System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 604 : ร่วมกันลงมือ
บทที่ 604 : ร่วมกันลงมือ
“เรื่องน่าสนุกเช่นนี้ จะขาดข้าน้อยไปได้อย่างไร?”
ในขณะที่เจี้ยนอู่ชวงกระจายปราณเทวะอันเข้มข้น
ออกมานั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ผู้มาเป็นชายหนุ่มที่ดูอายุ
ย่างเข้าใกล้วัยกลางคน แต่พื้นฐานฝึกตนของชายคนนี้
นับว่าเป็นที่น่าอ่อนแอมาก เพราะเขาเพียงมีพื้นฐานฝึก
ตนอยู่ในระดับตำนานขั้นต้นเพียงเท่านั้น
“อู่เหวินต้ง” เจี้ยนอู่ชวงมองไปก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียด
ออกมาในทันที แต่เธอย่อมไม่ได้แสดงสีหน้าเคร่งเครียด
เพียงเพราะอู่เหวินต้ง ผู้มีพื้นฐานฝึกตนระดับตำนาน
ขั้นต้นมา หากแต่แสดงออกมาเพราะผู้อยู่ข้างหลังเขา
ผู้ที่มากับอู่เหวินต้งเป็นชายวัยกลางคนผิวพรรณดี
ใบหน้ามีสง่าราศี ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์ออกมา
สวมใส่ชุดคลุมมังกรทอง ที่มีคำว่า ‘อู่’ สลักอยู่ บนศีรษะ
ของคนผู้นี้ มีเงาของมงกุฏปรากฏอยู่เลือนลาง
เขาไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากจักรพรรดิของราชวงศ์อู่ใน
อาณาจักรอู่โจว…อู่หวังเทียน!
ก่อนหน้าอู่หวังเทียนเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับเทวะขั้น
กลางเท่านั้น อย่างไรก็ตามแต่ในตอนนี้เขาเข้ามาอยู่ใน
ขั้นปลายแล้ว เห็นได้ชัดว่าในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา
เกือบจะยี่สิบปี เขามีการพัฒนาเป็นอย่างมาก
อู่เหวินต้งที่อยู่ข้างหน้าเขาก็คือลูกชายคนโตของเขาเอง
ถ้าหากจะถามว่าด้วยเหตุผลอันใดอู่หวังเทียนและลูกชาย
ของเขาอย่างอู่เหวินต้งถึงได้มาอยู่ที่อาณาจักรผิงโจวนั้น
เรื่องราวต้องย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน
บรรพชนของราชวงศ์อู่อย่างอู่เส้าเฟิง ไม่รู้ว่าไปได้โชค
วาสนาอะไรมา ทำให้พื้นฐานฝึกตนพุ่งพรวดขึ้นจาก
ระดับตัดสรรพสิ่งขั้นต้นมาถึงระดับตัดสรรพสิ่งขั้นปลาย!
พอได้กลายเป็นผู้ฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่งขั้นปลาย สิ่ง
แรกที่อู่เส้าเฟิงกระทำคือกวาดล้างขั้วอำนาจใหญ่ใน
อาณาจักรอู่โจวให้หมด
ด้วยการลงมือของอู่เส้าเฟิง ไม่ว่าจะเป็นอารามเพลิงทมิฬ
ก็ดี สำนักทองคำก็ช่าง รวมไปถึงสำนักเทพยุทธ์ ตระกูล
ฟ่านและตระกูลเทียน ต่างก็ถูกทำลายล้าง!
