Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 792 พบ!
ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 เข้าใจแล้วว่าความเร็วของเย่เทียนนั้นถึงระดับผู้สูงสุด 1 ดาราแล้วจริงๆ ความแข็งแกร่งของเขาเองก็เทียบได้กับผู้สูงสุด 4 ดารา อีกทั้งเย่เทียนยังสามารถปลดปล่อยการโจมตีที่มีพลังเทียบเท่ากับผู้สูงสุด 3 ดาราได้อีกด้วย
ตอนนี้เย่เทียนยังคงเป็นเพียงปราชญ์เทพ
ทันทีที่เย่เทียนทะลวงขอบเขต เย่เทียนอาจมีพลังต่อสู้เทียบเท่าเขา หรือแม้กระทั่งแซงหน้าเขาไปได้อย่างรวดเร็ว
ตัวตนเช่นนี้ ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 ย่อมไม่ต้องการที่จะมีปัญหาด้วย
ถ้าเขาสามารถฆ่าเย่เทียนได้ เขาอาจจะยอมเสี่ยง แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถฆ่าเย่เทียนได้ เช่นนั้นแล้วเหตุใดเขายังต้องทำให้เย่เทียนขุ่นเคืองต่อไป?
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างเขากับเย่เทียนไม่มีความเกลียดชังต่อกัน ทั้งตัวเขาและเผ่าโปรตอสทั้งหมดสามารถผูกมิตรกับเย่เทียนได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ
นอกจากนี้ เย่เทียนสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือเผ่าโปรตอสในอนาคต ซึ่งสิ่งนี้มีค่ามาก
ดังนั้นเขาจึงตกลงตามเงื่อนไขของเย่เทียน
“ท่านลอร์ด มาลงนามในสัญญากัน มิฉะนั้นฉันคงไม่กล้าที่จะเข้าไปในบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหล หากท่านวางกับดักไว้ ฉันคงไม่อาจหลบหนีจากท่านได้อีกต่อไป!” เย่เทียนกล่าว
“เอาละ เช่นนั้นก็มาทำสัญญากัน!” ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 กล่าว
ในไม่ช้า เย่เทียนและลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 ก็ได้ลงนามในสัญญาร่วมกัน โดยเนื้อหาของสัญญานี้ระบุไว้ว่า ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 อนุญาตให้เย่เทียนเข้าสู่บ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลที่ใหญ่ที่สุดเพื่อการฝึกฝนชั่วคราว ห้ามไม่ให้ใครทำร้ายหรือโจมตีเย่เทียน ในทางกลับกัน เย่เทียนจะต้องช่วยเหลือเผ่าโปรตอสอย่างไม่มีเงื่อนไขในอนาคตเมื่อลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 มีปัญหา และตราบใดที่เผ่าโปรตอสไม่ยั่วยุเผ่าพันธุ์มนุษย์ เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะไม่โจมตีเผ่าโปรตอสโดยพลการ
ประโยคสุดท้ายเป็นลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 เพิ่มเข้ามา ในอดีต เขาไม่เคยคิดที่จะสนใจเผ่ามนุษย์ที่อ่อนแอมาก่อน แต่ด้วยการปรากฏตัวของอัจฉริยะเย่เทียน ผู้ซึ่งจะต้องเหนือกว่าเขาในอนาคต หากเขาไม่เพิ่มเงื่อนไขข้อนี้ลงไป เขากลัวว่าเมื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์แข็งแกร่งขึ้นในอนาคตและคิดที่จะเปิดฉากโจมตีเผ่าโปรตอส เขาจะไม่สามารถต้านทานเย่เทียนได้!
