War sovereign Soaring The Heavens นิยาย PDF - บทที่ 4023: โมลั่วตั่ว
“อาสาสมัครเข้าเป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวาง (Seeded Participant) งั้นรึ?” ดวงตาของต้วนหลิงเทียนเป็นประกายขึ้นมาทันทีหลังจากได้ยินคำกล่าวของหลินตงไหล
ก็เหมือนอย่างที่หลินตงไหลบอก ผู้เข้าแข่งขันทีมวางจะต้องยอมรับการท้าดวลจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ หากใครมีความแข็งแกร่งไม่มากพอ การอาสาสมัครเข้ามาก็ไม่มีประโยชน์อันใด เพราะท้ายที่สุดก็จะถูกเตะร่วงลงจากอันดับอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บซึ่งจะส่งผลต่อการแสดงฝีมือในภายหลังอีกด้วย ตัวอย่างเช่น คนที่มีศักยภาพพอจะติดอันดับท็อป 50 อาจจะไม่สามารถรักษาอันดับท็อป 50 ไว้ได้เลยหากทะนงตัวอาสาสมัครเข้ามาเป็นทีมวาง เนื่องจากการถูกท้าดวลจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ นั้น หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บหากตนเองไม่มีความแข็งแกร่งที่มากพอ
“ขุมกำลังต่างๆ สามารถเลือกคนของตนเพื่ออาสาสมัครเป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวางได้สูงสุดสามคน หลังจากนี้อีกสามวัน ข้าจะส่งคนไปรวบรวมรายชื่อ” หลินตงไหลกล่าว
อัจฉริยะหลายคนที่วางแผนจะอาสาสมัครต่างพากันผิดหวังเมื่อได้ยินคำพูดของหลินตงไหล เพราะกลายเป็นว่าพวกเขาจะต้องถูกคัดเลือกโดยขุมกำลังต้นสังกัดของตนเองเสียก่อน ยิ่งไปกว่านั้น แต่ละขุมกำลังยังเลือกได้เพียงสามคนเท่านั้น
“พวกเจ้าแยกย้ายกันไปพักผ่อนได้แล้ว และเราจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในอีกสิบวันข้างหน้า ซึ่งในตอนนั้นเราจะประกาศรายชื่อผู้เข้าแข่งขันทีมวางทั้ง 30 คน”
เมื่อสิ้นคำกล่าว ฝูงชนก็เริ่มทยอยแยกย้ายกันไป
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนเดินทางกลับพร้อมกับคนจากนิกายบริสุทธิ์ยาง (Pure Yang Sect) เขาไม่ได้เอ่ยถามคำถามที่ไม่จำเป็นใดๆ เพราะเขารู้ดีว่าตนเองจะต้องถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันทีมวางของนิกายอย่างแน่นอน
เหล่าศิษย์เยาวชนของนิกายบริสุทธิ์ยางต่างก็มีความคิดเห็นไม่ต่างกัน
“ต้วนหลิงเทียนต้องถูกเลือกเป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวางอย่างแน่นอน”
“ใช่แล้ว แต่ข้าไม่รู้เลยว่าอีกสองคนจะเป็นใคร”
หลายคนหันไปมองเยี่ยอิงไฉ (Ye Ying Cai), อวิ๋นเยี่ยเหวย (Yun Ye Wei) และอีกสามคนที่มีฝีมือสูสีกับทั้งคู่ หากไม่นับต้วนหลิงเทียนแล้ว ทั้งห้าคนนี้ถือเป็นศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่มีอายุต่ำกว่า 10,000 ปีในนิกายบริสุทธิ์ยาง ซึ่งความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมาก
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีใครบางคนพูดขึ้นมาว่า “เดี๋ยวก่อน! พวกเจ้าลืมหยางเฉียนเย่ (Yang Qian Ye) จากฝ่ายผิงเซิง (Ping Sheng faction) ไปแล้วรึไง? จากผลงานก่อนหน้านี้ของเขา ฝีมือของเขาไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าเยี่ยอิงไฉเลยนะ”
“จริงด้วย! หยางเฉียนเย่ก็มีโอกาสเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งนี้เช่นกัน!”
