Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 332 ระดับเทพสิบคน!
เมืองของเผ่ามอร์โรแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก เทียบไม่ได้กับเมืองใหญ่ของดาวสีเงิน แต่ขนาดของมันพอๆ กับฐานทัพระดับสูงสุดบนโลก
อย่างไรก็ตามนี่ย่อมเป็นเรื่องปกติ เพราะแท้จริงแล้วมิติแห่งนี้คือคุก เผ่ามอร์โรไม่สามารถที่จะออกไปจากที่นี่ได้ ทรัพยากรย่อมมีจำกัด เป็นเหตุให้พวกเขาไม่อาจเพิ่มประชากรได้
หากมีชาวมอร์โรมากเกินไปก็ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก มันจะเป็นเรื่องยากลำบากในการบ่มเพาะเพิ่มความแข็งแกร่งสำหรับชนชั้นสูงของชาวมอร์โร
เย่เทียนใช้เวลาอยู่ครึ่งวันเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วเมืองกว่าจะแสวงหาพรสวรรค์อมตะระดับสูงพบ
ที่ไหนสักแห่งภายในเมือง
เย่เทียนซ่อนตัวอยู่ในอาคารที่ไร้ผู้อยู่อาศัยและเริ่มหลอมรวมพรสวรรค์อมตะ
สิบนาทีต่อมา กระบวนการหลอมรวมก็เสร็จสิ้น
ถึงตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าพรสวรรค์อมตะนี้มีคุณสมบัติอย่างไร
“ปรากฏว่าพรสวรรค์นี้จะทำให้เรากลายเป็นอมตะได้จริงๆ!” เย่เทียนตกใจมาก
หากถูกโจมตีที่จุดสำคัญเช่น ถูกตัดหัว โดยปกติแล้วจะต้องตายในทันที พลังชีวิตจะรั่วไหลออกไปในระยะเวลาอันสั้น แต่สำหรับผู้ที่มีพรสวรรค์อมตะนั้นย่อมแตกต่างออกไป
ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์อมตะ แม้ว่าหัวของเขาจะถูกตัด แต่ก็จะยังไม่ตายไปทันที พลังชีวิตจะยังคงค่อยๆ ไหลออกมา ตราบเท่าที่นำศีรษะที่ถูกตัดไปกลับมาได้ พลังชีวิตจะหยุดรั่วไหลและสามารถฟื้นฟูกลับมาได้ปกติ
หากต้องการฆ่าผู้ที่มีพรสวรรค์อมตะ มันไม่มีประโยชน์ที่จะโจมตีจุดสำคัญของร่างกาย สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำลายพลังชีวิตของอีกฝ่ายให้ได้ หากพลังชีวิตหายไปอย่างสมบูรณ์ พวกเขาก็จะถูกฆ่า
สรุปแล้วพรสวรรค์นี้ช่างต่อต้านสวรรค์จริงๆ
“พรสวรรค์อมตะและพรสวรรค์กลืนกินโลหิต พรสวรรค์ทั้งสองเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยม พรสวรรค์กลืนกินโลหิตสามารถดูดซับพลังโลหิตของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพื่อชดเชยพลังชีวิตที่สูญเสียไประหว่างใช้พรสวรรค์อมตะ หากมีเลือดมาเติมเต็มเพียงพอก็จะเท่ากับว่าเรากลายเป็นอมตะไปจริงๆ!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
แน่นอนว่าถ้าเขาได้พบกับศัตรูที่มีพลังมากกว่า แม้ว่าพรสวรรค์อมตะจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน มันก็ไร้ประโยชน์ หากศัตรูทำลายพลังชีวิตทั้งหมดของเขาด้วยกระบวนท่าเดียว ร่างกายของเขาก็จะถูกทำลายไปอย่างสมบูรณ์
แต่หากเผชิญหน้ากับผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะเดียวกันหรือห่างชั้นกันไม่มาก ด้วยพรสวรรค์อมตะนี้ มันจะช่วยเขาได้อย่างมาก!
