็นอย่างต ่า
เขาสวมใส่ชุดสีเหลืองเข้มน่าเกรงขาม
ดูหรูหราเป็นอย่างมาก
ผมของชายหนุ่มผู้นี้เป็นสีเหลืองทั่วศีรษะ
เฉกเช่นเดียวกันกับดวงตาทั้งคู่ของเขา
ที่เอวมีฝักกระบี่เหน็บอยู่
ในมือกุมด้ามกระบี่สีเหลืองเปล่งประกายเอาไว้
เรียกได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้ แทบจะมีสีเหลืองทั่วร่างกาย
ยกเว้นแค่เพียงสีผิวของเขาเท่านั้น
“เท่านี้ผู้มีระบบเปลี่ยนชีวิตก็ลดลงอีกหนึ่งคน
การเป็นผู้ชนะของข้าอยู่อีกไม่ไกลแล้ว!”
ชายหนุ่มคนนี้พึมพำกับตัวเอง
จากถ้อยคำที่เขาพึมพำ
ย่อมเป็นที่ชัดเจนว่าเขาคือผู้มีระบบเปลี่ยนชีวิตคนห
นึ่ง!
นอกจากนี้เขายังมั่นใจเป็นอย่างมากว่าผู้ที่เขาเพิ่งจะ
ลงมือด้วยตายไปแล้ว
ไม่อาจที่จะมีชีวิตรอดไปได้อย่างแน่นอน!
“ท่านเย่วหวู่ตง พลังของท่านช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก”
ด้านหลังของชายหนุ่มชุดสีเหลืองเข้ม
มีชายชราผมขาวยืนอยู่
ชายชราผู้นี้สวมใส่ชุดสีเหลืองเช่นเดียวกันกับชายห
นุ่ม จากคำพูดของเขา
เป็นที่แน่นอนเลยว่าชายหนุ่มชุดสีเหลืองเข้มไม่ใช่ใค
รที่ไหน นอกจากผู้มีระบบเปลี่ยนชีวิตที่ 8 เอเธอร์
เย่วหวู่ตง!
เย่วหวู่ตงคนที่ไป๋เฉินคิดว่ารับมือยากรองลงมาจากลั่
วจิ้นหมิง!
“ข้าไหนเลยแข็งแกร่งอันใด
ท่านหวงช้งชมเกินไปแล้วขอรับ” เย่วหวู่ตงแย้มยิ้ม
รอยยิ้มของเขาช่างเจิดจ้าราวกับแสงรุ่งอรุณ
“แต่ข้าก็ต้องขอบคุณท่าน
หากไม่ได้คำทำนายอันแม่นยำของท่าน
ข้าคงไม่สามารถกำจัดศัตรูของข้าไปได้รวดเร็วเช่น
นี้”
ชายชราผู้ถูกเรียกว่าหวงช้งได้แต่ส่ายหน้าไปมา
“ท่านถ่อมตัวเกินไป
ท่านอย่าได้ลืมว่าท่านเป็นถึงผู้อาวุโสหนึ่งของวิหารเ
ซียนรุ่งอรุณอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร
ผู้มีพลังพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับว่างเปล่าขั้นต้น!”
ชายชราหวงช้งหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ
“เรื่องที่ข้าช่วยท่าน เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ข้าไม่เข้าใจเลยว่าคนผู้ที่ท่านเพิ่งจะกำจัดไป
เป็นศัตรูของท่านได้อย่างไร
ในเมื่อมันเป็นเพียงผู้มีพื้นฐานฝึกตนในระดับตัดสรร
พสิ่งขั้นต้นเท่านั้น ไม่แม้จะเข้าใกล้ขั้นกลาง!”
เย่วหวู่ตงยิ้ม “เรื่องนี้ช่างมันไปเถอะ
จะอย่างไรศัตรูของข้าก็ตายไปแล้ว
ไม่มีค่าใดให้ต้องพูดถึงอีก!”
