System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 62 : ไม่มีความเมตตา
ด้วยสายตาที่มองมาอย่างมุ่งร้ายของหม่าจง ไป๋เฉินไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
เขาสำรวจมองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังหม่าจง ที่มีอยู่ด้วยกันแปดคน และ
ทั้งหมดทุกคนก็มีปืนเก็บเสียงคนละกระบอกกันหมด
แน่นอนว่าตอนนี้ปลายของปืนทั้งหมดได้เล็งมาที่ร่างของเขา
แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนี้ ไป๋เฉินก็ไม่ได้มีท่าทีที่แสดงออกถึงการตื่น
ตระหนกเลย เขากลับเงียบสงบอย่างมาก
เหมือนกับว่าสถานการณ์ในตอนนี้ เป็นเพียงสถานการณ์ธรรมดาๆ
เท่านั้น
นี่ แน่นอนเป็นเพราะว่า เขาเชื่อในทักษะการต่อสู้ระดับต ่าที่เขามีและปืน
เก็บเสียงที่เขาใช้ฆ่าหู ทงไป เขายิงหูทงไปหนึ่งนัด ทำให้มันเหลืออยู่สิบ
นัด
ด้วยการที่เหลือลูกกระสุนปืนสิบนัด หากไม่มีอะไรผิดผลาด เขาก็จะฆ่า
พวกของหม่าจงได้ถึงสิบคนด้วยกัน
เมื่อเป็นแบบนั้น อีกสองคนล้วนไม่ใช่ปัญหา เขาสามารถใช้ทักษะการ
ต่อสู้ระดับต ่าฆ่าพวกเขาได้
“แกเป็นคนฆ่าหูทงใช่ไหม?”
แม้จะอยากที่จะฆ่าไป๋เฉินมาก แต่หม่าจงก็ยังคงไม่ได้ลงมือในทันที
“ถ้าใช่แล้วมันทำไม?” ไป๋เฉินพูด เขามองไปที่ใบหน้าของหม่าจงอย่าง
ไม่รู้สึกอะไร
“ดีๆ ดีมาก! แกเรียกได้ว่าเป็นคนมีความกล้าหาญพอสมควร แต่น่า
เสียดายที่คนกล้าหาญแบบแก มักจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน!”
หม่า จงรู้สึกโกรธมาก เมื่อได้ยินที่ไป๋เฉินยอมรับออกมาตรงๆ หนำซ ้า
ท่าทีการแสดงออกของอีกฝ่าย ที่ไม่หวาดกลัวต่อพวกที่เขาพามา ก็ยิ่งทำ
ให้เขาฉุนหนัก
“ฆ่ามัน!” เขาพลันโบกมือสั่งการในทันที
ลูกน้องทั้งแปดคนที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขา และลูกน้องอีกสองคนที่ยืน
อยู่ข้างหลังของปากวน พลันเตรียมที่จะลั่นไกปืนเก็บเสียง
ไป๋เฉินมองเห็นทุกอย่าง เขาเห็นภาพทั้งหมดแบบชโลโมชั่น เขาพลันส่ง
ความคิดไปที่แหวนมิติ และเอาปืนเก็บเสียงออกมา
การกระทำของเขานับว่าเร็วมาก ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สามารถมองได้ทัน
“ตายซะ!”
หลังจากที่มีปืนเก็บเสียงอยู่ในมือ ไป๋เฉินก็ใช้ทักษะเดินชมดาว พุ่งขึ้น
ไปบนอากาศประมาณสามเมตร ก่อนจะหมุนตัวหันหน้าไปทางปากวน
เขาพลันลั่นไกปืนติดต่อกันสองครั้ง
จิ้ว! จิ้ว!
ลูกกระสุนปืนเก็บเสียงได้พุ่งเข้าใส่กลางอกของชายสองคนที่อยู่ข้างหลัง
ของปากวนในทันที
เมื่อลั่นไกใส่สองคนนี้แล้ว ไป๋เฉินก็หมุนตัวกลับมากราดยิงเข้าใส่พวก
ลูกน้องแปดคนที่ยืนอยู่ข้างหลังของหม่าจงอย่างไร้ความเมตตา
จิ้ว! จิ้ว!…จิ้ว!
ลูกกระสุนนั้นได้พุ่งเข้าใส่กลางอกของคนทั้งแปด
ที่ไป๋เฉินเล็งยิงที่หน้าอกนั้น เพราะมันเป็นเป้าใหญ่ เขาไม่ค่อยแม่นปืน
เท่าไหร่ เขากลัวว่าหากเล็งยิงที่หัวจะทำให้เขาพลาดได้
ฟุบ! ฟุบ!
เหมือน กับนัดแนะกันมา ร่างทั้งสิบร่างของลูกน้องหม่าจง ได้ล้มลงไป
นอนกลับพื้นในสภาพหมดสิ้นเรี่ยวแรง มีเจ็ดคนในนี้ที่ไม่หายใจแล้ว
เรียกได้ว่าพวกเขาตายในทันทีที่ถูกยิง!
แต่ ก็ยังมีคนที่ไม่ตายอยู่ ซึ่งก็คือสามคน แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ตาย
พวกเขาก็ใกล้ที่จะตายเต็มทีแล้ว เลือดต่างไหลออกมาจากหน้าอกของ
เขาไม่ยอมหยุด ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งออกมา
“บะ…บ้าน่า!”
