Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 809 การสื่อสารเบื้องต้นระหว่างสองจักรวาล!
- Home
- Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์
- บทที่ 809 การสื่อสารเบื้องต้นระหว่างสองจักรวาล!
มีผู้สูงสุดที่ซ่อนอยู่มากมายในจักรวาล ดังนั้นเมื่อตัวตนที่ 3 ของเย่เทียนมาถึง มันก็ไม่ได้กระตุ้นความสนใจของคนอื่นๆ อย่างมากที่สุด มันเพียงแค่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของผู้สูงสุดที่อยู่ใกล้ๆ บางคนเท่านั้น
และในไม่ช้า เหล่าผู้สูงสุดจำนวนมากก็มารวมตัวกันที่นี่ รวมถึงผู้ที่มาจากยุคจักรวาลทั้ง 12
ผู้สูงสุดปฐมกาล ผู้สูงสุดแสงสีทอง ผู้สูงสุดมังกรศิลา และผู้สูงสุดคนอื่นๆ ต่างก็มาถึงแล้ว สายตาของพวกเขาต่างจับจ้องไปที่หลุมดำ ที่ซึ่งในเวลานี้กฎเกณฑ์ต่างๆ ของทั้งสองจักรวาลกำลังแผ่ขยายออกมาและค่อยๆ รวมเข้ากับจักรวาลนี้
“ใครจะกล้าเข้าไปล่ะ”
ผู้สูงสุดปฐมกาลเอ่ยขึ้น
เหล่าผู้สูงสุดต่างมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่มีใครเลยที่กล้าก้าวออกไป ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครทราบสถานการณ์ของอีกด้านหนึ่ง บางทีอาจมีสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังของจักรวาลนั้นก็กำลังสังเกตการณ์อยู่เช่นกัน
“เช่นนั้นก็ส่งร่างอวตารของพวกเราเข้าไปตรวจสอบกันก่อน เพราะถึงอย่างไรจักรวาลทั้งสองก็ปะทะกัน กฎเกณฑ์บางอย่างได้รวมตัวกันแล้ว ร่างอวตารของพวกเราคงจะไม่สลายไปทันที อย่างน้อยร่างอวตารของเราก็อาจจะสามารถสำรวจอะไรได้บ้าง!”
ผู้สูงสุดคนหนึ่งกล่าวขึ้น
ดังนั้น เหล่าผู้สูงสุดหลายคนจึงทยอยส่งร่างอวตารของตัวเองเข้าไปในหลุมดำ แม้แต่ผู้สูงสุดปฐมกาลและคนอื่นๆ ก็ส่งร่างอวตารของพวกเขาออกไปเช่นกัน
เย่เทียนเองก็สงสัยด้วยว่าจักรวาลที่อยู่อีกด้านหนึ่งของหลุมดำนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ดังนั้นเขาจึงควบแน่นร่างอวตารและส่งมันผ่านไปยังอีกด้านพร้อมกับคนอื่นๆ
บนมิติสีดำสนิท
ร่างอวตารของเหล่าผู้สูงสุดทยอยปรากฏขึ้น จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็มองไปยังรอบๆ ด้วยความสับสน
“นี่คืออีกจักรวาล?”
ผู้สูงสุดหลายคนสงสัย
แต่ในขณะนั้นเอง เงาร่างหลายร่างก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในห้วงมิติด้านหน้า เงาร่างเหล่านี้คือร่างอวตารของผู้สูงสุดที่บ้างก็มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ บ้างก็รูปร่างเหมือนสัตว์ร้าย และมีแม้แต่สัตว์อสูรประหลาดต่างๆ มากมาย
“พวกเขาคือร่างอวตารของผู้สูงสุดจากอีกจักรวาล!”
ท่าทีของผู้สูงสุดปฐมกาลและคนอื่นๆ เปลี่ยนไปเล็กน้อย
อันที่จริง ทันทีที่ผู้สูงสุดปฐมกาลและผู้สูงสุดคนอื่นๆ มาถึงที่นี่ พวกเขาก็สัมผัสได้ทันทีว่าที่นี่ไม่ใช่อีกจักรวาล แต่เป็นมิติร่วมที่เกิดจากการชนกันระหว่าง 2 จักรวาล อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นพื้นที่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างจักรวาลทั้งสอง
ด้วยเหตุผลบางประการ มิติแห่งนี้จึงมีความเสถียรอย่างมาก มีกฎเกณฑ์ของทั้งสองจักรวาลกระทั่งค่อยๆ ให้กำเนิดกฎที่แข็งแกร่งขึ้น
นี่คือดินแดนสมบัติ!
