Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 264 เมืองนภาคราม!
นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าเขาจะเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์ของวิหารเทพสงคราม แต่ในตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ที่วิหารเทพสงคราม แต่เป็นสถานที่ที่เรียกว่าโบราณสถานของนิกายดาบนภาคราม
ข้อมูลยังแนะนำอีกว่าซากโบราณสถานของนิกายดาบนภาครามถูกทิ้งไว้โดยนิกายดาบนภาคราม ซึ่งเป็นนิกายของอารยธรรมโบราณ ตอนนี้นิกายดาบนภาครามหายตัวไปแล้วเหลือเพียงแต่ซากโบราณสถานแห่งนี้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ภายในมีมรดกแห่งดาบที่ถูกทิ้งไว้มากมาย
มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับต่ำกว่าระดับจักรพรรดิเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปได้ หากผู้ฝึกยุทธ์มีระดับการบ่มเพาะสูงกว่าระดับจักรพรรดิเข้าไปในซากโบราณสถานนี้ พวกเขาจะถูกบังคับส่งออกมาในทันที
ซากโบราณสถานของนิกายดาบนภาครามถูกควบคุมโดยกองกำลังภายนอก และจะเปิดเพียงครั้งเดียวในรอบ 10 ปี และครั้งนี้ก็มีนักดาบระดับศักดิ์สิทธิ์จำนวนไม่น้อยที่มุ่งหน้าไปยังซากโบราณสถานของนิกายดาบนภาคราม
นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในด้านดาบ แน่นอนว่าเขาจะต้องสนใจทักษะดาบและสมบัติอื่นๆ ในโบราณสถานแห่งนี้
และซากโบราณสถานนี้ก็ตั้งอยู่ในดินแดนส่วนกลางของโลกเซียนปฐพี
“ดูเหมือนว่าเราจะต้องไปยังดินแดนส่วนกลาง!”
เย่เทียนพึมพำ
พรสวรรค์ด้านดาบระดับดารา เขาจะต้องคัดลอกมันมาให้ได้
นอกจากนี้เขายังสนใจโบราณสถานของนิกายดาบนภาครามเป็นอย่างมาก ตอนนี้ในเมื่อเขาได้ทราบข้อมูลคร่าวๆ ของมันแล้ว มันก็คุ้มค่าที่จะลองไปดู
หากเป็นระดับจักรพรรดิคนอื่นๆ พวกเขาคงจะไม่สนใจซากโบราณสถานของนิกายดาบนภาคราม เพราะพวกเขาไม่สามารถที่จะเข้าไปยังโบราณสถานนี้ได้
เย่เทียนเคลื่อนย้ายผ่านอุปกรณ์เคลื่อนย้ายของเมืองคลื่นตะวันออกผ่านเมืองอื่นหลายต่อหลายเมือง ในที่สุดก็มาถึงเมืองนภาครามในพื้นที่ตอนกลางของโลกเซียนปฐพี
เมืองนภาครามมีชื่อเสียงในเรื่องของโบราณสถานของนิกายดาบนภาคราม โดยปกติจะไม่ค่อยมีผู้ฝึกยุทธ์มายังที่นี่มากนัก แต่ทุกครั้งที่โบราณสถานเปิด เมืองนภาครามก็จะคึกคักเป็นอย่างมาก
แต่ที่นอกเมืองกลับวุ่นวายมากเช่นกัน เพราะมันมักจะเกิดการต่อสู้และการปล้นสินค้าอยู่บ่อยครั้ง
โบราณสถานของนิกายดาบนภาครามตั้งอยู่ 300,000 กิโลเมตรทางทิศตะวันตกของเมืองนภาคราม เมื่อเย่เทียนมาถึงเมืองนภาคราม เขาก็ปลอมตัวเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาไม่โดดเด่น และยังควบคุมระดับการบ่มเพาะของเขาให้ลดลงเหลือแค่ระดับศักดิ์สิทธิ์
สำหรับระดับจักรพรรดิด้วยกัน การจะปกปิดกลิ่นอายระดับการบ่มเพาะไม่ใช่เรื่องง่าย ระดับจักรพรรดิด้วยกันจะสามารถมองออกได้อย่างแน่นอน แต่กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางมองเห็นระดับการบ่มเพาะที่แท้จริงของเย่เทียน
วูปป!
เย่เทียนบินออกจากเมืองนภาครามมุ่งหน้าไปยังซากโบราณสถานของนิกายดาบนภาคราม
หากอยู่ในโลกหลัก ระดับศักดิ์สิทธิ์สามารถที่จะบินไปยังซากโบราณสถานได้อย่างรวดเร็ว แต่ด้วยพลังแห่งกเกณฑ์ในโลกเซียนปฐพี ระยะทาง 300,000 กิโลเมตรนี้มันต้องใช้เวลามากขึ้นเล็กน้อย
เย่เทียนบินด้วยความเร็วระดับเดียวกันกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ทั่วไป เมื่อเขาบินไปได้ 100,000 กิโลเมตร เขาก็ได้พบกับกลุ่มของระดับศักดิ์สิทธิ์หลายคน
“มีเหยื่อติดเบ็ดแล้ว!”
