System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 653 : งานแต่งงาน
หนึ่งเดือนต่อมา เกาะเป่าเป่ย เกาะแห่งนี้ไม่ได้มีพื้นที่
กว้างขวางมากนัก ตั้งอยู่ในทะเลแถบประเทศจีน ไป๋เฉินที่
ค้นพบเกาะนี้ เขาสร้างม่านพลังปกคลุมในทันที และตั้งชื่อมัน
ว่าเป่าเป่ย
นอกจากนี้เขายังเลือกให้มันเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของ
เขา
บนเกาะเป่าเป่ย ริมชายหาดทะเลมีซุ้มแต่งงานที่ดูสวยงาม
และที่นั่งสำหรับผู้มาเข้าร่วมงาน ท่ามกลางท้องฟ้าที่สดใสเป็น
ประกาย สายลมอันเย็นสดชื่นพัดผ่าน อากาศปลอดโปร่ง ให้
ความรู้สึกที่สบายทั้งกายและใจ
ชายหนุ่มในชุดแต่งงานสีขาวยืนอยู่ที่ด้านหน้าซุ่มแต่งงาน
ด้านหลังของเขามีชายวัยกลางคนหนึ่งในชุดบาทหลวงผู้ดำเนิน
พิธีแต่งงานยืนอยู่ บาทหลวงคนนี้ถูกรับเชิญมาให้เป็นสักขี
พยานในการแต่งงานครั้งนี้
ชายหนุ่มที่ใส่ชุดแต่งงานแน่นอนว่าเป็นไป๋เฉิน ไม่ใช่ใครที่
ไหน เขายืนอยู่ที่หน้าซุ้มแต่งงานด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
ด้านหน้าสองฝั่งของเขามีคนที่มาร่วมงานแต่งของเขานั่งอยู่
คนที่มาก็ล้วนเป็นคนคุ้นเคยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อกับแม่
ของเขาไป๋ฉางและไป๋หยู แม่ของหลี่หลิน หลี่หยู่ นายพลหวง
เฉียน ชายชราซูเสียนยี่ ซูส่านเจี้ยน ซูจิงเซี่ย ซูซินถง ซูเอ๋อเอ๋อ
หลงหวู่เหล่ย หลงเซิ่น หลงหมี่เสีย ผู้ซึ่งเป็นแม่ของหลงซูอิน
ส่วนพ่อของหลี่หลิน หลงซูอินและซูเสวี่ยหนิง ไม่ใช่ว่าไม่มา
แต่พวกเขาต้องทำหน้านี้เดินมาส่งเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าว พิธี
เริ่มขึ้นมาถึงขั้นตอนนี้พอดี
หลี่ฉงเทียนถูกลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างหลี่หลินที่อยู่ในชุด
เจ้าสาวสวยงามควงแขน เธอมีผ้าคลุมสีขาวปกคลุมใบหน้า
ด้านข้างมีหลงเหวินรุ่ยที่ถูกหลงซูอินในชุดเจ้าสาวสีขาว
สวยงามควงแขนอยู่เหมือนกัน เธอเองก็มีผ้าคลุมสีขาวคลุม
ใบหน้าอยู่
ถัดจากเธอ มีซูสินเซี่ยวที่ถูกซูเสวี่ยหนิงในชุดเจ้าสาว
สวยงามควงแขน เธอแน่นอนว่าเหมือนกับหลี่หลินและหลงซู
อินที่มีผ้าคลุมหน้าปกคลุมใบหน้าไว้
และสุดท้ายถัดจากซูเสวี่ยหนิงเป็นนาเมียน่ายืนอยู่ในชุด
เจ้าสาวแสนสวย มีผ้าคลุมหน้าปิดเอาไว้เช่นเดียวกัน
ส่วนคนที่เธอควงแขนอยู่นั้น เป็นคนที่คาดไม่ถึงอย่างมาก
เขาไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากอินฟินิตี้ เซโร่!
