The Intimate Companion คู่หูต่างขั้ว! - บทที่ 2 เริ่มต้นภารกิจ
บทที่ 2
เริ่มต้นภารกิจ
“แล้วที่ทำอยู่นี่ไม่ใช่รึไง”
เจ้าเสือพูดเสียงเบา แต่เพราะข้ามัวตั้งหน้าตั้งตากินของอร่อย เลยไม่แน่ใจว่าหูฝาดรึเปล่า เพราะเจ้าแมวตัวโตเป็นพวกซึนเดเระ หรือก็คือปากไม่ตรงกับใจ ไม่มีทางแสดงความห่วงใยเจ้านายเด็ดขาด
เทียบกันแล้ว…
“ซัทจัง มามะข้าป้อน” เอริน พยัคฆ์เมฆาสาวสุดเซ็กซี่เอ่ยด้วยดวงตาปรือราวคนง่วงนอนตลอดเวลา แต่เธอถือช้อนตักข้าวจ่อปากซัทเซนผู้เป็นนายด้วยความรักอย่างตั้งใจ เพราะเป็นเวลาเที่ยงตรงละมั้ง สมาชิกแทบทุกคนในสมาพันธ์ถึงได้มานั่งรับประทานอาหารกันอย่างเรียบร้อย ต่างจับจองมุมของตัวเองตามโต๊ะต่างๆ แบบไม่คิดรวมกลุ่มกับใคร
แหงสิ ช่วงเวลาที่จะได้พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพยัคฆ์เมฆาและผู้เป็นนาย พวกเขาย่อมไม่อยากให้ใครอื่นมาแทรกแซง
“อ้ามมม”
ข้าตาโตอย่างคาดไม่ถึงเมื่อเห็นซัทเซน…ชายร่างสูงใหญ่กำยำราวกับยักษ์ทำตัวน่ารักๆ เอาใจเอริน
ที่น่าตะลึงกว่าคือคู่ของพยัคฆ์เมฆาสองหน้าที่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน แน่นอนว่าวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ภาพของซีเอลในชุดหมีตัวใหญ่สีน้ำตาลถือถาดอาหารใส่ขนมกรุบกรอบและกองลูกอมช่างโดดเด่นจนมองข้ามไม่ได้เลย
แม้ไม่อยากเข้าไปใกล้รัศมีพยัคฆ์สองหน้าอย่างซีเอล แต่ข้าอยากทักทายจีเซลซึ่งนั่งโต๊ะใกล้ๆ กัน สมาชิกตัวน้อยผู้นี้น่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบผู้มีผมสีทอง แม้ว่าแท้จริงแล้วจะเป็นปีศาจในคราบเทวดาก็ตาม เพราะเขาหยิบขนมจากถาดของซีเอลเข้าปากก่อนจะกวักมือเรียกให้ชายหนุ่มร่างสูงโน้มตัวลงมาในระดับเดียวกัน เด็กชายเลือกโบสีเขียวแสบตาบนโต๊ะ แล้วผูกรอบคอของซีเอลด้วยท่วงท่าน่าเอ็นดู
ซีเอลยิ้มค้างกับท่าทางสนุกสนานของเจ้านาย ขณะที่จีเซลกำลังขมวดคิ้วเพื่อดูว่าโบสีเขียวสดใสนั้นเข้ากับชุดหมีสีน้ำตาลรึเปล่า
“หรือว่าจะสีม่วงดี” คำกล่าวลอยๆ ของเด็กชายตัวน้อยเรียกให้ข้ากระตือรือร้นเสนอความเห็นอย่างอยากมีส่วนร่วม
“สีม่วงก็ดีนะขอรับ” ข้ารีบกลืนข้าวคำโต ก่อนจะส่งยิ้มจริงใจสุดๆ ไปให้ จีเซลเหลือบมองข้าเพียงครู่คล้ายว่าไม่ได้ถาม แต่กระนั้นหางปีศาจที่ปรากฏอยู่รางๆ ก็ทำให้เด็กชายยิ้มออก
“ใส่ทั้งสองสีแล้วกัน” ว่าแล้วจีเซลก็หยิบโบสีม่วงมาผูกเข้าที่หูหมีบนศีรษะของซีเอลซึ่งกำลังทำหน้าเหวอ
ข้าทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงรึเปล่านะ หมีตัวโตที่ผูกโบสีเขียวตรงคอ แล้วยังมีโบสีม่วงตรงหู ไม่ว่าจะมองยังไงก็ดูไม่เข้ากัน แม้ว่าคนสวมใส่จะเป็นซีเอลผู้หล่อเหลาคมคายก็เถอะ
นึกได้ข้าก็รีบคว้ามือเจ้าเสือที่อ้าปากหัวเราะก๊ากจนเห็นลิ้นไก่ให้เปลี่ยนโต๊ะ ไม่งั้นเกิดศึกปะทะระหว่างสองพยัคฆ์เมฆานามว่าซีเอลและโฟรเซนแน่
สองคนนี้ไม่รู้เป็นอะไร…ชอบประลองฝีมือกันอยู่เรื่อย!
