War sovereign Soaring The Heavens นิยาย PDF - ตอนที่ 4005: น้ำศักดิ์สิทธิ์ชำระล้างโลกตื่นขึ้น
- Home
- War sovereign Soaring The Heavens นิยาย PDF
- ตอนที่ 4005: น้ำศักดิ์สิทธิ์ชำระล้างโลกตื่นขึ้น
ด่วนหลิงเทียนหาได้รู้ไม่ว่าหยางเฉียนเยี่ยได้บรรลุเป็นเทพจักรพรรดิระดับกลางแล้ว เขาจึงรู้สึกตกตะลึงมิใช่น้อย ช่างน่าประหลาดใจนักที่ความแค้นสามารถผลักดันให้คนผู้หนึ่งสำแดงศักยภาพอันเหนือล้ำออกมาได้ถึงเพียงนี้ แม้เขาจะเคยได้ยินเรื่องพรสวรรค์ของหยางเฉียนเยี่ยมาตั้งแต่สมัยอยู่สำนักหมอกซ่อนเร้น แต่ลำพังเพียงพรสวรรค์นั้นย่อมมิอาจทำให้หยางเฉียนเยี่ยก้าวขึ้นสู่ระดับเทพจักรพรรดิระดับกลางได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ นอกจากนี้ เขายังทึ่งที่เยี่ยถงแห่งฝ่ายกระบี่เร้นลับได้รับแรงบันดาลใจจากหยางเฉียนเยี่ย จนวางแผนให้เยี่ยอิงฉ่ายได้พบครอบครัวและล่วงรู้ความจริง และที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่าคือการที่เยี่ยเฉินเฟิงเห็นพ้องกับแผนการนี้ ยอมให้เยี่ยอิงฉ่ายเผชิญหน้ากับความจริงในอดีตเพื่อสางแค้นให้บิดาและตระกูลต่อพันธมิตรแห่งความเมตตาและความยุติธรรม
‘หวังว่าเขาจะทนรับแรงกดดันนี้ได้ หากเขาทำสำเร็จ เขาจะทะยานสู่จุดที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก แต่หากไม่… เขาก็อาจจะพังทลายลงภายใต้แรงกดดันมหาศาลนั้น’ ด่วนหลิงเทียนรำพึงในใจ
จากนั้นเขาก็หันกลับมานึกถึงเส้นทางการฝึกตนของตนเอง แรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือการช่วยเค่อเอ๋อร์ในดินแดนถวายเทพ ยิ่งยามนี้เขารู้ว่านางอยู่ในสมรภูมิเทวโลก เขาก็ยิ่งมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อเข้าไปช่วยนาง แม้สมรภูมิเทวโลกในยามนี้จะมิได้อันตรายเท่าคราแรกที่เขามาถึง แต่มันก็ยังยากลำบากเกินกว่าจะเดินเหินได้อย่างไร้กังวลด้วยระดับตบะในปัจจุบัน ในสมรภูมิแห่งนั้น อย่าว่าแต่ระดับราชันเทพหรือเทพจักรพรรดิเลย แม้แต่ระดับมหาจักรพรรดิเทพก็ยังมีให้เห็นดาดดื่น ยิ่งไปกว่านั้นยังมีโอกาสเผชิญหน้ากับเทพสูงสุดอีกด้วย
‘ข้าจะไปมัวห่วงเรื่องผู้อื่นทำไม ในเมื่อเรื่องของตัวเองยังเอาตัวไม่รอด’ ด่วนหลิงเทียนยิ้มเยาะตัวเองบางๆ ก่อนจะนั่งขัดสมาธิและเริ่มเข้าสู่การบ่มเพาะ แม้สภาพแวดล้อมบนเรือเหาะจะไม่เอื้ออำนวยนัก แต่มันก็มิใช่เรื่องยากที่เขาจะด่ำดิ่งลงไป เขาเพียงฝากฝังให้เจิ้นผิงฟานช่วยระวังมิให้ใครมารบกวนในระหว่างการเดินทาง
เมื่อรับคำด่วนหลิงเทียนแล้ว เจิ้นผิงฟานก็อดถอนหายใจในใจไม่ได้ ‘ช่างเป็นชายหนุ่มที่ขยันขันแข็งยิ่งนัก เยี่ยอิงฉ่ายช่างด้อยกว่าในด้านนี้จริงๆ แทนที่จะเอาแต่นั่งเหม่อลอย เขาควรใช้เวลานี้ฝึกตนเสีย จะล้างแค้นให้พ่อได้ก็ต่อเมื่อแข็งแกร่งพอเท่านั้น การนั่งจ้องอากาศธาตุมันช่วยแก้แค้นไม่ได้หรอก…’
เจิ้นผิงฟานส่ายหน้าพลางเหลือบมองเยี่ยอิงฉ่ายอีกครั้ง
…
