The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์ - ตอนที่ 601 ฉันมีเพื่อนน้อยนิด หลัวหลานไม่อาจตาย
- Home
- The first order สู่รุ่งอรุณเเห่งมวลมนุษย์
- ตอนที่ 601 ฉันมีเพื่อนน้อยนิด หลัวหลานไม่อาจตาย
ตอนที่ 601 ฉันมีเพื่อนน้อยนิด หลัวหลานไม่อาจตาย
“มีวิธีอยู่ ก็ใช้พวกเชื้อเพลิงพลังงงานสูงหรือฟอสฟอรัสเผาทั้ง
ป้อมปราการ แต่ถ้าเราอยู่รอไฟลามมาถึงที่กลางป้อมปราการล่ะก็
พวกเราคงได้ตายก่อนต้นบอสตันไอวี่จะตายอีก” หลัวหลานเสริม
“และถ้าเจ้าบอสตันไอวี่นี่เคลื่อนไหวอีก พวกเราก็ตายเหมือนกัน”
โจวฉีขมวดคิ้ว “พยายามตามหาพื้นที่ปิดก่อน ขอให้ไม่มี
เถาวัลย์หลายเส้นเกินฉันก็พอรับมือไหวอยู่ พลังฉันน่าจะใช้ซื้อเวลา
ได้บ้าง”
หลัวหลานถอนหายใจ “ล่าสุดที่เจออะไรแบบนี้ก็คือโดนตัว
ทดลองไล่ล่า”
ทหารสมาคมตระกูลซิ่งคนหนึ่งโพล่งออกมา “แล้วตอนนั้น
เจ้านายรอดมาได้ไงเหรอครับ”
หลัวหลานนึกย้อนไปแล้วตอบ “ตอนนั้นฉันเจอเด็กหนุ่มผู้
แข็งแกร่งคนหนึ่งน่ะสิ แต่ว่ารอบนี้คงไม่โชคดีแบบนั้นแล้ว”
หนึ่งในผู้ประท้วงที่ตามหลังหลัวหลานก้าวออกมาถาม “หลัว
หลาน เจ้าเถาวัลย์นี่เป็นแผนการสมรู้ร่วมคิดของนายใช่ไหม”
หลัวหลานประหลาดใจ “สติสตังไปหมดแล้วเหรอ ไหนพวก
นายบอกว่านี่เป็นสัญญาณมงคลของสมาคมตระกูลหวังไง”
สมัยที่คนเห็นต้นบอสตันไอวี่เขียวขจีแรกๆ ก็บอกว่านี่เป็นลาง
มงคลของสมาคมตระกูลหวัง พวกเขาบอกว่าหวังเชิ่งจือบริหาร
ป้อมปราการสิบกว่าแห่งของสมาคมตระกูลหวังได้อย่างดี เพราะ
อย่างนั้นจึงมีลางมงคลแบบนี้ออกมาออกมา
พอนึกย้อนกลับไป ก็น่าตลกฉิบ …
“งั้นนายรู้ล่วงหน้าได้ยังไงว่าจะเกิดเรื่อง!” ผู้ประท้วงตะโกน
หลัวหลานหัวเราะ “ตอนนั่งอยู่หน้าตึกไม่เห็นเหรอว่ามีรถ
ทหารขับไปมาตลอดน่ะ คือใช้ชีวิตสบายๆ แบบหมูถูกขุนใน
ป้อมปราการจนไม่รู้แล้วหรอว่าอันตรายมาตอนไหน ข่าวต้น
บอสตันไอวี่มีมาตั้งนานแล้ว ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วยไม่ทราบ อย่าบอกนะว่าฉันไปหว่านเมล็ดตามป้อมปราการต่างๆ มานานแล้วน่ะ ถ้าฉัน
สามารถขนาดนั้น คงเสกลูกเข้าท้องเมียนายไปแล้วล่ะ!”
ใบหน้าผู้ประท้วงดำคล้ำไป!
มุมปากทหารสมาคมตระกูลซิ่งกระตุก ดูเหมือนเถ้าแก่หลัว
จะหงุดหงิดกับการถูกเถาต้นบอสตันไอวี่ล้อมแบบนี้หน่อยๆ
ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดเรื่องสกปรกๆ ออกมาหรอก
แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดมากอะไร อย่างไรเถ้าแก่หลัวก็ไม่ได้
สะอาดสะอ้านอะไรอยู่แล้ว …
หลัวหลานหันไปมองรอบๆ แล้วเห็นว่าชาวป้อมปราการอื่นๆ
หนีไปกลางป้อมปราการกันหมดเรียบร้อย ที่เหลืออยู่ริมขอบต้นบอส
ตัสไอวี่ก็คือพวกเขาเอง
จู่ๆ หลัวหลานก็หันไปถามลูกน้อง “ฮี่ฮี่! ฆ่าพวกเขาให้หมด
ตอนนี้เลยเป็นไง ไม่มีใครเห็นอยู่แล้วนี่”
พูดแล้วสีหน้าผู้ประท้วงก็กลับกลาย เกิดหวั่นใจขึ้นมาแล้ว!