……
“ข้าคิดว่าหยางเฉียนเย่มีโอกาสสูงมากที่จะถูกเลือก”
“ข้าเห็นด้วย ถ้าให้ข้าเดานะ ข้าว่าหยางเฉียนเย่อาจจะแข็งแกร่งกว่าเยี่ยอิงไฉและคนอื่นๆ อยู่เล็กน้อยด้วยซ้ำ”
บทสนทนาเหล่านั้นทำให้เยี่ยอิงไฉและอีกสี่คนหันไปมองหยางเฉียนเย่ด้วยสายตาที่ซับซ้อน ท้ายที่สุดแล้ว หยางเฉียนเย่ผู้ที่พวกเขาเคย มองข้ามในอดีต บัดนี้กลับแข็งแกร่งเท่าเทียมหรืออาจจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาไปแล้ว
ในเวลานั้น หยวนฮั่นจิน (Yuan Han Jin) ได้ส่งกระแสเสียงปราณ (Voice Transmission) พูดกับหยางเฉียนเย่ว่า “ในปัจจุบัน ท่ามกลางคนรุ่นเยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 10,000 ปีในนิกายของเรา มีเพียงต้วนหลิงเทียนเท่านั้นที่แข็งแกร่งกว่าเจ้า แต่ตราบใดที่เจ้าพยายามอย่างหนัก เจ้าจะก้าวข้ามเขาได้ในไม่ช้า และเมื่อถึงเวลานั้น เจ้าก็จะสามารถฆ่าเขาเพื่อล้างแค้นให้เพื่อนในวัยเด็กของเจ้าได้ ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้านะ”
“ขอบคุณขอรับ ท่านอาจารย์” หยางเฉียนเย่ตอบกลับผ่านกระแสเสียงปราณด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา
หยวนฮั่นจินขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินความเย็นชาในน้ำเสียงของหยางเฉียนเย่ มันอาจจะดูไม่สลักสำคัญอะไรสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเขา มันราวกับว่าหยางเฉียนเย่ได้กลายเป็นคนละคนไปแล้ว เพราะที่ผ่านมาหยางเฉียนเย่จะให้ความเคารพยำเกรงเขาเป็นอย่างมากเสมอ
หยวนฮั่นจินครุ่นคิดในใจ ‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือว่านิสัยของเขาจะเปลี่ยนไปเพราะสิ่งที่เขาได้เผชิญในคฤหาสน์เทพสูงสุด (Supreme Divine Mansion)? อืม… น่าจะเป็นเช่นนั้นแหละ…’
หลังจากนั้น หยวนฮั่นจินก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาคิดให้ติดค้างในใจอีก
ในขณะเดียวกัน เหล่าศิษย์เยาวชนของนิกายบริสุทธิ์ยางก็ยังคงพูดคุยถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง
“นี่… ถ้าต้วนหลิงเทียนกับหยางเฉียนเย่ถูกเลือก พวกเจ้าคิดว่าเยี่ยอิงไฉจะถูกเลือกด้วยไหม? ยังไงเขาก็เป็นถึงหลานศิษย์ของผู้อาวุโสเยี่ยนะ”
เยี่ยเฉินเฟิง (Ye Chen Feng) เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในนิกายบริสุทธิ์ยาง ในอดีตเขาอาจจะแข็งแกร่งกว่าหลิวเฟิงกู่ (Liu Feng Gu) ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังเช่นกันเพียงเล็กน้อย แต่ในตอนนี้เมื่อเขาครอบครองศาสตราวุธเทพชั้นยอดที่มีจิตวิญญาณศาสตราที่สมบูรณ์ เขาก็กลายเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในนิกายบริสุทธิ์ยางอย่างไม่มีข้อกังขา ยิ่งไปกว่านั้น ในครั้งนี้เขาเป็นผู้นำคณะเดินทางของนิกายบริสุทธิ์ยางมายังงานเลี้ยงเจ็ดทำเนียบ (Seven Mansions Feast) และเป็นผู้กุมอำนาจสั่งการ หากเขาต้องการให้เยี่ยอิงไฉเป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวางจริงๆ มันคงง่ายดายยิ่งกว่าการดีดนิ้วเสียอีก หลิวเฟิงกู่ย่อมไม่มีทางคัดค้านแน่นอน ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรมากนักอยู่แล้ว