การเดินทางมุ่งสู่มณฑลหยกเร้นลับเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่ง แม้จะเจออุปสรรคขวางทางบ้าง แต่เมื่อเยี่ยเฉินเฟิงและหลิวเฟิงกูสำแดงฤทธานุภาพ ก็ไม่มีผู้ใดกล้าขวางทางอีก เพราะในเขตเจ็ดมณฑลนี้ แทบจะไม่มีเทพสูงสุดปรากฏตัว อย่างมากก็เพียงมหาจักรพรรดิเทพระดับสูงที่เร้นกายฝึกตนเพื่อบรรลุเป็นเทพสูงสุด ดังนั้นพวกที่หาเรื่องส่วนใหญ่จึงเป็นเพียงผู้ฝึกตนทั่วไป การจะเจอเทพจักรพรรดิระดับเริ่มต้นในหมู่คนพวกนี้ก็นับว่ายากยิ่งแล้ว เมื่อมีเทพจักรพรรดิระดับกลางถึงสองคนนำทาง การเดินทางจึงสะดวกโยธิน
‘ข้ายังต้องใช้เวลาอีกสักพักเพื่อทำให้รากฐานมั่นคง… หวังว่าข้าจะทำสำเร็จก่อนการประลองรอบสุดท้ายของงานเลี้ยงเจ็ดทำเนียบ’ ด่วนหลิงเทียนคิดในใจ เขาไม่คาดคิดว่าหลังจากเป็นเทพจักรพรรดิระดับกลางแล้ว การทำให้ตบะคงที่ย่อมยากเย็นถึงเพียงนี้ แม้จะมีโอสถเทพขีดสุดระดับเจ้าเมืองช่วยเสริม แต่เวลาที่เขามีนั้นช่างน้อยนิด เขาจึงอดรู้สึกวิตกกังวลไม่ได้
ในขณะนั้นเอง…
“เสี่ยวเทียน การบ่มเพาะด้วยความร้อนรนใจนั้นหาใช่เรื่องดีไม่…”
หัวใจของด่วนหลิงเทียนกระตุกวูบเมื่อได้ยินเสียงที่แสนคุ้นเคย ‘เสียงนี้มัน…’
“พี่สาววารี? ท… ท่านตื่นแล้วรึ?”
……
ด่วนหลิงเทียนย่อมจำเสียงของ วารีเทพชำระล้าง หนึ่งในห้าธาตุเทพศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ในโลกใบเล็กของเขาได้ทันที
ในอดีต ธาตุเทพทั้งห้าได้ช่วยด่วนหลิงเทียนทะลวงม่านพลังเพื่อข้ามมายังสมรภูมิเทวโลก จนสูญเสียพลังงานมหาศาลและตกสู่การหลับใหลที่ลึกล้ำ หลังจากนั้นเขาได้ผนึกโลกใบเล็กไว้เพื่อมิให้ใครล่วงรู้ความลับ ทว่าเมื่อบรรลุเป็นเทพจักรพรรดิ เขาได้เปิดช่องว่างเล็กๆ ไว้เพื่อให้เหล่าธาตุเทพติดต่อเขาได้ทันทีที่ตื่นขึ้น ด้วยระดับตบะปัจจุบันของเขา แม้แต่ระดับมหาจักรพรรดิเทพก็ยากจะสัมผัสถึงธาตุเทพได้ เว้นแต่จะจงใจใช้จิตสัมผัสเทพตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งด่วนหลิงเทียนย่อมรู้ตัวก่อนและมีเวลาเหลือเฟือที่จะปิดผนึกโลกใบเล็ก
“ตื่นแล้ว แต่พลังยังไม่ฟื้นคืนเต็มที่นัก” วารีเทพชำระล้างเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “คงต้องใช้เวลาอีกหลายร้อยถึงหนึ่งพันปีจึงจะฟื้นฟูได้สมบูรณ์ ข้าต้องกลับไปหลับใหลอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ข้าได้หารือกับธาตุเทพอื่นๆ ไว้แล้วว่า หากใครฟื้นพลังได้ก่อนให้รีบตื่นขึ้นมาดูเจ้า ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะกลายเป็นเทพจักรพรรดิระดับกลางในเวลาอันสั้นเช่นนี้ ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก”
วารีเทพชำระล้างเคยสถิตอยู่ในพฤกษาเทพแห่งชีวิตในพิภพเทพมาก่อนที่จะถูกทำลาย นางย่อมเคยพบเห็นอัจฉริยะมามากมาย การที่นางเอ่ยปากชมด่วนหลิงเทียน ย่อมพิสูจน์ได้ว่าความก้าวหน้าของเขานั้นเหนือล้ำเพียงใด
“พี่สาววารี ท่านตื่นมาเพื่อล้อข้าเล่นงั้นหรือ?” ด่วนหลิงเทียนรู้สึกยินดีที่ได้รับคำชม แต่ก็อดผิดหวังไม่ได้เมื่อรู้ว่าธาตุเทพที่เหลือคงยังไม่ตื่นขึ้นมาในเร็วๆ นี้