ที่พวกเขากล้าประท้วงก็เพราะรู้ดีว่าถ้าอยู่ในป้อมปราการ
สมาคมตระกูลหวัง หลัวหลานไม่กล้าทำอะไรพวกตนหรอก แต่ตอนนี้กฎระเบียบนั้นมลายสิ้นไปแล้ว ไม่มีใครคอยคุ้มกะลาหัว
พวกเขาอีก!
แต่หลัวหลานไม่ได้คิดจะฆ่าคนหรอก โจวเทาผู้สื่อข่าวของชีวั่ง
มีเดียที่อยู่ด้านข้างถอนหายใจออกมา “ฉันจะรายงานถูกอย่าง
ตามจริง”
“อ่าฮะๆ รู้แล้วๆ” หลัวหลานโบกมืออย่างไม่สบอารมณ์ “นายก็
เห็นแล้วว่าพวกเขาเป็นคนแบบไหน งั้นฉันไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว
ล่ะ แต่ชีวั่งมีเดียของนายควรรู้ไว้ด้วยว่าฉันล่ะเกลียดวิธีการแบบนี้
จริงๆ ต่ำช้าเกินไปแล้ว”
จากนั้นหลัวหลานก็นำคนไปใจกลางป้อมปราการ
ส่วนที่ว่าบอสตันไอวี่จะขยายตัวต่อไหมนั้นยังไม่ต้องสนใจ
เพราะอย่างไรก็ต้องเข้าไปอยู่ใจกลางป้อมปราการกับหาอาหารให้ได้
ก่อน หลังจากนั้นต้องหาที่ปลอดภัยหลบซ่อนตัวอีก!
ป้อมปราการตกอยู่ในความโกลาหล หลัวหลานไปได้ไม่ไกล ก็
เห็นทุบประตูร้านเพื่อบุกเข้าไปปล้นอาหารกับน้ำข้างใน”ดูแล้วใช่ว่าทุกคนจะโง่กันเสียหมด มีคนรู้ด้วยว่าตอนนี้อาหาร
กับน้ำสำคัญสุด” หลัวหลานยิ้มพูด ทำตัวอย่างกับว่าไม่ได้อยู่ใน
เมืองแตกแห่งหนึ่ง
หลังจากคนบุกปล้นร้านค้าเสร็จ พวกเขาก็มาเจอเข้ากับหลัว
หลานและกลุ่มทหารที่ส่งยิ้มมาให้ และแล้วของโจรก็ถูกปล้นไปเสีย
อย่างนั้น
หลัวหลานแจกอาหารให้พวกโจวฉี “อาหารชุดนี้น่าทำให้เรา
อยู่ได้สามวัน พวกนายซ่อนอาหารไว้ให้ดีล่ะ”
ในเมืองแตกนี้ ทุกคนกำลังตื่นตระหนกตกใจ ผู้ประท้วงไม่ได้
ตามกลุ่มหลัวหลานมาต่อแล้ว แต่ออกไปตามหาชาวป้อมปราการ
61 คนอื่นๆ กับทหารสมาคมตระกูลหวังแทน
ระหว่างทางพวกเขาก็เห็นคนกำลังขโมยอาหารอยู่เนืองๆ และ
พวกเขาก็ลงมือแบบเดิม แต่หลังจากได้อาหารมาแล้ว ก็เอามาชุก
ตามตัว จึงไม่ได้ดูเนี๊ยบเหมือนแต่ก่อน
โจวฉีว่า “พวกเราควรเข้าหากองทัพสมาคมตระกูลหวังไหมนะ
ยังไงพวกเราก็เป็นแขก ถ้ามองในแง่การเมือง พวกเขาต้องคอยปกป้องเราสิ พวกเรารับเพลิงโทสะของชิ่งเจิ่นไม่ไหวหรอกนะ ถึงจะ
ไม่ใช่ความผิดพวกเขาก็เถอะ”
ถ้าหลัวหลายจบชีวิตลงที่นี่ ซิ่งเจิ่งต้องคิดจะยิงนิวเคลียร์
ใส่ป้อมปราการความตระกูลหวังแน่นอน! แม้ผู้ร้ายที่แท้จริง
จะเป็นต้นพืชก็ตาม!