พอกวาดล้างขั้วอำนาจในอาณาจักรอู่โจวทั้งหมด อู่เส้า
เฟิงก็นำราชวงศ์อู่เข้ามาตั้งรกรากในอาณาจักรผิงโจว
ด้านซื่อเจี่ยอิงกับสุ่ยเหมยเสียไม่คัดค้านอะไร เนื่องจาก
ไม่อยากมีปัญหากับผู้ฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่งขั้นปลาย
เหมือนกัน
แต่ว่ามันก็ต้องอยู่ในขอบเขตที่ว่าไม่ล ้าเส้น หากว่าล ้าเส้น
ไม่ว่าจะเป็นซื่อเจี่ยอิงก็ดีหรือว่าสุ่ยเหมยเสียก็ช่าง พร้อม
เปิดศึกได้ทุกเมื่อ พวกนางย่อมไม่หวาดกลัวการต่อสู้อยู่
แล้ว
“อู่หวังเทียน เจ้าคิดจะล ้าเส้น?” เจี้ยนอู่ชวงที่มีสีหน้า
เคร่งเครียด สูดลมหายใจเข้าลึก พูดออกมากับอู่หวัง
เทียน
อู่หวังเทียนสบตากับเจี้ยนอู่ชวงอย่างไม่รู้สึกอะไร “ล ้า
เส้น? จะว่าล ้าเส้นได้อย่างไร ข้าเพียงแค่ช่วยสุ่ยเฉิงกาน
เท่านั้น”
เจี้ยนอู่ชวงภายในใจเวลานี้ แน่นอนว่าเต็มไปด้วยความ
โกรธ เธออยู่ของเธอเงียบๆ ตลอดเกือบจะยี่สิบปีมานี้ ไม่
เคยไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไม่เคยแม้กระทั่งไป
ระรานใคร แต่คนพวกนี้กลับคิดที่จะจัดการเธอ เธอที่
ไม่ใช่แม่พระผู้โอบอ้อมอารีจะไม่โกรธได้ยังไง?
เธอพลันพลิกมือวูบหนึ่ง หยิบเอายันต์แผ่นหนึ่งออกมา
ยันต์แผ่นนี้เป็นสีฟ้า มีลวดลายของอักขระ มันก็คือยันต์
ขอความช่วยเหลือ ถ้าเธอฉีกยันต์แผ่นนี้อาจารย์ของเธอ
จะรู้ได้ในทันที
“ยันต์ขอความช่วยเหลือ?”
มองเห็นเจี้ยนอู่ชวงเอายันต์ขอความช่วยเหลือออกมา
แทนที่สุ่ยเฉิงกาน ซื่อเจิ้น อู่เหวินต้งและอู่หวังเทียนจะ
แสดงความลนลานออกมา เพราะหากเจี้ยนอู่ชวงใช้ยันต์
ขอความช่วยเหลือ สุ่ยเหลียนเอ๋อร์จะมาที่นี่ในทันที พวก
เขากลับสงบอย่างมาก กระทั่งมีคนหัวเราะออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า ความคิดเจ้านี่ช่างไร้เดียงสานัก คิดว่าพวกข้า
จะไม่เตรียมความพร้อมในเรื่องนี้มารึ?”
ผู้ที่หัวเราะเป็นซื่อเจิ้นเอง เจี้ยนอู่ชวงพลันหน้าเปลี่ยนสี
เมื่อเธอลงมือฉีกยันต์แล้ว ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่
น้อย เธอพลันเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน พบว่ายอดเขา
แห่งนี้มีปราณอันแข็งแกร่งครอบคลุมอยู่
“ปราณสรรพสิ่ง!” เธออุทานออกมา เธอคิดไม่ถึงเลยว่า
คนพวกนี้ถึงกับให้ผู้ฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่งลงมือปิดกั้น
การขอความช่วยเหลือของเธอ
และผู้ฝึกตนระดับตัดสรรพสิ่งคนนี้น่าจะเป็นอู่เส้าเฟิง
บรรพชนของราชวงศ์อู่ ผู้มีพื้นฐานฝึกตนระดับตัดสรรพ
สิ่งขั้นปลายในตอนนี้ ไม่อย่างนั้นเกรงว่าคงจะปิดกั้น
ยันต์ของอาจารย์เธอไม่ได้
‘พี่ใหญ่ไป๋…’ แม้จะรู้ว่าตัวเองตกอยู่ในวิกฤตอันตราย
อย่างมาก แต่เจี้ยนอู่ชวงก็ยังคงอดนึกถึงไป๋เฉินขึ้นมา
ไม่ได้ เธอพลันกัดฟันแน่น กวาดสายตามองคนทั้งสี่
ปณิธานแห่งการต่อสู้ของเธอพลันลุกโชติช่วงขึ้น
เธอยอมสู้ตายเสียดีกว่าถูกย ่ายี ปราณเทวะขั้นปลายสีฟ้า
สาดซัดออกมาจากร่างกายของเธออย่างรุนแรง ลมพายุ
เริ่มโหมกระหน ่า ส่งผลให้เส้นผมยาวสวยงามของเธอ
ปลิวไสวอย่างรุนแรง
“ข้าจะสู้กับพวกเจ้าทั้งหมดเอง!” เจี้ยนอู่ชวงตวาดกร้าว
พลันพุ่งทะยานร่างเข้าหาอู่เหวินต้ง ในคนทั้งหมดที่อยู่
ที่นี่อู่เหวินต้งนับว่าอ่อนแอที่สุด การที่เธอเลือกที่จะ
จัดการเขาก่อน นับเป็นความคิดที่ถูกต้องอย่างมาก
เห็นเจี้ยนอู่ชวงไม่คิดยอมจำนน แม้เผชิญหน้ากับผู้ฝึก
ตนระดับเทวะขั้นปลายถึงสามคน ทั้งสามคนก็พลัน
กลายเป็นเดือดดาลในทันที ต่างก็ระเบิดพลังออกมาอย่าง
เต็มกำลังคิดจัดการสยบเจี้ยนอู่ชวง!
…………………………………………
ขณะเดียวกันที่การต่อสู้ของเจี้ยนอู่ชวงเริ่มต้นขึ้น ใน
เจดีย์เจ็ดชั้นที่โอบล้อมด้วยวังน ้าวนอันพิศวงภายใน
สำนักวารีกระจ่าง หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งในชุดสีฟ้า
อ่อนนั่งประทับอยู่บนพรมที่สร้างขึ้นมาจากน ้า ซึ่งเธอก็
คือสุ่ยเหมยเสีย
เดิมทีเธอกำลังหลับตาอยู่ ทันใดนั้น เธอก็ลืมตาขึ้นมา
ดวงตาสาดประกายแสงสีฟ้าออกมา
“ปราณสรรพสิ่งเช่นนี้? ต้องเป็นของอู่เส้าเฟิง!” ริมฝีปาก
ของเธอขยับพูดออกมา “มันเข้ามาทำอะไรในเขตสำนัก
ข้า?”
เธอพลันหายตัวไปจากสถานที่แห่งนี้ พริบตาต่อมาก็
ปรากฏตัวใกล้ๆ ยอดเขาที่มีปราณสรรพสิ่งครอบคลุมอยู่
“อู่เส้าเฟิง เจ้าคิดที่จะทำอะไร?” สุ่ยเหมยเสียพูดด้วย
น ้าเสียงแผ่วเบา แต่ด้วยเสียงที่แผ่วเบานี้ ทำให้ใบหน้า
ของอู่เส้าเฟิงบิดเบี้ยว
อู่เส้าเฟิงเป็นชายชราที่ใกล้จะลงโลงคนหนึ่ง เขา
ในตอนนี้ยืนอยู่บนท้องฟ้า ไม่ไกลมากจากจุดที่ยอดเขา
อยู่
“สุ่ยเหมยเสีย!” หลังจากที่ใบหน้าบิดเบี้ยวแล้ว อู่เส้าเฟิงก็
หันมามองสุ่ยเหมยเสียคิดในใจว่าแย่แล้ว
‘ทำไมนางถึงยังอยู่ที่สำนักวารีกระจ่าง? นี่ไม่เหมือนกับที่
ไอ้เด็กสุ่ยเฉิงกานบอกข้าไว้!’
ภายในใจของอู่เส้าเฟิงต่างปั่นป่วน ที่เขาเลือกลงมือ
ช่วยเหลือในวันนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะว่าสุ่ยเฉิงกาน
ยื่นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์อย่างมากมาให้ รวมไปถึง
บอกว่าสุ่ยเหมยเสียไม่ได้อยู่ที่สำนักวารีกระจ่างในตอนนี้
ถ้าไม่มีเรื่องแบบนี้ เขาไหนเลยยอมลงมือช่วยเหลือ
เพราะการเป็นศัตรูกับสุ่ยเหมยเสียไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก
“อู่ชวง?!” ทันใดนั้น สุ่ยเหมยเสียก็สัมผัสได้ว่าบนยอด
เขาด้านล่าง ที่มีปราณสรรพสิ่งของอู่เส้าเฟิงปกคลุมอยู่ มี
คนกำลังปะทะต่อสู้กัน โดยเป็นการสู้แบบสามรุมหนึ่ง
และคนที่ถูกรุมก็คือเจี้ยนอู่ชวง!
จบบทที่ 604