Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 289 เป้าหมาย จักรพรรดิมารดาบโลหิต!
“ในที่สุดเราก็สร้างโลกแห่งความว่างเปล่าได้สำเร็จแล้ว!”
เย่เทียนเผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา
จากนั้นเขาก็เริ่มทดสอบโลกแห่งความว่างเปล่า
เขาหยิบเศษชิ้นส่วนพระสูตรอมิตาภะที่พกติดตัวออกมาจากอกเสื้อ “เก็บ!”
พระสูตรอมิตาภะหายไปจากสัมผัสของเขา ตอนนี้มันถูกเก็บรักษาไว้ในโลกแห่งความว่างเปล่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“เป็นอย่างที่คิด โลกแห่งความว่างเปล่าสามารถเก็บสิ่งมหัศจรรย์เอาไว้ได้ ด้วยสิ่งนี้ ในอนาคตเราจะสะดวกขึ้นมาก!”
เย่เทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
จากนั้น เขาก็นำสิ่งของทั้งหมดที่เขานำออกมาจากมิติส่วนตัวก่อนหน้านี้ส่งไปเก็บในโลกแห่งความว่างเปล่า
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ เย่เทียนวางแผนที่จะสร้างโลกแห่งความว่างเปล่าเพื่อมอบให้จักรพรรดิจันทราด้วย
ดังนั้นเขาจึงหยิบหินสีเทาออกมาก้อนหนึ่ง มันเป็นหินมิติที่มีพลังของมิติ
เย่เทียนเตรียมจะใช้หินมิติก้อนนี้บรรจุโลกแห่งความว่างเปล่าไว้ สร้างมันขึ้นมาให้มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับแหวนมิติ และเมื่อเขาสร้างมันขึ้นมาได้สำเร็จ สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์มากกว่าถุงเก็บของมิติเสียอีก เพราะมันสามารถเก็บสิ่งที่ถุงเก็บของมิติไม่สามารถเก็บได้
ตัวอย่างเช่นเมื่อใดก็ตามที่จักรพรรดิจันทราได้รับสิ่งมหัศจรรย์มา เธอจะสามารถเก็บสิ่งมหัศจรรย์เหล่านั้นเอาไว้ในโลกแห่งความว่างเปล่าโดยที่จะไม่ถูกคนอื่นค้นพบ
มิฉะนั้นหากเป็นสิ่งมหัศจรรย์ขนาดใหญ่ การพกติดตัวไว้ย่อมดึงดูดความสนใจของผู้คนมากเกินไป
ครึ่งวันต่อมา
แหวนแห่งความว่างเปล่าก็ปรากฏขึ้นในมือของเย่เทียน พร้อมๆ กับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
การหลอมแหวนมิติที่บรรจุโลกแห่งความว่างเปล่าไว้ขึ้นมาไม่ใช่เรื่องง่าย มันทำให้เย่เทียนต้องสูญเสียพลังวิญญาณและพลังปราณไปอย่างมาก โชคดีที่ตอนนี้เขาได้ทำลายขีดจำกัดของร่างกายไป 11 ครั้งแล้ว พลังปราณและพลังวิญญาณของเขาจึงเหนือกว่าระดับจักรพรรดิทั่วไป มิฉะนั้นเขาคงไม่มีพลังมากพอที่จะสามารถสร้างโลกแห่งความว่างเปล่าขึ้นมาได้สำเร็จ
วู๊ซซ!
เย่เทียนบินออกไปและมุ่งหน้ากลับไปยังฐานจงไห่ จากนั้นเขาก็พักผ่อนฟื้นคืนพลังอยู่ในหอสวรรค์อยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเดินทางไปยังนิกายเทพจันทราเพื่อพบกับจักรพรรดิจันทรา
“ท่านพี่!”
เมื่อจักรพรรดิจันทราที่กำลังจัดการปัญหาต่างๆ ในนิกายเทพจันทรารับรู้ถึงการมาถึงของเย่เทียน เธอก็วิ่งออกมาต้อนรับเขาในทันที
“เยว่เอ๋อร์ ผมมีของขวัญจะมอบให้คุณ!”
เย่เทียนหยิบแหวนแห่งความว่างเปล่าออกมา
“นี่คือแหวนมิติเหรอ?”
จักรพรรดิจันทราถามด้วยความสงสัย
“นี่คือแหวนแห่งความว่างเปล่า!” เย่เทียนอธิบาย “แหวนนี้มีคุณสมบัติเสมือนกับแหวนมิติ แต่มันต่างกันตรงที่มิติแห่งความว่างเปล่านี้เหมือนกับพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ ดังนั้นมันจึงสามารถเก็บสิ่งของอะไรก็ได้ แม้แต่สิ่งมหัศจรรย์ก็สามารถเก็บไว้ในแหวนแห่งความว่างเปล่าได้!”
“แหวนแห่งความว่างเปล่า มีสมบัติเช่นนี้อยู่ด้วย!”
จักรพรรดิจันทรากล่าวด้วยความยินดีก่อนจะรับแหวนแห่งความว่างเปล่าไป
ของขวัญชิ้นนี้เป็นของที่สามีของเธอมอบให้ แล้วทำไมเธอจะต้องเกรงใจด้วย!