หลังเลือกที่นั่งห่างจากจีเซลกับซีเอลอยู่ไกลโข และห่างจากพี่ซัฟเฟอร์กับพี่เพลอยู่หลายช่วงตัว ข้าก็ดื่มด่ำกับอาหารแสนอร่อยอีกครั้งตามประสาครึ่งเทพผู้เลี้ยงง่ายกินง่าย เพราะข้าไม่มีของที่ไม่ชอบเลย ข้ากินได้ทุกอย่าง!
“ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจรึไง” เจ้าเสือกลอกตาอย่างเวทนาเจ้านายที่ฝีมือต่อสู้ไม่ได้ดี ฝีมือยิงปืนก็ไม่ได้เรื่อง แต่มือกลับกดสั่งคัพเค้กรสบลูเบอร์รี่ที่มันเคยบอกว่าอร่อยมากและอยากให้ข้าชิมสักครั้ง ดูสิ เจ้าแมวตัวโตของข้าเป็นเสือซึนเดเระ!
“ข้าสั่งมาให้ตัวเองกิน ไม่ได้สั่งให้เจ้า!”
ข้ายิ้มกว้างให้มัน เพราะมองยังไงจำนวนคัพเค้กกว่าสิบชิ้นเจ้าเสือก็กินคนเดียวไม่หมดหรอก
“เลิกทำหน้าติงต๊องได้แล้ว”
โดนดีดหน้าผากซะงั้น เฮ้อ ครึ่งเทพแสนซวยต้องรับมือความปากไม่ตรงกับใจของมันไม่ง่ายเลย
ขณะที่พวกเราจดจ่อกับคัพเค้กบลูเบอร์รี่ สมาชิกแต่ละคนก็เริ่มแยกย้าย ลืมบอกไป สมาชิกในสมาพันธ์มีทั้งหมดเจ็ดคน (ไม่นับเหล่าพยัคฆ์เมฆา) แต่ในจำนวนนั้นมีแค่ไม่กี่คนที่จะมาห้องอาหาร
สี่ในเจ็ดคือพี่เพล ซัทเซน จีเซล และตัวข้านั่นเอง
ที่เหลืออีกสามคนคือคาร์ท หรือชื่อเต็มคือคาเทลเรียส บุคคลเพียงหนึ่งเดียวในสมาพันธ์ที่ไร้พยัคฆ์เมฆา คาร์ทมักประจำอยู่ในห้องพยาบาล มีหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายเบ็ดเตล็ด ซึ่งก็คือทำได้ทุกอย่างยกเว้นรับภารกิจ
คนที่สองคือท่านกลาเซียส หัวหน้าสมาพันธ์ที่มักหมกตัวอยู่ในห้องทำงานแสนรก ผู้มีวิญญาณจำนวนเจ็ดดวงในร่างซึ่งถูกสะกดไว้ด้วยแว่นกรอบแดง พยัคฆ์เมฆาของหัวหน้าคือเฟนเซล พยัคฆ์เมฆาที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนโฟรเซนอย่างน่าแปลก แต่มีเรือนผมสีเงินยาวและดวงตาสีน้ำเงินคราม พลังของเขาคือการรักษาขั้นสุดยอด แตกต่างจากพยัคฆ์เมฆาคนอื่นที่มีพลังด้านต่อสู้
