Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 271 ทําลายขีดจํากัดของร่างกายครั้งที่ 10 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสร็จสมบูรณ์!
- Home
- Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์
- บทที่ 271 ทําลายขีดจํากัดของร่างกายครั้งที่ 10 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสร็จสมบูรณ์!
การทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10 นั้น แม้แต่ห้องฝึกฝนระดับสูงสุดก็ไม่สามารถรวบรวมพลังปราณได้มากพอ เพราะความเร็วในการรวบรวมพลังปราณในห้องฝึกฝนนั้นมีจำกัด และการจะทำลายขีดจำกัด 10 ครั้งต้องใช้เวลาในการดูดซับพลังปราณจำนวนมหาศาล ซึ่งแน่นอนว่าค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงสุดไม่สามารถตอบสนองความต้องการเช่นนี้ได้
เย่เทียนนึกถึงตอนที่จ้าวแห่งสัตว์อสูรในโลกของสัตว์อสูรได้สังหารสัตว์อสูรไปเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะสามารถดึงพลังงานจากเลือดของสัตว์อสูรตนอื่นๆ มาเติมเต็มความต้องการของตนเองในระหว่างกระบวนการการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือด
ตอนนี้เย่เทียนกำลังจะทำลายขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่ 10 ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องเตรียมทรัพยากรให้เพียงพอ เลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากที่เขารวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ถูกนำออกมาเตรียมพร้อมไว้ในห้องฝึกฝน รวมไปถึงหินปราณอีกประมาณ 1 ล้านก้อน การเตรียมตัวเช่นนี้จะทำให้เขามั่นใจได้ว่าเขาจะสามารถเติมเต็มพลังปราณที่ใช้ในการเลื่อนระดับได้อย่างเพียงพอ มิฉะนั้นหากมีพลังปราณไม่เพียงพอแล้วละก็มันจะส่งผลกระทบตามมาไม่น้อย และย่อมจะส่งผลไปถึงรากฐานการบ่มเพาะของเขา
“เริ่มทะลวงผ่าน!”
เย่เทียนนั่งขัดสมาธิพร้อมทั้งรวบรวมพลังปราณเพื่อทะลวงขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่ 10 ด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับไร้ที่เปรียบ การทำลายขีดจำกัดของร่างกายจึงไม่ใช่เรื่องยาก
อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
แครกแคร่ก!!!!
เสียงแตกร้าวดังออกมาจากภายในร่างกายของเย่เทียน ราวกับว่าโซ่ที่ผูกมัดร่างกายของเย่เทียนไว้ได้ถูกทำลายลง
ตูม!!
พลังลมปราณในห้องฝึกฝนระดับสูงสุดถูกดูดซับจนหมดไปภายใน 1 ลมหายใจ ค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับสูงสุดที่ถูกติดตั้งไว้ในห้องฝึกฝนเริ่มดูดซับพลังปราณจากภายนอกอย่างบ้าคลั่ง แต่ความเร็วของมันก็ยังไม่เพียงพอ
“ใช้หินปราณ!”
หินลมปราณจำนวนมากกลายเป็นเศษหินธรรมดาไปในชั่วพริบตา เย่เทียนดูดซับพลังปราณทั้งหมดเข้าสู่ร่างกาย เติมเต็มพลังงานที่เขาเสียไปในกระบวนการทะลวงขีดจำกัดของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงร่างกายครั้งใหญ่จำเป็นจะต้องใช้พลังปราณมากมายมหาศาล ตอนนี้หินปราณหนึ่งล้านก้อนถูกดูดซับจนหมด แต่กระบวนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ยังไม่สิ้นสุดลง
จากนั้นเย่เทียนก็กลืนกินเลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากทันที หลังจากนั้นไม่นาน เลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากก็ถูกเย่เทียนดูดกลืนจนหมด
“ยังขาดอีกนิด!”