“ระดับจักรพรรดิของเผ่ามอร์โรน่าจะมีพรสวรรค์อมตะในระดับค่อนข้างสูง ถ้ามีเผ่ามอร์โรระดับจักรพรรดิ 9 ดารา เกรงว่าถ้าเราไม่สามารถฆ่าเขาได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวคงจะเหนื่อยไม่น้อย” เย่เทียนคิดกับตัวเอง
อย่างไรก็ตามเมื่อคิดถึงปัญหาทรัพยากรของมิติแห่งนี้ มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับเผ่ามอร์โรที่จะให้กำเนิดระดับจักรพรรดิ 9 ดาราได้
เย่เทียนออกจากเมืองและทะยานบินต่อไป
“ข้างหน้ามีเผ่ามอร์โรระดับจักรพรรดิ!”
เย่เทียนเคลื่อนไหวลอบเข้าใกล้จักรพรรดิเผ่ามอร์โร
เผ่ามอร์โรคนนี้กำลังบ่มเพาะอยู่บนหน้าผา พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินในที่แห่งนี้ค่อนข้างแข็งแกร่ง อีกฝ่ายกำลังใช้พลังปราณธรรมชาติเหล่านี้เพื่อปรับแต่งร่างกาย
เย่เทียนลอบตรวจสอบพรสวรรค์ของอีกฝ่ายและส่ายหัว
จักรพรรดิมอร์โรผู้นี้มีพรสวรรค์อมตะระดับกลางเท่านั้น ยกเว้นพรสวรรค์ดาบวายุระดับลึกลับ พรสวรรค์อื่นๆ ค่อนข้างธรรมดาสามัญ ไม่มีพรสวรรค์ใดที่ส่งเสริมความแข็งแกร่งของเขาเลย
ในแง่ของความแข็งแกร่ง เขาเทียบไม่ได้แม้แต่จักรพรรดิ 1 ดารา
“ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ที่อยู่ในระดับจักรพรรดิ การสะกดจิตและสอบสวนเขา บางทีเราอาจจะได้รู้ความลับบางอย่างก็ได้!”
เย่เทียนปรากฏตัวต่อหน้าเผ่ามอร์โรพร้อมใช้ทักษะกักขังมิติ
“เจ้าเป็นใคร?”
เผ่ามอร์โรตื่นตระหนกเล็กน้อย
แม้ว่าเย่เทียนจะใช้พรสวรรค์ปลอมตัวปลอมตัวเป็นเผ่ามอร์โร แต่เขาก็ยังเป็นคนแปลกหน้า ไม่แปลกที่จักรพรรดิเผ่ามอร์โรผู้นี้จะหวาดระแวง
เผ่ามอร์โรมีระดับจักรพรรดิอยู่ไม่มากนัก จู่ๆ ก็มีระดับจักรพรรดิที่ไม่คุ้นตาปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ใครบ้างจะไม่หวาดระแวง?
ที่สำคัญก็คือตอนนี้เย่เทียนกำลังผนึกการเคลื่อนไหวของเขาด้วยพรสวรรค์ด้านมิติ
ทันใดนั้นเขาก็เริ่มแสดงท่าทีหวาดกลัว
“พรสวรรค์สะกดจิต!”
เย่เทียนกระตุ้นพรสวรรค์สะกดจิต และสะกดจิตจักรพรรดิมอร์โรผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย
“บอกฉันเกี่ยวกับสถานการณ์และที่มาของมิติแห่งนี้!”
เย่เทียนกล่าวถาม
ในไม่ช้าเผ่ามอร์โรก็เปิดเผยข้อมูลออกมามากมาย
สำหรับต้นกำเนิดของมิตินี้ แม้แต่ชาวมอร์โรก็ไม่ชัดเจนนัก เพียงรู้ว่าเมื่อนานมาแล้วเผ่ามอร์โรของพวกเขาถูกจับโดยตัวตนที่ทรงอำนาจ และถูกคุมขังอยู่ในมิติแห่งนี้ และทุกครั้งที่มีผู้เข้ามาทดสอบ คนของพวกเขาก็จะถูกฆ่า
แต่ตราบใดที่พวกเขาฆ่าผู้ทดสอบได้ พวกเขาก็จะได้รับรางวัลส่วนหนึ่งได้เช่นกัน
แต่หลังจากผ่านมาอย่างยาวนานไม่ปรากฏผู้เข้ามาสอบในมิติแห่งนี้อีกต่อไป แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะออกไปจากมิติแห่งนี้ได้ พวกเขาจะต้องติดอยู่ในมิติแห่งนี้ตลอดไป
และเย่เทียนยังได้รับข้อมูลมาอีกอย่าง นั่นคือตรงกลางมิติแห่งนี้มีภูเขาศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ และมีวิหารขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ บุคคลที่แข็งแกร่งในระดับจักรพรรดิสามารถเข้าสู่วิหารบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์เพื่อรับวาสนาบางอย่างได้
บางครั้งเผ่ามอร์โรก็ให้กำเนิดระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัว เมื่อตัวตนเหล่านั้นเข้าไปในวิหารและนำสมบัติออกมา สมบัติเหล่านั้นก็จะกลายเป็นรากฐานของคนรุ่นหลังในเผ่ามอร์โรต่อไป
“วิหารสมบัติ!”
