System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 67 : ไม่ฟังคำเตือน
“เธอจะไม่ใช่หลานสาวแท้ๆ ของฉันได้ยังไง หลิวเฟิงสมองแกคงจะ
เลอะเลือนไปแล้ว”
ฉวงกวงแน่นอนว่าจะไม่ยอมบอกออกมาว่าหลงซูอินไม่ใช่หลานสาว
แท้ๆ ของเขา เหตุผลนั้นไม่มีอะไรมาก ก็แค่เขาไม่อยากที่จะบอกก็
เท่านั้น
และเขาก็ได้เตือนหลิวเจ๋อไปแล้ว หากว่าหลิวเจ๋อกล้ายุ่งกับเธอ ตระกูล
หลิวจะถูกเขาทำให้หายไปแน่!
ไม่สิ ต่อให้เขาไม่ลงมือ ตระกูลของเธอก็คงจะลงมือเองอยู่แล้ว
แบบนี้แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องสงสัยเลย ตระกูลของเธอต้องมีอำนาจมาก
อย่างแน่นอน
ได้ ยินฉวงกวงพูดออกมาแบบนั้น หลิวเจ๋อก็ขมวดคิ้วขึ้น ไม่รู้ว่าฉวงกวง
โกหกหรือบอกความจริงกันแน่ แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะท้าทายอำนาจของฉ
วงกวงตอนนี้
“ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะไม่ยุ่งกับหลานสาวของแก แกสบายใจได้”
“ดี มาก นั่นคือสิ่งที่แกควรทำ” ฉวงกวงแน่นอนว่าไม่ไว้ใจหลิวเจ๋อ แต่
เขาก็ไม่ได้พูดออกมา เขาวางสายไป พร้อมกับความคิดที่จะส่งคนมา
สังเกตตระกูลหลิว
ถ้าหากว่าหลิวเจ๋อคิดจะทำอะไรหลงซูอิน ตระกูลหลิวจะเจอกับหายนะ
และถูกทำให้หายไปในทันที!
หลิวเจ๋อส่งโทรศัพท์คืนให้หลิวเฟิงหลานชายของเขา
หลิวเฟิงรับโทรศัพท์มา ก่อนจะถามอย่างอดไม่ไหว “ปู่ พวกเราคงไม่
ปล่อยเธอไปแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม?”
หลิวเจ๋อมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาก็ยิ้มอย่างเย็นชา
“แน่ นอนว่าไม่ เธอกล้าทำให้ปู่โกรธ เราคงต้องสั่งสอนเธอสักเล็กน้อย
หลานก็ไปหาคนของแก๊งเสือขาว จ้างพวกเขามาจับเธอ จากนั้นหลานก็
ไปเล่นสนุกกับเธอและถ่ายคลิปวีดิโอของเธอไว้ เพียงเท่านี้ต่อให้เธอ
อยากจะบอกกับใคร เธอก็ไม่สามารถบอกได้”
จริงอยู่ที่ว่าหลิวเจ๋อไม่กล้าท้าทายฉวงกวงตรงๆ แต่ว่าเขาก็ใช่ว่าจะปล่อย
ให้เรื่องนี้ผ่านไป
เขาเป็นคนมีนิสัยชั่วร้าย มักแค้นเคืองกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสมอ หากว่า
ใครกล้าไม่ฟังที่เขาพูดก็มีแต่ต้องยอมรับผลที่ตามมาเท่านั้น
หลิงเฟิงดีใจมากที่ได้ยินปู่ของเขาพูดแบบนี้ เขาพยักหน้าติดต่อกัน
“ขอบคุณมากครับปู่”
เดิมที เขาก็ว่าจ้างให้คนของแก๊งเสือขาวมาซ้อมไป๋เฉินปางตายอยู่แล้ว
จะว่าจ้างอีกสักเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องยาก เขารีบโทรออกไปยังเบอร์หนึ่ง
ในทันที
“ฮัลโหล นั่นพี่ถานใช่ไหม?”
“ใช่ ฉันเอง” เจ้าของเสียงเป็นชายวัยกลางคนตอบกลับมาผ่านโทรศัพท์
เขา มีชื่อว่าถานเถียน เป็นผู้มีอำนาจลำดับที่สามของแก๊งเสือขาว หรือมี
อำนาจเป็นอันดับที่สามรองจากผู้มีอำนาจลำดับที่สองและหัวหน้าแก๊ง
นั่น เอง
“พี่ถานคือว่าอย่างนี้นะ…” หลิวเฟิงไม่รอช้ารีบบอกความต้องการ
ออกไป
ถานเถียนที่อยู่ปลายสาย พลันฉีกยิ้ม
“นาย น้อยหลิวไม่ต้องห่วง เรื่องแค่นี้สบายมาก ตอนนี้ฉันก็นำคนมาแล้ว
ห้าคน มาดักรออยู่ที่ลานจอดรถของโรงแรมแกร์นซิงเฟิง ขอเพียงแค่
พวกเขาลงมา ทุกอย่างก็จะง่ายดายเหมือนกับปอกกล้วยเข้าปาก”
“ขอบคุณมากพี่ถาน เสร็จเรื่องแล้วผมจะจ่ายให้พี่อย่างงาม”
“ฮ่าฮ่าฮ่า” ถานเถียนหัวเราะอย่างพอใจ ก่อนจะกดวางสายไป
“เรียบ ร้อยครับปู่ ผมขอตัวก่อนนะ” หลิวเฟิงพลันพูดอย่างตื่นเต้นกับ
หลิวเจ๋อ เขารอเวลานี้มานานแล้ว รอเวลาที่จะได้เล่นสนุกกับหลงซูอิน
“ไปเถอะๆ” หลิวเจ๋อยิ้มอย่างชั่วร้าย พลางเดินไปหาแขกมีฐานะบางคน
ที่มางานเลี้ยงของเขา
………………………………….
