Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 796 การผงาดของเผ่าพันธุ์มนุษย์!
ด้วยการก่อตั้งสภาผู้สูงสุด ผู้สูงสุดเผ่ามนุษย์ต่างทยอยกันมาเข้าร่วม และเย่เทียนยังได้เก็บคัมภีร์ลับที่ล้ำค่ามากมายเอาไว้ในห้องสมุดของสภาผู้สูงสุด
ซึ่งสมาชิกของสภาผู้สูงสุดทั้งหมดสามารถขอศึกษาข้อมูลเหล่านั้นได้ฟรี
คัมภีร์ลับแต่ละเล่มรวบรวมเนื้อหาและข้อมูลที่ล้ำค่าไว้มากมาย มันมีค่าไม่ด้อยไปกว่าสมบัติสูงสุดเลยด้วยซ้ำ แต่เย่เทียนก็ยังอุทิศมันให้กับผู้สูงสุดทุกคนอย่างไม่เห็นแก่ตัว
ท้ายที่สุด ด้วยตัวตนและสถานะปัจจุบันของเย่เทียน สมบัติสูงสุดทรงพลังก็ยังไม่มีประโยชน์กับเขามากนัก อีกทั้งคัมภีร์ลับเหล่านี้ยังสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ฝึกตนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ ดังนั้นเย่เทียนย่อมเต็มใจที่จะนำมันออกมาเป็นธรรมดา
ภายใต้อิทธิพลของเย่เทียน ผู้สูงสุดเผ่ามนุษย์คนอื่นๆ ต่างก็นำคัมภีร์ลับล้ำค่าของพวกเขาออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่มีทางที่จะเปิดเผยศาสตร์ลับทั้งหมดของพวกเขา ถึงอย่างไรทุกคนล้วนมีความเห็นแก่ตัวกันทั้งสิ้น แม้แต่เหล่าผู้สูงสุดก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
แม้ว่าเย่เทียนจะเป็นผู้นำของสภาผู้สูงสุด แต่โดยปกติแล้วเขาไม่มีอะไรให้ทำ ดังนั้นเขาจึงเริ่มเก็บตัวฝึกฝนอีกครั้ง
เขาเพิ่งทะลวงผ่านขอบเขต ความแข็งแกร่งของเขาสามารถพัฒนาต่อไปได้ในเวลาอันสั้น
ตัวอย่างเช่น กระบวนท่าชุดที่ 17 และ 18 ของเคล็ดวิชากายาทองคำสิบแปดกระบวนท่า แต่เขาได้ควบแน่นร่างกึ่งสิ่งมีชีวิตแห่งความโกลาหลแล้ว ดังนั้นเคล็ดวิชากายาทองคำสิบแปดกระบวนท่าจึงไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับเขาอีกต่อไป
สำหรับคัมภีร์ทองคำโกลาหลนั้นมีเพียง 8 ระดับเท่านั้น และเย่เทียนก็ได้ฝึกฝนคัมภีร์ทองคำโกลาหลจนถึงขอบเขตสมบูรณ์แบบแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถฝึกฝนมันต่อไปได้อีก
ปราณเซียนภายในร่างของเขายังคงสามารถพัฒนาต่อไปได้ สั่งสมมันให้ถึงขีดจำกัด อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งที่แท้จริงมากนัก
“ในตอนนี้เห็นทีคงเหลือเพียงรูปแบบการโจมตีที่เราสร้างขึ้นเอง กระบวนท่าดาบสวรรค์ และกระบวนท่าแห่งความโกลาหล ซึ่งปัจจุบันยังคงมีเพียง 3 กระบวนท่าเท่านั้น หากเราสามารถปรับปรุงและสร้างกระบวนท่าที่ 4 ต่อไปได้ มันจะช่วยเราได้มากอย่างแน่นอน นอกจากนี้เรายังสามารถฝึกฝนวิชายุทธ์เทียนกังได้เช่นกัน จนถึงตอนนี้เรายังฝึกฝนวิชายุทธ์เทียนกังเพียงห้ารูปแบบแรกเท่านั้นจากทั้งหมด 9 รูปแบบ”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
แม้ว่าเขาจะไม่สามารถฝึกฝนคัมภีร์ทองคำโกลาหลได้อีกต่อไป แต่เขาก็ยังสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาต่อไปได้ อย่างไรก็ตามเขาต้องขัดเกลาร่างกายของตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไปหรือใช้สมุนไพรจิตวิญญาณบางส่วนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขา
กล่าวโดยสรุป เมื่อทะลวงเข้าสู่ขอบเขตราชาสวรรค์ การพัฒนาความแข็งแกร่งในช่วงแรกๆ นั้นสามารถพัฒนาไปได้ แต่มันจะค่อยๆ ช้าลงหลังจากผ่านไปช่วงหนึ่ง ถึงตอนนั้นการเพิ่มความแข็งแกร่งจะกลายเป็นเรื่องที่ยากเย็นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องพึ่งพาเวลาหรือโอกาสพิเศษบางอย่างเท่านั้น
เช่นเดียวกับผู้สูงสุด 3 ดาราอย่างผู้สูงสุดฮั่วหยวนที่ติดอยู่ในระดับ 3 ดารามาอย่างยาวนานไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับผู้สูงสุด 2 ดาราได้ นี่แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาแต่ละก้าวนั้นยากเย็นเพียงใด
“ไม่ว่าจะยังไง เราก็ต้องพยายามพัฒนาความแข็งแกร่งต่อไป!”
เย่เทียนพึมพำ
ในวันต่อมา เย่เทียนใช้เวลาทั้งหมดไปกับการฝึกฝน โดยเริ่มจากฝึกฝนกระบวนท่าเคล็ดวิชากายาทองคำสิบแปดกระบวนท่า และในเวลาเพียง 1,000 ปี เย่เทียนก็ฝึกฝนกระบวนท่าชุดที่ 17 และ 18 ถึงขอบเขตสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาดีขึ้นตามลำดับ
หลังจากนั้น เย่เทียนก็เริ่มดูดซับทรัพยากรจำนวนมาก และใช้เวลาอีกเกือบหมื่นปีเพื่อเพิ่มปราณเซียนของเขา จักรวาลย่อส่วนภายในร่างของเขาก็ขยายขนาดขึ้นอย่างมากเช่นกัน ทำให้ความแข็งแกร่งของเขายกระดับขึ้นไปอีกเล็กน้อย
หลังจากผ่านไปอีกหนึ่งหมื่นปี เย่เทียนก็ได้ใช้สมุนไพรจิตวิญญาณที่ได้รับมาจากพื้นที่หมอกครั้งที่แล้วไปจนหมด ในที่สุดเขาก็สามารถพัฒนาความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาขึ้นอีกครั้งได้สำเร็จ
สำหรับในด้านอื่นๆ เย่เทียนยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก
ท้ายที่สุด เวลาในการฝึกฝนก็มีอย่างจำกัด การสร้างกระบวนท่าที่ 4 ของกระบวนท่าดาบสวรรค์และกระบวนท่าแห่งความโกลาหลนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับในด้านของมหาวิถีนั้นเขาก็แทบไม่มีความก้าวหน้าใดๆ เลยเช่นกัน
ตอนนี้มหาวิถีแห่งความโกลาหลของเขาได้มาถึงขั้นกลางของขอบเขตต้นกำเนิดแล้ว การพัฒนาต่อไปจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก อย่างไรก็ตามขอบเขตต้นกำเนิดขั้นกลางของมหาวิถีแห่งความโกลาหลเหนือกว่าขั้นสมบูรณ์แบบของมหาวิถีอื่นๆ มาก
เมื่อมหาวิถีแห่งความโกลาหลมาถึงขั้นกลางของขอบเขตต้นกำเนิด การจะพัฒนาไปสู่ขั้นต่อไปนั้นเป็นเรื่องยากมาก เว้นแต่จะพบโอกาสที่น่าอัศจรรย์หรือใช้เวลาในการฝึกฝนนานพอ
อย่างไรก็ตาม เย่เทียนไม่มีเวลามากนักในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ต้องรอโอกาสเท่านั้น
“พลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์ยังคงอยู่ในขั้นต้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามันจะอยู่ในขั้นต้นแต่ความเร็วของมันก็ยังเหนือกว่ามหาเวทศักดิ์สิทธิ์ด้านความเร็วขั้นสมบูรณ์แบบภายในจักรวาล เมื่อเทียบกับในความโกลาหลแล้วพลังศักดิ์สิทธิ์ของจักรวาลนั้นล้วนไม่สมบูรณ์ ดังนั้นมันจึงไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้ก็ยังยากที่จะยกระดับทักษะศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์ให้ไปถึงระดับถัดไปได้!” เย่เทียนพึมพำ
