War sovereign Soaring The Heavens นิยาย PDF - บทที่ 4241 - สัตว์อสูรในขอบเขตพระเจ้าสูงสุด
- Home
- War sovereign Soaring The Heavens นิยาย PDF
- บทที่ 4241 - สัตว์อสูรในขอบเขตพระเจ้าสูงสุด
เห็นได้ชัดว่าสตรีผ้าคลุมหน้าผู้ซึ่งมีตบะเหนือกว่าเจียงอวี่เว่ย, โหวตง และชิวผิงอย่างมาก ไม่อาจต้านทานยอดฝีมือวานรทั้งสิบตนนั้นได้เลย
เจียงอวี่เว่ย โหวตง และชิวผิง ต่างตกตะลึงกับผลลัพธ์จากการปะทะกันระหว่างสตรีผ้าคลุมหน้าและอสูรวานรทั้งสิบ พวกเขาหยุดชะงักฝีเท้าก่อนจะรีบถอยร่นกลับมาอย่างรวดเร็ว ขนาดผู้ที่ใกล้จะบรรลุขอบเขตพระเจ้าสูงสุดที่ทรงพลังยังมิใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน พวกเขาย่อมมิกล้าเพ้อฝันว่าจะสามารถรับมือกับอสูรพวกนั้นได้
“ชั้นที่สิบนี้ยากกว่าชั้นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด!” โหวตงอุทานออกมา ในเวลานี้เขายังคงรักษาความสุขุมไว้ได้เพราะรู้ว่าในกลุ่มของพวกตนยังมีผู้ที่ใกล้จะบรรลุขอบเขตพระเจ้าสูงสุดอีกคนหนึ่งที่ยังมิได้ลงมือ
ชิวผิงหันไปมองเจียงอวี่เว่ยด้วยสีหน้าอับจนปัญญาพลางเอ่ยผ่านการส่งสารทางเสียงว่า “ศิษย์น้องเล็ก พวกเราทั้งสี่คนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอสูรพวกนั้นเลย เหตุใดเราไม่ลองปล่อยให้ต้วนหลิงเทียนลองฆ่าพวกมันดูคนเดียวเล่า?”
เจียงอวี่เว่ยมิได้ตอบกลับชิวผิง และนางก็มิได้เอ่ยสิ่งใดกับต้วนหลิงเทียนหรือโหวเหลียนอวี่เช่นกัน นางเพียงแต่จับจ้องไปยังสตรีผ้าคลุมหน้า ซึ่งในเวลานี้บาดแผลของนางกำลังสมานตัวอย่างรวดเร็วหลังจากกลืนโอสถทิพย์รักษาเข้าไป จากความเร็วในการฟื้นตัว เจียงอวี่เว่ยจึงทราบว่าสตรีผ้าคลุมหน้าได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สตรีผ้าคลุมหน้ามิได้มีท่าทีท้อถอย หลังจากฟื้นตัวแล้ว นางก็เปิดฉากโจมตีอีกระลอกในทันที ห้วงมิติสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นเมื่อนางปลุกเร้าพลังสายเลือดของตนขึ้นมา
ในขณะเดียวกัน นัยน์ตาของต้วนหลิงเทียนหดแคบลงเล็กน้อย สตรีผ้าคลุมหน้าเคยใช้พลังสายเลือดไปแล้วก่อนหน้านี้ ทว่าพลังสายเลือดในครั้งนี้แตกต่างและทรงพลังกว่าอย่างเห็นได้ชัด
พลังงานปะทุออกจากร่างของสตรีผ้าคลุมหน้าเพียงชั่วครู่ ก่อนที่พลังสายเลือดแรกของนางจะปรากฏขึ้นและหลอมรวมเข้ากับพลังสายเลือดที่สอง ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของนางทะยานขึ้นไปอีกระดับ