ชายชราหวงช้ง เห็นว่าเย่วหวู่ตงไม่ต้องการจะบอก
เขาก็ไม่กล้าชักถามให้วุ่นวาย
เนื่องจากเขาอ่อนแอกว่าเย่วหวู่ตงอยู่ขั้นหนึ่ง
เขาเป็นผู้ฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่งขั้นปลาย
และไม่ใช่เพียงแค่เขาอ่อนแอกว่าเย่วหวู่ตงเท่านั้น
ตำแหน่งฐานะของเขาก็อ่อนแอกว่าด้วย
เย่วหวู่ตงเป็นผู้อาวุโสหนึ่งของวิหารเซียนรุ่งอรุณ
ส่วนเขาเป็นผู้อาวุโสสอง
ถ้าจะถามว่าวิหารเซียนรุ่งอรุณคืออะไรนั้น
คำตอบเห็นทีจะมีเพียงหนึ่งในสองขุมอำนาจใหญ่ขอ
งอาณาจักรเสวียนโจว
อาณาจักรเสวียนโจวมีเพียงแค่สองขุมอำนาจใหญ่เ
ท่านั้น สองขุมอำนาจนี้แก่งแย่งอำนาจ
อาณาเขตกันมาช้านาน แต่ยังไม่อาจตัดสินกันได้
หนึ่งในขุมอำนาจนี้แน่นอนว่าคือวิหารเซียนรุ่งอรุณ
ส่วนอีกขุมอำนาจหนึ่งมีชื่อว่าวิหารเซียนราตรี
จะเห็นได้ชัดว่าทั้งสองขุมอำนาจ มีชื่อต้นเหมือนกัน
จะแตกต่างกันเพียงชื่อหลังเท่านั้นที่ไม่เหมือน
มันเป็นคำตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
เปรียบดั่งยามรุ่งอรุณและยามราตรี
เหตุผลที่ทั้งสองขุมอำนาจมีชื่อต้นเหมือนกันไม่ใช่อะ
ไรอื่น
นอกจากแต่ก่อนทั้งสองขุมอำนาจเคยเป็นขุมอำนาจ
หนึ่งเดียวกัน นั่นก็คือวิหารเซียน
แต่ด้วยเหตุผลการแย่งชิงตำแหน่งเจ้าวิหาร
ทำให้วิหารเซียนแตกออกเป็นสองฝั่ง
ฝั่งแรกย่อมเป็นวิหารเซียนรุ่งอรุณ
ส่วนฝั่งที่สองย่อมเป็นวิหารเซียนราตรี!
“เช่นนั้น พวกเราจะกลับกันเลยหรือไม่?”
ชายชราหวงช้งพลันถามออกมา
เย่วหวู่ตงครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า
เขาคิดว่าในสถานที่แห่งนี้
ไม่น่าจะมีอะไรให้เขาทำอีกแล้ว
กลับวิหารเซียนรุ่งอรุณเลยก็ไม่มีอะไรเป็นปัญหา
เรื่องในวันนี้ที่เขาสามารถฆ่าผู้มีระบบเปลี่ยนชีวิตอีก
คนหนึ่งได้ ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
เรื่องนี้เขาไม่พูดไม่ได้ว่ามันเป็นความดีความชอบขอ
งชายชราหวงช้ง
ถ้าไม่ได้คำทำนายของชายชราหวงช้ง
เกรงว่าเขาคงไม่อาจรู้ได้ว่ามีผู้มีระบบเปลี่ยนชีวิตคน
ที่เหลือข้ามจากอาณาจักรอื่นมายังอาณาจักรเสวียน
โจวแห่งนี้
และเขาคงจะไม่อาจลงมือฆ่าได้อย่างเด็ดขาดชัดเจน
อย่างที่ทำลงไปเมื่อครู่นี้ได้
‘ตอนนี้ในอาณาจักรเสวียนโจวแห่งนี้
คงเหลือเพียงแค่เย่หยานคนเดียวเท่านั้นที่เราจะต้อง
จัดการ!’ เย่วหวู่ตงคิดในใจ
แต่คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เขาก็รู้สึกปวดหัว
เนื่องจากเย่หยานเป็นคนของวิหารเซียนราตรี
ทั้งยังมีตำแหน่งฐานะไม่ธรรมดา
เป็นถึงศิษย์รักของเจ้าวิหารเซียนราตรี
ซึ่งเป็นครึ่งเซียนคนหนึ่ง!