หลังจากลงนามในสัญญาเสร็จสิ้น เย่เทียนก็ติดตามลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 ไปยังบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งก็คือบ่อสวรรค์โกลาหลของเผ่าโปรตอส
“ปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์ บ่อสวรรค์โกลาหลตั้งอยู่ในเขตแดนพลังปราณ ซึ่งต่อมาเราได้ตั้งชื่อมันว่าอาณาจักรแห่งทวยเทพ โดยอาณาจักรแห่งทวยเทพของเราเป็นรากฐานของเผ่าโปรตอส มีผู้สูงสุดของเผ่าโปรตอสเราจำนวนมากประจำการอยู่ที่นั่นมาเป็นเวลานานแล้ว นอกเสียจากจะมีหายนะที่คุกคามถึงขั้นทำให้เผ่าโปรตอสล่มสลาย ผู้สูงสุดเหล่านั้นก็จะไม่ออกมา คุณตามฉันเข้าไปด้านในอาณาจักรแห่งทวยเทพได้ แต่จงจำไว้ว่าห้ามบุกรุกเข้าไปยังสถานที่อื่นๆ มิฉะนั้น แม้ว่าพวกเราจะลงนามในสัญญาแล้ว แต่ผู้สูงสุดเหล่านั้นอาจไม่สนใจเรื่องนี้” ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 เอ่ยเตือน
“ฉันเข้าใจแล้ว ฉันแค่ต้องการเข้าไปฝึกฝนในบ่อน้ำแห่งความโกลาหลเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งคาดว่าคงไม่นานเกินไป!” เย่เทียนกล่าว
“เช่นนั้นก็ดี!” ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 พยักหน้า
ในไม่ช้า ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 และเย่เทียนก็มาถึงดาวหมื่นเทพของเผ่าโปรตอส ในอดีตดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นเพียงดาวเคราะห์ธรรมดา ทว่าตั้งแต่อาณาจักรแห่งทวยเทพถือกำเนิดขึ้น มันก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นดาวหมื่นเทพ ซึ่งมันยังกลายเป็นดาวเคราะห์ขนาดมหึมาที่มีกฎเกณฑ์ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง แม้แต่เหล่าผู้สูงสุดก็ยากที่จะทำลายดาวหมื่นเทพนี้ได้
ในการเข้าสู่อาณาจักรแห่งทวยเทพจำเป็นต้องเข้าสู่ดาวหมื่นเทพเสียก่อน โดยใช้ประตูทางเข้าบนดาวหมื่นเทพเพื่อเข้าสู่อาณาจักรแห่งทวยเทพที่ได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวดจากยอดฝีมือเผ่าโปรตอส แต่ครั้งนี้ เมื่อลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 นำเย่เทียนมาที่นี่เป็นการส่วนตัวจึงไม่มีใครกล้าหยุดพวกเขา
ตูม!
ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 พาเย่เทียนผ่านทางเข้าของอาณาจักรแห่งทวยเทพบนดาวหมื่นเทพ ทันทีที่ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 และเย่เทียนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน ภาพมายาของผู้สูงสุดหลายคนก็ปรากฏขึ้น
“คารวะท่านลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1!”
“คารวะท่านลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1!”
“คารวะท่านลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1!”
เหล่าผู้สูงสุดต่างทักทายลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 ทว่าสายตาของพวกเขากลับจับจ้องไปที่เย่เทียน ราวกับเย่เทียนได้ตกเป็นเป้าหมายของพวกเขาแล้ว
“ฉันพาปราชญ์เทพหมื่นสวรรค์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์มา เขาต้องการเข้าไปในบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลเพื่อฝึกฝนชั่วระยะเวลาหนึ่งและฉันก็ตกลงไปแล้ว!” ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 กล่าว
“เนื่องจากท่านลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 พาเขามาด้วยตนเอง เขาก็สามารถเข้าสู่บ่อสวรรค์โกลาหลได้!”
ทันใดนั้นภาพมายาของเหล่าผู้สูงสุดก็กระจายหายไป
“หึ…ไปกันเถอะ!” ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 ดูไม่ค่อยพอใจนัก
ในฐานะลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 ของเผ่าโปรตอส เขาพาเย่เทียนเข้ามาที่นี่เป็นการส่วนตัวก็เท่ากับว่าเย่เทียนเป็นแขกของเขา การแสดงออกของเหล่าผู้สูงสุดเมื่อครู่ เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร? ผู้สูงสุดเหล่านั้นทำพฤติกรรมเมื่อครู่โดยเจตนา!