‘นางยังซ่อนงำความแข็งแกร่งไว้อีกรึ?’ ต้วนหลิงเทียนค่อนข้างประหลาดใจที่สตรีผ้าคลุมหน้ายังคงปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้ตอนที่รับมือกับผู้ที่ใกล้จะบรรลุขอบเขตพระเจ้าสูงสุดสองคนจากแดนทัณฑ์สวรรค์ หากนางใช้พลังสายเลือดนี้แต่แรก ยอดฝีมือทั้งสองคนนั้นย่อมมิใช่คู่ต่อสู้ของนางอย่างแน่นอน อันที่จริง เป็นไปได้ว่าต่อให้ทั้งสองร่วมมือกันก็อาจมิอาจต้านทานนางได้ถึงสิบกระบวนท่าด้วยซ้ำ
‘ความแข็งแกร่งของนางใกล้เคียงกับพระเจ้าสูงสุดขั้นต้นทั่วไปแล้ว หากนางสามารถทำความเข้าใจหนึ่งในสี่วิถีแห่งฟ้าดินจนถึงขอบเขตเริ่มต้นได้ นางก็คงจะสามารถเทียบเคียงกับพระเจ้าสูงสุดขั้นต้นที่อ่อนแอที่สุดได้’ ต้วนหลิงเทียนคิดในใจพลางทอดถอนใจ ‘ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ หากนางแยกพวกมันออกมารับมือทีละตัว นางอาจจะสามารถสังหารวานรทั้งสิบตัวนั้นได้ทั้งหมด’
หลังจากนั้น ต้วนหลิงเทียนก็เบนความสนใจกลับไปยังวานรทั้งสิบตน ‘มีบางอย่างไม่ถูกต้อง… ชั้นที่สิบไม่น่าจะง่ายดายถึงเพียงนี้…’
ในมุมมองของต้วนหลิงเทียน วานรทั้งสิบตนนี้แข็งแกร่งกว่ายอดฝีมือเจ็ดคนจากแดนทัณฑ์สวรรค์ที่พวกเขาเผชิญหน้าในชั้นที่เก้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ทว่าทางด้านสตรีผ้าคลุมหน้ามิได้มีความคิดเช่นเดียวกับต้วนหลิงเทียน แววตาที่กระจ่างใสราวกับคริสตัลของนางทอประกายความตื่นเต้นวูบหนึ่ง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาวานรทั้งสิบตนอีกครั้งด้วยพลังอันระเบิดพล่าน นางมั่นใจว่าด้วยความแข็งแกร่งที่เกือบจะเทียบเท่าพระเจ้าสูงสุดขั้นต้นนี้ นางจะสามารถสยบวานรทั้งสิบตนลงได้ และหากจะพูดให้ถูก ตามที่มารดาของนางเคยกล่าวไว้ ความแข็งแกร่งของนางในยามนี้ใกล้เคียงกับพระเจ้าสูงสุดขั้นต้นที่อ่อนแอที่สุดอย่างยิ่ง
สตรีผ้าคลุมหน้าคิดในใจด้วยความมั่นใจ ‘ข้านึกว่าข้าจะต้องใช้พลังระดับพระเจ้าสูงสุดขั้นต้นถึงจะผ่านด่านสุดท้ายนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว เสียแรงที่กังวล ที่แท้มันง่ายกว่าที่คิด ข้าสามารถผ่านชั้นนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว!’
ในเวลาเดียวกัน โหวเหลียนอวี่ โหวตง และชิวผิง ต่างก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสตรีผ้าคลุมหน้าที่ทรงพลังขึ้นอย่างมหาศาล
“นางยังซ่อนความแข็งแกร่งไว้อีกหรือ?”
“นี่มันพลังสายเลือดที่ต่างออกไป? นางครอบครองพลังสายเลือดคู่รึ?!”