หัวใจของเย่เทียนเต้นแรง
ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินว่าบุตรแห่งสวรรค์ได้นำเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาออกมา เขาคงไม่ได้รับมันมาจากวิหารเทพเจ้าโบราณ แต่คงได้รับมันมาจากมิติที่แตกต่างออกไป
หากต้องการเข้าสู่วิหารสมบัติ จำเป็นต้องฝ่าค่ายกลสังหาร และมายังมิติที่ใช้คุมขังมนุษย์ต่างดาว แม้แต่บุตรแห่งสวรรค์ก็ไม่สามารถบุกเข้าไปในวิหารเทพเจ้าโบราณได้ และสถานที่เดียวที่จะได้รับประโยชน์ก็คือมิติของสิ่งมีชีวิตต่างดาวเหล่านี้
เทพเจ้าโบราณจับมนุษย์ต่างดาวจำนวนมากมาและขังพวกเขาไว้ในห้วงมิติ เพื่อให้เป็นบททดสอบของคนรุ่นหลัง เพื่อที่จะได้รับวาสนาบางอย่าง ในขณะเดียวกันมนุษย์ต่างดาวเหล่านี้ก็สามารถได้รับสมบัติได้เช่นกัน เพื่อมั่นใจว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะไม่ลดลง
ในเมื่อมนุษย์ต่างดาวสามารถได้รับสมบัติในวิหารสมบัติบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ได้ เช่นนั้นผู้เข้าร่วมทดสอบก็สามารถทำเช่นเดียวกันได้
เมื่อคิดเช่นนี้เย่เทียนก็ดีใจมาก
“มีตัวตนที่แข็งแกร่งกี่คนในเผ่ามอร์โร” เย่เทียนถามอีกครั้ง
“มีระดับเทพ 10 คน และระดับจักรพรรดิอีกประมาณ 100 คน!” จักรพรรดิมอร์โรกล่าว
“ระดับเทพ 10 คน!!” ดวงตาทั้งสองของเย่เทียนหดแคบลง
ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าทำไมเผ่ามอร์โรถึงไม่มีบุตรแห่งสวรรค์ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดบุตรแห่งสวรรค์ของเผ่ามอร์โรนั้นไม่สูงนัก เนื่องจากทรัพยากรไม่เพียงพอ ควบคู่ไปกับความจริงที่ว่าเผ่ามอร์โรมีการควบคุมประชากร จึงยากที่จะให้กำเนิดบุตรแห่งสวรรค์ได้
แต่หากมีบุตรแห่งสวรรค์เกิดขึ้น มันจะเป็นอย่างไร?
ตัวตนระดับเทพจะปล่อยไว้อย่างนั้นหรือ?
แน่นอนว่าไม่ ระดับเทพของเผ่ามอร์โรไม่ได้ให้ความสำคัญกับบุตรแห่งสวรรค์ คำพูดที่ว่าบุตรแห่งสวรรค์ไม่อาจดูหมิ่นไม่สามารถใช้ได้กับพวกเขา หากมีบุตรแห่งสวรรค์กำเนิดขึ้นและถูกค้นพบโดยตัวตนระดับเทพ อำนาจของตัวตนเหล่านั้นจะตกอยู่ในอันตราย
บุตรแห่งสวรรค์ทรงพลังพอที่จะสามารถฆ่าระดับเทพทั่วไปได้อย่างแน่นอน แต่เผ่ามอร์โรต้องมีระดับเทพที่ทรงพลังอยู่ ตราบใดที่เป็นระดับเทพที่เลื่อนระดับมาจากจักรพรรดิ 6 ดาราหรือ 7 ดารา นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะฆ่าตัวตนระดับเทพทั่วไปได้!