หากพวกเขาฝึกฝนที่นี่ พวกเขาอาจมีโอกาสไปถึงระดับที่สูงขึ้น
สิ่งเดียวที่น่าเสียดายก็คือสถานที่แห่งนี้เพิ่งก่อตัวขึ้นจนยังมีพลังงานไม่มากพอ ไม่เหมาะให้ผู้ฝึกตนระดับต่ำเข้ามา ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่แห่งนี้ไม่สามารถรองรับสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังมากเกินไปได้
“คุณคือผู้สูงสุดจากอีกจักรวาลนั้นหรือ?”
ผู้สูงสุดปฐมกาลกล่าวขึ้นในฐานะตัวแทน
อีกด้านหนึ่ง ผู้สูงสุดอีกคนหนึ่งก็ก้าวออกมาข้างหน้า แม้ว่านี่จะเป็นเพียงร่างอวตาร แต่แรงกดดันของเขาก็ทรงพลังอย่างยิ่ง จากนั้นร่างนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุ้ม “ผู้สูงสุด? นั่นคือคำเรียกขานที่จักรวาลของคุณใช้แบ่งระดับงั้นหรือ? ในจักรวาลของเรา เราแบ่งแยกระดับความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับในความโกลาหล เราคือผู้ฝึกตนในขอบเขตคุณพิภพของจักรวาลขนนกคราม”
“จักรวาลขนนกคราม! เจ้าพิภพ!” ใบหน้าของผู้สูงสุดปฐมกาลเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับจักรวาลขนนกครามมาก่อน แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าอีกจักรวาลมีชื่อและจัดแบ่งความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับในความโกลาหลเป็นข้อบ่งชี้ว่าพวกเขามีความรู้ความเข้าใจในความโกลาหลอย่างลึกซึ้ง และนี่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพวกเขาเช่นกัน
มิฉะนั้น ใครกันที่จะสามารถตั้งชื่อจักรวาลและทำให้ทุกคนยอมรับได้?
ตัวอย่างเช่น ในจักรวาลนี้ พวกเขาไม่ได้รับมรดกจากความโกลาหลมากนัก ดังนั้นจึงมีคนน้อยมากที่รู้ว่าในความโกลาหลมีการจัดแบ่งขอบเขตเจ้าพิภพ จะใช้ขอบเขตเจ้าพิภพเพื่อแบ่งระดับความแข็งแกร่งของพวกเขาได้อย่างไร หากเปลี่ยนชื่อเรียกขึ้นมาจริงๆ หลายๆ กองกำลังอาจจะไม่เห็นพ้องต้องกันก็ได้
“ดูเหมือนว่าจักรวาลขนนกครามจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว!”
ผู้สูงสุดปฐมกาลเริ่มประเมินฝ่ายตรงข้าม
“สมาชิกของจักรวาลขนนกคราม คุณมีทัศนคติอย่างไรต่อจักรวาลของเรา?”
ผู้สูงสุดปฐมกาลเริ่มเอ่ยถาม
“แน่นอนว่าต้องมีการสื่อสารแลกเปลี่ยนกันอย่างเป็นมิตร!” ผู้สูงสุดจากจักรวาลขนนกครามยิ้มและกล่าวต่อว่า “เราทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือในขอบเขตเจ้าพิภพ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากการกลายเป็นผู้หลุดพ้น เป้าหมายของพวกเราคือการแลกเปลี่ยนความรู้สื่อสารระหว่างกัน เมื่อกฎของทั้งสองจักรวาลรวมกันอย่างสมบูรณ์ พวกเราก็จะมีโอกาสหลุดพ้นจากข้อจำกัดของจักรวาลมากยิ่งขึ้น”
“ไม่มีปัญหา!”
ผู้สูงสุดปฐมกาลก็ยิ้มเช่นกัน
หลังจากพูดคุยกันระยะหนึ่ง อวตารของผู้สูงสุดจากทั้งสองจักรวาลก็อ่อนกำลังลง ไม่นานทั้งสองฝ่ายก็ทยอยกันจากไป
เมื่อพวกเขากลับมา
สีหน้าของผู้สูงสุดปฐมกาลและคนอื่นๆ ดูไม่ค่อยดีนัก จากการสนทนาสั้นๆ ของทั้งสองฝ่าย เห็นได้ชัดว่าผู้ฝึกตนจากอีกจักรวาลน่าจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขา ซึ่งนี่ไม่ใช่ข่าวดี
“ผู้สูงสุดปฐมกาล คุณคิดว่าจักรวาลขนนกครามจะมีตัวตนระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์อยู่หรือไม่?”