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่อินฟินิตี้ เซโร่ตัวจริง หากแต่เป็นอินฟิ
นิตี้ เซโร่ที่นาเมียน่าสร้างขึ้นมาด้วยภาพมายาอันแข็งแกร่ง
หากจบวันนี้ไป อินฟินิตี้ เซโร่ผู้นี้แน่นอนว่าจะหายไป
สาเหตุที่นาเมียน่าสร้างภาพมายาอินฟินิตี้ เซโร่ขึ้นมา ล้วน
เป็นเพราะว่าเขาเป็นพ่อของเธอ แม้ไม่ได้รู้สึกผูกพันธ์ แต่เธอก็
ต้องการให้เขาอยู่ในงานแต่งงานของเธอ
เจ้าสาวทั้งสี่คนก้าวเดินควงแขนผู้เป็นพ่ออย่างพร้อมเพียง
เดินเข้าไปหาไป๋เฉิน
ใช้เวลาเดินอยู่ไม่นานก็มาถึงเบื้องหน้าของไป๋เฉิน หลี่
ฉงเทียน หลงเหวินรุ่ย ซูสินเซี่ยวและอินฟินิตี้ เซโร่ เมื่อมาส่ง
ลูกสาวถึงเบื้องหน้าเจ้าบ่าวแล้วก็ยิ้มให้ จากนั้นล่าถอยไปนั่งยัง
ที่นั่งผู้เข้าร่วมงาน
ไป๋เฉินเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเจ้าสาวทั้งสี่คน
บาทหลวงผู้อยู่เบื้องหลังพลันเอ่ยปากขึ้น
“ไป๋เฉิน คุณจะรับหลี่หลิน หลงซูอิน ซูเสวี่ยหนิงและนา
เมียน่าเป็นภรรยาของคุณหรือไม่ คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อ
พวกเธอ ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ในยามไข้และสบายดี จะ
รักพวกเธอและให้เกียรติพวกเธอชั่วชีวิตของคุณหรือไม่?”
ไป๋เฉินพยักหน้า “ครับ”
บาทหลวงหันไปมองพวกเจ้าสาว “หลี่หลิน หลงซูอิน ซู
เสวี่ยหนิง นาเมียน่า พวกคุณจะรับไป๋เฉินเป็นสามีของพวกคุณ
หรือไม่ พวกคุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและ
ยามทุกข์ ในยามไข้และสบายดี จะรักเขาและให้เกียรติเขาชั่ว
ชีวิตของพวกคุณหรือไม่?”
“ค่ะ” หลี่หลิน หลงซูอิน ซูเสวี่ยหนิงและนาเมียน่าพยัก
หน้าอย่างไม่ลังเล จากนั้นไป๋เฉินก็สวมแหวนแต่งงานให้กับ
พวกเธอทีละคน มอบจูบสาบานในรัก….
……….
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงค่ำคืน พิธีแต่งงานได้จบลงนาน
แล้ว เช่นเดียวกันกับงานเลี้ยง ในตอนนี้ถึงเวลาเข้าสู่ห้องหอ
ด้วยที่มีเจ้าสาวสี่คน แต่เจ้าบ่าวคนเดียว ไป๋เฉินต้องเลือก
ว่าจะเข้าหอกับใครก่อน ซึ่งคนที่เขาเลือกก็คือหลี่หลิน เธอ
นับเป็นคนแรกที่เขารัก การที่จะเข้าหอกับเธอก่อน เป็นเรื่องที่
ถูกต้อง
ไป๋เฉินยืนอยู่หน้าห้องของหลี่หลิน มุมปากของเขายกยิ้มขึ้น
เป็นรอยยิ้ม ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปภายในห้อง
ค่ำคืนนี้สำหรับไป๋เฉินยังอีกยาวนานนักและมันคงจะเป็นค่ำ
คืนที่เขามีความสุขมากที่สุดในชีวิต!
……….