และคนสุดท้ายคือท่านราพิตต์ แผนกประจำนอกสถานที่ซึ่งมีสมาชิกเพียงคนเดียว อดีตเป็นถึงหัวหน้าสมาพันธ์รุ่นแรกและเป็นทวดของท่านกลาเซียสกับคาร์ทซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน (สาเหตุที่หน้าดูอ่อนเยาว์ยังคงเป็นปริศนา) ท่านราพิตต์มีพลังเวทมากที่สุด มากถึงขนาดที่สามารถเปิดมิติเองได้โดยไม่ต้องมีพยัคฆ์เมฆาเคียงข้าง
พยัคฆ์เมฆาของท่านคือชาเร็ตต้าผู้มีใบหน้านิ่งสงบราวตุ๊กตาไร้ชีวิต ดวงตาแทบไร้ประกาย ถึงกระนั้นฝีมือต่อสู้ก็น่ากลัวเกินกว่าจะประมาทได้ ในเมื่อเป็นถึงพยัคฆ์เมฆาของอดีตหัวหน้าสมาพันธ์ที่มีลางสังหรณ์ช่วยทำนายเป็นระยะ
ต่อให้น่าแปลกแค่ไหนที่สมาพันธ์แสนใหญ่โตมีสมาชิกเพียงเจ็ดคนเท่านั้น แถมผู้ที่รับงานได้ก็มีเพียงห้าคน (เพราะคาร์ทประจำห้องพยาบาลและหัวหน้าไม่มีทางออกโรงเอง) แต่นั่นคือความจริง…
โครม!
ข้าสะดุ้งตื่นจากภวังค์แล้วหันมองตามเสียงทันที ภาพที่เห็นคือโฟรเซนกำลังโดนชายหนุ่มในชุดหมีตบจนหน้าทิ่ม เฮ้ย หมอนี่วิ่งไปหาเรื่องตั้งแต่เมื่อไร สมน้ำหน้า!
“มันต่างหากที่วิ่งมาหาเรื่องข้า” เจ้าเสือโวยวายเรียกร้องความเป็นธรรม ซึ่งก็พูดถูก เพราะถึงจะลุกจากเก้าอี้แต่ปากมันยังเคี้ยวคัพเค้กอยู่เลย แน่นอนว่าข้าไม่เข้าข้าง ปรบมือเชียร์ซีเอลให้ตบซ้ำหนักๆ ด้วยซ้ำ มันชอบกลั่นแกล้งรังแกข้าเป็นประจำ เอาคืนก็ทำไม่ได้เพราะตัวเล็กกว่าและสู้แรงไม่ได้ อย่างมากก็ดึงผมแล้วทุบๆ ตามตัว แต่หน้าโฟรเซนหนาขนาดไหนหนังของมันก็หนามากเท่านั้น ไม่เคยสะทกสะท้านแถมชอบหิ้วข้าจับเหวี่ยงไปมาด้วยรอยยิ้มชอบใจ
“เจ้าได้สิทธิ์นั้น”
โฟรเซนที่อ่านใจได้ช้อนมือใต้รักแร้ข้าแล้วหิ้วขึ้นจากเก้าอี้ทันที เฮ้ย ซีเอลตบมันแล้วข้าเกี่ยวอะไรด้วย!