แต่หลัวหลานส่ายหน้าแล้วว่า “ตอนนี้สมาคมตระกูลคงเหลือ
ทหารอยู่หลายนาย แต่ว่าปืนจะปกป้องเราได้จริงเหรอ ตอนนี้ศัตรู
ไม่ใช่ตัวทดลองเสียหน่อย เหล่าโจว … ช่วงวิกฤตแบบนี้ ฉันว่าฉันได้
แต่ต้องพึ่งนายแล้วล่ะ! ฉันรู้มานานแล้วว่านายโคตรพึ่งพาได้ เป็น
พี่น้องประเสริฐที่ก้าวออกมาในเวลาวิกฤต … ”
โจวฉีเบ้ปาก “ฉันเตือนไปแล้วนะว่าฉันคุ้มกันนายไม่ไหว”
“ฉันจ่ายเพิ่ม!” หลัวหลานว่า
“จ่ายเยอะขึ้นไปฉันก็คุ้มกันนายไม่ไหวเหมือนเดิม!” โจว
ฉีคำราม “รู้ไหมเนี่ยว่าเราตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนอยู่”
“ไปหาบ้านตั้งปราการด่านสุดท้ายกันเถอะ” หลัวหลาน
ถอนหายใจ “หวังว่าทหารกู้ภัยจะมาช่วยเราทันการณ์นะ ถึงไม่รู้ว่า
พวกเขาจะทำอะไรเจ้าต้นพืชนี้ได้ไหมก็เถอะ ถ้าเริ่นเสี่ยวซู่อยู่ด้วย
คงตะลุยสังหารออกวงล้อมไปได้แล้ว”
“จ้าๆ” โจวฉีพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลย “ดูเจ้าต้นบอสตันไอวี่
ข้างนอกนี่สิ ต่อให้เริ่นเสี่ยวซู่อยู่ด้วย ก็คงช่วยพวกเราออกไปจากที่นี่
ไม่ได้อยู่ดี”
ตอนนี้เริ่นเสี่ยวซู่กำลังยืนอยู่หน้าประตูป้อมปราการ เขามอง
หมู่เถาวัลย์หนาขนัดที่ยังประตูป้อมปราการอยู่ จากนั้นก็หันไปพูด
กับโจวอิ่งเสวีย “เธอควบคุมตัวเถาวัลย์ได้ไหม”
โจวอิ่งเสวียดูไม่มั่นใจ “นายท่าน พวกเราจะเข้าไปจริงๆ เหรอ
นายท่านไม่ได้ยินเหรอที่ทหารสมาคมตระกูลหวังบอกว่า
ป้อมปราการนี้จบเห่แล้วน่ะ ตอนหนีเอาชีวิตรอด พวกเขาเห็นต้น
บอสตันไอวี่กลืนป้อมปราการไปหนึ่งในสามแล้ว เวลาผ่านมาขนาด
นี้ มันคงกลืนกินทั้งป้อมปราการไปแล้ว หลัวหลานคงไม่รอด
แล้วด้วย พวกเรายังต้องเข้าไปช่วยเขาอีกเหรอ”
หลัวหลานคิดพักหนึ่งก่อนจะพูด “หลัวหลานเจ้าเล่ห์เพทุบาย
คนแบบเขาอยู่รอดจนคนสุดท้ายนั่นแหละ จะเป็นหรือตาย ฉันก็ต้อง
ไปดูด้วยตาตัวเอง”
โจวอิ่งเสวียพึมพำ “ทำไมต้องพยายามช่วยเจ้าอ้วนนั่นนักนะ”
เริ่นเสี่ยวชู่พูดเสียงเคร่ง “เพราะเขาเป็นเพื่อนฉัน”
โจวอิ่งเสวียพลันนึกได้ว่าเริ่นเสี่ยวซู่มีสองนิสัยสุดโต่งสองอย่าง
ถ้าไม่ใช่เพื่อนเขา คนจะเป็นจะตายเขาไม่ใยดีอะไรเลย แต่ขอให้
เป็นเพื่อนเขา ก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อเพื่อนตัวเอง
เริ่นเสี่ยวซู่มองออกว่าโจวอิ่งเสวียไม่เข้าใจ จึงพูดแบบรวบรัด
ว่า “ฉันมีเพื่อนน้อยนิด ดังนั้นทุกคนจึงมีค่าสำหรับฉันมาก เพราะ
ตายไปหนึ่ง เพื่อนก็หายไปคนหนึ่ง”
“อืม” โจวอิ๋งเสวียถอนหายใจแล้วว่า “ฉันพยายามควบคุม
เจ้าต้นพืชนี้แล้ว แต่เหมือนว่าฉันอยู่ห่างจากรากมันเกินไปก็เลย
ควบคุมไม่ได้”
“อ่าฮะ เริ่นเสี่ยวซู่มองไปยังเถาบอสตันไอวี่อย่างเงียบงัน
ใจลอบคิดคำนวณว่าถ้าบุกเข้าไปจะมีโอกาสมากน้อยเพียงไรโจวอิ่งเสวียก็พูดเสริม “แต่ทำให้มันไม่โจมตีฉันได้”