War sovereign Soaring The Heavens นิยาย PDF - บท
ตอนที่ 4181: ต้วนหลิงเทียนได้รับหนึ่งคะแนน
“เทพเซียน! ท่านคือท่านเทพเซียน!”
ชายชราผู้หนึ่งเบียดเสียดผู้คนออกมาด้านหน้า ก่อนจะทรุดเข่าลงกราบไหว้ต่อหน้าต้วนหลิงเทียน
“หัวหน้าหมู่บ้านสันเขาบรรพกาล คารวะท่านเทพเซียน!”
ต้วนหลิงเทียนมองชายชราด้วยความงุนงง ทว่าหลังจากที่ชายชราคุกเข่ากราบไหว้และเอ่ยทักทายเขา ไม่นานนักเขาก็เข้าใจได้ว่าชายชราผู้นี้คงจะเข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็นเทพเซียนที่จุติลงมาจากสรวงสวรรค์เป็นแน่
ชายชราหันกลับไปมองเหล่าชาวบ้านก่อนจะเอ่ยเร่ง “พวกเจ้าทุกคน มัวยืนบื้ออยู่ทำไม เหตุใดจึงไม่รีบคารวะท่านเทพเซียน? ท่านเทพเซียนผู้เปี่ยมด้วยเมตตาโปรดสัตว์ผู้นี้ เพียงแค่สะบัดมือคราเดียว ก็สามารถช่วยหมู่บ้านสันเขาบรรพกาลของพวกเรากำจัดพวกโจรป่าจนสิ้นซากได้แล้ว!”
สิ้นคำกล่าว บรรดาชาวบ้านที่ยืนอยู่ด้านหลัง รวมถึงเด็ก ๆ ต่างพากันทรุดเข่าลงราบกับพื้นและโขกศีรษะให้แก่ต้วนหลิงเทียนทีละคน
“ท่านเทพเซียนผู้เปี่ยมด้วยเมตตา ได้โปรดช่วยพวกเรากำจัดพวกโจรป่าด้วยเถิด!”
“ท่านเทพเซียน ได้โปรดเมตตาพวกเราด้วย!”
“ท่านเทพเซียน หากท่านยินดีช่วยพวกเรากำจัดโจรป่า ข้ายินยอมเป็นทาสรับใช้ท่านไปชั่วชีวิต!”
“พวกเจ้าลุกขึ้นเถอะ” ต้วนหลิงเทียนเอ่ยขมวดคิ้วพลางโบกสะบัดมือเบา ๆ
กระแสพลังสายหนึ่งพวยพุ่งออกไปพยุงร่างของเหล่าชาวบ้านให้ยืนขึ้น และเมื่อพวกเขาพยายามจะคุกเข่าลงไปอีกครา ก็พบว่าตนเองมิอาจทำได้อีกต่อไป นอกเหนือจากหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างพากันตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง
ในเวลาเดียวกัน ต้วนหลิงเทียนได้แผ่ขยายสัมผัสจิตเทพ (Divine Consciousness) ออกไปเพื่อตรวจสอบกลิ่นอายของชาวบ้าน เขาพบว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขามีพลังเทียบเท่ากับนักยุทธ์ธรรมดาในแดนดาราเซียน (Saint Province Realm) เท่านั้น
‘สถานที่และผู้คนเช่นนี้ มีตัวตนอยู่ภายในหุบเขาแห่งโชคชะตาจริง ๆ น่ะหรือ?’
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกหมดคำจะพูดและนึกสงสัยในใจ เขาละล้าละลังว่าเหตุใดตนเองถึงได้มาลงเอยอยู่ในสถานที่เช่นนี้ ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงเอ่ยถามหัวหน้าหมู่บ้านด้วยความอดทน เพื่อสืบหาที่ตั้งของพวกโจรป่าและเส้นทางออกจากหมู่บ้านแห่งนี้
“เรียนท่านเทพเซียน รังของพวกโจรป่าตั้งอยู่บนเส้นทางสายหลักพวกมันปิดกั้นเส้นทางทำให้อพยพหนีไปไหนไม่ได้ ยามถึงฤดูเก็บเกี่ยวพวกมันก็จะมาปล้นชิงเสบียงอาหารและพืชผลของพวกเราไปจนหมดสิ้นขอรับ”
“หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะกำจัดพวกมันให้ในระหว่างทางที่ออกไป” ต้วนหลิงเทียนเอ่ย เขาไม่คิดจะเสียเวลาอีกต่อไปและมุ่งหน้าตรงไปยังเส้นทางสายหลักทันที ขณะเดียวกันเขาก็ลอบคิดในใจ ‘สถานที่แห่งนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก ไม่เพียงแต่จะห้ามบิน ทว่าแม้กระทั่งสัมผัสจิตเทพของข้าก็ยังถูกสะกดข่มให้แผ่ออกไปได้เพียงอาณาเขตแคบ ๆ เท่านั้น…’
ต้วนหลิงเทียนมาไวไปไวราวกับสายลม ทิ้งให้เหล่าชาวบ้านยืนงงงวยอยู่เบื้องหลัง
ในที่สุด ชาวบ้านคนหนึ่งก็เอ่ยถามขึ้นว่า “หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านเทพเซียนจะช่วยพวกเรากำจัดโจรป่าจริง ๆ หรือ?”
หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยตอบด้วยความมั่นใจ “จริงแท้แน่นอน ในตำนานกล่าวไว้ว่าท่านเทพเซียนตรัสแล้วไม่คืนคำ ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องรักษาสัญญา!”
ทว่าแม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น ในใจของเขากลับรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ้าง
“หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านเทพเซียนผู้นั้นแข็งแกร่งมากก็จริง… แต่เขาจะสามารถกำจัดโจรป่าพวกนั้นได้ทั้งหมดจริง ๆ หรือ?”
“เจ้าไม่เห็นความอัศจรรย์เมื่อครู่รึไง? โจรป่าพวกนั้นไม่มีทางเป็นคู่มือของท่านเทพเซียนได้หรอก!”
…
ต้วนหลิงเทียนย่อมไม่รับรู้ถึงบทสนทนาของเหล่าชาวบ้านหลังจากที่ตนจากมา เมื่อเขาเคลื่อนกายออกมาห่างจากหมู่บ้านได้ระยะหนึ่ง เขาก็เริ่มใช้วิธีทะยานร่างกระโดดข้ามไปเป็นระยะทางไกล ๆ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาไปได้มากกว่าการเดินเท้าอย่างมาก เพียงชั่วครู่ เขาก็ มองเห็นอาคารบ้านเรือนตั้งขนาบอยู่สองข้างทางของถนนที่อยู่ไกลออกไป มีกลุ่มควันลอยล่องมาจากสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้น พร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายดังแว่วมาตามลม ดูเหมือนว่าผู้คนด้านในกำลังร่ำสุราและประลองยุทธ์กันอย่างสำราญใจ
ต้วนหลิงเทียนกำลังจะเคลื่อนร่างต่อ ทว่าโจรป่าสองคนก็พลันปรากฏตัวขึ้นมาขวางทางเขาเอาไว้
โจรป่าทั้งสองจ้องมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาดุดัน ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจับจ้องเหยื่ออันโอชะ
“ห้ามใครผ่านทางนี้ทั้งนั้น! จงไสหัวกลับหมู่บ้านของเจ้าไปซะ ไม่งั้นก็ตาย!”
ต้วนหลิงเทียนนิ่งเงียบไม่ปริปาก เขาเพียงยกมือขึ้นสะบัดคราเดียวก็ปลิดชีพโจรป่าคนหนึ่งลงในทันที จากนั้นจึงปรายตากลมโตมองไปยังโจรป่าที่เหลือรอดอีกคน
โจรป่าคนนั้นได้สติกลับคืนมาก็พลันแหกปากร้องลั่น “พวกเราถูกโจมตี!”
สิ้นเสียงเตือนภัยของโจรป่า เสียงสรวลเสเฮฮาภายในอาคารบ้านเรือนสองข้างทางพลันเงียบกริบลงทันที จากนั้น ร่างหลายร่างก็พุ่งทะยานออกมาจากสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้น เพียงชั่วพริบตา มีคนอย่างน้อย 100 คนยืนล้อมรอบต้วนหลิงเทียนเอาไว้
ทว่าก่อนที่พวกโจรป่าจะทันได้ลงมือ ต้วนหลิงเทียนก็ชูมือขึ้นสู่ฟากฟ้า กระแสพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งออกมาจนบดบังแสงสุริยันบนท้องฟ้า จากนั้น ปราณกระบี่สีเทาอันไร้สิ้นสุดก็พลันร่วงหล่นลงมาฟาดฟันราวกับห่าฝนกระหน่ำ!