“เป็นเรื่องที่พบเจอได้ยากยิ่งสำหรับผู้ที่มีพลังสายเลือดสองสาย ข้าเคยได้ยินแต่ในตำนานเล่าขาน ไม่นึกเลยว่าจะได้มาพบเจอด้วยตาตัวเอง…”
ตราบใดที่พรสวรรค์แต่กำเนิดมิได้ต่ำต้อยจนเกินไป ชนพื้นเมืองในขอบเขตแห่งพระเจ้าตระกูลต่างๆ ย่อมจะสืบทอดพลังสายเลือดประจำตระกูลของตน แม้จะหาได้ยาก ทว่าก็ยังมีบางคนที่สืบทอดพลังสายเลือดมาจากทั้งบิดาและมารดา และสิ่งที่ยากยิ่งกว่านั้นคือการสามารถใช้พลังสายเลือดทั้งสองสายได้พร้อมกัน ผู้ที่สามารถกระทำสิ่งที่เป็นไปได้ยากเช่นนี้จะสามารถเพิ่มพูนความแข็งแกร่งได้อย่างมหาศาลยามที่หลอมรวมพลังสายเลือดทั้งสองเข้าด้วยกัน
สตรีผ้าคลุมหน้าผู้นี้จัดอยู่ในกลุ่มอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งยวดอย่างไม่ต้องสงสัย
“นางแข็งแกร่งเหลือเกิน!” โหวตงอุทาน
สตรีผ้าคลุมหน้าพุ่งเข้าใส่วานรตนหนึ่งที่มีตบะใกล้บรรลุขอบเขตพระเจ้าสูงสุด ก่อนจะเปิดฉากโจมตีอย่างดุดัน นางฟาดจนกระบองยาวในมือของวานรตนนั้นหลุดกระเด็นและตัดแขนของมันจนขาดสะบั้น เกือบจะปลิดชีพมันได้ในพริบตา
ทว่าวานรอีกสี่ตนที่มีความแข็งแกร่งในระดับเดียวกันได้พุ่งเข้ามาช่วยพยุงสหายของพวกมันไว้ได้ทันท่วงที
วานรที่ได้รับบาดเจ็บแผดเสียงคำรามลั่นราวกับฟ้าร้องจนห้วงมิติสั่นสะเทือน
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวพลันมืดดับลง
จากนั้น ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆ ก็มองเห็นร่างเงาขนาดยักษ์ที่มีรูปร่างคล้ายวานรปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า มันมีความคล้ายคลึงกับปรากฏการณ์แห่งพระเจ้าสูงสุดอยู่บ้าง
วานรทั้งสิบตนจ้องเขม็งไปยังสตรีผ้าคลุมหน้าด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะบินทะยานเข้าหาร่างเงายักษ์นั้นพร้อมกัน
แม้ร่างเงายักษ์จะไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิต แต่สตรีผ้าคลุมหน้ากลับสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันตรายที่ผุดขึ้นในใจ ถึงกระนั้นนางก็ยังคงพุ่งไปข้างหน้า หมายจะขัดขวางวานรตนหนึ่งที่มีตบะใกล้บรรลุขอบเขตพระเจ้าสูงสุดเอาไว้
ทว่าในเวลานั้นเอง ร่างเงายักษ์พลันกลับมามีชีวิต มันทุบอกตัวเองด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมกับส่งเสียงขู่คำราม เสียงนั้นมิได้ดังสนัง ทว่ากลับมีลำแสงสีทองสิบสายพุ่งออกมาด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ตรงเข้าโอบล้อมวานรทั้งสิบตนเอาไว้
วินาทีต่อมา วานรทั้งสิบตนก็ส่องแสงเจิดจ้า ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งกลับเข้าไปในร่างของเงายักษ์ตนนั้น หลังจากนั้นชั่วครู่ ร่างเงายักษ์ก็เริ่มควบแน่นและหดเล็กลง ในที่สุด มันก็กลายสภาพเป็นอสูรวานรที่มีความสูงเพียง 1.6 เมตร ซึ่งเตี้ยกว่าบุรุษทั่วไปเสียอีก ในมือของมันถือกระบองยาวเช่นเดียวกับวานรก่อนหน้านี้ ทว่ากระบองเล่มนี้มีความยาวถึง 2 เมตร และมีร่างเงาอันโปร่งแสงเลือนรางลอยเด่นอยู่เหนือมัน
“ศาสตราวุธเทพชั้นยอดที่มีจิตวิญญาณศาสตราที่สมบูรณ์!” โหวตงอุทานลั่น
ไม่ต้องบอกก็รู้ ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆ ย่อมมองออกว่ากระบองยาวในมือของอสูรวานรตนนั้นคือศาสตราวุธเทพชั้นยอดที่มีจิตวิญญาณศาสตราที่สมบูรณ์พร้อม
แม้อสูรวานรจะมีขนาดตัวที่เล็ก ทว่ามันสวมใส่ชุดเกราะครบชุดที่ทำให้มันดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าวานรร่างยักษ์ทั้งสิบตนก่อนหน้านี้เสียอีก
นัยน์ตาสีแดงฉานของอสูรวานรส่องประกายเจตนาฆ่าอย่างเข้มข้น ยามที่มันจับจ้องไปยังสตรีผ้าคลุมหน้าพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “เจ้ามนุษย์ บังอาจนักที่ทำร้ายร่างจำแลงของข้า! เจ้าต้องตาย!”
