War of Ancient Emperor - ตอนที่ 25 หุบเขาแห่งความตาย
“จินเหอ เจ้าออกมาได้แล้ว ข้าแต่งตัวเสร็จแล้ว”
เมื่อได้ยินเสียงของมู่หลิง หลงจินเหอจึงลุกขึ้นก่อนจะเดินออกมาจากหลังหิน
หลังจากที่หลงจินเหอออกมาจากหลังหิน เขาก็ยืนนิ่งไปทันที
เมื่อหลงจินเหอเห็นมู่หลิงครั้งแรก แม้ว่าสภาพของนางจะดูมอมแมม ไปบาง แต่ก็ยังถือว่าน่ารัก แต่ว่ามู่หลิงที่ยืนอยู่ตรงของหลงจินเหอในตอนนี้ อาจจะเรียกว่าเป็นเทพธิดาน้อยก็ไม่ผิดแม้แต่น้อย
ดูเหมือนว่าหลงจินเหอจะคำนวนความงามของนางผิดไป อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อนางเติบโตขึ้นมาความงามของนางอาจจะเทียบเท่ากับศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยหรือศิษย์พี่หญิงหงเยว่ บางทีอาจจะเกินพี่น้องสองสาวไปเลยก็ว่าได้
“ยืนจ้องอะไรของเจ้าอยู่ได้”
มู่หลิงรู้สึกว่าหลงจินเหอจ้องมองดูนางอยู่นาน ใบหน้าของนางจึงมีร่องรอยของความขวยเขินปรากฏขึ้นมา
“อะ!ขอโทษที”
เมื่อได้ยินเสียงของมู่หลิงก็ทำให้หลงจินเหอได้สติกลับมา
“จินเหอ จากนี้จะเอายังไงต่อ เจ้ามีแผน?”
มู่หลิงรีบกล่าวเรื่องอื่นขึ้นมา เพื่อปกปิดความรู้เขินอายของนาง
หลงจินเหออาจจะเป็นบุรุษคนแรกเลยก็ว่าได้ที่กล้ามายืนจ้องหน้านางอยู่นานเช่นนี้ เพราะแม้แต่คนภายในตระกูลก็ยังไม่มีใครกล้าพอ
“ข้ากำลังจะเดินทางขึ้นไปทิศเหนือ”
หลจินเหอกล่าวอย่างเรียบง่าย
“ขึ้นไปทิศเหนือ เจ้ากำลังจะไปที่ใด?”
มู่หลิงถามอีกรอบ
“เอาไว้เดี๋ยวข้าจะบอกระหว่างการเดินทาง แต่ตอนนี้ต้องไปแล้ว วันนี้ข้าเสียเวลาอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว”
เมื่อหลงจินเหอกล่าวจบ เขาจึงเดินไปข้างหน้ามู่หลิง ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างช้อนตัวนางขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าหญิง
“จินเหอ จะ-จะเจ้ากำลังจะทำสิ่งใด ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้นะ”
จู่ๆหลงจินเหอก็อุ้มมู่หลิงขึ้นมา นั่นทำให้นางรู้สึกตกใจและอับอายอย่างมาก
“เงียบน่า แล้วก็เกาะข้าเอาไว้ให้แน่น ถ้ายังไม่อยากจะตกลงไปข้างล่างละก็นะ”
หลังจากที่สิ้นเสียงคำกล่าว ปีกเพลิงก็ลุกโชติช่วงขึ้นมาจากด้านหลังของหลงจินเหอ ก่อนที่เขาจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาทันที
“ขะ-ข้ากำลังลอยอยู่บนท้องนภา? มันมีทักษะแบบนี้อยู่ด้วยหรือ? ทำไมข้าไม่เคยอ่านเจอในตำรามาก่อน”
เมื่อพวกเขาทั้งสองลอยอยู่บนท้องนภา มู่หลิงจึงรีบใช้มือล็อคคอของหลงจินเหอไว้โดยไม่รู้ตัว แถมความรู้สึกอายเมื่อครู่ก็หายไปทั้งหมดทันที
“สถานที่ที่ข้ากำลังจะไปคือหุบเขาแห่งความตาย”
เมื่อได้ยินคำพูดของมู่หลิง หลงจินเหอก็ไม่ได้เลือกที่จะตอบคำถามของนางทั้งยังกล่าวต่อ
“หุบเขาแห่งความตาย ทำไมเจ้าต้องไปที่นั่น?”
เมื่อรู้ว่ากำลังจะเดินทางไปที่ใด สีหน้าของมู่หลิงจึงเปลื่ยนแปลงทันที
“ข้ากำลังจะหาสถานที่สำหรับใช้ในการฝึกฝนและข้าคิดว่าหุบเขาแห่งความตายน่าจะเหมาะที่สุดในตอนนี้”
หลงจินเหอกล่าวตอบด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ
“นี่เจ้าจะบ้าไปแล้วหรือไง! สถานที่แห่งนั้นมันอันตรายมากเลยนะ ไม่มีใครที่ไหนเขาเลือกไปฝึกฝนที่นั่นกันหรอกรู้ไหม?”