“ข้าไม่คิดอย่างนั้นนะ ผู้อาวุโสเยี่ยไม่ใช่คนที่จะแสดงความลำเอียงเพื่อพวกพ้องหรอก”
“ข้าก็เห็นด้วย”
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเยี่ยเฉินเฟิงเมื่อได้ยินคนอื่นพูดถึงความยุติธรรมและเที่ยงธรรมของชายชรา เขาคงจะถูกคำพูดเหล่านั้นหลอกเอาได้แน่ๆ หากเขาไม่ได้เรียนรู้จากเจิ้นผิงฟาน (Zhen Ping Fan) มาก่อนว่าแท้จริงแล้วเยี่ยเฉินเฟิงเป็นคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดไหน แต่แน่นอนว่านั่นไม่ได้หมายความว่าเยี่ยเฉินเฟิงไม่ใช่คนดี สุดท้ายเขาก็คิดในใจว่า ‘ผู้อาวุโสเยี่ยไม่ใช่คนที่จะทำอะไรให้ผู้คนเอาไปนินทาหรือหาข้อตำหนิได้หรอก…’
…
สิบวันต่อมา
ต้วนหลิงเทียนและคนจากนิกายบริสุทธิ์ยางกำลังเดินทางไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยงเจ็ดทำเนียบ
ในระหว่างทาง เยี่ยเฉินเฟิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “เมื่อเจ็ดวันก่อน ข้าได้ยื่นรายชื่อสามคนที่จะเป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวางให้แก่ทำเนียบหยกเร้นลับ (Profound Jade Mansion) แล้ว ข้าเลือกต้วนหลิงเทียน, หยางเฉียนเย่ และอวิ๋นเยี่ยเหวย”
เป็นไปตามที่ต้วนหลิงเทียนคาดไว้ เยี่ยอิงไฉไม่ได้ถูกเลือก
อย่างไรก็ตาม มีบางคนที่รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
อวิ๋นเยี่ยเหวยเองก็ตกตะลึงเช่นกันเพราะเขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะถูกเลือก ทว่าความกระจ่างก็บังเกิดขึ้นในใจทันทีเมื่อเขาได้รับกระแสเสียงปราณจากชายชราที่อยู่ข้างๆ
เนื่องจากเยี่ยเฉินเฟิงและหลิวเฟิงกู่เป็นผู้ดูแลการเดินทางในครั้งนี้ มันจึงไม่เหมาะสมหากพวกเขาจะเลือกเยี่ยอิงไฉหรืออัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดจากฝ่ายดาบทรราช (Tyrannic Saber faction) เพราะคนอื่นอาจจะครหาได้ว่าพวกเขาลำเอียงช่วยเหลือคนของตัวเอง
ท่ามกลางห้าอัจฉริยะที่โดดเด่นของนิกายบริสุทธิ์ยาง หากไม่นับเยี่ยอิงไฉและอวิ๋นเยี่ยเหวยแล้ว คนหนึ่งมาจากฝ่ายดาบทรราช และอีกสองคนมาจากฝ่ายที่มีความสัมพันธ์อันดีกับฝ่ายกระบี่เร้นลับ (Hidden Sword faction) และฝ่ายดาบทรราช ซึ่งนั่นหมายความว่าอวิ๋นเยี่ยเหวยผู้มาจากฝ่ายล่างจี๋ (Lang Ji faction) เป็นคนเดียวที่ไม่มีเส้นสายหรือความเกี่ยวข้องใดๆ กับทั้งฝ่ายกระบี่เร้นลับและฝ่ายดาบทรราชเลย
‘ที่แท้… พวกเขาก็ใช้ข้าเป็นโล่บังหน้าสินะ?’ อวิ๋นเยี่ยเหวยคิดในใจอย่างช่วยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด เขายังคงคิดต่อไปว่า ‘มีผู้เข้าแข่งขันทีมวางเพียง 30 คนเท่านั้น แต่ละขุมกำลังแนะนำได้ 3 คน มีขุมกำลังทั้งหมด 28 แห่ง ดังนั้นจะมีรายชื่อที่ถูกเสนอขึ้นไปถึง 84 คน จาก 84 คนจะถูกคัดเหลือเพียง 30 คน ข้าไม่คิดว่าข้าจะถูกเลือกหรอก ต้วนหลิงเทียนน่ะได้เลือกแน่นอน ส่วนหยางเฉียนเย่ก็มีโอกาสสูงอยู่เหมือนกัน…’