เย่เทียนยิ้มอย่างแปลกประหลาด
ที่เขาจงใจปลอมตัวเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เพราะความเบื่อหน่าย แต่เขาต้องการร่างของผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์คนอื่น
แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะฆ่ามนุษย์ด้วยกันโดยไม่มีเหตุผล เขาจึงปลอมตัวเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์เพื่อดึงดูดความสนใจของเหล่าคนที่มีเจตนาร้าย
จากนั้นเขาก็จะสามารถใช้พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงสุดเพื่อลบวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามทิ้งและครอบครองร่างกายของฝ่ายตรงข้ามได้ ด้วยวิธีนี้เขาก็จะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ได้โดยไม่ผิดสังเกต
เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาจะใช้ร่างของผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์เพื่อเข้าสู่โบราณสถานของนิกายดาบนภาคราม
โบราณสถานนิกายดาบนภาครามจะเปิดออกเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น ตอนนี้มันได้เปิดมาถึง 10 วันแล้ว เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 20 วัน และพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณของเขาสามารถคงอยู่ได้นานถึงหนึ่งเดือน ระยะเวลาเท่านี้นั้นมันเพียงพอแล้วที่จะทำตามแผนที่เขาวางไว้
หลังจากนั้นไม่นานผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ 5 คนก็เข้ามาปิดล้อมเย่เทียนไว้
คนเหล่านี้หากดูจากลักษณะภายนอก พวกเขาคงจะเป็นชาวตะวันตก เห็นได้ชัดว่าพวกเขามาจากดินแดนทางตะวันตกอย่างแน่นอน
“ฆ่ามันซะ!”
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งกล่าวออกมา
อย่างไรก็ตามในขณะที่พวกมันกำลังจะลงมือ เสียงหนึ่งก็กระจายไปในอากาศ
“ฆ่า!”
เย่เทียนยื่นมือออกไปและเปิดใช้งานทักษะบีบอัดมิติ ร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 คนเริ่มถูกบีบอัดโดยพลังแห่งมิติ
พริบตาเดียว ร่างของทั้งสี่คนก็ถูกบีบอัดจนแหลกเละกลายเป็นหมอกโลหิตลอยไปตามสายลม
พวกเขาถูกสังหารอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้กระทั่งจะทันได้กรีดร้องออกมา
“จักรพรรดิ!”
ระดับศักดิ์สิทธิ์คนสุดท้ายที่เหลืออยู่หวาดกลัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ที่เขาและคนอื่นๆ เลือกจะปล้น แท้จริงแล้วอีกฝ่ายจะเป็นระดับจักรพรรดิที่ปลอมตัวมา เขาไม่เข้าใจว่าทำไมระดับจักรพรรดิถึงได้ปลอมตัวเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ นี่อีกฝ่ายกำลังเล่นสนุกอยู่ใช่หรือไม่?
ถ้าเขารู้ว่าเย่เทียนเป็นจักรพรรดิ เขาจะกล้าลงมือทำร้ายเย่เทียนได้อย่างไร!
เขาอยากจะอ้อนวอนขอความเมตตา แต่ภายใต้การกักขังของมิติ เขาไม่แม้จะสามารถที่จะขยับตัวได้ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถที่จะเอ่ยคำใดออกมาได้เลย
ในเวลาเดียวกันสติของเขาก็เริ่มเลือนราง
เพราะเย่เทียนได้เปิดใช้งานพรสวรรค์สะกดจิตและสะกดจิตอีกฝ่ายได้สำเร็จ
แผนการของเขาคือใช้พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ ซึ่งพรสวรรค์นี้ใช้ได้เพียงกับสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ไม่สามารถยึดร่างของศพได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ฆ่าระดับศักดิ์สิทธิ์คนนี้
เหตุผลที่เขาเลือกชายคนนี้ก็เพราะว่า อีก 4 คนที่เขาฆ่าไปนั้นมีระดับการบ่มเพาะที่ต่ำเกินไป มีเพียงชายคนนี้เท่านั้นที่เปิดพื้นที่สมองส่วนลึกได้ถึง 86% การใช้ร่างของอีกฝ่าย แน่นอนว่าเย่เทียนจะสามารถปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งได้มากกว่าอีก 4 คนที่เขาเพิ่งฆ่าไป
หลังจากนั้นไม่นาน
เย่เทียนก็พาผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์คนดังกล่าวกลับไปยังเมืองนภาคราม จากนั้นเขาก็เช่าห้องพักเป็นเวลา 1 เดือน ก่อนจะเปิดใช้งานพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์คนนี้
ตูม!!!!!