ในหลายหมื่นปีต่อมา แม้ว่าเย่เทียนยังคงเก็บตัวฝึกฝนและสะสมความแข็งแกร่ง แต่บางครั้งเขาก็ออกมาแนะนำสมาชิกบางคนของหอสวรรค์และสภาผู้สูงสุด
นอกจากนี้ เย่เทียนยังไปเยือนพื้นที่หมอกทุกๆ หมื่นปี และทุกครั้งเขาก็เก็บเกี่ยวสมุนไพรจิตวิญญาณได้เป็นจำนวนมาก แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่ได้สำรวจพื้นที่ชั้นในทั้งหมดของพื้นที่หมอก นับประสาอะไรกับพื้นที่แกนกลาง
ด้วยสมุนไพรจิตวิญญาณจำนวนมหาศาลจากเย่เทียน เมื่อไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะและทรัพยากร หอสวรรค์จึงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบัน หอสวรรค์ได้ให้กำเนิดราชาสวรรค์ 3 คน ปราชญ์เทพหลายสิบคน และเทพจักรวาลอีกนับพัน ตัวเลขจำนวนนี้หอสวรรค์ได้เหนือกว่ากองกำลังสูงสุดอื่นๆ ไปแล้ว หอสวรรค์ยังเป็นที่รู้จักกันในฐานะขุมอำนาจสูงสุดลำดับที่ 10 ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ หลายคนยังกระทั่งพูดว่าหอสวรรค์เป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เนื่องจากมีผู้สูงสุดที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ผู้สูงสุดหมื่นสวรรค์ เป็นผู้นำ
และราชาสวรรค์ทั้งสามของหอสวรรค์ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เซียวเยว่ เย่หยู และศิษย์เพียงคนเดียวของเย่เทียน โจวเทียน!
หลังจากที่โจวเทียนออกมาจากพระราชวังสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ เขาก็เข้าร่วมกับหอสวรรค์ และด้วยพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมบวกกับการฝึกฝนของเย่เทียน ส่งผลให้โจวเทียนพัฒนาอย่างรวดเร็ว กลายเป็นราชาสวรรค์คนที่สามของหอสวรรค์
นอกจากนี้ โจวเทียนมีรากฐานที่แข็งแกร่งซึ่งไม่ได้ด้อยไปกว่าราชันบุตรแห่งจักรวาล คาดว่าในอนาคตเขามีศักยภาพพอที่จะกลายเป็นผู้สูงสุดได้
สำหรับเซียวเยว่และเย่หยู แม้ว่าพวกเธอจะไม่ใช่บุตรแห่งจักรวาล แต่เย่เทียนก็ได้มอบพรสวรรค์ให้กับพวกเธออย่างต่อเนื่อง และยังจัดหาทรัพยากรจำนวนมากให้แก่พวกเธออีกด้วย ด้วยสิ่งเหล่านี้ทำให้ศักยภาพและระดับความเข้าใจของพวกเธอแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ พวกเธออาจจะกลายเป็นผู้สูงสุดได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม เย่เทียนไม่สามารถพัฒนาความแข็งแกร่งของพวกเธอทั้งสองต่อไปได้ในเวลาอันสั้น เว้นแต่เขาจะกลายเป็นผู้หลุดพ้น นำทรัพยากรที่ท้าทายสวรรค์จากในความโกลาหลมามอบให้แก่พวกเธอ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้ทั้งสองสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตลิขิตสวรรค์ได้
แต่นั่นคงต้องใช้เวลาอีกนาน!