สิ้นเสียงของอสูรวานร พลังเทพอันมหาศาลก็ปะทุออกจากร่างของมัน
ร่างของสตรีผ้าคลุมหน้าสั่นสะท้านทันทีที่สัมผัสได้ถึงพลังเทพของคู่ต่อสู้
ในเวลาเดียวกัน เจียงอวี่เว่ยที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็อุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก “สัตว์อสูรในขอบเขตพระเจ้าสูงสุด!”
ถูกต้องแล้ว อสูรวานรร่างเล็กตนนี้อยู่ในขอบเขตพระเจ้าสูงสุดขั้นต้น พลังเทพของมันทะยานข้ามขอบฟ้าและแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงลุกโชน เห็นได้ชัดว่ามันทำความเข้าใจในกฎแห่งไฟ
แววตาของสตรีผ้าคลุมหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อนางพบว่า ความเข้าใจในกฎแห่งไฟของอสูรวานรตนนี้สามารถแสดงปรากฏการณ์ที่ส่องสว่างไปไกลถึงแสนลี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความเข้าใจในกฎของอสูรวานรตนนี้เหนือกว่านางอย่างสิ้นเชิง บางทีนางอาจจะยังพอต้านทานไว้ได้ด้วยการผสมผสานระหว่างพลังสายเลือดคู่, กฎ และจิตวิญญาณศาสตราวุธเทพชั้นยอดของนาง ทว่าเพียงแค่พลังเทพของอสูรวานรตนนี้อย่างเดียวก็ลบล้างความได้เปรียบของนางไปจนสิ้น แม้นางจะสัมผัสได้จากพลังเทพว่าฐานพลังของมันยังไม่คงที่นัก แต่ก็ไม่มีข้อกังขาเลยว่ามันอยู่ในขอบเขตพระเจ้าสูงสุดขั้นต้นแล้ว
‘ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน…’
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ร่างของสตรีผ้าคลุมหน้าก็วาบผ่านและรีบถอยร่นกลับมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นนางก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบว่า “หากเจ้ามีความมั่นใจ เจ้าก็ลงมือตอนนี้ได้เลย มิฉะนั้น เจ้าควรจะออมกำลังไว้แล้วมาร่วมมือกับข้า ข้ายินดีที่จะแบ่งปันรางวัลในด่านนี้กับเจ้า”
อันที่จริง สตรีผ้าคลุมหน้ามิได้เป็นคนใจกว้างแต่อย่างใด นางเพียงแต่กังวลว่าความมั่นใจอย่างบอดตาเห็นของต้วนหลิงเทียนจะทำให้เขาบุ่มบ่ามเข้าไปเผชิญหน้ากับอสูรวานรตรงๆ หากเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะรับมือกับอสูรวานรตนนี้เพียงลำพัง และสุดท้าย ก็จะไม่มีใครสามารถผ่านด่านสุดท้ายนี้ไปได้ ซึ่งนี่คือสิ่งที่นางรวมถึงคนอื่นๆ ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
‘ข้าไม่คิดว่าเขาจะกล้าสู้กับอสูรวานรหากไม่มีความมั่นใจ… ทว่าหากเขามีความสามารถในการสังหารอสูรวานรได้ด้วยตัวคนเดียว ข้าก็ยอมรับความพ่ายแพ้และยกรางวัลสุดท้ายนี้ให้แก่เขา’ สตรีผ้าคลุมหน้าคิดในใจ สายตาของนางไม่ละไปจากต้วนหลิงเทียนเลยแม้แต่น้อย ยามที่เฝ้ารอคำตอบจากเขาด้วยความกระวนกระวายใจ
ในขณะเดียวกัน อสูรวานรแผดเสียงคำรามต่ำก่อนจะพุ่งทะยานเข้ามาอย่างดุดันดุจดั่งเปลวเพลิงอันบ้าคลั่ง
คลื่นความร้อนอันแผดเผานั้นส่งผลให้สีหน้าของโหวเหลียนอวี่และคนอื่นๆ ที่มิได้อยู่ในระดับใกล้บรรลุพระเจ้าสูงสุดเปลี่ยนสีไปทันที และต้องรีบถอยหนีอย่างอลหม่าน