“มาเถอะ ผมจะสวมมันให้คุณเอง!”
เย่เทียนนำแหวนแห่งความว่างเปล่าสวมให้กับจักรพรรดิจันทราราวกับว่าเขากำลังสวมแหวนแต่งงานให้แก่เธอ
ในเวลานี้ใบหน้าอันงดงามของจักรพรรดิจันทราล้วนเต็มไปด้วยความสุข
หลังจากนั้นเย่เทียนก็อยู่ในนิกายเทพจันทราเป็นเวลาหลายชั่วโมงก่อนที่จะจากไป
จักรพรรดิจันทรามีงานยุ่งมากในช่วงเวลานี้ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างของนิกายเทพจันทราต้องให้เธอเป็นคนจัดการด้วยตนเอง มิฉะนั้นนิกายเทพจันทราที่ใหญ่โตคงจะต้องวุ่นวายอย่างแน่นอน
ไม่กี่วันต่อมา
เย่เทียนเตรียมทำตามแผนของเขาที่วางไว้ เขาต้องการลอบโจมตีจักรพรรดิระดับ 8 ดาราที่มาจากกองกำลังภายนอก เขาต้องการสะกดจิตอีกฝ่ายเพื่อสอบถามข้อมูลในสิ่งที่เขาอยากรู้
แต่แผนการนี้ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก หากผิดพลาดขึ้นมา แม้แต่ตัวเขาก็จะต้องลำบาก
ในบรรดากองกำลังภายนอก แน่นอนว่าพวกเขามีตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างระดับกึ่งเทพอยู่ ความแข็งแกร่งของตัวตนเหล่านั้นย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิ 9 ดาราอย่างแน่นอน ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกึ่งเทพที่ยกระดับมาจากจักรพรรดิระดับ 8 ดารา หรือ 9 ดารานั้นแข็งแกร่งกว่าระดับเทพทั่วไปหลายเท่า
ดังนั้นหากแผนการของเขาล้มเหลว บางทีเขาอาจจะถูกไล่ล่าจากผู้ฝึกยุทธ์กึ่งเทพเหล่านั้น
เย่เทียนจึงต้องลงมืออย่างระมัดระวัง เขาเตรียมจะลงมือกับคนของนิกายเงาทมิฬซึ่งเป็นหนึ่งในขุมกำลังจากภายนอก และเป้าหมายของเขาก็คือจักรพรรดิมารดาบโลหิตของนิกายเงาทมิฬ
จากข้อมูลที่ได้รับมา จักรพรรดิมารดาบโลหิตผู้นี้แข็งแกร่งมาก
จักรพรรดิมารดาบโลหิตเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และชื่อเสียงส่วนใหญ่ของเขาก็โด่งดังมาจากการฆ่าฟัน ท่ามกลางการแย่งชิงสิ่งมหัศจรรย์ที่ผ่านมา จักรพรรดิมารดาบโลหิตได้ลงมือหลายครั้ง เขาสังหารสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิไปเป็นจำนวนมาก และยังลงมือกับเผ่ามังกรระดับจักรพรรดิอีกถึง 3 ตน
ด้วยเหตุนี้เผ่ามังกรจึงมีความเกลียดชังต่อจักรพรรดิมารดาบโลหิตเป็นอย่างมาก เย่เทียนจึงวางแผนที่จะปลอมตัวเป็นเผ่ามังกรและโจมตีจักรพรรดิมารดาบโลหิต การโยนความผิดให้แก่เผ่ามังกรนับว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
แน่นอน
เหตุผลสำคัญกว่านั้นที่เขาเลือกจักรพรรดิมารดาบโลหิตนั่นก็คือ จักรพรรดิมารดาบโลหิตไม่ได้อยู่ในโลกเซียนปฐพี แต่อยู่ในโลกของสัตว์อสูร
การสื่อสารระหว่างโลกของสัตว์อสูรและโลกหลักนั้นไม่ค่อยสะดวกมากนัก แน่นอนว่าไม่มีทางที่จักรพรรดิมารดาบโลหิตจะได้รับการช่วยเหลือทันเวลา
เหตุผลที่เย่เทียนทราบที่อยู่ของจักรพรรดิมารดาบโลหิตก็เพราะเขาส่งผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากของหอสวรรค์กระจายตัวออกไปทั่วทุกฐานทัพเพื่อแอบสืบหาร่องรอยของจักรพรรดิแต่ละคน อีกทั้งจักรพรรดิมารดาบโลหิตก็เป็นคนที่มีชื่อเสียง ข่าวที่ว่าเขาเดินทางไปยังโลกของสัตว์อสูรย่อมเป็นที่รับรู้ในหมู่คนจำนวนมาก
“จักรพรรดิมารดาบโลหิต นายนี้แหละคือตัวเลือกที่ดีที่สุด!”
