System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 626 : ฆ่าคนสองตระกูลใหญ่
เมื่อตัดสินใจว่าจะฆ่าคนของสองตระกูลใหญ่ใหม่อย่าง
ตระกูลกู่และตระกูลหวู่ เขาไม่ลังเลเลยสักนิด ที่จะพุ่งทะยาน
ร่างไปยังจุดที่ตระกูลกู่อยู่ สาเหตุที่เขาเลือกตระกูลกู่ก่อน ก็
เพราะว่าตระกูลหวู่มีอีกเพียงไม่กี่คนที่เขาต้องจัดการ
ด้วยที่หวู่ไห่กวงและลูกชายทั้งสองคนตายแล้ว คนที่รู้เรื่อง
ที่เขาฆ่าหวู่หวั่นก็มีอยู่อีกไม่กี่คน
จากจุดนี้ ชัดเจนว่าไป๋เฉินไม่ได้มีความตั้งใจที่จะฆ่ากวาด
ล้างตระกูลหวู่หรือตระกูลกู่ทั้งหมด เขาเพียงต้องการฆ่าคนที่
เป็นตัวตั้งตัวตีในการส่งคนมาฆ่าเขาเท่านั้น
ด้วยความเร็วที่ไป๋เฉินใช้ เพียงไม่นานเขาก็มาถึงบริษัทสร้าง
รถบินของตระกูลกู่ เขาตรงไปยังห้องทำงานของกู่เยี่ยกวนตาม
ในความทรงจำคนของตระกูลกู่ที่เขาได้ใช้ค้นวิญญาณด้วย
ในทันที
ภายในห้องทำงาน กู่เยี่ยกวนกำลังพูดคุยธุรกิจกับเลขาของ
เขาอย่างกู่ฉาง ทั้งสองคนไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีคนผู้หนึ่งได้
เข้ามาภายในห้องทำงานที่พวกเขาอยู่เรียบร้อยแล้ว
คนที่เข้ามาย่อมเป็นไป๋เฉิน เขามองคนทั้งสองอย่างเย็นชา
ก่อนเปิดเผยตัว
ความจริงเขาจะไม่เปิดเผยตัวก็ได้ แค่ลงมือฆ่าทั้งสองคนก็
เป็นอันจบ แต่เขาเลือกที่จะเปิดเผยตัว
ถ้าจะถามหาเหตุผลนั้น ไม่ได้มีอะไรมากเลย นอกจากอย่าง
น้อยก่อนที่กู่เยี่ยกวนและกู่ฉางจะตาย ก็ให้คนทั้งสองได้รู้สัก
หน่อยว่าพวกเขาตายด้วยเหตุผลอะไร ถูกฆ่าโดยใคร
ทันทีที่ไป๋เฉินเปิดเผยตัว กู่ฉางใบหน้าเปลี่ยนสีในทันที เขา
เป็นผู้อยู่ในสเตจที่ 3 จึงรับรู้ได้ในทันทีว่ามีคนมาปรากฏตัว
ภายในห้องนี้ เขารีบมองไปอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น เขาก็
มองเห็นไป๋เฉินยืนอยู่
“แกเป็นใคร?!” เขาตะโกนถามออกมาอย่างตกใจ
กู่เยี่ยกวนเห็นท่าทีและเห็นว่ากู่ฉางมองไปมุมหนึ่งภายใน
ห้อง พร้อมทั้งตะโกนออกมา เขามีการแสดงออกที่เปลี่ยนไป
ในทันที รีบหันหน้าไปมอง เมื่อเห็นไป๋เฉินคิ้วของเขาก็ขมวด
ถามออกมาเสียงเย็น “แกเป็นใคร? เข้ามาที่นี่ได้ยังไง?”
ไป๋เฉินสีหน้าราบเรียบ พูดอย่างไร้อารมณ์ “ฉันคือคนที่แก
ส่งคนไปฆ่า ส่วนฉันเข้ามาที่นี่ได้ยังไงนั้น แกไม่จำเป็นที่จะต้อง
รู้ สิ่งที่แกต้องรู้มีเพียงแค่ว่า แกกำลังจะตาย!”
