System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 588 :
ผู้เป็นอมตะตาย!
“หายไปจากตรงหน้าข้า!”
เสียงคำรามของเร็นอู่ก้องออกไปรอบทิศทาง
ภายในใจของเขารู้สึกสะใจขึ้นมา ที่ไป๋เฉินกำลังจะตาย
ด้วยระยะประชิดเช่นนี้ อีกฝ่ายไม่มีทางรอดไปได้อย่างแน่นอน
กับสุดยอดกระบวนท่าของเขา
ที่ใช้ออกด้วยรังสีปราณอมตะทั้งหมด
อย่าว่าแต่ไป๋เฉินเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับอมตะขั้นต้นเลย
ต่อให้ผู้ฝึกตนระดับอมตะขั้นกลางมาเผชิญกับกระบวนท่านี้
ย่อมไม่อาจหนีพ้นความตายไปได้!
เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเร็นอู่มีความมั่นใจเป็นอย่างมาก
มั่นใจจนไม่สนเพลิงสีเงินที่ไป๋เฉินโยนออกไปก่อนหน้านี้
ไป๋เฉินรับรู้ได้ถึงอันตรายจากข้างหลัง
แต่เขาหาได้หยุดหมัดของตัวเองไม่
เขายังคงชกมันลงไปที่ใบหน้าของเร็นอู่
ตูม!
ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดที่รุนแรง
ชนิดที่รุนแรงราวกับโลกพังทลายลงดังขึ้นมา
รอบด้านปรากฏความบิดเบี้ยว การสั่นสะเทือน การแตกร้าว
รวมไปถึงเกิดลมพายุขนาดใหญ่เป็นเกลียวคลื่นหมุนวนน่าหวา
ดหวั่นพรั่นพรึงขึ้นมา
ห้วงมิติฉีกขาดออกเป็นห้วงแห่งความว่างเปล่าจนไม่รู้จะฉีกยังไ
งได้อีก!
ร่างหนึ่งได้ปลิวกระเด็นออกไป
ท่ามกลางความน่าหวาดกลัวที่เพิ่งจะเกิดขึ้น
ร่างนี้เป็นร่างไร้ศีรษะ สวมใส่ชุดสีทอง
ที่ในตอนนี้เต็มไปด้วยเลือดจำนวนมาก
ซึ่งเจ้าของร่างนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเร็นอู่!
เร็นอู่ในตอนนี้แน่นอนว่าตายแล้ว
เขาตายด้วยความมั่นใจของตัวเอง
ก่อนตายเขาล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
จะไม่ให้เขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวได้ยังไงในเมื่อเขากำลังจ
ะตาย!
ในวินาทีเมื่อครู่นี้
ก่อนที่เงาร่างฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยเพลิงสีทองจะพุ่
งเข้าบดขยี้ทำลายล้างไป๋เฉิน
เพลิงสีเงินก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า
พุ่งเข้าปะทะกับเงาร่างฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยเพลิงสี
ทองอันน่าหวาดกลัว
ซึ่งการปะทะกันของทั้งสองก็ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์น่าหวาดกลั
วเมื่อครู่นี้ขึ้นมา!
นอกจากนี้ในเวลาเดียวกันที่เพลิงสีเงินกับเงาร่างฝ่ามือขนาดใ
หญ่ปะทะกัน
หมัดของไป๋เฉินก็พุ่งปะทะเข้าใส่ใบหน้าที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งของเ
ร็นอู่
เร็นอู่ไม่มีแม้แต่โอกาสร้องก่อนตาย
ใบหน้าที่เหลือเพียงครึ่งเดียวของเขาแตกระเบิดออกด้วยหมัดข
องไป๋เฉิน สิ้นชีวิตตายลงตรงนั้น
จนร่างปลิวกระเด็นออกไปไกล!