เผ่าพันธุ์มนุษย์ สภาผู้สูงสุด
วันนี้
เย่เทียนเรียกผู้สูงสุดฮั่วหยวน ผู้สูงสุดคุนหวู่ และคนอื่นๆ มาร่วมประชุมกันอีกครั้ง
“ท่านผู้สูงสุดคุนหวู่ ท่านทะลวงผ่านได้แล้วหรือ?”
เย่เทียนสังเกตเห็นออร่าที่เปลี่ยนไปของผู้สูงสุดคุนหวู่ซึ่งแข็งแกร่งกว่าปกติมาก คาดว่าเขาคงจะทะลวงผ่านระดับผู้สูงสุด 4 ดารากลายเป็นผู้สูงสุด 3 ดาราเรียบร้อยแล้ว
“ต้องขอบคุณสมุนไพรจิตวิญญาณที่คุณนำมาจากพื้นที่หมอก รวมไปถึงคัมภีร์ลับจากในความโกลาหลเหล่านั้น ทำให้ฉันได้บรรลุถึงบางสิ่ง และสามารถทำลายพันธนาการก้าวเข้าสู่ระดับผู้สูงสุด 3 ดาราได้โดยตรง!”
ผู้สูงสุดคุนหวู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ตอนนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์เรามีผู้ฝึกตนในขอบเขตราชาสวรรค์กี่คนแล้ว? ก่อนหน้านี้ฉันเก็บตัวฝึกฝนไปชั่วระยะเวลาหนึ่งจึงไม่ได้รับข้อมูลเหล่านี้!” เย่เทียนถาม
ผู้สูงสุดฮั่วหยวนกล่าวว่า “ขณะนี้มีผู้สูงสุด 62 คน!”
ผู้สูงสุด 62 คน!
นี่เป็นตัวเลขที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่สามารถจินตนาการได้ในอดีต ย้อนกลับไปตอนนั้น ในตอนที่เย่เทียนเพิ่งเริ่มฝึกฝน เผ่าพันธุ์มนุษย์มีผู้สูงสุดเพียง 23 คนเท่านั้น แต่ตอนนี้หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่แสนปี จำนวนผู้สูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 62 คน
และแน่นอนว่าคนเหล่านี้ต่างเข้าใจดีว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะเย่เทียน!
เย่เทียนเป็นคนนำสมุนไพรจิตวิญญาณชั้นยอดจำนวนมากกลับมาจากพื้นที่หมอก ซึ่งมันทำให้พวกเขาสามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของพวกเขาให้อยู่ในระดับผสมได้ ทำให้ปราชญ์เทพหลายคนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทะลวงขอบเขตได้สำเร็จ ควบคู่ไปกับโอกาสอื่นๆ พวกเขาจึงสามารถก้าวเข้าสู่ระดับผู้สูงสุดได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ผู้สูงสุดเหล่านี้ค่อนข้างอ่อนแอ ส่วนใหญ่เป็นเพียงผู้สูงสุด 5 ดาราเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้นผู้สูงสุด 5 ดาราก็มีความสำคัญต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์มาก
ผู้สูงสุดคือตัวแทนของมาตรฐานและยังเป็นตัวแทนของพลังต่อสู้ ปัจจุบันเผ่าพันธุ์มนุษย์มี 62 ผู้สูงสุด ส่งผลให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้กลายเป็นเผ่าพันธุ์อันดับต้นๆ ของจักรวาลอย่างเป็นทางการ
เมื่อมีจำนวนผู้สูงสุดมากกว่า 100 คน และมีผู้สูงสุด 2 ดาราถือกำเนิดขึ้น เผ่าพันธุ์นั้นๆ ก็จะถูกเรียกว่ามหาอำนาจของจักรวาล
เผ่าโปรตอส และเผ่าปีศาจ เป็นเพียงสองมหาอำนาจแห่งจักรวาลในปัจจุบัน แต่อีกไม่นานเผ่าพันธุ์มนุษย์เองก็จะก้าวขึ้นเป็นเผ่าพันธุ์มหาอำนาจเผ่าที่ 3 ของจักรวาล