ผู้สูงสุดแสงทองขมวดคิ้วขณะเอ่ยถาม
“ฉันก็ไม่แน่ใจ!” ผู้สูงสุดปฐมกาลถอนหายใจ “อีกฝ่ายระวังตัวมาก แทบจะไม่เผยอะไรออกมาเลย แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะมีแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์อยู่ ในขณะที่ฝ่ายเรานั้นไม่มี หากเป็นเช่นนั้น เมื่อพวกเขาเริ่มเปิดการรุกรานครั้งใหญ่ เกรงว่าพวกเราอาจจะไม่มีกำลังพอหยุดพวกเขา!”
“สำหรับตอนนี้คงไม่มีปัญหาอะไรชั่วคราว!” ผู้สูงสุดแสงทองกล่าวต่อว่า “กฎของทั้งสองจักรวาลเพิ่งจะเริ่มผสานกัน หากพวกเขาเข้ามาในจักรวาลของเรา พวกเขาจะไม่สามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ฉันคิดว่าพวกเขาคงไม่กล้าที่จะบุกเข้ามาในจักรวาลของเรา อย่างมากที่สุด พวกเขาก็อาจส่งผู้ฝึกตนที่อ่อนแอเข้ามาก่อน”
“แล้วเราควรทำเช่นไรต่อ? พวกเราจะส่งคนไปทางนั้นด้วยหรือไม่?” ผู้สูงสุดมังกรศิลาเอ่ยถาม
“ใช่!”
ผู้สูงสุดปฐมกาลตอบว่า “ถ้าพวกเขาส่งคนมา พวกเราก็จะส่งคนของเราไปด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้น เราจะไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์ของฝ่ายตรงข้ามเลย หากพวกเขากล้าฆ่าคนของเรา เราก็จะฆ่าคนของพวกเขา เราต้องรวบรวมข้อมูลจากฝ่ายนั้นให้ได้มากที่สุด มิฉะนั้นพวกเราจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่า ผู้ฝึกตนในจักรวาลขนนกครามจะมีความสามัคคีกันเป็นหนึ่งเดียว”
มุมปากของผู้สูงสุดแสงทองกระตุก แต่เขาก็ไม่ได้โต้แย้ง
เดิมที พวกเขาก็เป็นเพียงพันธมิตรชั่วคราวอยู่แล้ว เป็นเพียงตัวแทนจากแต่ละยุคของจักรวาล ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ต่อกัน ยิ่งไปกว่านั้นยุคของจักรวาลคู่กำลังใกล้เข้ามา เหล่าผู้สูงสุดจากจักรวาลยุคต่างๆ เหล่านั้นอาจไม่จำเป็นต้องติดต่ออะไรกันอีก
อาจกล่าวได้ว่าจากนี้ไปความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาอาจจะจบลงเพียงเท่านี้ อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังคงเฝ้าสังเกตสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังจากอีกจักรวาล
หากอีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป แน่นอนว่าคงมีผู้สูงสุดหลายคนแปรพักตร์ไปอยู่กับฝ่ายนั้น!