ในเวลาเดียวกัน ต้วนหลิงเทียนก็ได้รับรู้เหตุผลที่อวิ๋นเยี่ยเหวยถูกรับเลือกแทนที่จะเป็นเยี่ยอิงไฉจากเจิ้นผิงฟานเช่นกัน เขาไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจมากนัก และเขาก็มั่นใจว่าเยี่ยอิงไฉกับคนอื่นๆ ที่ไม่ได้รับเลือกก็คงไม่ได้คิดอะไรมากเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดแล้วการจะได้เป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวางหรือไม่นั้นไม่ได้ส่งผลต่อผลลัพธ์สุดท้าย ตราบใดที่พวกเขามีความแข็งแกร่งมากพอ พวกเขาก็ยังสามารถคว้าอันดับท็อป 30 มาครองได้อยู่ดีแม้จะไม่ได้เป็นทีมวางก็ตาม
…
เมื่อกลุ่มคนจากนิกายบริสุทธิ์ยางเดินทางมาถึง ขุมกำลังส่วนใหญ่ก็ได้มารวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน หลินตงไหลก็ปรากฏตัวขึ้นตรงตามเวลา เขาไม่ได้พูดจาอ้อมค้อมและกล่าวเข้าประเด็นทันทีว่า “หลังจากที่พวกเราพิจารณาอยู่หลายวัน ในที่สุดเราก็ได้คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันทีมวางจำนวน 30 คนจากรายชื่อที่ได้รับมาจากขุมกำลังชั้นนำต่างๆ ในเจ็ดทำเนียบ…”
หลินตงไหลเริ่มขานรายชื่อทั้งสามสิบคนออกไป
ผู้เข้าแข่งขันทีมวางทั้ง 30 คนได้รับการคัดเลือกมาจากทั่วทั้งเจ็ดทำเนียบ แต่ใช่ว่าทุกขุมกำลังจะได้รับการคัดเลือกตามที่เสนอไป ตัวอย่างเช่น ไม่มีศิษย์คนใดจากนิกายโชคชะตา (Fortune Sect) ของทำเนียบหยกเร้นลับได้รับการคัดเลือกเลย
ในเมื่อนิกายโชคชะตาซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงเจ็ดทำเนียบในครั้งนี้ยังไม่ได้ออกมาคัดค้านหรือร้องเรียนใดๆ ขุมกำลังอื่นๆ ที่ศิษย์ของตนไม่ได้รับเลือกจึงไม่มีใครกล้าปริปากบ่นเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้ว หากขนาดเจ้าภาพยังเงียบ แล้วพวกเขาจะพูดอะไรได้? และที่สำคัญที่สุด การเป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวางไม่ได้มีผลต่ออันดับสุดท้ายเลยแม้แต่น้อย
ในตอนนั้นเอง มีคนจากทำเนียบบรรดาศักดิ์ (Feudal Lord Mansion) เอ่ยขึ้นว่า “ข้าจำได้ว่าในงานเลี้ยงเจ็ดทำเนียบครั้งก่อน ผู้อาวุโสเยี่ยจากนิกายบริสุทธิ์ยางก็ไม่ได้ถูกเลือกให้เป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวางเช่นกัน แต่สุดท้ายเขาก็ยังสามารถคว้าอันดับท็อป 30 มาครองได้สำเร็จอยู่ดี”
ผู้คนมากมายหันไปมองเยี่ยเฉินเฟิงทันทีหลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น
ในปัจจุบัน เยี่ยเฉินเฟิงคือผู้ก่อตั้งฝ่ายกระบี่เร้นลับและเป็นผู้อาวุโสทะยานฟ้า (Ascension Elder) ของนิกายบริสุทธิ์ยาง ทั้งยังเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในนิกายบริสุทธิ์ยางรวมถึงในทำเนียบสันเขาตะวันออก (Eastern Ridge Mansion) อีกด้วย ที่สำคัญที่สุดคือเขายังมีอายุไม่ถึง 20,000 ปีด้วยซ้ำ
ย้อนกลับไปในงานเลี้ยงเจ็ดทำเนียบเมื่อ 10,000 ปีก่อน เยี่ยเฉินเฟิงมีอายุไม่ถึง 10,000 ปีด้วยซ้ำ ในตอนนั้นเขาได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนนิกายบริสุทธิ์ยางเข้าร่วมงานเลี้ยงเจ็ดทำเนียบ ทว่าในท้ายที่สุดเขากลับไม่สามารถติดแม้กระทั่งอันดับท็อป 20 นับประสาอะไรกับอันดับท็อป 10