“อะไรนะ?” กู่เยี่ยกวนรู้สึกราวกับว่าตัวเองฟังผิดไปอย่างไร
อย่างนั้น
แต่ในวินาทีต่อมา เสียงตวาดของกู่ฉางก็ดังขึ้น จึงทำให้
กู่เยี่ยกวนรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดไป
“ไอ้สวะ! แกกล้าพูดแบบนี้ออกมาต่อท่านประธานเหรอ?
สงสัยคงอยากจะตายมากสินะ!”
ท่ามกลางเสียงตวาดของกู่ฉาง ไป๋เฉินชี้นิ้วไปที่อีกฝ่ายใน
ฉับพลัน ทันใดนั้น ร่างกายของกู่ฉางก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
จากนั้นก็แตกระเบิดออกกลายเป็นละอองเลือดสีแดงฉาน!
มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น กู่เยี่ยกวนพลันหวาดกลัวจนฉี่ราด นี่
นับเป็นครั้งแรกอย่างแท้จริงที่เขาได้พบเห็นอะไรน่าหวาดกลัว
ขนาดนี้ ใบหน้าของเขาในตอนนี้ซีดขาวมาก ทั่วร่างสั่นไม่ยอม
หยุด
ไป๋เฉินหันมามองกู่เยี่ยกวนอย่างไม่รู้สึกอะไร ก่อนจะ
เคลื่อนนิ้วมือมาชี้ทางกู่เยี่ยกวน
“ยะ…อย่า!” กู่เยี่ยกวนแผดร้องสุดเสียง เขายังไม่อยากที่
จะตายย่อมต้องแผดเสียงร้องออกมา เพื่อไม่ให้ไป๋เฉินฆ่าเขา
ภายในใจของกู่เยี่ยกวนไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าความ
หวาดกลัวและความเสียใจ รวมถึงความโกรธแค้นด้วย
เขาเสียใจที่เลือกสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องญาติของ
ตระกูลกู่ถูกทำร้าย โกรธแค้นพวกญาติของตระกูลกู่ที่ไปสร้าง
ความขุ่นเคืองให้กับบุคคลที่แข็งแกร่งอย่างไป๋เฉิน จนนำมาซึ่ง
สถานการณ์ในตอนนี้
แต่แม้ว่ากู่เยี่ยกวนจะแผดร้องออกมาก็ไม่อาจที่จะหยุดการ
กระทำของไป๋เฉินได้ เพียงพริบตาเดียว เขาก็มีสภาพไม่ต่าง
จากกู่ฉาง ร่างกายแตกระเบิดออกเป็นละอองเลือด ตายไป
อย่างน่าอเนจอนาถ!
หลังจากฆ่ากู่เยี่ยกวนแล้ว ไป๋เฉินไปจัดการฆ่าคนของ
ตระกูลกู่อีกไม่กี่คนก็มุ่งตรงไปยังตระกูลหวู่
เมื่อไปถึงเขาก็ฆ่าคนของตระกูลหวู่ไปอีกไม่กี่คน
เมื่อจัดการฆ่าคนของสองตระกูลใหญ่ใหม่ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับ
เขาแล้ว เขาก็ไปยังห้างแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะไปซื้อเสื้อผ้า
ห้างมีขนาดใหญ่โตและทันสมัยเป็นอย่างมาก มันมีชื่อเสียง
มากในปักกิ่ง ติดอันดับห้างลำดับต้นๆ ในปักกิ่งเลยทีเดียว
ไป๋เฉินเลือกหาร้านเสื้อผ้าที่ราคาพอประมาณ เลือกเสื้อผ้า
หลายตัว จ่ายเงินแล้วก็เดินออกมา
ในมือของไป๋เฉินในตอนนี้ ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยถุง
กระดาษใส่เสื้อผ้ามากมาย
ไป๋เฉินไม่คิดที่จะซื้ออย่างอื่น นอกจากเสื้อผ้า เขาจึงเดินไป
ที่ลิฟท์เพื่อที่จะลงไปยังชั้นแรกและออกจากห้างไป
อย่างไรก็ตาม ไม่คาดฝันว่าทันทีที่ลิทฟ์เปิดออก เขาจะได้
พบกับคนซึ่งเขาไม่คิดว่าจะได้พบเจอ
เป็นสาวสวยคนหนึ่ง เธอมีผมสีทองเป็นลอนสวยงาม ยาว