ส่วนอีกฝ่ายจะยอมรับหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“จักรวาลขนนกครามอาจมียอดฝีมือระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์!” เย่เทียนคาดเดา
เขาเคยพูดคุยกับหนิวกั๋ว และเขามีความเข้าใจเกี่ยวกับจักรวาลในความโกลาหล จักรวาลที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้ค่อนข้างธรรมดาในความโกลาหล จักรวาลธรรมดาที่ทรงพลังบางแห่งไม่เพียงแต่มีผู้ฝึกตนระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังมีแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3-4 ดารามากกว่า 1 คนอีกด้วย
หนิวกั๋วเคยเล่าให้เขาฟังอีกว่า ในจักรวาลธรรมดาบางแห่งที่มีแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราอยู่หลายคน ตัวตนเหล่านั้นต่างก็เป็นผู้ท้าทายสวรรค์ ทำให้การไต่ระดับเป็นผู้หลุดพ้นของพวกเขานั้นง่ายกว่ามากเมื่อเทียบกับผู้ฝึกตนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม หากไม่ใช่ผู้ท้าทายสวรรค์ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะยกระดับความแข็งแกร่งให้ไปถึงระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดาราได้ ซึ่งเจ้าสวรรค์ฟ้ากระจ่างเป็นข้อยกเว้นอย่างไม่ต้องสงสัย อีกฝ่ายต้องได้รับมรดกบางอย่างมา ไม่เพียงแต่มรดกชิ้นนั้นจะเป็นของผู้ยิ่งใหญ่ในความโกลาหลเท่านั้น แต่เขายังต้องพึ่งพามรดกต่างๆ อีกมากมาย หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างยาวนานจนกระทั่งช่วงสุดท้ายของจักรวาล ในที่สุดเขาก็ไปถึงระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราได้สำเร็จ และใช้ตราประทับมิติเวลาเพื่อแยกตัวออกจากจักรวาล
อาจกล่าวได้ว่ายอดฝีมือระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่ต่างก็เป็นผู้ท้าทายสวรรค์
สำหรับผู้ท้าทายสวรรค์ระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดารา พวกเขามีความเป็นไปได้สูงที่จะสามารถกลายเป็นผู้หลุดพ้นได้ แม้ว่าพวกเขาจะกลายเป็นผู้หลุดพ้นทั่วไป แต่เมื่อพวกเขาออกจากจักรวาล พวกเขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะกลายเป็นตัวตนที่ทรงพลังได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ยอดฝีมือระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 หรือ 4 ดาราหลายคนในจักรวาลนั้นไม่ได้เลือกที่จะแยกตัวออกจากจักรวาลทันที พวกเขายังคงเพิ่มความแข็งแกร่งและสั่งสมรากฐานต่อไป
และไม่ใช่แค่จักรวาลเดียวที่เป็นเช่นนี้ หลายๆ จักรวาลก็ต่างรู้เรื่องนี้เช่นกัน
เพียงแต่ว่า อาณาเขตของความโกลาหลนั้นกว้างใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ มีเพียงกบในกะลาบางคนเท่านั้นที่คิดว่าผู้หลุดพ้นนั้นพบได้ยาก ทว่าในมุมมองของตัวตนที่ยิ่งใหญ่ในความโกลาหล ผู้หลุดพ้นนั้นพบได้ทั่วไป
ยกตัวอย่างเช่น ในจักรวาลหนึ่งอาจมีผู้หลุดพ้นถือกำเนิดขึ้นในทุกๆ 2-3 ยุค แต่ในความโกลาหลมีกี่จักรวาลกัน?
สมาชิกขององค์กรเทพเร้นลับไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่หนิวกั๋วมีความรู้กว้างขวางและรู้ว่ามีจักรวาลมากมายแค่ไหนภายในความโกลาหล
เห็นได้ชัดว่าจักรวาลขนนกครามนั้นมีวิธีการฝึกฝนหลายอย่างที่ได้รับอิทธิพลมาจากในความโกลาหล ในแง่ของการฝึกฝน พวกเขาแข็งแกร่งกว่าจักรวาลที่เย่เทียนอยู่ บางทีอาจมีตัวตนที่แข็งแกร่งบางคนจากความโกลาหลคอยสั่งสอนพวกเขา ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่พวกเขามียอดฝีมือระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดขึ้น
“จากนี้เราคงต้องสำรวจสถานการณ์ของจักรวาลขนนกคราม ในช่วงเวลานี้ยังคงไม่มีอันตรายใดๆ ดังนั้นเราสามารถส่งอัจฉริยะของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และสมาชิกระดับกาแล็กซีบางคนของหอสวรรค์ไปยังจักรวาลนั้นได้ บางทีพวกเขาอาจโชคดีได้รับโอกาสบางอย่าง เพราะเมื่อการหลอมรวมของทั้งสองจักรวาลเสร็จสิ้น ถึงตอนนั้นสงครามที่แท้จริงก็จะเริ่มต้นขึ้น!” เย่เทียนถอนหายใจ
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ และขุมพลังจากทั้งสองจักรวาลต่างก็เตรียมพร้อม
สิบปีต่อมา
ในวันนี้
ผู้ฝึกฝนระดับกาแล็กซีและเทพจักรวาลบางคนจากจักรวาลขนนกครามได้ข้ามผ่านมายังอีกจักรวาลเพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยน
การสื่อสารเริ่มต้นระหว่างทั้งสองจักรวาลจึงเริ่มต้นขึ้น!