“ข้ามิได้บอกหรือว่าทุกคนเป็นห่วงเจ้าและอยากรู้ความคืบหน้าของเจ้า?” วารีเทพชำระล้างกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยความเมตตาราวกับพี่สาวผู้แสนดีเช่นเดิม
“ยามนี้ข้ากำลังรีบร้อนทำให้รากฐานตบะมั่นคงขอรับ” ด่วนหลิงเทียนถอนหายใจ “ข้าต้องเข้าร่วมการประลองที่ชื่อว่างานเลี้ยงเจ็ดทำเนียบ หากข้าคว้าอันดับหนึ่งมาได้ มันย่อมเป็นประโยชน์ต่อการฝึกตนอย่างมาก แต่ข้ายังไม่มั่นใจว่าจะทำได้หากรากฐานยังไม่มั่นคงสมบูรณ์”
“วางใจเถิด ให้ข้าลองตรวจสอบระดับตบะของเจ้าดู” วารีเทพชำระล้างกล่าว
ด่วนหลิงเทียนย่อมไม่ยอมให้ใครมาตรวจสอบตบะโดยง่าย แต่สำหรับวารีเทพชำระล้างเขามิลังเลเลยแม้แต่น้อย ไม่นานเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานอันเย็นเยียบไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายผ่านเส้นชีพจร ร่างกายของเขาพลันผ่อนคลาย จิตใจสงบนิ่งราวกับความกังวลทั้งหมดมลายหายไป จนกระทั่งเสียงของนางดังขึ้นอีกครั้ง
“เสี่ยวเทียน การจะทำให้รากฐานมั่นคงในเวลาอันสั้นมิใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ข้ามีวิธี แต่อาจจะรับประกันผลไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะ…”
ด่วนหลิงเทียนถามอย่างกระตือรือร้น “พี่สาววารี วิธีใดหรือขอรับ?”
“ธาตุเทพทั้งห้าจะช่วยเจ้า” วารีเทพชำระล้างกล่าว “ข้าจะปลุกพวกเขาขึ้นมาก่อน จากนั้นเราจะหลอมรวมพลังงานเข้ากับพลังเทพของเจ้าเพื่อเร่งกระบวนการทำให้รากฐานมั่นคง มันจะเร็วกว่าเดิมมากแน่ๆ แต่ข้ามิอาจยืนยันว่าจะทันก่อนงานเลี้ยงจะเริ่มหรือไม่ เพราะข้าไม่รู้ว่างานเลี้ยงนั้นจะเริ่มเมื่อใด”
ด่วนหลิงเทียนมิได้บอกกำหนดการที่แน่นอนในตอนแรก เพราะเกรงว่าความเร่งรีบจะทำให้เหล่าธาตุเทพฝืนตัวเองจนเกินไป ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการฟื้นฟูของพวกเขา
“พี่สาววารี มันต้องใช้พลังงานมากใช่หรือไม่?”
“ไม่เป็นไรหรอก สำหรับพวกเรามันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ใช้พลังงานที่ฟื้นมาได้ไม่ถึง 10% เท่านั้น” วารีเทพชำระล้างกล่าว “อีกอย่าง เจ้าเองก็ทำได้ดีมากในการปรับพื้นฐานด้วยตนเอง หากเจ้าเพิ่งบรรลุระดับนี้มาสดๆ ร้อนๆ เราคงต้องใช้พลังทั้งหมดที่ฟื้นมาเพื่อช่วยเจ้า ดังนั้นอย่ากังวลหรือปฏิเสธความหวังดีเลย อย่าลืมสิ หากเจ้าแข็งแกร่งขึ้น มันย่อมเป็นผลดีต่อพวกเราด้วย หากเป็นเรื่องอื่นข้าคงต้องปรึกษาพวกเขาก่อน แต่เรื่องนี้ข้าตัดสินใจแทนได้ เพราะข้ารู้ว่าพวกเขาไม่มีทางปฏิเสธที่จะช่วยเจ้าแน่ เอาละ บอกข้ามา งานเลี้ยงเจ็ดทำเนียบจะเริ่มขึ้นเมื่อใด?”
ด่วนหลิงเทียนรู้สึกโล่งอกเมื่อได้ยินเช่นนั้น หากต้องให้เหล่าธาตุเทพสละพลังทั้งหมดเพียงเพื่อช่วยเขา เขาย่อมไม่มีวันยอมแน่นอน จากนั้นเขาจึงแจ้งกำหนดการงานเลี้ยงเจ็ดทำเนียบแก่พี่สาววารี และเอ่ยถามด้วยความหวัง “พี่สาววารี พวกเราจะทำสำเร็จทันเวลาหรือไม่ขอรับ?”