มู่หลิงกล่าวพลางจ้องมองหลงจินเหอ ราวกับกำลังมองดูสัตว์ประหลาดไม่มีผิด
“ยังมีข้าอยู่ตรงนี้นี่ไง”
แม้จะโดนมู่หลิงด่าว่าบ้า แต่หลงจินเหอก็ไม่ได้โกรธเคือง แต่ก็ยังคงเผยรอยยิ้มออกมา
“เฮ้อ! นี่ข้าตัดสินใจอะไรผิดไปหรือเปล่าเนี่ยที่คิดจะมาพร้อมกับเจ้า”
มู่หลิงถอนหายใจอย่างยอมแพ้
“เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลไปหรอก แม้ข้าจะไปที่หุบเขาแห่งความตายจริง แต่ข้าก็ไม่คิดจะพาเจ้าเข้าไปที่นั่นอยู่แล้ว ฉนั้นควรจะวางใจได้”
หลงจินเหอพลันกล่าวขึ้นมา เพื่อให้มู่หลิงสบายใจ
ทั้งสองคนใช้เวลาเดินทางมาด้วยกันนานกว่าสามวัน จนในที่สุดก็มาถึงเมืองที่อยู่ใกล้กับหุบเขาแห่งความตายที่สุด
ส่วนเรื่องของเสี่ยวหง หลงจินเหอที่พยายามจะปิดบังมาตลอดก็ไม่สามารถปิดได้มิด เนื่องจากว่าหลงจินเหอจะต้องเดินทางตัวติดกับมู่หลิงอยู่ตลอดเวลา
เสี่ยวหงที่ทนหิวอาหารไม่ไหว จึงต้องออกมาจากเสื้อของหลงจินเหอ
“นี่คือเมืองอะไรกัน ทำไมลักษณะถึงดูคล้ายกับเมืองจันทร์ทราอย่างมาก”
เมื่อหลงจินเหอมาถึงหน้าเมืองก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“เมืองนี้้ มีชื่อว่าเมืองตะวัน แม้ว่าทั้งสองเมืองจะอยู่ห่างไกลจากกัน แต่เมืองตะวันล้วนถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับเมืองจันทร์ทรา”
เมื่อเห็นสีหน้างงงวยของหลงจินเหอ มู่หลิงจึงอธิบาย
“เป็นเช่นนี้เอง งั้นก็หมายความว่าโรงประมูลของเมืองตะวัน ก็เป็นของตระกูลหลินเหมือนกับเมืองจันทร์ทรางั้นหรอ?”หลงจินเหอกล่าว
“ถูกต้อง! เจ้ารู้จักกับตระกูลหลินด้วยงั้นหรือ? ตระกูลหลินที่ตั้งอยู่เมืองตะวันเป็นเพียงตระกูลสาขาเท่านั้น ส่วนเมืองจันทร์ทราคือที่ตั้งของตระกูลหลัก”มู่หลิงกล่าวต่อ
“ดูเหมือนเจ้าจะรู้หลายเรื่องที่ข้าไม่รู้เยอะเลยสินะ”หลงจินเหอกล่าวชม
“แน่นอนอยู่แล้ว แม้ว่าข้าจะอยู่แต่ในตระกูลมาตลอดเวลา แต่ก็ได้รับข่าวสารจากภายนอกอยู่ตลอด”มู่หลิงกล่าวพร้อมเชิดหน้าด้วยความภูมิใจ
“นี่ก็เป็นหนึ่งในข้อดีของพวกตระกูลใหญ่สินะ”
หลงจินเหอพยักหน้าเล็กน้อย เนื่องจากมีทรัพยากรที่มากมายเหลือล้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปเสี่ยงกับภานนอก
ต่อให้นอนตีพุงอยู่ภายในตระกูล ก็ยังสามารถได้รับผลประโยชน์อยู่ตลอดเวลา
“พวกเรามาถึงเมืองตะวันแล้ว จากนี้เจ้าจะเอายังไงต่อ”
มู่หลิงกระโดดออกมาจากอกของหลงจินเหอและหันไปถามเขาต่อ
“ก่อนอื่นต้องไปที่โรงประมูลกันก่อน ระหว่างที่ข้าจะออกเดินทางไปหุบเขาแห่งความตาย ถ้าหากโชคดีก็อาจจะมีคนมาดูแลเจ้าแทนข้า”
หลงจินเหอเดินพร้อมกับกล่าวไป
“มู่หลิง เจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน อย่าไปไหนเด็ดขาด ข้าจะรีบไปคุยธุระให้เสร็จ”
เมื่อพวกเขาทั้งสองเดินมาถึงหน้าโรงประมูล หลงจินเหอจึงหันไปกล่าวกับมู่หลิง ก่อนจะเดินเข้าไปภายใน
หลังจากที่หลงจินเหอเข้ามาภายในโรงประมูลก็ติดต่อกับผู้จัดการโรงประมูลแห่งนี้ทันที
เพื่อที่จะติดต่อกับผู้อาวุโสหลินที่อยู่อีกเมืองและขอร้องให้ช่วยรับดูแลมู่หลิงแทนทีระหว่างที่เขาไม่อยู่
ถ้าหากให้ไปที่พักอื่นหลงจินเหอก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ
เวลาผ่านไปประมานครึ่งชั่วยาม
หลงจินเหอจึงเดินกลับออกมาอีกครั้ง
“เป็นอย่างไรบ้าง?”มู่หลิงที่ยืนรอยู่ข้างนอกก็รีบเดินไปถามหลงจินเหอ
“ไม่มีปัญหา ข้าหาสถานที่พักและปลอดภัยที่สุด ในระหว่างที่ข้าไม่อยู่เอาไว้แล้ว ตามข้ามา”
เมื่อกล่าวจบ หลงจินเหอจึงเดินพามู่หลิงเข้าไปภายในโรงประมูลและตรงไปยังห้องรับแขกทันที
ภายในห้องรับแขกมีหญิงสาววัยประมานสามสิบปี กำลังนั่งรอการมาถึงพวกเขาทั้งสองอยู่แล้ว
“ท่านน้า คนนี้ที่ข้าอยากให้ท่านช่วยดูแลระหว่างที่ข้าไม่อยู่”หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปทางมู่หลิง
“คุณชายหลง เรื่องเล็กน้อยแค่นี้สบายมาก เชิญ! คุณชายหลงไปทำธุระของท่านให้เสร็จเรียบร้อย ทางเราจะดูแลคนของท่านให้อย่างดี”หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าว
มู่หลิงที่ยืนฟังทั้งสองคนคุยกันก็เริ่มรู้สึกสับสนขึ้นมาทันที เพราะไม่คิดว่าหลงจินเหอจะรู้จักกับตระกูลหลินแถมยังถูกเรียกว่าคุณชายอีก?
“มู่หลิง เจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม หลังจากนี้ระหว่างที่ข้าไม่อยู่เจ้าต้องอาศัยอยู่ที่นี่ไปก่อน”
หลงจินเหอหันไปหามู่หลิงก่อนจะกล่าว
“ข้าทราบเข้าใจแล้ว แล้วเจ้าจะไปนานแค่ไหน?”
มู่หลิงพยักหน้าก่อนจะกล่าวต่อ
“ข้าก็ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน ถ้าไวสุดข้าคิดว่าก็น่าจะใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนและนานที่สุดก็อาจจะสองถึงสามเดือน”
หลงจินเหอส่ายหน้าเล็กน้อย
“จำเอาไว้ให้ดี ตอนนี้ชื่อของเจ้าคือ หมิง หลิง ห้ามเรียกชื่อจริงตัวเองเด็ดขาด แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะปลอดภัยก็จริง แต่ตระกูลหลินรวดเร็วเรื่องข่าวสารอยู่แล้ว ถ้าหากมีผู้อื่นนอกจากผู้จัดการรู้ชื่อจริงของเจ้าเข้า บางทีตระกูลมู่ของเจ้าอาจจะกลับมารับตัวไปแน่”
หลงจินเหอเดินมากระซิบข้างหูของมู่หลิง
“ข้าต้องไปแล้วเช่นนั้นก็ขอตัวก่อน แล้วข้าจะรีบกลับมา”
เมื่อกล่าวจบหลงจินเหอก็รีบเดินทางออกจากโรงประมูลทันที
เมื่อไม่มีสิ่งใดให้ห่วงหรือกังวลใจอีกแล้ว
หลงจินเหอจึงรีบมุ่งไปที่หุบเขาแห่งความตายทันที
“ขอข้าดูหน่อยเถอะ หุบเขาแห่งความตาย หน้าตามันจะเป็นเช่นไร”
หลงจินเหอบ่นพึมพัม ก่อนระเร่งความเร็วขึ้นอีก
หลงจินเหอต้องใช้เวลาเดินทางสักพักว่าจะมาถึงอาณาเขตของหุบเขาแห่งความตาย
“แม่เจ้าโว้ย!”
เมื่อเห็นหุบเขาแห่งความตายอยู่เบื้องหน้า หลงจินเหอจึงหลุดปากอุทานออกมาทันที
ภาพเบื้องหน้าของหลงจินเหอก็คือ ภูเขาเล็กใหญ่จำนวนมากมายราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
อาณาเขตของหุบเขาแห่งความตาย จะปรากฏเมฆทมิฬปกคลุมอยู่ทั่วท้องนภา และขยายไปไกลมากจนสุดสายตา
สิ่งสำคัญที่สุดเลยก็คือฟ้าผ่าอันเกรี้ยวกราด เบื้องหน้าของหลงจินเหอปรากฏฟ้าผ่าอันบ้าคลั่งลงมาตลอดเวลาเหมือนกับว่ามันจะไม่มีวันสิ้นสุดลง
“สมกับชื่อหุบเขาแห่งความตาย”หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับเดินหน้าเข้าสู่อาณาเขตของหุบเขาแห่งความตายทันที
________________________________________________________________________________________________________