หากเป็นระดับเทพที่เลื่อนระดับมาจากระดับจักรพรรดิ 8 ดาราก็สามารถฆ่าบุตรแห่งสวรรค์ 5 ดาราได้ แต่มีเพียงบุตรแห่งสวรรค์ระดับ 6 ดาราขึ้นไปเท่านั้นที่เพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งของระดับเทพที่ยกระดับมาจากจักรพรรดิ 9 ดาราได้
และผู้ที่แข็งแกร่งในระดับเทพก็ยังคงบ่มเพาะอยู่ตลอดเวลา ตราบใดที่พวกเขาบ่มเพาะในระยะเวลาหนึ่ง พลังที่แท้จริงก็จะน่ากลัวยิ่งขึ้น และมันจะไม่ใช่ปัญหาหากต้องการที่จะฆ่าบุตรแห่งสวรรค์
ตัวอย่างเช่น ระดับเทพทั้ง 10 ของเผ่ามอร์โร พวกเขาไม่เพียงแต่อยู่ในระดับเทพเท่านั้น แต่คงจะบ่มเพาะมาเป็นเวลานานแล้ว ความแข็งแกร่งของพวกเขาย่อมต้องน่ากลัวยิ่งกว่าบุตรแห่งสวรรค์
หากบุตรแห่งสวรรค์เข้ามาในมิติแห่งนี้โดยไม่มีพรสวรรค์ด้านล่องหนหรือพรสวรรค์ด้านการปลอมตัว เมื่อเขาถูกพบโดยระดับเทพของเผ่ามอร์โร พวกเขาจะไม่รอดกลับไปแน่นอน!
“ไม่น่าแปลกใจที่มิติแห่งนี้ไม่มีบุตรแห่งสวรรค์ ถ้าเราไม่ใช้พรสวรรค์ปลอมตัวแต่แรก เกรงว่าคงจะถูกระดับเทพของเผ่ามอร์โรพบตัวนานแล้ว เช่นนั้นเราคงไม่รอดแน่!” เย่เทียนขมวดคิ้ว
พรสวรรค์ด้านล่องหนไม่ได้ยอดเยี่ยมไปเสียทุกอย่าง เรื่องนี้เขารู้อยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นพรสวรรค์ด้านล่องหนระดับสูงสุดก็ไม่สามารถซ่อนตัวจากผู้แข็งแกร่งระดับเทพได้ จิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาแข็งแกร่งจนสามารถมองทะลุพรสวรรค์ล่องหน
ในปัจจุบันวิธีเดียวที่เย่เทียนจะสามารถซ่อนตัวจากตัวตนระดับเทพได้ก็คือการใช้ทักษะมิติซ่อนเร้นของพรสวรรค์ด้านมิติ หากเขาหลบอยู่ในห้วงมิติ เว้นแต่อีกฝ่ายจะมีวิธีการพิเศษบางอย่าง ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนของเขาได้
ใครเล่าจะทำเรื่องน่าเบื่อเช่นการเฝ้ามองห้วงมิติอยู่ตลอดเวลา? การหลบหนีเข้าไปในห้วงมิติแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกค้นพบ
“มีตัวตนที่แข็งแกร่งอยู่ใกล้วิหารสมบัติหรือไม่?” เย่เทียนถามคำถามสุดท้าย
จักรพรรดิของเผ่ามอร์โรตอบว่า “มีผู้พิทักษ์ระดับเทพของเผ่าข้าเฝ้าอยู่ที่นั่นตลอดเวลา!”
“ผู้พิทักษ์ระดับเทพ”
ทันใดนั้นเย่เทียนก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันยากกว่าที่เขาคิด หากเขาต้องการเข้าสู่วิหารสมบัติ เขาจำเป็นต้องวางแผนให้รัดกุม หาไม่แล้วเขาจะตกอยู่ในอันตราย
“หนามวิญญาณ!”
เย่เทียนใช้พรสวรรค์การโจมตีจิตวิญญาณของเขาฆ่าจักรพรรดิมอร์โรผู้นี้ทันที
หลังจากฆ่าจักรพรรดิเผ่ามอร์โรแล้ว เย่เทียนก็หันหลังและจากไป