ลานจอดรถของโรงแรมแกร์นซิงเฟิง หลงซูอินเดินมากับไป๋เฉิน สีหน้า
ของเธอดูไม่ปกติ
เธอพลันพูดออกมาว่า “ถ้าฉันรู้จะเป็นแบบนี้ ฉันไม่มาให้เสียเวลาหรอก
หลิวเจ๋อ ตาแก่นั่นคิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนกันนะ”
ไป๋เฉินมองเธอในขณะที่เดินไปพร้อมกัน เพื่อไปยังที่ที่จอดรถของเธอ
ไว้
“พวกคนมีฐานะก็เป็นอย่างนี้” คำพูดนี้ของเขามีความโกรธอยู่บ้าง
ประสบการณ์กับพวกคนรวยหรือมีตระกูลที่แข็งแกร่งหนุนหลัง เขาเคย
เจอมาแล้ว เจ็บปวดมากถึงเพียงไหน ใครจะมาเข้าใจ!
เมื่อเห็นหลิวเฟิงและหลิวเจ๋ออยากจะแสดงอำนาจ แม้ท่าทีของเขาปกติ
แต่ก็อดนึกรังเกียจในใจไม่ได้ รวมไปถึงความโกรธด้วย
“พูดอย่างกับนายไม่มีฐานะงั้นแหละ” หลงซูอินพูดแขวะเขา ในขณะทีj
เธอดันแว่นตากรอบทองขึ้น
เห็นได้ชัดว่าเธอยังเชื่ออยู่ว่าไป๋เฉินเป็นลูกคนรวยรุ่นที่สอง
“ผม จะไปมีฐานะได้ยัง…” ไป๋เฉินกำลังจะพูดอธิบายให้จบ แต่เขาก็หยุด
พูดก่อนจะหยุดเดิน เมื่อเขามองเห็นคนหกคนกำลังยืนพิงอยู่รอบๆ รถ
BMW ของหลงซูอิน
“ดูเหมือนว่าพวกเราจะมีเรื่อง” เขาพูด
หลงซูอินเองก็เพิ่งจะมองเห็น เธอหยุดเดินเหมือนกัน
ใบ หน้าสวยแสดงความเย็นชาออกมาให้เห็น “ต้องเป็นหลิวเจ๋อจ้างมา
แน่ ตาแก่นั่นช่างร้ายกาจจริงๆ เห็นทีคงต้องลบตระกูลหลิวให้หายไปซะ
แล้ว!”
ไป๋เฉินทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเธอ เขาพลันเดินตรงไปหาพวกคน
หกคนนั่น ซึ่งแต่งตัวเหมือนกับพวกอันธพาล
โดยเฉพาะชายวัยกลางคน เขาย้อมผมสีทอง ใบหน้ามีหนวดเคราและ
เจาะหูหลายรู
“นายจะไปไหน?” หลงซูอินรีบดึงแขนของเขาเอาไว้ เธอกลัวว่าเขาจะ
ถูกพวกอันธพาลทำร้าย หากเขาไปใกล้พวกเขา
“ผมไปจัดการพวกมันเอง รับรองใช้เวลาไม่นาน” ไป๋เฉินพูด เขาคิด
แตกต่างกับหลงซูอินเกี่ยวกับอันธพาลทั้งหกคนนี้
เขาคิดว่าต้องเป็นหลิวเฟิงแน่ที่จ้างพวกนี้มาทำร้ายเขา เพราะหลิวเฟิงก็
พูดเอาไว้นี่น่าว่า ‘พวกเราจะได้เห็นดีกัน’
เมื่อเป็นแบบนี้ เขาต้องรีบจัดการให้จบ ไม่ควรดึงหลงซูอินเข้ามา
เกี่ยวข้องด้วย
“นายเนี่ยนะ?” หลงซูอินถามออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“นี่คุณไม่เชื่อผม?” ไป๋เฉินหันหน้ามาถาม “เรามาพนันกันไหม?”
“นายจะพนันอะไร?” หลงซูอินไม่เคยกลัวการพนัน ไม่ว่าใครจะมาท้าก็
ตาม
ไป๋เฉินยิ้มเล็กน้อย “คุณเลี้ยงข้าวผมเป็นยังไง ที่จริงผมยังไม่ค่อยอิ่ม
เท่าไหร่”
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เอาเรื่องจูบมาพนันเหมือนกับตอนที่พนันกับหลี่
หลิน
ถ้าจะถามว่าทำไม เรื่องมันง่ายนิดเดียวก็คือเขาชอบหลี่หลิน ส่วนหลงซู
อิน แม้ว่าเธอจะสวย เขาก็คิดกับเธอแค่เพื่อนเท่านั้น
“ไม่มีปัญหา นายจะกินเท่าไหร่ก็ได้” หลงซูอินไม่เคยขาดเงิน ข้าวมื้อ
เดียวทำไมเธอจะเลี้ยงไม่ได้