หม่าจงและปากวน ต่างอ้าปากกว้างขึ้น จนแทบจะยัดไข่ไก่ลงไปได้
ดวงตาของพวกเขาเองก็เบิกกว้าง จนแทบจะถลนออกมาจากเบ้าตาอยู่
แล้ว
พวกเขารู้สึกว่าลมหายใจของตัวเองได้ขาดห้วงไปพักหนึ่ง รวมถึงหัวใจ
ได้หยุดเต้นไปด้วย
พวกเขารู้สึกไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นอย่างมาก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็ว
มากเกินไป มากเกินกว่าที่พวกเขาจะต้องสนองได้ทัน
ไป๋เฉินพลันกระโดดลงมายืนที่พื้น ก่อนจะขวางปืนเก็บเสียงที่หมดลูก
กระสุนใส่หน้าของปากวน
ตึก!
หน้าของปากวนถึงกับยุบลงไป เลือดสาดกระจายออกมา
ร่างของปากวนทันใดนั้นก็ล้มลงไป เขาใช้สองมือกุมใบหน้าของตัวเอง
เอาไว้ พร้อมกับร้องออกมาอย่างน่าสังเวช
เขาร้องโหยหวนออกมา เหมือนกับหมูถูกเชือดไม่มีผิดเลย ขณะเดียวกัน
ก็ดิ้นรนไปมาอยู่บนพื้น
ใบหน้าของหม่าจงพลันซีดขาวลง เขาหอบหายใจออกมาด้วยความ
หวาดกลัว เขาคิดไม่ถึงว่าจะชนเข้ากับคนที่เก่งแบบไป๋เฉิน
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังฆ่าคนได้แบบไม่กระพริบตา ลูกน้องของเขาได้ตาย
ไปถึงสิบคนแล้ว
ถูกต้องแล้ว สามคนก่อนหน้านี้ที่มีลมหายใจอยู่ ก็ได้ตายไปในที่สุด!
เนื่อง จากทนพิษบาดแผลไม่ไหว ในตอนนี้หม่าจงรู้สึกเสียใจอย่างมาก
ถ้าเขารู้สักนิดว่าไป๋เฉินเป็นคนที่น่ากลัวแบบนี้ เขาจะไม่กล้าที่จะมายุ่ง
กับไป๋เฉินเลย
ไม่สิ เขาจะไม่กล้าที่จะตอบรับคำขอของปากวนเลย
หม่าจงอยากที่จะฆ่าปากวนอย่างมาก เพราะเป็นปากวนที่นำพาหายนะ
มาให้เขา
แต่สถานการณ์แบบนี้ เขาก็รู้ดีว่าไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เขาจึงคิดที่จะ
หนี
แต่ ไป๋เฉินจะไม่เข้าใจความคิดของหม่าจงได้อย่างไร เขาวิ่งมาที่ข้างศพ
ของสองลูกน้องของหม่าจงที่ตายข้างปากวน เขาเตะปืนเก็บเสียงสอง
กระบอกขึ้นมาใส่มือ
“อย่าขยับจะดีกว่านะลูกพี่หม่าจง”
ไป๋เฉินพูด พลางเล็งปืนไปที่เขา
เหงื่อเย็นๆ พลันไหลลงมาจากหน้าผากของหม่าจงในทันที เขามองไปที่
ไป๋เฉินด้วยความหวาดกลัว
“ยะ…อย่า ยิง ถ้าแกยิงแก๊งเสือขาวไม่เอาแกไว้แน่ แกต้องรู้ก่อนนะว่าฉัน
เป็นเพียงผู้มีอำนาจลำดับที่สี่ของแก๊ง ถ้าหากเรื่องที่แกฆ่าฉันรู้ไปถึงหู
ของพวกระดับสูงคนอื่นๆ ของแก๊งละก็…แกได้ถูกฆ่าตายแน่!”
แต่ถึงแม้จะรู้สึกหวาดกลัว หม่าจงก็ยังคงพูดขมขู่ออกมา เพราะเขาเชื่อ
ว่าไป๋เฉินจะไม่กล้าฆ่าเขา เนื่องจากอิทธิของแก๊งเสือขาว
“แล้วไง?” ไป๋เฉินไม่ได้สนใจเลย และเขาก็ไม่มีความเมตตาเลยแม้แต่
น้อย เพราะเขาตั้งใจจะทำลายแก๊งเสือขาวให้หมดทุกคนอยู่แล้ว
“กะ…แก!”
หม่าจงคิดไม่ถึงว่าไป๋เฉินจะไม่หวาดกลัว เขาพลันหันหลังกลับและรีบ
วิ่งหนีไปอย่างสุดชีวิตในทันที
จิ้ว!
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้น เป็นไป๋เฉินที่ลั่นไก
ลูกกระสุนปืนได้พุ่งทะลุกลางแผ่นหลังของหม่าจงออกไปข้างหน้า ร่าง
ของหม่าจงทันใดนั้นก็ล้มลงไปนอนกับพื้น
เขาดิ้นรนร้องเจ็บปวดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะสิ้นลมหายใจตายไป!