เย่เทียนนำหินปราณออกมาอีกสามแสนก้อนเพื่อเติมเต็มกระบวนการเปลี่ยนแปลงร่างกายครั้งใหญ่ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ทำให้เย่เทียนสูญเสียทรัพยากรไปมากมาย เนื่องจากโดยปกติแล้วเขาไม่ได้เก็บรวบรวมหินปราณมากนัก ดังนั้นหินปราณที่เขามีอยู่จึงไม่ได้มีมากมาย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะสูญเสียหินปราณและเลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิไปเป็นจำนวนมาก แต่หากว่ามันช่วยให้เขาทะลวงผ่านขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10 และเปลี่ยนแปลงร่างกายครั้งใหญ่ได้สำเร็จ มันก็นับว่าคุ้มค่า
เย่เทียนใช้เวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงในการบรรลุขอบเขตขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10 จากนั้นเย่เทียนก็ขยับตัวและกำหมัดแน่น ทำให้พื้นที่ทั้งหมดเริ่มสั่นสะเทือน
“ตอนนี้เรามีพละกำลังถึง 10,000 มังกร ต่างกับเมื่อตอนที่เราทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 9 ในตอนนั้นเรามีพละกำลังเพียงแค่ 900 มังกรเท่านั้น เดิมทีการทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10 จะมีพลังเพียง 1,000 มังกร แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของร่างกาย มันจึงทำให้สมรรถภาพทางกายของเราเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า!” เย่เทียนพึมพำ
เขาทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10 และบรรลุการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว พลังทางกายภาพเพียงอย่างเดียวของเขาเหนือกว่าตอนทำลายขีดจำกัดของร่างกาย 9 ครั้งถึง 10 เท่า ดังนั้นหลังจากทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10 ความแข็งแกร่งของเขาจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเย่เทียนอยู่ในระดับที่ไม่น่าเชื่อ มันไกลเกินกว่าที่ระดับจักรพรรดิทั่วไปจะจินตนาการถึง ด้วยความแข็งแกร่งทางกายภาพ 10,000 มังกร เมื่อใช้พลังปราณ พลังของเขาจะเท่ากับ 20,000 มังกร บวกกับพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับพระเจ้าที่ช่วยเพิ่มพลังให้แก่เขาอีก 300 เท่า ทักษะกรงเล็บและทักษะดาบระดับตำนานขั้นสมบูรณ์เพิ่มพลังขึ้นอีก 100 เท่า แต่เขายังมีทักษะดาบระดับเทพที่แม้ว่าเขาจะฝึกฝนมันไปเพียงแค่ขั้นต้น แต่พลังของมันก็เหนือกว่าทักษะดาบระดับตำนานแล้ว ซึ่งมันช่วยเพิ่มพลังโจมตีให้เขาได้ถึง 200 เท่า
เมื่อคำนวณดูแล้ว พลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาสูงถึง 1.2 พันล้านพลังมังกร! นี่เป็นพลังที่น่ากลัวมาก เขาสามารถทำลายแม่น้ำหรือภูเขาในระยะ 100,000 ลี้ ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว หากเป็นโลกในอดีต การโจมตีนี้ของเขาสามารถทำลายโลกได้ แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพที่อ่อนแอก็ยังไม่สามารถรับการโจมตีของเย่เทียนได้
แต่พลังโจมตีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่ง ความเร็วและการป้องกันก็เป็นส่วนที่สำคัญเช่นกัน
“ตอนนี้เราสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 10 ได้แล้ว ทั้งพลังโจมตี ความเร็ว รวมไปถึงพลังป้องกันของเรานั้นเหนือกว่าแต่ก่อนมาก ถ้าพูดถึงพลังต่อสู้แล้ว ตอนนี้พลังของเราน่าจะเทียบเท่ากับยอดฝีมือระดับจักรพรรดิ 8 ดารา ซึ่งไม่ด้อยไปกว่าจักรพรรดิสงครามทองคำ หรือบางทีอาจจะแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิสงครามทองคำเสียอีก!” เย่เทียนประเมินตนเองคร่าวๆ
อย่างไรก็ตาม เขาไม่หยิ่งยโสพอที่จะเพิกเฉยต่อทุกสิ่ง ยกตัวอย่างเช่นกองกำลังภายนอก พวกเขามียอดฝีมือระดับจักรพรรดิ 9 ดาราอยู่ และบนดาวเคราะห์นี้พวกเขายังมีตัวตนระดับเทพอยู่ด้วย ดังนั้นด้วยความแข็งแกร่งของเย่เทียนในตอนนี้ เขาอาจพูดได้ว่าตัวเองอยู่แนวหน้าของโลกใบนี้ แต่ยังไม่ถึงขั้นไร้เทียมทาน
ในขณะเดียวกัน โลกของสัตว์อสูร อีกฟากของรอยแยกมิติ 5 ดาวใกล้ฐานจงไห่ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นอีกครั้ง ภายในตำหนักมังกร จู่ๆ ค่ายกลเคลื่อนย้ายก็เปล่งแสงออกมา เผ่ามังกรหลายตนเดินออกมาจากอุปกรณ์เคลื่อนย้าย นำโดยมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ ตามด้วยมังกรสิบกว่าคนที่อยู่ในร่างของมังกร
โดยปกติแล้วเผ่ามังกรที่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้นั้นล้วนแล้วจะต้องเป็นระดับเทพ ส่วนเผ่ามังกรที่ยังไม่สามารถแปลงร่างได้เป็นเผ่ามังกรในระดับจักรพรรดิ เผ่ามังกรกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย มังกรดำ มังกรแดง และมังกรขาว
หลังจากเผ่ามังกรมาถึง พวกเขาก็บินออกจากตำหนักมังกร และมุ่งหน้าไปยังฐานทัพชั่วคราวของฐานจงไห่ และหยุดลงในพื้นที่ที่ไม่ห่างจากฐานจงไห่นัก
ทันใดนั้น สมาชิกของเผ่ามังกรระดับเทพคนหนึ่งก็กล่าวขึ้นว่า “ครั้งนี้พวกเราวางแผนที่จะส่งระดับจักรพรรดิซักตนเข้าไปในโลกของมนุษย์เพื่อสืบหาข้อมูล ใครจะเป็นคนอาสา?”