“เวลา 10,000 ปีผ่านไปในชั่วพริบตา เมื่อ 10,000 ปีก่อน คนรุ่นเดียวกันกับผู้อาวุโสเยี่ยต่างก็แข็งแกร่งกว่าเขา แต่ 10,000 ปีต่อมา กลับไม่มีคนในรุ่นเดียวกันคนไหนที่เป็นคู่มือของเขาได้เลย คนเราไม่ควรไปยึดติดกับชัยชนะหรือความพ่ายแพ้เพียงชั่วคราว สิ่งสำคัญคือการมองภาพรวมในระยะยาวต่างหาก… ผู้อาวุโสเยี่ยคือตัวอย่างที่ดีเลิศในเรื่องนี้”
“ข้าเห็นด้วย! ถึงแม้ข้าจะไม่ได้รับเลือกเป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวาง หรือต่อให้ข้าไม่ติดอันดับท็อป 30 ในครั้งนี้ มันก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะอ่อนแอกว่าคนรุ่นเดียวกันในอนาคตเสียหน่อย! ใครจะไปรู้? อีก 10,000 ปีข้างหน้า ข้าอาจจะแข็งแกร่งกว่าหวานฉีหง (Wanqi Hong) จากตระกูลหวานฉี หรือต้วนหลิงเทียนจากนิกายบริสุทธิ์ยางก็ได้!”
ในเวลาเดียวกัน ไม่มีใครรู้สึกแปลกใจเลยที่ต้วนหลิงเทียนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 30 ผู้เข้าแข่งขันทีมวาง ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนคงจะประหลาดใจเสียมากกว่าหากเขาไม่ได้รับเลือก
ขณะที่หวานฉีหงจากตระกูลหวานฉีเป็นเพียงคนเดียวจากตระกูลของเขาที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวาง
นอกจากต้วนหลิงเทียนแล้ว หยางเฉียนเย่จากนิกายบริสุทธิ์ยางก็ได้รับเลือกเป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวางเช่นกัน ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก
“หยางเฉียนเย่จากนิกายบริสุทธิ์ยางเก็บตัวเงียบเชียบมาโดยตลอดก่อนหน้านี้ หากไม่ใช่เพราะเขาได้ระเบิดพลังฝีมืออันน่าทึ่งออกมาในครั้งนั้น ทำเนียบหยกเร้นลับก็คงไม่มีทางเลือกเขาให้เป็นผู้เข้าแข่งขันทีมวางหรอก”
“ข้าเคยบอกแล้วไงว่าหยางเฉียนเย่ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าห้าสุดยอดอัจฉริยะจากนิกายบริสุทธิ์ยางเลย เขาอาจจะแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นทำเนียบหยกเร้นลับจะเลือกเขาเป็นทีมวางรึ”
“มีผู้เข้าแข่งขันทีมวางเพียง 30 คน และแต่ละขุมกำลังแนะนำศิษย์ได้เพียงสามคนเท่านั้น มันน่าทึ่งมากที่นิกายบริสุทธิ์ยางมีคนได้รับเลือกถึงสองคน”
“ไม่ใช่แค่นิกายบริสุทธิ์ยางหรอกนะ นิกายเพลิงคำรณ (Howling Flames Sect) ก็มีคนได้รับเลือกสองคนเหมือนกัน นอกจากหลินหยวน (Lin Yuan) ที่เป็นม้ามืดแล้ว ‘โม่ลั่วตัว’ อัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดที่มีอายุต่ำกว่า 10,000 ปีก็ได้รับเลือกด้วย!”
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก โม่ลั่วตัวได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดที่มีอายุต่ำกว่า 10,000 ปีในทำเนียบหยกเร้นลับ ฝีมือของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าหวานฉีหงเลยแม้แต่น้อย!”
“พวกเจ้าคิดว่าเขาจะสามารถเอาชนะต้วนหลิงเทียนได้ไหม?”
นี่เป็นครั้งแรกที่ต้วนหลิงเทียนได้ยินชื่อของโม่ลั่วตัว
‘โม่ลั่วตัวงั้นรึ? บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดที่มีอายุต่ำกว่า 10,000 ปีในนิกายเพลิงคำรณและทำเนียบหยกเร้นลับ?’