System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 64 : งานเลี้ยงวันเกิด
“นี่ซูอิน คุณจะกอดแขนผมไปถึงเมื่อไหร่?” ไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะถาม
ออกมา ในขณะที่มีสายตาของผู้ชายหลายคนในงานมองมาที่เขาอย่าง
อิจฉา
ในตอนนี้หลงซูอินได้พาเข้ามาอยู่มุมหนึ่งของหอประชุม ซึ่งในเวลานี้
ภายในหอประชุมแห่งนี้ ต่างเต็มไปด้วยผู้คนมากมากกว่าสี่สิบคน
พวกเขาทั้งหมด ล้วนแต่งตัวดูดีและมีฐานะ แน่นอนว่าพวกเขาทั้งหมด
มาที่นี่ ก็เพื่อที่จะร่วมงานเลี้ยงวันเกิด
หลง ซูอินต้องหน้าแดงขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาอย่างไม่พอใจว่า
“นายคิดว่าฉันอยากกอดแขนของนายเหรอ? ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อให้คน
อื่นเข้าใจว่าพวกเราเป็นแฟนกัน อย่าได้ลืมว่าฉันให้นายมาด้วยทำไม”
ไป๋เฉินได้แต่พยักหน้าเข้าใจ ในเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบ เพียงแต่มันทำ
ให้เขาขยับตัวลำบากอยู่บ้างก็เท่านั้น
“นายหิวไหม? นายกินอะไรมารึยัง?”
หลงซูอินพลันถาม ขณะเดียวกันเธอก็มองไปที่โต๊ะอาหารยาว ที่มี
อาหารหลายชนิดวางอยู่ให้ผู้คนไปหยิบมาทานได้ตามสบาย
นอกจากนี้ยังมีโต๊ะไวน์ราคาแพงอยู่ข้างๆ ให้เหล่าคนที่มาร่วมงานเลี้ยง
ไปหยิบมาดื่มได้ตามสบายเช่นเดียวกัน
“ผมหิวนิดหน่อย” ไป๋เฉินบอกความจริงออกมา เพราะเขาในตอนนี้
ค่อนข้างที่จะหิว
“งั้นรออยู่ที่นี่ ห้ามไปไหน ฉันจะไปตักอาหารมาให้นาย” หลงซูอินพูด
พลางปล่อยแขนของเขา ก่อนจะเดินไปทางโต๊ะอาหาร
ไป๋เฉินมองตามแผ่นหลังที่งดงามของเธอไป เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
เขาคิดว่าเธอดูแลเขาค่อนข้างที่จะดีเลยทีเดียว
“สวัสดี”
ในขณะที่เขายืนรอหลงซูอินอยู่นั้น ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านข้าง
เขาต้องหันไปมอง ก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสูทสีขาว ใบหน้าหล่อ
เหลาเดินเข้ามา พลางยิ้มให้
“สวัสดี” ไป๋เฉินไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร แต่เขาก็พูดออกไปเป็น
การตอบรับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท
“ฉันชื่อหลิวเฟิง ฉันขอถามได้ไหม ว่านายเป็นอะไรกับซูอิน?” ชายหนุ่ม
คนตรงหน้าของไป๋เฉินพูด
ไป๋เฉินกระพริบตา พลางสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าให้ดีๆ จากการที่อีก
ฝ่ายถามเขาแบบนี้ มีความเป็นไปได้ว่าหลิวเฟิงกำลังตามจีบหลงซูอินอยู่
“ฉันเป็นแฟนของเธอ” เขาตอบ
แน่ นอนว่าที่เขาตอบแบบนี้ ก็เป็นเพราะว่าหลงซูอินบอกให้เขามาแกล้ง
เป็นแฟนของเธอในวันนี้ มันจึงช่วยไม่ได้ที่เขาจะพูดออกมาว่าเขาเป็น
แฟนของเธอ
“แฟนของเธอ?” หลิวเฟิงพลันขมวดคิ้วขึ้น “นายล้อเล่นใช่ไหม?”
เห็นได้ชัดว่าหลิวเฟิงไม่เชื่อ และเขาก็ไม่พอใจด้วยที่ไป๋เฉินพูดออกมาว่า
เป็นแฟนของหลงซูอิน
ต้องรู้ก่อนนะว่าเขาตามจีบเธอมาสองปีแล้ว ย่อมรู้ว่าเธอไม่เคยให้ความ
สนใจกับผู้ชายคนไหนเลย แม้แต่เขาเองก็ตาม
แล้วจะให้เขาเชื่อได้ยังไงว่าเธอมีแฟนแล้ว ทั้งแฟนของเธอยังหล่อสู้เขา
ไม่ได้ รวมไปถึงสูทที่ใส่ด้วย
สูทที่ไป๋เฉินใส่ ก็เป็นได้เพียงสูทดาดๆ ในสายตาของเขา เพราะสูทที่เขา
ใส่ ถูกสั่งตัดเป็นพิเศษ ราคาเป็นแสนๆ หยวน
“ผมไม่ได้ล้อเล่น รอเธอกลับมา คุณค่อยถามเธอก็ได้” ไป๋เฉินพูด
น ้าเสียงของเขาสงบมาก ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกได้อย่างดีว่าเขาไม่ได้โกหก
หลิวเฟิงหรี่ดวงตาลง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ไป๋เฉินมากขึ้น ขณะเดียวกัน
เขาก็พูดด้วยน ้าเสียงกระซิบ
“ถ้าแกโกหก ฉันจะทำให้แกชดใช้อย่างสาสมเลย และถึงแม้แกจะเป็น
แฟนของเธอจริง ฉันก็จะทำให้แกเลิกกับเธอ!”