วิญญาณของเย่เทียนเข้าสู่อาณาเขตวิญญาณของอีกฝ่ายและลบวิญญาณของอีกฝ่ายออกไปในพริบตา จากนั้นเขาก็ครอบครองร่างของอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์
ไม่กี่นาทีต่อมา
เมื่อคุ้นเคยกับร่างนี้แล้ว เย่เทียนก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านการปลอมตัว และปลอมตัวเป็นชายวัยกลางคนที่มีลักษณะเหมือนชาวตะวันตก
เขาไม่ต้องการใช้ร่างเดิมเพราะเขากลัวว่าเขาอาจจะได้พบกับสหายหรือคนคุ้นเคยของเจ้าของร่างเข้า หากเป็นเช่นนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก
เย่เทียนแทบไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรเกี่ยวกับร่างจริงของเขา เพราะไม่มีใครกล้าลงมือในเมืองนภาคราม
“เราจะใช้ชื่อว่าโบรอน!”
เย่เทียนตั้งชื่อให้กับร่างกายของเขา จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องพักไปพร้อมกับดาบระดับดาราและสิ่งของอื่นๆ แล้วเขาก็มุ่งหน้าไปยังโบราณสถานของนิกายดาบนภาคราม
ตลอดเส้นทางเขาไม่พบกับปัญหาใดๆ และสามารถมาถึงโบราณสถานได้อย่างราบรื่น
โบราณสถานของนิกายดาบนภาครามนั้นตั้งอยู่บนภูเขาลูกหนึ่ง ทั่วทั้งภูเขาถูกปกคลุมด้วยค่ายกลขนาดใหญ่ ไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ภายในได้ เย่เทียนเห็นแต่เพียงอาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าเท่านั้น
ค่ายกลนี้เชื่อมต่อกับซากโบราณสถานของนิกายดาบนภาคราม และแม้แต่พื้นที่ใต้ดินก็ยังเชื่อมต่อกับค่ายกล
“ค่ายกลระดับจันทรา!”
เย่เทียนมองออกทันที
เขามีพรสวรรค์ค่ายกลระดับจันทราและยังสืบทอดมรดกค่ายกลมา แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยมีเวลาศึกษาค่ายกลที่ได้รับมา แต่ถึงอย่างไรเขาก็กลายเป็นจอมเวทค่ายกลระดับดาราแล้ว หากเขาไม่แม้แต่จะเข้าใจค่ายกลขนาดใหญ่นี้ได้สักเล็กน้อย เขาคงจะละอายใจที่มีพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับจันทรา
จากการประเมินคร่าวๆ ของเย่เทียน ค่ายกลระดับจันทรานี้เป็นค่ายกลธาตุไฟ และยังเป็นค่ายกลที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก สาเหตุคงเป็นเพราะว่าค่ายกลนี้เวลาผ่านมานานเกินไป อำนาจของมันจึงลดลงไปตามกาลเวลา
การที่นิกายดาบนภาครามสามารถสร้างค่ายกลระดับจันทราขึ้นมาได้นั้น เห็นได้ชัดว่านิกายดาบนภาครามคงมีจอมเวทค่ายกลระดับจันทราอยู่ มันเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของนิกายดาบนภาคราม
“ขุมพลังจากภายนอกน่าจะมีพลังเพียงพอที่จะทำลายค่ายกลป้องกันระดับจันทราที่ไม่สมบูรณ์นี้ได้ แค่ถ้าพวกเขาทำลายมันแล้ว ซากโบราณสถานแห่งนี้ก็จะถูกทำลายไปเช่นกัน การกระทำเช่นนั้นมันจึงไม่มีประโยชน์ เพราะงั้นกองกำลังจากภายนอกจึงไม่คิดที่จะทำลายค่ายกลนี้ ทำเพียงแค่ส่งคนมาดูแลมันเท่านั้น!”
เย่เทียนคาดเดา
นอกจากนี้ภายในป้อมปราการเย่เทียนยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของระดับจักรพรรดิอยู่เล็กน้อย พวกเขาน่าจะเป็นจักรพรรดิที่กองกำลังภายนอกส่งมาประจำการอยู่ที่นี่
หากผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ต้องการที่จะเข้าไปในโบราณสถานของนิกายดาบนภาคราม พวกเขาจำเป็นต้องซื้อเหรียญตราก่อนจะผ่านเข้าไปในค่ายกล มิฉะนั้นพวกเขาไม่มีทางที่จะผ่านเข้าไปได้ เลิกคิดที่จะเข้าไปยังโบราณสถานนิกายดาบนภาครามไปได้เลย
การใช้ซากปรักหักพังเก่าๆ นี้หาเงินเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ากลุ่มอำนาจใหญ่เหล่านั้นโลภมากเพียงใด
จากนั้นเย่เทียนก็เดินเข้าไปในป้อมปราการ
“ผมต้องการซื้อเหรียญตรา!”