อย่างไรก็ตาม เขาตระหนักดีถึงหน้าที่ของผู้สูงสุดเหล่านี้ แม้แต่เขาที่เป็นลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 ภายใต้สถานการณ์ปกติก็ยังไม่สามารถออกคำสั่งพวกเขาโดยพลการได้ พวกเขาเป็นผู้สูงสุดที่เก่าแก่ที่สุดของเผ่าโปรตอสซึ่งมีชีวิตอยู่เป็นเวลานานมากแล้ว ในแง่ของความอาวุโส เขายังเป็นเพียงแค่รุ่นเยาว์ แต่เป็นเพราะความแข็งแกร่งจึงทำให้เขาสามารถครองตำแหน่งลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 ได้
“ตกลง!” เย่เทียนพยักหน้า
หลังจากเคลื่อนย้ายไม่กี่ครั้ง เย่เทียนและลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 ก็มาถึงด้านหน้าบ่อสวรรค์โกลาหล ที่นี่เต็มไปด้วยค่ายกลมากมาย แสดงให้เห็นว่าเผ่าโปรตอสให้ความสำคัญต่อบ่อสวรรค์โกลาหลมากเพียงใด
“นี่คือบ่อสวรรค์โกลาหล!” ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 ชี้ไปที่บ่อน้ำด้านหน้าและกล่าวขึ้น
เย่เทียนมองออกไป บ่อสวรรค์โกลาหลนี้ครอบครองพื้นที่หลายร้อยไมล์ ในขณะที่บ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลที่ปรากฏในดินแดนพลังปราณของโลกมีความกว้างเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น ทั้งสองไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลย
นอกจากนี้ กฎเกณฑ์ที่มีอยู่ในบ่อสวรรค์โกลาหลนี้ยังทรงพลังมาก และมีเพียงปราชญ์เทพเท่านั้นที่สามารถลงไปด้านในบ่อได้ หากมีใครที่มีระดับต่ำกว่าปราชญ์เทพพยายามฝืนลงไปในบ่อ พวกเขาจะถูกบดขยี้และถูกฆ่าโดยพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ในบ่อน้ำโบราณแห่งความโกลาหลนี้ ภายใต้สถานการณ์ปกติ ผู้ฝึกตนที่มีฐานการบ่มเพาะต่ำกว่าระดับปราชญ์เทพทำได้เพียงฝึกฝนในบริเวณใกล้เคียง เฉพาะปราชญ์เทพที่แข็งแกร่งและมีผลงานที่ยอดเยี่ยมเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าสู่บ่อสวรรค์โกลาหลเพื่อฝึกฝนได้
“ท่านลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ ฉันจะเข้าสู่บ่อสวรรค์โกลาหลแล้ว!” เย่เทียนกล่าว
“ไปเถอะ!” ลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 พยักหน้า
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดเย่เทียนถึงพยายามที่จะเข้าสู่บ่อสวรรค์โกลาหล แต่นั่นก็เป็นความลับของเย่เทียน และพวกเขาทั้งสองฝ่ายต่างมีข้อแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ดังนั้นเขาจึงไม่ควรที่จะถามคำถามเช่นนี้
ตูม!
เย่เทียนก้าวลงไปในบ่อสวรรค์โกลาหล จากนั้นเขาก็มาปรากฏตัวขึ้นในห้วงมิติที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง
“เป็นพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่ทรงพลังมาก!” เย่เทียนอุทานอย่างประหลาดใจ
กฎเกณฑ์ที่นี่แข็งแกร่งกว่าในดินแดนต้นกำเนิดเสียอีก อีกทั้งภายในมิติแห่งนี้ยังมีขนาดที่กว้างใหญ่มาก ด้วยการตรวจสอบผ่านเนตรสวรรค์แห่งชีวิต เขาพบว่ามียอดฝีมือจากเผ่าโปรตอสมากมายกำลังเก็บตัวฝึกฝนอยู่ที่นี่
เผ่าโปรตอสได้เปลี่ยนสถานที่นี้ให้เป็นมิติปิดแยก โดยแต่ละมิติจะมีพระราชวังตั้งอยู่ จึงไม่มีใครรบกวนซึ่งกันและกัน
การมาถึงของเย่เทียนไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากยอดฝีมือเผ่าโปรตอสเหล่านั้น เพราะแม้แต่ปราชญ์เทพหรือราชาสวรรค์ของเผ่าโปรตอส ยังแทบไม่มีโอกาสที่จะได้เข้ามาฝึกฝนในที่แห่งนี้ การสามารถเข้ามาฝึกฝนในที่แห่งนี้ได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก จึงไม่มีใครคิดเสียเวลาสังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกภายนอก มุ่งเน้นไปที่การบ่มเพาะของพวกเขาเพียงอย่างเดียว
“ต้องตรวจสอบดูก่อนว่าที่นี่จะใช่สถานที่ที่เราตามหาหรือไม่!” เย่เทียนพูดกับตัวเอง
ทันใดนั้น เขาก็ใช้เทคนิคลับเพื่อตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด
“ความเข้มข้นของปราณโกลาหลเพียงพอแล้ว!”