สมาชิกเผ่ามังกรระดับจักรพรรดิสิบกว่าตนมองหน้ากัน และในที่สุดก็มีเผ่ามังกรระดับจักรพรรดิตนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า “ท่านหลงอ้าว ข้ายินดีที่จะไป!”
“หลงเฟิง เจ้าเข้าใจเผ่ามนุษย์อยู่บ้าง เช่นนั้นการส่งเจ้าไปนับว่าเหมาะสม จำไว้ว่าอย่าได้ประมาทและห้ามเปิดเผยแผนการของเราออกไปอย่างเด็ดขาด” หลงอ้าวกล่าวเตือน
“ขอรับ!” หลงเฟิงตอบรับด้วยความเคารพ จากนั้นมันก็กล่าวต่อว่า “ท่านหลงอ้าว ข้าจะแอบเข้าไปได้อย่างไร? ตามที่ท่านบอกมา มนุษย์ได้วางค่ายกลไว้ในรอยแยกของมิติ ข้าเกรงว่าคงจะเป็นเรื่องยากมากที่จะผ่านรอยแยกไปได้โดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว”
“ไม่ต้องกังวล ข้าจะจับตัวมนุษย์ระดับจักรพรรดิมาสักคน แล้วให้หลงเถิงใช้พรสวรรค์ในการสะกดจิต สะกดจิตอีกฝ่าย จากนั้นก็เปลี่ยนแปลงความทรงจำของมนุษย์ระดับจักรพรรดิ ให้มันคิดว่าเจ้าเป็นสัตว์เลี้ยงของมัน ด้วยวิธีนี้มนุษย์คนอื่นๆ จะคิดว่าระดับจักรพรรดิมนุษย์ผู้นั้นได้รับสัตว์เลี้ยงเป็นมังกรมาโดยไม่คิดสงสัยในตัวตนของเจ้า” หลงอ้าวกล่าว
“หากท่านหลงเถิงลงมือด้วยตัวเอง เช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวล!”
หลงเฟิงรู้ว่าพรสวรรค์สะกดจิตของหลงเถิงนั้นน่ากลัวขนาดไหน หลงเถิงเป็นมังกรระดับเทพ และมีพรสวรรค์ในการสะกดจิตระดับสูง หากไม่มีสมบัติที่ใช้ปกป้องจิตวิญญาณ แม้แต่ระดับจักรพรรดิก็ไม่สามารถต้านทานพรสวรรค์ในการสะกดจิตของหลงเถิงได้ หากไม่ใช่เพราะโลกมนุษย์มีอำนาจปราบปรามของกเกณฑ์ ทำให้ระดับเทพไม่สามารถไปยังโลกมนุษย์ได้โดยตรง มิฉะนั้นเผ่ามังกรคงจะส่งตัวตนระดับเทพบุกโลกมนุษย์ไปแล้ว
“ห่างออกไป 1.2 ล้านลี้ มีจักรพรรดิมนุษย์คนหนึ่งกำลังล่าสัตว์อสูรอยู่ หลงเถิง คราวนี้เจ้าต้องลงมือแล้ว!” หลงอ้าวมองไปยังเผ่ามังกรในรูปลักษณ์มนุษย์ที่อยู่ข้างๆ
“วางใจเถิด เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้”
หลงเถิงเริ่มเคลื่อนไหวและบินไปยังตำแหน่งที่จักรพรรดิมนุษย์อยู่อย่างรวดเร็ว
ความเร็วของระดับเทพนั้นน่ากลัวมาก เขามาถึงจุดหมายภายในพริบตา
จักรพรรดิกู่หรงเพิ่งฆ่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิและกำลังจะเก็บเลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ ทันใดนั้นเขาก็พบร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ แต่เมื่อเขาเห็นว่าอีกฝ่ายมีเขาสองข้างบนหน้าผาก สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
“เขามังกร!”
นี่มันเขาของมังกร มนุษย์ที่ไหนจะมีเขากัน!
เขาแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน ถึงจะไม่ใช่มังกรตัวจริง แต่ก็อาจจะเป็นพันธุ์อื่น
นอกจากนี้ความเร็วของอีกฝ่ายก็รวดเร็วอย่างมาก มันสามารถมาถึงตัวเขาโดยที่เขาไม่สามารถตอบสนองได้ทัน
ความหวาดกลัวเริ่มปกคลุมจิตใจของเขาทันที!
“หนี!”
จักรพรรดิกู่หรงคิดขึ้นมาในใจ
แต่ทันใดนั้นจิตสำนึกของเขาก็ดับวูบไป เขาตกอยู่ในอำนาจของพรสวรรค์สะกดจิตเรียบร้อยแล้ว!