ถ้าเขาลงมือกับเย่หยาน
เจ้าวิหารเซียนราตรีไม่เอาเขาไว้แน่
ต่อให้เป็นเจ้าวิหารเซียนรุ่งอรุณที่เป็นครึ่งเซียนเช่นเ
ดียวกัน ก็คงจะช่วยเขาให้รอดไม่ได้
การไปฆ่าลูกศิษย์อันเป็นที่รักของเจ้าวิหารเซียนราต
รีนั้น ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยแม้แต่น้อย
กลับกัน มันเป็นเรื่องที่ใหญ่โตเป็นอย่างมาก
มากเกินกว่าที่เย่วหวู่ตงจะรับได้ไหว
ถ้าจะถามว่าเขารู้ได้ยังไงว่าผู้มีระบบเปลี่ยนชีวิตที่
12 ทีฟา
เย่หยานเป็นลูกศิษย์ของเจ้าวิหารเซียนราตรีนั้น
คำตอบล้วนเป็นเพราะว่าคำทำนายของหวงช้ง
เรียกได้ว่าคำทำนายของหวงช้งแม่นยำเป็นอย่างมาก
แทบจะไม่มีใดผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย
‘ถึงเย่หยานจะอ่อนแอกว่าเรามาก
แต่การที่จะจัดการเธอนั้น เป็นเรื่องยากมาก
ต้องรอโอกาสและเวลาที่เหมาะสม!’
เย่วหวู่ตงคิดในใจ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
ด้วยที่เขาคิดในใจแบบนี้
เป็นที่ชัดเจนว่าเย่หยานอ่อนแอกว่าเขา
ทั้งยังอ่อนแอกว่ามากด้วย
เย่หยานมีระดับพื้นฐานฝึกตนเพียงระดับตัดสรรพสิ่ง
ขั้นต้นเท่านั้น
สุดท้ายเย่วหวู่ตงก็ส่ายหน้าไปมา เลิกที่จะคิดเรื่องนี้
เขาพลันพยักหน้าให้กับชายชราหวงช้งที่ยืนนิ่งเงียบ
รอเขา โดยไม่ได้ออกปากเร่งเขา
“ตกลง พวกเรากลับวิหารเซียนรุ่งอรุณกันเถอะ”
พูดจบคำนี้ เย่วหวู่ตงก็เก็บกระบี่สีเหลืองเข้าฝัก
ร่างกายพลันวูบหายไปในความว่างเปล่า
ไม่หลงเหลือภาพเงาร่างใดๆ ไว้ทั้งสิ้น
มองเห็นเย่วหวู่ตงจากไป
ชายชราหวงช้งก็มีสีหน้ารังเกียจขึ้นมา
‘สารเลวหวู่ตง
ถ้าไม่ใช่ว่าเจ้าได้รับสืบทอดพลังฟื้นฐานฝึกตนมาจา
กผู้อาวุโสหนึ่งคนก่อน
เจ้าจะกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับว่างเปล่าขั้นต้น
ยืนอยู่เหนือศีรษะของเขาได้อย่างไร?!’
ความคิดในใจเหล่านี้ของชายชราหวงช้ง
เด่นชัดยิ่งว่า…ที่เย่วหวู่ตงแข็งแกร่งได้อย่างทุกวันนี้
เป็นเพราะว่าเขาได้รับสืบทอดพลังพื้นฐานฝึกตนมา
จากผู้อาวุโสหนึ่งคนก่อน ที่เขาบังเอิญไปช่วยไว้
ในเวลาที่อีกฝ่ายใกล้จะตายพอดี
เพื่อเป็นการตอบแทนก่อนตาย
ผู้อาวุโสหนึ่งคนก่อนของวิหารเซียนรุ่งอรุณ
จึงถ่ายโอนพลังพื้นฐานฝึกตนให้แก่เย่วหวู่ตง
ส่งผลให้เย่วหวู่ตงได้เป็นผู้ฝึกตนระดับว่างเปล่าขั้นต้
น รวมถึงเป็นผู้อาวุโสหนึ่งของวิหารเซียนรุ่งอรุณ
ชายชราหวงช้งแสดงสีหน้ารังเกียจอยู่ชั่วครู่
ร่างกายก็หายวับไป
ด้วยการจากไปของคนทั้งสอง
แรงสั่นสะเทือนก็หยุดลง
……………………………
ระบบเปลี่ยนชีวิต