“สมน้ำหน้า ฮ่าฮ่าฮ่า”
โฟรเซนมีความสุขมากที่เห็นข้าดิ้นปัดๆ แบบพยายามจะเอื้อมไปหยิบจานขนมแต่ไม่ถึง คนกำลังหิวเล่นพิเรนทร์เพื่ออะไร เดี๋ยวก็หันไปกินหัวมันเลยนี่
“หยุดหยอกเจ้านายก่อนเถอะ หัวหน้าให้มาตามพวกเจ้าน่ะ”
ซีเอลผู้ตบก่อนตามแสยะยิ้มเล็กน้อย ช่างแตกต่างเวลาอยู่กับจีเซลโดยสิ้นเชิง สมแล้วที่ได้ฉายาว่าพยัคฆ์สองหน้า ต่อหน้าเจ้านายนอบน้อมเอาใจ ลับหลังอีกฝ่ายกลายเป็นพวกบ้าการต่อสู้พอๆ กับโฟรเซน
“วันหลังข้าค่อยมาคิดบัญชีกับเจ้า” เจ้าเสือหันไปคาดโทษอีกฝ่ายโดยที่ยังไม่ปล่อยข้าลง ช่วยเล่นงานให้ถูกคนได้หรือไม่ ข้าหิวนะ ข้าจะกิน ข้าจะกินน!
“อยากลิ้มรสความพ่ายแพ้ก็มาสิ ข้าพร้อมทุกเมื่อ” ซีเอลกล่าวก่อนจะหายไปยืนเคียงข้างจีเซลภายในพริบตาด้วยเวทข้ามมิติที่ใช้ได้เพียงเหล่าพยัคฆ์เมฆาเท่านั้น นี่คือความสามารถของพยัคฆ์เมฆาทุกตนที่หลายคนต่างอิจฉา
เพราะแค่มีพิกัดของสถานที่นั้นๆ พยัคฆ์เมฆาสามารถไปได้ทุกที่
ไม่ต้องผ่านแดนเชื่อมต่อ ไม่ติดเงื่อนไขการใช้เหมือนเวทประตูมิติ
แต่อย่างหนึ่งที่ข้าไม่ชอบก็คือ…
“ไปกันเถอะ” โฟรเซนปล่อยข้าลงจนได้ ก่อนจะเอื้อมมือหยิบจานอาหารที่ยังไม่ทันได้กินเพราะโดนคัพเค้กบลูเบอร์รี่ล่อตาล่อใจแล้วคว้าต้นแขนข้า ฉับพลันรอบด้านถูกครอบคลุมด้วยความมืดทะมึน พร้อมความกดดันของอากาศที่แทบไม่มีอากาศให้หายใจ สอดแทรกด้วยความมึนเกินบรรยายจนแทบอ้วก ราวอยู่ในกล่องเล็กๆ แล้วถูกเหวี่ยงไปรอบๆ อย่างไรอย่างนั้น
ตุบ…
และข้ากับเจ้าเสือก็อยู่หน้าห้องของท่านกลาเซียส
คงไม่ต้องบอกใช่ไหมล่ะว่าเมื่อครู่คืออะไร หากไม่ใช่เวทข้ามมิติของพยัคฆ์เมฆา!
“เอ้า” เจ้าเสือยื่นจานอาหารมาตรงหน้าข้า กลิ่นหอมช่วยให้ความวิงเวียนบรรเทาลงมาก ข้ารีบสวาปามทันทีตามประสาครึ่งเทพเห็นแก่กิน เพราะเมื่อก่อนแทบไม่มีจะกินด้วยซ้ำ
ขณะที่ข้าเคี้ยวแก้มตุ่ย โฟรเซนก็ผลักประตูเข้าไป พบกับพยัคฆ์เมฆาหัวสีเงินที่กำลังพยายามขุดบางสิ่งออกจากกองเอกสาร
“พวกเจ้ามาพอดี ช่วยข้าขุดกลาเซียสออกมาหน่อยสิ” เฟนเซลเอ่ยด้วยท่าทางโล่งใจ
“หึ ข้าคนเดียวก็เหลือเฟือ”
ข้าเอียงหัวงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนเจ้าเสือกระโจนไปแล้ว หมอนี่ชอบใช้ความรุนแรงทุกประเภทถึงเข้ากันได้ดีกับซีเอลที่บ้าการต่อสู้ ไม่นานเอกสารก็กระจัดกระจายแถมยังปลิวว่อน ก่อนที่ร่างหัวหน้าจะถูกเฟนเซลลากออกมา