หลังส่งหมัดปลิดชีพเร็นอู่ ไป๋เฉินไม่ลังเลที่จะหายตัวไป
ก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากการปะทะอันรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้น
ไป๋เฉินมาปรากฏตัวอีกครั้งในพื้นที่ที่ห่างไกลมาก
เขาหยุดยืนบนภูเขาลูกหนึ่ง หอบหายใจออกมาเล็กน้อย
การต่อสู้กับเร็นอู่ เขาได้รับชัยชนะอันงดงาม
เนื่องจากเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย
จะมีก็เพียงแต่สูญเสียรังสีปราณอมตะไปเป็นจำนวนมากก็เท่านั้
นเอง
ความจริง ไป๋เฉินจะใช้สัจธรรมแห่งกาลเวลาฆ่าเร็นอู่เลยก็ได้
เพราะมันง่ายกว่ากันมาก แต่ที่เขาไม่ได้ทำ
ล้วนเป็นเพราะว่าอยากที่จะรู้ขีดจำกัดของพลังตัวเองว่าเขาแข็ง
แกร่งระดับไหนแล้วในพื้นฐานฝึกตนระดับอมตะขั้นต้น
และในตอนนี้เขาก็ได้รับรู้แล้วว่าเขาแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนระดับ
อมตะขั้นกลาง อย่างไรก็ดี
ความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่อาจที่จะเทียบกับขั้นปลายของระดับ
อมตะได้ เขาไม่แม้แต่จะใกล้เคียงเลยด้วยซ ้า
“หือ?” ทันใดนั้น ไป๋เฉินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
สายตาจ้องมองออกไปยังทิศทางที่ตัวเองจากมา
เขาสัมผัสได้ว่าอาวุธระดับอมตะของเขา
ซึ่งก็คือดาบหักเล่มนั้นได้ดับสลายแล้ว
มันดับสลายไปพร้อมกับกระบี่สีทองของเร็นอู่
เป็นที่แน่นอนว่าอาวุธระดับอมตะทั้งสองได้ปะทะต่อสู้กันจนดับส
ลายทั้งสองฝ่าย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไป๋เฉินต้องถอนหายใจ
ความคิดของเขาต่อจากนี้ อันดับแรกคือการพักฟื้น
จากนั้นเดินทางไปที่พระราววังจักรวรรดิหลงเทียน
ลงมือฆ่าสังหารเร็นเทียนตี้
ผู้เป็นจักรพรรดิคนปัจจุบันของจักรวรรดิหลงเทียน
รวมไปถึงเป็นปู่แท้ๆ ของเร็นอู่
เมื่อฆ่าเร็นเทียนตี้แล้ว เป้าหมายต่อไปของเขาก็คือหลิ่งฉิ่งหาน
เมื่อฆ่าเธอได้
เขาก็จะกลายเป็นผู้ชนะสงครามของผู้มีระบบครั้งนี้!
และเมื่อถึงตอนนั้น
เวลาที่เขาจะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุขกับพ่อแม่และหญิงสำวที่เขารักทั้งสามคนอย่างหลี่หลิน
หลงซูอินและซูเสวี่ยหนิงก็อยู่ไม่ไกลแล้ว!