“กลิ่นอายของต้นกำเนิดความโกลาหล…”
เย่เทียนพยายามค้นหาอย่างสุดความสามารถ ในที่สุดเขาก็พบร่องรอยกลิ่นอายต้นกำเนิดความโกลาหลซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในบ่อสวรรค์โกลาหล พลังกฎเกณฑ์ที่นั่นแข็งแกร่งมาก แม้แต่ปราชญ์เทพหรือแม้กระทั่งราชาสวรรค์ก็ไม่สามารถเข้าใกล้มันได้
พรึบ!
เย่เทียนยังคงบินลงไปสู่ส่วนลึก และเขาพบว่าแรงกดดันรอบตัวเขาค่อยๆ ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
หากเป็นปราชญ์เทพคนอื่นๆ พวกเขาย่อมไม่สามารถทนต่อแรงกดดันนี้ได้อย่างแน่นอน เพราะร่างกายของพวกเขาไม่แข็งแรงพอ แม้ว่าพวกเขาจะพึ่งพาปราณศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังเพื่อเข้าสู่ส่วนลึกได้ แต่พวกเขาก็ไม่อาจที่จะฝึกฝนอยู่ที่นี่ได้ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่สามารถใช้ปราณศักดิ์สิทธิ์อย่างเต็มกำลังเพื่อปกป้องร่างกายของพวกเขาตลอดเวลา เช่นนั้นแล้วพวกเขาจะสามารถฝึกฝนอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม ร่างกายของเย่เทียนนั้นแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ เขาไม่กลัวแรงกดดันดังกล่าว เขาบินไปจนถึงส่วนลึกของความว่างเปล่าในบ่อสวรรค์โกลาหล
“เรามาถึงแล้ว!”
เย่เทียนยืนอยู่เหนือทะเลอันกว้างใหญ่
นี่ไม่ใช่ทะเลจริงๆ แต่เป็นทะเลที่เกิดจากปราณต้นกำเนิดความโกลาหลที่หนาแน่นมาก สถานที่แห่งนี้มีกลิ่นอายต้นกำเนิดความโกลาหลอยู่ ซึ่งมันก็คือสถานที่ที่เย่เทียนตามหา มันเป็นดินแดนในอุดมคติที่ซึ่งจะทำให้เขาสามารถควบแน่นร่างกึ่งสิ่งมีชีวิตแห่งความโกลาหลขึ้นมาได้
“แม้ว่ามันจะไม่ใช่สถานที่ที่ดีที่สุด แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เราควบแน่นร่างกึ่งสิ่งมีชีวิตแห่งความโกลาหลได้!” เย่เทียนคิดกับตัวเอง
จากนั้นเย่เทียนก็ตั้งค่ายกลง่ายๆ และนำสมบัติของเขาออกมาเปลี่ยนสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสถานที่ฝึกฝนของเขาต่อไป เขาจำเป็นต้องปิดด่านฝึกตนอีกต่อไป พยายามทะลวงสู่ขอบเขตราชาสวรรค์ และในขณะเดียวกันยังต้องพยายามควบแน่นร่างกึ่งสิ่งมีชีวิตแห่งความโกลาหลขึ้นมาให้ได้ หากเขาทำสำเร็จ ความแข็งแกร่งของเขาจะพุ่งทะยานขึ้นถึงระดับเหนือจินตนาการ มีโอกาสที่เขาอาจจะเหนือกว่าลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 1 ในทันทีด้วยซ้ำ