War of Ancient Emperor - ตอนที่ 26 ฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว
หลังจากที่หลงจินเหอเข้ามาภายในอาณาเขตของหุบเขาแห่งความตายแล้ว ก็ยังคงห่างไกลจากบริเวณที่มีฟ้าผ่าลงมา
“มีอะไรเกิดขึ้นกัน?”
เมื่อหลงจินเหอเข้ามาลึกขึ้นอีกหน่อย ก็พบกับผู้คนจำนวนมากนับพันกำลัง จับกลุ่มกันอยู่ เบื้องหน้าของคนเหล่านั้นก็จะมีก้อนหินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอักขระ
“พี่ชาย คนพวกนั้นเขามาทำอะไรกันที่นี่งั้นหรอ?”
ด้วยความสงสัยหลงจินเหอจึงเดินเข้าไปถามชายร่างโตที่อยู่ภายในกลุ่ม
“น้องชาย นี่เจ้ามาที่หุบเขาแห่งความตายแห่งนี้ โดยที่ไม่ทราบจริง?”ชายร่างโตหันหลังกลับไปถามหลงจินเหอ
“ข้าไม่ทราบ รบกวนพี่ชายบอกข้าทีมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อย
“เอิ่มม ข้าควรจะบอกยังไงดี เอาเป็นว่าทุกคนเรียกกันว่า ฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว”ชายร่างโตกล่าว
“ฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวอะไรงั้นเหรอพี่ชาย?”
เมื่อได้เช่นนี้หลงจินเหอก็รู้สึกงงเข้าไปใหญ่
“เจ้าเห็นใหญ่ก้อนตรงหน้านั่นไหม?”
ชายร่างโตก็ชี้นิ้วไปที่หินก้อนใหญ่เบื้องหน้าผู้คน หลงจินเหอก็พยักหน้าเล็กน้อย
“หินก้อนนั้น เอาไว้ใช้สำหรับทดสอบความสามารถของผู้คน ก่อนจะถูกส่งไปอีกมิติ เพื่อบ่มเพาะพลัง”
ชายร่างโตก็อธิบายต่อ
“มิติที่เราจะถูกส่งไป?มันเป็นแบบไหนงั้นหรอพี่ชาย”
หลงจินเหอถามต่อ
“เรื่องนี้ ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน จากที่ข้าได้ฟังมา หลังจากที่ทุกคนได้รับการทดสอบจากก้อนหินอักขระ พวกเขาก็จะถูกส่งไปสถานที่ที่แตกต่างกันออกไปตามความสามารถของคนนั้น”
ชายร่างโตกล่าวต่อ
“เป็นเช่นนี้เอง ข้าเข้าใจแล้ว พี่ชาย เกี่ยวกับฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว เราจะสามารถเข้าไปรับการทดสอบ เพื่อบ่มเพาะพลังได้ตลอดเลยงั้นหรอ?”
หลงจินเหอถามอีกครั้ง
“น้องชาย เจ้าเข้าใจผิดแล้ว นี่ถือว่าอาจจะเป็นโชคครั้งใหญ่ของเจ้าเลยก็ได้”
ชายร่างโตกล่าว
“โชคครั้งใหญ่ของข้า? ท่านหมายถึงอะไร?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงจินเหอจึงได้แต่เผยสีหน้างงงวยออกมาทันที
“เจ้ามาวันนี้เป็นวันสุดท้ายพอดี หลังจากพรุ่งนี้ไป ก้อนหินอักขระก็จะปิดการทำงานอีกครั้ง เพื่อสะสมพลังงานเอาไว้ สำหรับเปิดอีกครั้งในหนึ่งร้อยปีข้างหน้า เมื่อหินก้อนอักขระกลับมาเปิดอีกครั้งจะสามารถคงอยู่ได้เพียงสามวันเท่านั้น”
ชายร่างโตอธิบาย
“เจ้าอย่าได้ถามมาก ไปต่อแถวได้แล้ว เดี๋ยวคนจะแห่กันมาที่นี่เยอะอีกแน่”
ชายร่างโตกล่าวพร้อมกับลากหลงจินเหอไปต่อแถว เขาค่อยข้างถูกใจความกล้าหาญของหลงจินเหอ
เพราะว่าในบรรดาผู้คนที่มารวมตัวกันที่นี่ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่อายุน้อยเทียบเท่าหลงจินเหอ
“พี่ชาย การทดสอบมันเป็นแบบไหนหรอ”
เมื่อเข้ามาต่อแถวแล้ว หลงจินเหอก็หันหลังกลับไปถามต่อ
“เจ้าเห็นคนที่สวมชุดคลุมสีดำนั่นไหม เขาจะเป็นคนทดสอบให้กับเรา การทดสอบก็ง่ายมากเขาจะเขียนอักขระให้เราก่อนเข้าทดสอบ ทุกคนจะได้รับเลขศูนย์ทั้งหมดก่อนจะเริ่ม ส่วนหลังจากนั้นคนชุดคลุมดำจะเป็นคนบอกเองว่าต้องทำอย่างไรต่อ”
ชายร่างโตชี้นิ้วไปทางคนชุดคลุมดำที่ยืนอยู่สี่คนเบื้องหน้าก้อนหินอักขระ
“ดูตรงนั้นเร็ว…”
“หื้ม…นั้นมัน…”
“นั่นคือนายน้อยจากตระกูลหลาน.…”
“ไม่ผิดแน่ ดูจากตราสัญลักษณ์ประจำตระกูล”
“นายน้อยหลาน โม่เฟิง”
“คิดไม่ถึงว่านายน้อยตระกูลหลานจะมาที่นี่ด้วย”
หลงจินเหอที่กำลังคุยกับชายร่างโตอยู่ก็ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าว ไม่ว่าจะชายและหญิงดังมาจากข้างหน้าแถว ด้วยความสงสัยเขาจึงชะโงกหน้าไปดูก็พบว่าเป็นชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบปี สวมชุดสีเขียวหน้าตาค่อนข้างดูดีและหล่อเหลา
“พี่ชาย ตระกูลหลานนี่หรือว่า?”