ไป๋เฉินพลันนั่งลงเข้าฌานเพื่อดูดซับเอาไอปราณสวรรค์ที่อยู่ร
อบบริเวณนี้มาฟื้นฟูรังสีปราณอมตะของตน
เทียบกันกับพลังปราณในระดับพื้นฐานฝึกตนอื่นๆ แล้ว
พลังปราณในระดับอมตะหรือก็คือรังสีปราณอมตะ
มันฟื้นฟูได้ล่าช้ากว่ามาก
ไป๋เฉินคิดว่าอย่างน้อยต้องมีหนึ่งอาทิตย์
เขาถึงจะฟื้นคืนรังสีปราณอมตะได้ทั้งหมด
ขณะที่กำลังดูดซับไอปราณสวรรค์อย่างต่อเนื่อง
ไป๋เฉินก็พลันคิดไปถึงเรื่องที่เขามาอยู่ภายในโลกปราณสวรรค์
แห่งนี้ 16-17 ปีแล้ว อายุของเขาก็กลายเป็น 35 ปี
เลยจากอายุเดิมก่อนที่จะย้อนเวลากลับมาถึง 5 ปี
แต่ถึงแม้ว่าเขาจะมีอายุ 35 ปี
แต่รูปลักษณ์ของเขาก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก
เหมือนว่ารูปร่างหน้าตาของเขาจะหยุดอยู่ช่วงประมาณอายุ
20-25 ปีอย่างไรอย่างนั้น
คิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขาก็คิดไปถึงเรื่องระบบเปลี่ยนชีวิตด้วย
เลเวลของเขาในตอนนี้อยู่ที่เลเวล 100 แล้ว
และมันก็เป็นเลเวลสูงสุดแล้ว ไม่อาจที่จะเพิ่มไปได้มากกว่านี้อีก
ด้วยที่เลเวล 100 เป็นเลเวลสูงสุด
ภารกิจย่อยก็หมดไปแล้วเช่นกัน ไม่มีภารกิจย่อยใดให้ทำอีก
จะเหลือก็เพียงแต่ภารกิจหลักเท่านั้น
นั่นก็คือชนะสงครามของผู้มีระบบ
แล้วถึงจะได้รับความปรารนาที่เป็นจริงได้หนึ่งข้อมา
บอกตามตรงว่าไป๋เฉินมีคะแนนโบนัสมหัศจรรย์อยู่จำนวนมาก
จากการทำภารกิจย่อยในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้
จนได้รับคะแนนจนเลเวลเต็ม
เขาไม่ได้เอาคะแนนโบนัสมหัศจรรย์ไปใช้แลกเปลี่ยนเป็นสิทธิ์กำรสุ่มเลย
เนื่องจากสิทธิ์การสุ่มมีถึงเพียงระดับสุดยอดเท่านั้น
ซึ่งความแข็งแกร่งของเขา มันเกินระดับสุดยอดมาแล้ว
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
ที่ไป๋เฉินจะไม่ใช้คะแนนโบนัสมหัศจรรย์
………………………………..
ย้อนกลับไปในเวลาก่อนหน้านี้เล็กน้อย
เป็นเวลาเดียวกันกับที่เร็นอู่ตาย
ภายในพระราชวังลอยฟ้าหลังใหญ่โตสีทองสวยงามหรูหรา
จนไม่สามารถที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
ชายชราผู้มีผมสีขาวทั่วศีรษะ ใบหน้าเหี่ยวย่น
รูปร่างซูบผอมราวกับมีเพียงแต่หนังหุ้มกระดูกในชุดสีทองยืนอ
ยู่ในกลางของพระราชวังลอยฟ้า
อันที่จริงภายในพระราชวังลอยฟ้า
ก็มีชายชราคนนี้เพียงคนเดียว ไม่มีผู้ใดอื่นอยู่เลยแม้แต่น้อย
เดิมทีชายชรากำลังหลับตา ทว่าเขาพลันดวงตาเบิกโพล่งขึ้น
ร่างกายที่ซูบผอมสั่นสะท้านสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง
ใบหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก ราวกับโลกพลิกคว ่า
ริมฝีปากของเขาสั่น ส่งเสียงราวพึมพำออกมา
“ปะ…เป็นไปไม่ได้! อู่เอ๋อร์จะตายแล้วได้อย่างไร?
ผู้เป็นอมตะขั้นกลางไหนเลยตายลงได้อย่างง่ายดาย!”
น ้าเสียงของชายชราผู้นี้
ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อว่าเร็นอู่
ผู้ฝึกตนระดับอมตะขั้นกลางตายแล้ว
จากการที่เขารับรู้ได้ในทันทีว่าเร็นอู่ตายแล้ว
ตัวตนของเขาย่อมไม่ใช่ใครที่ไหน
นอกเสียจากจักรพรรดิคนปัจจุบันของจักรวรรดิหลงเทียน…เร็
นเทียนตี้!
จบบทที่ 588