“เฮ้อ…เมื่อกี้เผลอชนกองเอกสารก็เลยท่วมทับหัวน่ะ ไม่ได้เกิดเหตุร้ายอะไรหรอก” กลาเซียสหรือหัวหน้าสมาพันธ์ส่งสารแห่งสามภพดันแว่นกรอบแดงพลางอธิบาย แม้ท่าทางไม่เอาการเอางานของเขาจะดูไม่สมตำแหน่ง แต่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาก็เป็นคนที่พึ่งพาได้
“มีภารกิจใหม่หรือขอรับหัวหน้า” ข้าถามด้วยความตื่นเต้นหลังกลืนข้าวคำสุดท้ายลงท้อง การทำภารกิจของผู้ส่งสารแห่งสามภพมักไม่ซ้ำรูปแบบ ทำให้อดลุ้นไม่ได้ว่าคราวนี้ข้ากับเจ้าเสือต้องร่อนเร่ไปที่ไหน หวังว่าจะไม่ตกไปกลางสงครามอย่างคราวที่แล้วเป็นพอ
หัวหน้าพยักหน้าก่อนจะคุ้ยหาซองใส่เอกสารที่ยังคงกระจายเกลื่อนเต็มห้อง เฟนเซลถอนหายใจเล็กน้อยพลางส่งซองเอกสารที่ถือไว้ตลอดให้เจ้านายตัวเอง
“โอ๊ะ ขอบใจนะเจ้าตัวเล็ก เจ้าช่างรอบคอบจริงๆ” หัวหน้ายิ้มหวานให้พยัคฆ์เมฆาผมสีเงินสว่าง
“ข้าตัวโตกว่าเจ้านานแล้ว และถ้าข้าไม่รอบคอบ ป่านนี้สมาพันธ์แห่งสามภพคงล่มสลายนานแล้ว…กลาเซียส” เฟนเซลส่ายหน้าอย่างระอา ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายและพยัคฆ์เมฆามักแปลกประหลาดเสมอ ขณะที่ต่อมความอยากรู้อยากเห็นของข้ากำเริบ เจ้าเสือก็รับเอกสารมายัดใส่มือข้าแลกกับเอาจานข้าวไปวางบนพื้นห้อง
‘เคยชมข้าเหมือนที่เจ้านายคนอื่นชมพยัคฆ์เมฆาบ้างไหม’
แล้วเจ้าเคยชมข้าบ้างไหมล่ะ ลองถามตัวเองสิ!
ข้าแย้งเจ้าเสือในใจอย่างรู้ทันว่าหลังพวกเราออกไปแล้วมันกะให้หัวหน้าสะดุดจานจนแว่นหลุดสร้างความวุ่นวายให้เฟนเซลรับมือ หมอนี่มีนิสัยขี้แกล้งมาก และชอบรังแกข้าเป็นพิเศษ
“ภารกิจนี้ไม่จำกัดเวลา พวกเจ้าไม่ต้องรีบร้อนหรอก อ่านเอกสารและจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเถอะ”
“ขอรับ”
ข้าเปิดเอกสารอ่านคร่าวๆ หลังเจ้าเสือใช้เวทข้ามมิติกลับมาห้องอาหารอีกครั้ง เห็นความหนาเกือบร้อยหน้าแล้วจะเป็นลมทุกที เพราะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับดินแดนที่กำลังจะเผชิญ มีทั้งสภาพภูมิอากาศ จำนวนประชากร ตำแหน่งพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ราบ พื้นที่ภูเขา และอีกสารพัดอย่างที่ควรรู้ไว้เผื่อเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย
ซึ่งข้ามีสิทธิ์ประสบพบเจอมากที่สุด
‘เพราะเจ้าเป็นตัวซวย’
ใช่ เพราะข้าเป็นตัวซวย
‘แต่เจ้ามีข้า’
ใช่ เพราะข้ามีโฟรเซนอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีทางเป็นอะไรเด็ดขาด!!