หลงจินเหอหันหลังกลับมาถามชายร่างโต
“เป็นอย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ ตระกูลหลานเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ของดินแดนกลาง”ชายร่างโตกล่าว
“ข้ายังมีเรื่องสงสัยอยู่อีกอย่าง ทำไมคนชุดคลุมดำพวกนั่นถึงต้องมาคอยทำหน้าที่ช่วยเหลือคนที่จะเข้าไปบ่มเพาะพลังด้วยล่ะ”หลงจินเหอกล่าวถามด้วยความสงสัย
“ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเรื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่ก็พอรู้มาบ้างว่ามันเป็นหน้าที่ของคนพวกนั้น น้องชาย เจ้าไม่จำเป็นต้องไปสนใจหรอก เรื่องนี้มันมีมานานกว่าหมื่นปีแล้ว ทางที่ดีเจ้าอยู่เฉยไม่ควรไปยุ่งกับคนพวกนั้นจะดีกว่า ข้าได้ยินข่าวลือมาว่าคนพวกนั้นไม่ใช่คนของดินแดนด้านล่างแห่งนี้”
ชายร่างโตก็เข้ามากระซิบข้างหูของหลงจินเหอ
“ไม่ใช่คนของดินแดนด้านล่าง ท่านกำลังจะบอกว่าพวกเขาเป็นคนที่มาจากดินแดนด้านบนงั้นหรอ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงจินเหอก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องนภาทันที
“ข้าไม่สามารถบอกได้เช่นกัน มันเป็นเพียงข่าวลือที่ได้ยินมาเท่านั้น”
ชายร่างโตส่ายหน้าก่อนจะกล่าว
“คนต่อไปเข้ามา..”เสียงของหนึ่งในคนชุดคลุมดำก็ดังขึ้นมา ซึ่งเป็นเสียงของบุรุษ
“ข้าเอง!”หลานโม่เฟิงส่งเสียงตอบ พลางเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของคนชุดคลุมดำทั้งสี่
จากนั้นคนชุดคลุมดำทั้งสี่ก็เริ่มเขียนอักขระพิเศษ ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็เสร็จสิ้น
หนึ่งในชายชุดคลุมดำจึงยื่นนิ้วไปจิ้มตรงกลางหน้าผากของหลานโม่เฟิง อักขระพิเศษก็ค่อยซึมเข้าไปภายในหัวของมัน
หลังจากนั้น ตรงกลางหน้าผากของหลานโม่เฟิงก็ปรากฏเป็นเลขศูนย์ขึ้นมาอยู่ตรงกลาง
“เจ้าไปยืนอยู่ข้างหน้าก้อนหินขระ จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือสัมผัสกับมัน แล้วก็ปล่อยพลังลมปราณของเจ้าไปที่ก้อนหินอักขระก้อนนั้น มันจะเป็นตัวบ่งบอกระดับพรสวรค์ของเจ้า”
หนึ่งในคนชุดคลุมสั่งหลานโม่เฟิง
หลานโม่เฟิงก็ทำตามอย่างที่คนชุดคลุมดำบอก เมื่ิอฝ่ามือของหลานโม่เฟิ่งสัมผัสกับก้อนหินอักขระและเริ่มปล่อยพลังลมปราณออกไป
ตัวเลขกลางหน้าผากของหลานโม่เฟิงก็เริ่มส่องแสงและค่อยเปลื่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“ดูเร็วเข้า….”