ถึงหน้าอกที่มีขนาดไม่ธรรมดา ผิวของเธอขาวมาก แตกต่าง
จากผิวของคนจีนอย่างสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้น คิ้วของเธอก็เป็นสี
ทอง ดวงตาเองก็เป็นสีทองเช่นเดียวกัน
นี่คือสาวสวยชาวต่างชาติอย่างไม่ต้องสงสัน และเธอก็ไม่ใช่
ใครที่ไหนเลย นอกจากลู่จือหยุนหรืออีกชื่อหนึ่ง ‘แมรี่ ดิงตั้น’
ไป๋เฉินชะงักงัน หยุดยืนนิ่งในทันทีที่ได้พบลู่จือหยุน เธอ
ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อ 20 ปีก่อนเลยแม้แต่น้อย เธอสวยยังไง
ก็ยังคงสวยอย่างนั้น นี่แน่นอนเป็นเพราะว่าเธอเป็นผู้ฝึกตน จึง
ไม่ได้ทำให้เธอแก่ขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว
ด้วยที่เธอสามารถคงความสาวเอาไว้ได้ ระดับพื้นฐานฝึก
ตนต่ำๆ ไม่มีทางทำได้แน่นอน ซึ่งระดับพื้นฐานฝึกตนของเธอ
ในเวลานี้ก็คือระดับเทวะ!
ถูกต้อง เป็นระดับเทวะอย่างแท้จริง คาดว่านี่คงเป็นผลของ
เม็ดยาที่ไป๋เฉินที่มาจากอนาคตได้มอบให้เธอไปในช่วงเวลานั้น
เธอสามารถมาถึงระดับเทวะได้โดยที่ไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อไป๋เฉินเห็นลู่จือหยุน เธอเองก็เห็นเขาเช่นเดียวกัน เธอ
มองเขาผ่านๆ และเดินผ่านเขาไปอย่างไม่สนใจ
แต่ในวินาทีต่อมา ร่างกายของเธอก็หยุดชะงักลงอย่างไม่
อาจห้ามได้ ร่างกายที่สมบรูณ์แบบพลันสั่นสะท้าน ใบหน้า
เปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง เธอรีบหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
มองแผ่นหลังของไป๋เฉิน ริมฝีปากสั่นเทา
“ผะ…ผู้อาวุโส!” น้ำเสียงที่สั่นเครือถูกส่งออกมา ลู่จือหยุน
ไม่มีทางลืมใบหน้าของคนที่ทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นจนกลายมา
เป็นผู้ฝึกตนระดับเทวะได้ แม้ว่าเวลาจะผ่านมา 20 ปีเต็มแล้ว
ก็ตาม
นอกจากนี้ เธอยังรู้ถึงตัวตนของผู้อาวุโสท่านนี้แล้วว่าเป็น
ใคร เขาก็คือสามีของเพื่อนเธออย่างหลงซูอิน เธอแน่นอนว่าได้
รู้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายปี
แต่เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยังคงมีชีวิตอยู่ๆ ทั้งๆ ที่วันนั้น
เป็นหลงซูอินบอกกับเธอเองว่าเขาตายไปแล้ว ตายไปเมื่อ 10
ปีก่อนที่ผ่านมา
ไป๋เฉินค่อยๆ หมุนตัวมามองลู่จือหยุน เขาสบตากับเธอ
มองเข้าไปภายในแววตาของเธอ จากการที่เธอเรียกหาเขาเป็น
‘ผู้อาวุโส’ เธอคงจะรู้ตัวตนของเขาแล้ว
“ไม่ได้เจอกันนาน ลู่จือหยุน” ไป๋เฉินพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
อย่างไรก็ตาม น้ำเสียงที่ปกติของเขานั้น ส่งผลให้ร่างกายที่
สวยงามของลู่จือหยุนสั่นมากยิ่งกว่าเดิม หัวใจแทบจะหยุดเต้น
ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะหนึ่ง เช่นเดียวกับดวงตาคู่สวยสี
ทองของเธอ ที่เบิกกว้างจนแทบถลน!