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
พวกโจรป่าทั้งหมด นอกเหนือจากไอ้คนที่ร้องเตือนภัยในตอนแรก ต่างก็ตายตกไปในทันที ร่างของมันทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความช็อก จ้องมองต้วนหลิงเทียนด้วยความหวาดกลัวสุดขีดราวกับกำลังเผชิญหน้ากับพญามาร มันไม่คาดคิดเลยว่าชายหนุ่มท่าทางอ่อนโยนผู้นี้จะลงมือได้เหี้ยมโหดถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น พลังฝีมือของชายหนุ่มยังเหนือล้ำเกินกว่าที่มันจะจินตนาการได้… มันเทียบเท่ากับท่านเทพเซียนในตำนานไม่มีผิด!
ต้วนหลิงเทียนจ้องมองโจรป่าคนนั้นก่อนจะเอ่ยถามว่า “ยังเหลือคนอื่นอีกหรือไม่? จงนำทางข้าไปหาพวกมัน แล้วข้าจะละเว้นชีวิตเจ้า หากไม่ ข้าจะฆ่าเจ้าซะ”
“มี ๆ! ยังมีอีกกลุ่มขอรับ!” โจรร้ายเอ่ยตอบละล่ำละลัก “รองหัวหน้าของพวกเรานำกลุ่มพี่น้องมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเพื่อไปเก็บส่วยแล้วขอรับ…”
โจรร้ายไม่ลังเลรีบนำทางต้วนหลิงเทียนไปทันที เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงทางแยก ก็บังเอิญพบกับกลุ่มโจรป่าที่มันเอ่ยถึงพอดี
ย่อมไม่ต้องสงสัย ต้วนหลิงเทียนลงมือสังหารกลุ่มโจรป่าเหล่านั้นจนสิ้น รวมถึงไอ้โจรป่าที่นำทางเขามาที่นี่ด้วยเช่นกัน
หลังจากสังหารโจรป่าคนสุดท้ายลง ต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นลำแสงอ่อน ๆ สายหนึ่งสาดส่องลงมาบนร่างของเขา ลำแสงนั้นช่างริบหรี่เสียจนแทบจะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อร่างกายของเขาเลย หลังจากนั้น เขาจึงเหลือบไปมองที่ตารางอันดับและพบว่าตนเองได้รับมา ‘หนึ่งคะแนน’
‘โจรป่าพวกนี้ทั้งหมดมีค่าแค่คะแนนเดียวงั้นรึ?! แล้วศิษย์พี่สี่ทำอย่างไรถึงสามารถสะสมได้ถึง 100 คะแนนหลังจากเข้ามาในหุบเขาแห่งโชคชะตาได้ไม่นานกัน?’ ต้วนหลิงเทียนลอบสงสัยในใจพลางเลื่อนสายตาขึ้นไปมองที่ส่วนบนสุดของตารางอันดับ
นามของหลงชุนหยวนยังคงรั้งตำแหน่งอันดับหนึ่งอย่างเหนียวแน่น ทว่ายามนี้คะแนนของนางไม่ได้หยุดอยู่ที่ 100 คะแนนแล้ว แต่มันพุ่งสูงถึง 260 คะแนน!
ในทางกลับกัน ผู้ที่รั้งอันดับสองกลับมีคะแนนสะสมเพียง 83 คะแนนเท่านั้น
‘ศิษย์พี่สี่ไปกวาดคะแนนมากมายขนาดนั้นมาจากไหนกัน?’ ต้วนหลิงเทียนลอบถอนหายใจเมื่อเห็นความต่างชั้นระหว่างคะแนนของตนเองกับหลงชุนหยวน
‘ข้าพนันได้เลยว่าถ้าศิษย์พี่สี่เห็นคะแนนของข้า นางจะต้องหัวเราะเยาะข้าเป็นแน่!’
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกทั้งหงุดหงิดและหมดหนทางในเวลาเดียวกัน
…
ในเวลาเดียวกัน ณ ถ้ำอันกว้างขวางแห่งหนึ่ง…
หญิงสาวนางหนึ่งกำลังเดินจงกรมกลับไปกลับมา สีหน้าของนางดูแปลกพิกลพึมพำกับตัวเองว่า “แค่คะแนนเดียวงั้นรึ? ผ่านไปตั้งนานปานนี้ ศิษย์น้องเพิ่งจะหาได้แค่คะแนนเดียวเนี่ยนะ? หรือว่าเขาจะถูกเคลื่อนย้ายไปตกอยู่ในป่าเขาห่างไกลความเจริญที่ไม่มีผู้คนกันแน่?”