“ตัวเลขของหลานโม่เฟิงกำลังเปลื่ยน”
“ระดับหนึ่ง…”
“ระดับสอง…”
“ระดับสาม…”
ตัวเลขที่อยู่ตรงกลางหน้าผากของหลานมู่เฟิงก็ยังคงเปลื่ยนแปลงเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ
แสงที่กำลังส่องสว่างก็เริ่มอ่อนลง จนในที่สุดแสงที่ส่องสว่างทั้งหมดก็ได้ดับลง โดยที่ระดับของหลานโม่เฟิงคือสี่
“ระดับสี่”
“สมกับเป็นนายน้อยตระกูลหลาน...”
เมื่อได้เห็นระดับของหลานโม่เฟิง สีหน้าของผู้คนพลันเปลื่ยนเป็นอิจฉาทันที
“พี่ชาย ระดับสี่มันดีอย่างงั้นหรอ?”
หลงจินเหอที่เป็นท่าทีของผู้คนเปลื่ยนไป เขาจึงหันหลังกลับไปถามชายร่างโต
“แน่นอนสิ ข้าเฝ้าดูคนที่เข้าทดสอบคนแล้วคนเล่าตลอดสามวันที่ผ่านมา ส่วนมากจะอยู่ในระดับหนึ่งถึงสาม ส่วนระดับที่สี่มีไม่ถึงสิบคน ระดับห้ามีแค่หนึ่งคน คือมู่ชิงเหลียน”
ชายร่างโตกล่าว
‘มู่ชิงเหลียน มู่?หรือว่าอาจจะเป็นคนตระกูลเดียวกับมู่หลิง’หลงจินเหอคิดในใจ
“คนนี้ก็ยังไม่ใช่
“คนชุดคลุมดำทั้งสี่ก็หันมาคุยกันก่อนจะส่ายหน้า
“เอาล่ะ เจ้าไปได้แล้ว”
หนึ่งในคนชุดคลุมดำสะบัดข้อมือหนึึ่งครั้ง บรรยากาศรอบข้างพลันแปรเปลื่ยนบิดเบี้ยวมาไป ก่อนจะห้วงมิติปรากฏอยู่เบื้องหน้าของหลานโม่เฟิง
เมื่อห้วงมิติปรากฏออกมา หลานโม่เฟิงได้แต่ขมวดคิ้วพร้อมกับเดินเข้าไปภายในและหายลับตาไปทันที
มิติที่ปรากฏเมื่อครู่ก็หายไปอย่างเชื่องช้า
“คนต่อไปเข้ามา..”
หลังจากผ่านไปไม่นานก็มาถึงตาของหลงจินเหอแล้ว
“พี่ชาย ข้าไปก่อนนะ”
หลงจินเหอหันหลังไปกล่าวกับชายร่างโต
“เจ้าก็พยายามเข้าล่ะ โชคครั้งใหญ่อย่าให้เสียเปล่า”
ชายร่างโตก็ตบไหล่ของหลงจินเหอ
“หนุ่มน้อย เจ้าแน่ใจนะว่าจะเข้าไป ภายในนั้นมันอันตรายถึงชีวิตเลยนะถ้าพลาดมา”
เมื่อคนชุดคลุมทั้งสี่เห็นหลงจินเหอจึงกล่าวเตือนทันที เพราะว่าหลงจินเหอยังเป็นเด็กอยู่เลยด้วยซ้ำ
“ขอบคุณสำหรับคำเตือนของท่านผู้อาวุโส แต่ข้าเตรียมใจมาแล้ว”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับก้มหัวคารวะ
“เช่นนั้นก็ดี….”
เมื่อกล่าวจบคนชุดคลุมดำทั้งสี่ก็เริ่มเขียนอักขระพิเศษทันที
เพียงชั่วครู่หลงจินเหอก็ได้รับเลขศูนย์อยู่ตรงกลางหน้าผากของเขา
“หนุ่มน้อย ใส่พลังลมปราณของเจ้าเข้าไปภายในก้อนหินอักขระซะ”หนึ่งในคนชุดคลุมกล่าว
หลงจินเหอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของก้อนหินอักขระ ก่อนจะยืนฝ่ามือออกไปสัมผัส
เมื่อฝ่ามือสัมผัสกับก้อนหินอักขระ
หลงจินเหอก็หลับตาลงและเริ่มโคจรลมปราณภายในร่าง ก่อนจะปล่อยพลังลมปราณออกมา
โดยที่หลงจินเหอไม่รู้ตัวเลยว่าพลังลมปราณของตัวเองในตอนนี้ แตกต่างจากตอนปกติมาก เพราะพลังลมปราณของหลงจินเหอตอนนี้ มันเป็นสีทองและยังหนาแน่นกว่าระดับของพลังลมปราณตอนปกติ
________________________________________________________________________________________________________