ใบหน้าของไป๋เฉินกระตุกครั้งหนึ่ง เขามองหลิวเฟิง ก่อนจะยิ้มออกมา
“ตามใจของแกก็แล้วกัน ถ้าแกทำได้นะ”
“แก!” หลิวเฟิงรู้สึกโกรธมาก เขาคิดไม่ถึงว่าไป๋เฉินจะกล้าพูดแบบนี้กับ
เขา
ต้อง รู้ก่อนนะว่าเขาเป็นทายาทของตระกูลหลิว ซึ่งเป็นตระกูลที่มี
อำนาจในเมืองซิงโจวและร ่ารวยเป็นอันดับที่สาม รองลงมาจากตระกูล
เฉียนและตระกูลหลี่
เมื่อถูกคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาพูดแบบนี้ให้ เขาจะไม่รู้สึกโกรธ
ขึ้นมาอย่างมากได้ยังไง
“แกอยากที่จะตายใช่ไหม?” หลิวเฟิงถามเสียงเย็น
ไป๋เฉินลบรอยยิ้มออกจากใบหน้า หากใครไม่มายุ่งกับเขา เขาก็คร้านที่
จะไปสนใจ แต่ในเมื่อมีใครมายุ่งกับเขา และเป็นการยุ่งแบบข่มขู่
เขาแน่นอนว่าจะไม่ปล่อยผ่านไป และไม่ยอมให้อีกฝ่ายข่มขู่อยู่ฝ่าย
เดียว!
“แกนั่นแหละ อยากที่จะตายใช่ไหม?”
“แก…แก!” ริมฝีปากของหลิวเฟิงสั่น เขาชี้หน้าของไป๋เฉิน ดวงตาทั้งคู่
ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความุ่งร้าย
“ฮึ่ม! ฉันขอเตือนแก ถ้าแกยังไม่เลิกยุ่งกับหลงซูอิน ฉันจะทำให้แก
เสียใจไปตลอดชีวิต!”
“แล้วฉันจะรอ” ไป๋เฉินพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“แล้วแกจะได้เห็นดีกัน!”
หลิวเฟิงพูดทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยความโกรธ ก่อนจะเดินจากไป
ไป๋เฉินมองแผ่นหลังของหลิวเฟิงที่เดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจเลย หากอีก
ฝ่ายต้องการที่จะสร้างปัญหาให้กับเขา เขาก็ไม่ลังเลที่จะเอาคืน
และ หากว่าหลิวเฟิงต้องการที่จะสร้างปัญหาให้เขา จนไปถึงขั้นทำให้
พ่อและแม่ของเขาเดือดร้อน เขาก็ไม่ลังเลเลยเหมือนกันที่จะฆ่าหลิวเฟิง
เพราะพ่อแม่ของเขา ครอบครัวของเขาจะไม่มีทางยอมให้ใครมาแตะ
ต้องเด็ดขาด!
เขาไม่มีทางให้ทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนกับชีวิตก่อนหน้าที่เขาจะได้ย้อน
เวลากลับมาด้วยระบบเปลี่ยนชีวิตอีกเป็นครั้งที่สอง!
ไป๋เฉินพลันเลิกสนใจหลิวเฟิงไป ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่หลงซูอินเดิน
กลับมาพอดี
เธอมาพร้อมกับอาหารในมือจานหนึ่งที่ใส่อาหารเอาไว้หลายอย่าง ส่วน
มืออีกข้างของเธอก็ถือแก้วที่ใส่ไวน์เอาไว้
“เอ้าของนาย” เมื่อเธอเดินมาถึง เธอก็ยื่นส่งจานอาหารให้กับเขา
ไป๋เฉินรับมา ก่อนจะยิ้ม “ขอบคุณ”
“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ เพราะเป็นฉันที่ขอให้นายมาแกล้งเป็นแฟนฉัน”
หลงซูอินพูดพลางจิบไวน์ในแก้ว สีหน้าของเธอแสดงออกถึงความพึง
พอใจ
“ไวน์นี้รสชาติไม่เลวเลย นายอยากลองไหม เดี๋ยวฉันไปเอามาให้”
“ไม่ เป็นไร เดี๋ยวถ้าผมอยากลอง ผมไปเอาเองได้” ไป๋เฉินตอบ เขา
แน่นอนว่าไม่ต้องการให้หลงซูอินไปเอาทุกอย่างมาให้เขา เขาพูดพลาง
ทานอาหารในจาน