หญิงสาวนางนี้ย่อมไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจากหลงชุนหยวน
หลงชุนหยวนถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาในมิติลับ (Secret Realm) แห่งหนึ่งภายในหุบเขาแห่งโชคชะตาทันทีที่นางย่างกรายเข้ามา และช่างประจวบเหมาะยิ่งนักที่มีกลุ่มคนกำลังต่อสู้แย่งชิงโชคลาภวาสนากันอยู่ ในกลุ่มคนเหล่านั้น ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดสองคนเป็นถึงจักรพรรดิเทพขั้นสูง หลังจากที่นางลงมือสังหารพวกมันทั้งหมด นางจึงได้รับคะแนนมาถึง 260 คะแนน การสังหารจักรพรรดิเทพขั้นสูงสองคนทำให้นางได้มา 200 คะแนน ส่วนการสังหารจักรพรรดิเทพขั้นกลางทำให้นางได้มาอีก 60 คะแนน
“การแย่งชิงมิติลับซอมซ่อแห่งนี้มันมีประโยชน์อันใดกัน? ถึงกระนั้น หากพวกมันไม่ได้ต่อสู้แย่งชิงมิติลับนี้อยู่ ข้าก็คงไม่มีโอกาสได้สังหารพวกมันหรอก…” หลงชุนหยวนพึมพำในลำคอพลางเก็บกวาดสมบัติที่ปรากฏขึ้นในมิติลับก่อนจะก้าวเท้าเดินจากไป
ในขณะที่นางยังคงเสาะแสวงหาโชคลาภวาสนาในหุบเขาแห่งโชคชะตาต่อไป นางก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาดัง ๆ ว่า “ข้าล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่ายามนี้ศิษย์น้องอยู่ที่ใด… ช่างน่าเสียดายนัก… หากข้ารู้ตำแหน่งของเขา ข้าคงจะสามารถพาเขาไปลุยด้วยกันได้แล้ว…”
…
ต้วนหลิงเทียนใช้เวลาอยู่หนึ่งวันกับหนึ่งคืนเต็ม ๆ ในป่าเขาก่อนที่จะหลุดพ้นออกจากอาณาเขตต้องห้ามบินในที่สุด ในช่วงเวลานั้น เขายังได้ลงมือสังหารกลุ่มโจรป่าเพิ่มอีกสองสามกลุ่ม
ในยามนี้ ร่างของเขาลอยล่องอยู่บนเวหาพลางปรายตามองทิวเขาเบื้องล่างพลางลอบถอนหายใจในใจ เขายังคงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตนเองจะถูกเคลื่อนย้ายมาตกอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยปุถุชนธรรมดาแถมยังเป็นเขตต้องห้ามบินเช่นนี้
‘มันไม่สมเหตุสมผลเลย… เหตุใดสถานที่ห่างไกลความเจริญเช่นนี้ถึงต้องห้ามบินด้วย? หรือว่าจะมี ความลับบางอย่างซ่อนอยู่กันแน่? ทว่าในระหว่างทางที่ข้าออกมา ข้าก็ไม่ได้พบเจอสิ่งใดผิดปกติเลยสักนิด…’
แม้ต้วนหลิงเทียนจะจับความรู้สึกผิดปกติบางอย่างได้ ทว่าเขาก็ไม่คิดที่จะหันหลังกลับเข้าไปในทิวเขาแห่งนั้นอีก อย่างไรเสีย ต่อให้ทิวเขาแห่งนั้นจะซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้จริง ก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ว่าเขาจะหามันพบ
‘ข้าควรจะตระเวนไปรอบ ๆ เพื่อสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ให้มากกว่านี้จะดีกว่า…’
…
เฉกเช่นเดียวกับต้วนหลิงเทียนและหลงชุนหยวน ผู้เข้าร่วมจากอาณาจักรเทพต่าง ๆ ล้วนถูกสุ่มเคลื่อนย้ายไปตกยังสถานที่ต่าง ๆ ภายในหุบเขาแห่งโชคชะตา บางคนก็โชคดีเหมือนหลงชุนหยวนที่ได้พบเจอกับกลุ่มคนที่อ่อนแอกว่า ทว่าพวกเขาไม่ได้โชคดีเหมือนหลงชุนหยวนที่ได้พบกับจักรพรรดิเทพขั้นสูงถึงสองคน พวกเขาพบเจอเพียงแค่จักรพรรดิเทพขั้นกลางเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ หลงชุนหยวนจึงเป็นเพียงคนเดียวในยามนี้ที่มีคะแนนสะสมมากกว่า 100 คะแนน
(จบตอน)