อีกด้านหนึ่งในขณะที่ค่ำคืนเข้าหอกับเจ้าสาวสี่คนของไป๋
เฉินเริ่มต้นขึ้น ก็มีงานเลี้ยงเล็กๆ จัดขึ้นที่ริมชายหาด ผู้ที่เข้า
ร่วมล้วนเป็นพ่อของเจ้าสาวแต่ละคน
หลี่ฉงเทียนใบหน้าแดงก่ำ มือถือแก้วเหล้า “ลูกสาวของฉัน
แต่งงานแล้ว จากนี้ฉันคงจะเหงาแย่เลย”
“นั่นสิน้องฉงเทียน” ซูสินเซี่ยวเห็นด้วยอย่างยิ่ง ใบหน้า
ของเขาแดงก่ำ กระดกเหล้าในมือหมดแก้ว
หลงเหวินรุ่ยเงียบขรึม แต่ก็กระดกเหล้าไม่หยุด
ส่วนอินฟินิตี้ เซโร่นั่งเงียบ ดื่มเหล้าอย่างเรียบง่าย ใบหน้า
คล้ายปราศจากซึ่งความรู้สึกใด แต่ภายในแววตาก็มีความ
สับสนวาบผ่านอยู่เป็นระยะๆ
ไม่รู้ด้วยเหตุผลอันใด แม้เขาจะเป็นเพียงภาพมายาที่นาเมีย
น่าสร้างขึ้นมา แต่กลับมีความนึกคิดเป็นของตัวเอง แม้แต่นา
เมียน่าก็ไม่ได้รับรู้เรื่องนี้
“คุณเซโร่ คิดเห็นยังไงบ้าง?” หลี่ฉงเทียนหยิบน่องไก่ทอด
ชิ้นหนึ่งมากิน ก่อนถามออกไป
อินฟินิตี้ เซโร่เงียบ ไม่ได้ตอบในทันที แต่สุดท้าย เขาก็
ยังคงตอบออกมา “ลูกสาวแต่งาน เป็นเรื่องที่ดี เธอมีความสุข
คนเป็นพ่อย่อมมีความสุขด้วย”
ถ้อยคำแบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากปากของอินฟินิตี้
เซโร่ แต่ลองคิดดูอีกทีแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนี่ไม่ใช่
อินฟินิตี้ เซโร่ตัวจริง หากแต่เป็นเพียงภาพมายาสายหนึ่งที่มี
ความนึกคิดของคนเป็นพ่อเท่านั้น
“คุณเซโร่พูดได้ดี!” หลงเหวินรุ่ยที่เงียบขรึมมาตลอดอดพูด
ออกมาไม่ได้ เขาขอชนแก้วเหล้ากับอินฟินิตี้ เซโร่ ก่อนจะยก
ดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
เมื่อก่อนหลงเหวินรุ่ยเคยทำไม่ดีกับลูกสาวเอาไว้ โดยการ
ผลักดันให้เธอแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก เพื่อให้ตระกูลหลง
แข็งแกร่งขึ้น เรื่องนี้บอกตามตรงว่ามันทำให้เขารู้สึกผิดมา
จนถึงวันนี้
ดังนั้น เขาจึงได้ตัดสินใจว่าไม่ว่าลูกสาวของเขาจะทำอะไร
ต่อไป เขาจะสนับสนุนเต็มที่ อย่างงานแต่งงานครั้งนี้ก็
เช่นเดียวกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าสามีของเธออย่างไป๋เฉินเป็นคน
สุดยอดมากแค่ไหน
“นั่นสิ คุณเซโร่พูดได้ดีจริงๆ” ซูสินเซี่ยวขอชนแก้วบ้าง
พลางนึกถึงช่วงเวลาที่ซูเสวี่ยหนิงเกิดมา ลูกสาวคนแรกของ
เขา ที่เขาทั้งรักทั้งหวง สองมือเล็กๆ ที่จับมือของเขาในวันนั้น
คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะแต่งงานเสียแล้ว
“หวังว่าพวกลูกสาวของเรา จะคลอดหลานที่น่ารักน่าชัง
ให้กับพวกเราโดยเร็ว อายุก็ปูนนี้แล้ว อยากอุ้มหลานแล้วสิ”
หลี่ฉงเทียนถอดหายใจแผ่วเบา ทุกคนต่างเห็นด้วย ไม่เว้น
แม้แต่อินฟินิตี้ เซโร่
‘หลานรึ? น่าเสียดายที่ข้าคงไม่ได้อยู่ดู’ เขาคิดในใจ เขารู้ดี
ว่าตัวเองมีเวลาเพียงแค่วันนี้
หมดสิ้นวันนี้ไป ตัวตนของเขาก็จะหายไปตลอดกาล!
‘นาเมียน่า พ่อขอให้เจ้ามีความสุข’
ถ้าหากว่านาเมียน่าสามารถได้ยินถ้อยคำในใจของอินฟินิตี้
เซโร่ ไม่รู้ว่าเธอจะมีความสุขมากแค่ไหน
งานเลี้ยงเล็กๆ ของเหล่าผู้เป็นพ่อเจ้าสาวยังคงดำเนินต่อไป
ภายใต้แสงจันทร์ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว