System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 578 :
แรงกดดันน่าสะพรึง
ยามค ่าคืนได้มาถึงอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงจันทร์
บนภูเขาสูงเสียดฟ้าที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร
มีผู้คนยืนเผชิญหน้ากันรวมแล้วสิบห้าคน
โดยที่ฝั่งหนึ่งมีเจ็ดคน ส่วนอีกฝั่งหนึ่งนั้นมีแปดคน
ซึ่งผู้คนทั้งสองฝั่งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน
นอกจากคนของวิหารเซียนรุ่งอรุณกับวิหารเซียนราตรี
ทั้งสองขุมอำนาจได้ลงความเห็นกันว่าสมควรยุติทุกสิ่งด้วยการ
ต่อสู้ของคนระดับสูง
จะเห็นได้ว่าผู้คนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดต่างก็เป็นชนชั้นระดับสูงของวิ
หารเซียนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าวิหาร รองเจ้าวิหาร
ผู้อาวุโสสูงสุด ผู้อาวุโสหนึ่งจนถึงผู้อาวุโสสี่
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคนระดับสูงของวิหารเซียนทั้งหมดแล้ว
เนื่องจากคนที่เป็นผู้อาวุโสของวิหารเซียนได้ต้องมีพื้นฐานฝึกต
นระดับตัดสรรพสิ่งขึ้นไปเท่านั้น
และในที่แห่งนี้ก็ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่มีพื้นฐานฝึกตนต ่ากว่าระดั
บตัดสรรพสิ่ง
ทุกคนต่างมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับตัดสรรพสิ่งขั้นต้นจนถึงร
ะดับครึ่งเซียนทั้งสิ้น!
โดยผู้ที่มีพื้นฐานฝึกตนระดับครึ่งเซียนมีสองคน
ซึ่งก็คือเจ้าวิหารทั้งสองคน
เจ้าวิหารเซียนราตรีย่อมเป็นเฮยโม่เซี่ย
ส่วนเจ้าวิหารเซียนรุ่งอรุณมีชื่อว่าเฉินซวนเฟย
เฉินซวนเฟยเป็นชายชราเช่นเดียวกันกับเฮยโม่เซี่ย
เขาอยู่ในชุดสีเหลืองทองงดงาม
ทั่วร่างแผ่กระจายกลิ่นอายลี้ลับออกมา
นอกนั้นก็มีพื้นฐานฝึกตนตามตำแหน่งฐานะ
รองเจ้าวิหารมีพื้นฐานฝึกตนระดับว่างเปล่าขั้นปลาย
ผู้อาวุโสสูงสุดระดับว่างเปล่าขั้นกลาง
ผู้อาวุโสหนึ่งระดับว่างเปล่าขั้นต้น
ผู้อาวุโสสองระดับตัดสรรพสิ่งขั้นปลาย ส่วนผู้อาวุโสสาม สี่
มีพื้นฐานฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่งขั้นกลางและขั้นต้นตามลำดับ
ในที่นี้คงจะมีเพียงคนเดียวที่มีพื้นฐานฝึกตนในระดับตัดสรรพสิ่
งขั้นปลาย แต่ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นผู้อาวุโสสอง
ซึ่งเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย เธอก็คือเย่หยาน
เย่หยานในตอนนี้ เธอยืนอยู่ข้างๆ เฮยโม่เซี่ย
เห็นได้ชัดว่าฝั่งที่มีแปดคนก็คือฝั่งของวิหารเซียนราตรี
“นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันโม่เซี่ย?
เหตุใดคนของพวกเจ้าถึงมีแปดคน!”
เฉินซวนเฟยขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
ในขณะที่เขามองไปที่เย่หยาน
เขาที่เป็นเจ้าวิหารเซียนรุ่งอรุณ
ย่อมรู้ว่าหญิงสาวคนนี้ก็คือคนที่เย่วหวู่ตง
ผู้อาวุโสหนึ่งของวิหารเซียนรุ่งอรุณของเขาต้องการฆ่า
และก็เป็นชนวนของสงครามเช่นเดียวกัน
เฮยโมเซี่ยมีสีหน้าเย็นชาเป็นอย่างมาก
เวลาที่เขามองไปยังเฉินซวนเฟย
เขาพูดออกมาด้วยน ้าเสียงราบเรียบ
“ซวนเฟย อย่าได้ห่วง
ข้าจะให้เจ้าได้ผนึกพลังพื้นฐานฝึกตนของนางไว้
แม้เป็นข้าคงยากจะถอดถอนผนึกของเจ้าได้โดยง่าย
เมื่อเป็นแบบนี้ เจ้าก็สมควรวางใจ ว่าที่นางมาอยู่ที่นี่
ก็เพียงเพื่อเป็นผู้ชมเท่านั้น!”
ได้ยินคำพูดนี้ของเฮยโม่เซี่ย
ดวงตาของเฉินซวนเฟยเผยประกายขึ้นมาเล็กน้อยโดยไม่ผิดสั
งเกตุ เขาคิดว่า หากตัวเองอาศัยโอกาสนี้ฆ่าเย่หยานซะ
มันก็คงจะดีไม่น้อย
ที่จะลดผู้ฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่งขั้นปลายของวิหารเซียนราตรีไ
ปคนหนึ่ง
“เอาตามที่เจ้าว่า” เฉินซวนเฟยสีหน้าสงบ เรียบเฉย
เวลาที่ตอบออกมา
อย่างไรก็ดี มีหรือที่เฮยโม่เซี่ยจะไม่รู้ความคิดของอีกฝ่าย
เขายิ้มเล็กน้อยออกมา ทำเป็นมองไม่เห็น
มองเห็นรอยยิ้มเล็กน้อยของเฮยโม่เซี่ย
ใจของเฉินซวนเฟยสั่นไหวเล็กน้อย
เขามีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปีเช่นเดียวกันกับเฮยโม่เซี่ย
ย่อมเป็นชนชั้นระดับจิ้งจอกเฒ่าด้วยกัน
ด้วยเหตุนี้
เขาย่อมคิดได้ว่านี่อาจจะเป็นแผนการลวงให้เขาลงมือ
แล้วมีกับดักบางอย่างที่ร้ายแรงอยู่
เฉินซวนเฟยขบคิดลังเลในใจตนอยู่แค่เวลากระพริบตาผ่าน
สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่อาศัยโอกาสนี้ฆ่าเย่หยาน
เห็นได้ชัดเจนว่า เขาได้ชั่งน ้าหนักดูแล้วว่า
การไม่ลงมือกับเย่หยาน เป็นทางที่ดีกว่า
แต่ความคิดนี้ก็เป็นแค่เขาที่คิด เย่วหวู่ตงแน่นอนไม่ได้คิดเช่นนี้
เสียงผ่านจิตของเย่วหวู่ตงถูกส่งผ่านมาอย่างรวดเร็ว
‘ท่านเจ้าวิหาร ขอท่านอาศัยโอกาสนี้ฆ่านางให้ข้า!’
‘ไม่อาจกระทำ
พวกเราไม่รู้ว่าจิ้งจอกเฒ่าอย่างเฮยโม่เซี่ยวางแผนการอะไรไว้
หากว่ามีกับดักที่ร้ายแรง พวกเราคงได้แย่แน่!’
ในวินาทีที่ได้รับฟังเสียงผ่านจิตของเย่วหวู่ตง
เฉินซวนเฟยไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะตอบกลับอย่างรวดเร็ว
‘แต่ว่าท่านเจ้าวิหาร…’ เย่วหวู่ตงราวกับจะไม่ยินยอมในเรื่องนี้
อย่างไรก็ดี เขายังไม่อาจส่งเสียงผ่านจิตมาได้จบครึ่ง
ก็ถูกเฉินซวนเฟยตัดบทคำพูด ‘พอแล้ว!
อย่าได้วุ่นวายในเรื่องนี้อีก ให้เจ้าตั้งใจต่อสู้
ข้าเชื่อว่าฝ่ายเราจะเป็นฝ่ายชนะ เมื่อเป็นแบบนั้น
เมื่อเจ้าอยากให้นางตาย มีหรือที่นางจะยังมีชีวิตอยู่?!’