เย่เทียนปลอมตัวเป็นจักรพรรดิธรรมดา และเคลื่อนย้ายไปยังฐานทัพโอเยอร์ของประเทศหมีเหนือ
ตอนนี้ฐานทัพระดับสูงสุดของแต่ละประเทศต่างได้รับอิทธิพลจากกองกำลังภายนอก เทคโนโลยีอย่างค่ายกลเคลื่อนย้ายระดับสูงสุดล้วนมาจากกองกำลังภายนอก แม้แต่ฐานทัพของหลายประเทศก็ยังได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังภายนอกเหล่านั้น แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางที่จะปฏิเสธข้อเสนอของกองกำลังภายนอก อีกทั้งการมีอุปกรณ์เคลื่อนย้ายไว้ย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับฐานทัพต่างๆ แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องปฏิเสธมันด้วย?
วูป!
เย่เทียนมาถึงฐานทัพโอเยอร์ คนส่วนใหญ่ในที่แห่งนี้ล้วนแต่มีผมสีบลอนด์
แต่การมาถึงของเย่เทียนก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของใครมากนัก เพราะถึงอย่างไรผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากก็ต้องการมายังฐานทัพระดับสูงสุด และในตอนนี้แม้แต่ในฐานทัพโอเยอร์ก็ยังมีชาวตะวันออกอยู่ไม่น้อย
นอกจากนี้เย่เทียนยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิ คนทั่วไปจะกล้าพูดถึงระดับจักรพรรดิได้อย่างไร!
อีกทั้งฐานทัพโอเยอร์ยังมีหน้าที่ในการคอยปกป้องรอยแยกของมิติระดับ 5 ดาว โลกของสัตว์อสูรที่อยู่เบื้องหลังรอยแยกมิติระดับ 5 ดาวนี้ ถูกเรียกว่าโลกสัตว์อสูรเหมันต์ เนื่องจากโลกของสัตว์อสูรนี้ถูกปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งมาหลายปี สัตว์อสูรส่วนใหญ่จึงเป็นสัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งหรือธาตุน้ำ
เย่เทียนไม่ได้รีบเข้าไปในโลกสัตว์อสูรเหมันต์ เขาไม่ใช่ระดับจักรพรรดิของกองกำลังภายนอก เขาจึงไม่สามารถเข้าไปในโลกของสัตว์อสูรที่ฐานทัพระดับสูงสุดดูแลอยู่ได้
จักรพรรดิมารดาบโลหิตเป็นจักรพรรดิแห่งนิกายเงาทมิฬ ด้วยสิทธิพิเศษนี้ ผู้ฝึกยุทธ์จากฐานทัพโอเยอร์จึงไม่กล้าขัดขวางเขา
แต่เย่เทียนเป็นระดับจักรพรรดิของฐานจงไห่ในประเทศจีน การจะเข้าสู่โลกสัตว์อสูรเหมันต์จึงไม่ใช่เรื่องง่าย เว้นเสียแต่ว่าฐานทัพโอเยอร์จะไม่สามารถต้านทานการโจมตีของสัตว์อสูรได้
เพราะถ้าฐานทัพโอเยอร์ต้องการความช่วยเหลือ ระดับจักรพรรดิของฐานจงไห่จึงจะมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปในโลกสัตว์อสูรเหมันต์ได้ ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่มีทางที่จะผ่านรอยแยกมิติ 5 ดาวนี้ไปได้!
อย่างไรก็ตามเย่เทียนมีวิธีอื่น
เขาสะกดจิตผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิที่ชั่วร้ายบางคนและปลอมตัวเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเพื่อที่จะให้ทุกคนคิดว่าเขานั้นเป็นสัตว์เลี้ยงของระดับจักรพรรดิผู้นี้ ก่อนจะสั่งให้จักรพรรดิที่เขาสะกดจิตพาเขาเข้าสู่โลกของสัตว์อสูรเหมันต์
ไม่นานหลังจากนั้น
ในส่วนลึกของโลกสัตว์อสูรเหมันต์ เย่เทียนปลดเปลื้องการปลอมตัวกลับคืนสู่ร่างเดิม และลงมือฆ่าระดับจักรพรรดิของฐานโอเยอร์เพื่อไม่ให้ข่าวของเขารั่วไหลออกไป
ก่อนเขาจะเริ่มสืบหาร่องรอยของจักรพรรดิมารดาบโลหิต
จักรพรรดิมารดาบโลหิตเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขามักสวมชุดคลุมสีเลือดและพกดาบโลหิตติดตัวไว้ตลอด
อีกทั้งโลกสัตว์อสูรเหมันต์ก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก เพียงแต่หากต้องออกค้นหาอีกฝ่ายด้วยตนเอง มันจะเป็นการเสียเวลามากเกินไป
ดังนั้น
เย่เทียนจึงตัดสินใจใช้พรสวรรค์พันธสัญญาแห่งชีวิตกับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมาก และสั่งให้สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเหล่านี้แยกย้ายกันไปช่วยตามหาจักรพรรดิมารดาบโลหิตให้เขา
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ และวันรุ่งขึ้นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตนหนึ่งก็กลับมารายงาน
“นายท่าน ข้าพบจักรพรรดิมารดาบโลหิตแล้ว!”
สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิรีบรายงาน
เย่เทียนยืนขึ้นและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ในที่สุดก็พบเสียที!”