เย่วหวู่ตงได้แต่พยักหน้ารับ
ไม่กล้าที่จะส่งเสียงผ่านจิตออกไปอีก
เขารู้ดีว่าถ้าฝืนดึงดันคิดบอกกล่าวให้เฉินซวนเฟยอาศัยโอกา
สฆ่าเย่หยานต่อไป อีกฝ่ายจะเกิดโทสะต่อเขาได้ ด้วยเหตุนี้
ยังมีสิ่งใดที่เขาพอจะทำได้หรือ นอกจากพยักหน้ารับ
รองเจ้าวิหารของสองวิหารเซียน รวมถึงผู้อาวุโสคนอื่นๆ
ทั้งหมด ไม่มีความเห็นใด ต่างยืนนิ่งเงียบด้วยใบหน้าเคร่งครึม
“ซวนเฟย เจ้าสมควรลงมือได้แล้ว”
เฮยโม่เซี่ยเอ่ยเร่งเฉินซวนเฟย
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ลงมือสักที
“ได้” เฉินซวนเฟยพลันชี้นิ้วไปยังเย่หยาน
ร่างกายของเธอพลันถูกแสงสีทองเข้าห่อหุ้ม
ทันใดนั้นพื้นฐานฝึกตนของเธอก็ถูกระงับ
เรียกได้ว่าในตอนนี้เธอ
ไม่ได้แตกต่างจากคนธรรมดาเลยแม้แต่น้อย
เย่หยานไม่รู้สึกอะไรในเรื่องนี้ เธอเพียงพยักหน้าอย่างเบาๆ
ครั้งหนึ่ง
ภายในใจของเธอมีความเชื่อมั่นอย่างมากล้นว่าศึกตัดสินระหว่
างผู้คนระดับสูงของสองวิหารเซียนอย่างวิหารเซียนรุ่งอรุณกับวิ
หารเซียนราตรี วิหารเซียนราตรีที่เธออยู่จะเป็นผู้ชนะ
นอกจากนี้ เธอยังมีความมั่นใจด้วยว่าจะฆ่าเย่วหวู่ตงได้
แตกต่างจากเมื่อสิบปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ที่เธอไม่มีความมั่นใจ
เหตุผลนั้นไม่ได้มีอะไรมาก
นอกจากเธอไล่ตามเย่วหวู่ตงมาจนเกือบที่จะทันเขาแล้ว
“เช่นนั้น พวกเราสมควรมาเริ่มตัดสินกันได้แล้ว!”
เฉินซวนเฟยพูด น ้าเสียงของเขาเย็นชามาก
อย่างไรก็ตาม
ในช่วงเวลานี้ที่ทางของเฮยโม่เซี่ยยังไม่ตอบรับก็บังเกิดแรงกดดั
นน่าพรั่นพรึงสายหนึ่งขึ้นที่เส้นขอบฟ้า!
แรงกดดันนี้รุนแรงทรงพลังเป็นอย่างมาก
ใบหน้าของทุกผู้ทุกคนที่อยู่บนภูเขาสูงลูกนี้
พลันมีใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง
ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
“ระ…แรงกดดันอะไรกัน?!”
เฮยโม่เซี่ยกับเฉินซวนเฟยแทบจะพูดออกมาพร้อมกันด้วยเสียง
ที่สั่นๆ อยู่บ้าง
สายตาของทุกคนในที่นี้ พลันมองไปยังเส้นขอบฟ้า ทันใดนั้น
พวกเขาก็ได้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสีเงินกำลังก้าวเดินลงมำจากเส้นขอบฟ้าอย่างเชื่องช้า
ชายหนุ่มคนนี้มีสีหน้าเย็นชา ผมสองสี สีขาวและสีดำ
เขามีดวงตาเพียงข้างเดียว นั่นคือตาซ้าย
ส่วนตาขวาของเขานั้นปิดสนิท มีรอยแผลเป็นน่ากลัวตัดผ่าน
เฉกเช่นเดียวกันกับดวงตา
แขนของเขาก็มีเพียงข้างเดียวคือแขนซ้าย
แขนขวาได้ขาดหายไป
แขนเสื้อข้างขวาโบกพัดสะบัดตามแรงลมไปมาอย่างบางเบา
จบบทที่ 578