Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 812 โลกที่ 4!
ย้อนกลับไปในตอนนั้น แม้ว่าผู้สูงสุดปฐมกาลและคนอื่นๆ จะตกลงร่วมมือกับตัวตนลึกลับ อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีทางเลือก เพราะหากพวกเขาปฏิเสธ พวกเขาจะต้องพังพินาศไปพร้อมกับการทำลายล้างครั้งใหญ่ของจักรวาลอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เมื่อยอมร่วมมือ พวกเขาก็จะมีโอกาสกลายเป็นผู้หลุดพ้น
หากตัวตนลึกลับผู้นั้นยังคงให้การช่วยเหลือพวกเขาต่อไป โอกาสของพวกเขาก็จะยิ่งมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าตัวตนลึกลับผู้นั้นไม่ได้คิดช่วยให้พวกเขาแยกตัวออกจากจักรวาลอย่างแท้จริง มิฉะนั้น เขาคงไม่ส่งผู้ฝึกตนขอบเขตเจ้าพิภพจากองค์กรเทพเร้นลับเข้ามาจุติภายในจักรวาล
อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้พวกเขามาไกลเกินกว่าจะหวนกลับไปแล้ว ต่อให้เสียใจไปมันก็ไร้ประโยชน์
พวกเขาสามารถสัมผัสได้ว่าอีกครึ่งหนึ่งของสมบัติวิญญาณโกลาหลอยู่ในจักรวาลขนนกคราม ในเวลานี้มันกำลังผสานเข้าด้วยกันอย่างช้าๆ และต้นกำเนิดของจักรวาลก็ไม่สามารถที่จะหลบหนีจากการปราบปรามของสมบัติสูงสุดแห่งความโกลาหลได้
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ พวกเขาไม่มีทางที่จะขัดขวางแผนการได้อีก
เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาสัมผัสได้ว่าการเชื่อมต่อระหว่างพวกเขากับสมบัติชิ้นนั้นได้หายไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากนั้นพวกเขาก็ลองพยายามติดต่อคนผู้นั้น แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ นี่ทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่าตอนนี้พวกเขาสูญเสียคุณสมบัติที่จะร่วมมือกับคนผู้นั้นไปแล้ว
พวกเขาถูกทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี!
“เราพึ่งพาเพียงตัวเองได้เท่านั้น!”
ผู้สูงสุดปฐมกาลพึมพำกับตัวเอง
อีกด้านหนึ่ง วิหารกิเลน
ทันทีที่เย่เทียนก้าวเข้ามา จิตอาร์ติแฟกต์ของวิหารกิเลนก็ปรากฏตัวขึ้น
“ผู้ท้าชิง ข้าคือจิตอาร์ติแฟกต์ของวิหารกิเลน วิหารกิเลนเป็นมรดกที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยตัวตนที่ยิ่งใหญ่ในความโกลาหล เจ้าจะต้องเข้าสู่โลกที่แตกต่างกันเพื่อสังหารสัตว์อสูรในโลกเหล่านั้น…”
จิตอาร์ติแฟกต์อธิบายยาวเหยียด อย่างไรก็ตาม เย่เทียนได้รับข้อมูลมาจากผู้สูงสุดปฐมกาลมาก่อนแล้ว ซึ่งคำอธิบายของทั้งสองก็คล้ายกัน
ไม่นานจิตอาร์ติแฟกต์ก็พูดจบ
“ฉันต้องการเข้าสู่โลกที่หนึ่ง” เย่เทียนกล่าว
“ในโลกที่หนึ่ง เจ้าต้องสังหารสัตว์อสูรขอบเขตจักรพรรดิมนุษย์ 10 ตัว ซึ่งเจ้าจะมีเวลา 1 วัน” จิตอาร์ติแฟกต์ตอบ
จักรพรรดิมนุษย์เป็นขอบเขตที่ถูกเรียกในความโกลาหล ซึ่งเทียบเท่าขอบเขตปราชญ์เทพในจักรวาลนี้ ดังนั้นโลกที่ 1 จึงสามารถผ่านได้ไม่ยาก อาจกล่าวได้ว่าค่อนข้างง่ายเสียด้วยซ้ำ แม้แต่ปราชญ์เทพบางคนก็อาจเอาชนะโลกที่ 1 ได้สำเร็จ
ฟึ่บ!
พริบตาเดียว เย่เทียนก็ถูกส่งไปยังโลกที่ 1!
โลกที่หนึ่ง ณ เทือกเขาที่ไม่รู้จัก
ทันทีที่เย่เทียนปรากฏตัวขึ้นที่นี่ เขาก็เริ่มประเมินสถานการณ์ของโลกใบนี้
“ปราณโกลาหลที่นี่หนาแน่นมาก และโลกแห่งนี้ยังมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล แม้แต่เนตรสวรรค์แห่งชีวิตก็ไม่อาจครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดได้ คาดว่าขนาดของมันอาจเทียบเท่ากับขนาดของดาราจักร เพียงแต่ว่ามีสัตว์อสูรอยู่ค่อนข้างน้อย แต่ละตัวมีความแข็งแกร่งอยู่ในขอบเขตปราชญ์เทพ ปกครองพื้นที่ของตัวเองโดยไม่รุกล้ำซึ่งกันและกัน!” เย่เทียนพึมพำ
เขาไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวันในการฆ่าสัตว์อสูร 10 ตัว แต่เป้าหมายของเย่เทียนคือการรวบรวมทรัพยากร ดังนั้นเวลาเพียง 1 วันจึงไม่นับว่ายาวนาน
สวบ!
เย่เทียนเปิดใช้งานทักษะศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์ พุ่งเข้าใกล้สัตว์อสูรที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว
ไม่นานเขาก็มาถึงที่หมาย
ด้วยการตรวจสอบของพรสวรรค์ในการคัดลอก ข้อมูลของสัตว์อสูรขอบเขตจักรพรรดิมนุษย์ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเย่เทียน
[สัตว์อสูร : หมาป่ากิเลนโลหิต
พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับโกลาหล
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน : ระดับพระเจ้า
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับพระเจ้า
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับลึกลับ
พรสวรรค์ระเบิดโลหิต : ระดับพระเจ้า
พรสวรรค์เนตรโลหิต : ระดับพระเจ้า]
“ตาย!”
เย่เทียนใช้พลังมิติของเขากดทับร่างหมาป่ากิเลนโลหิต จากนั้นร่างของมันก็ระเบิดกลายเป็นละอองเลือด
แม้ว่าสัตว์อสูรหมาป่ากิเลนโลหิตตัวนี้จะอ่อนแอ แต่มันก็ยังเหนือกว่าปราชญ์เทพทั่วไป อีกทั้งในแนวเขตของมันยังเต็มไปด้วยสมุนไพรจิตวิญญาณ หญ้าจิตวิญญาณ และแร่หายากมากมาย
ดังนั้น เย่เทียนจึงใช้เวลาพอสมควรในการรวบรวมทรัพยากรเหล่านี้
จากนั้น เย่เทียนก็เริ่มตระเวนเก็บรวบรวมทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นๆ ก็คือเขาไม่จำเป็นต้องค้นหาสัตว์อสูร ด้วยความเร็วของเขา เขาสามารถรวบรวมทรัพยากรในโลกที่ 1 ได้รวดเร็วกว่าคนอื่นหลายเท่า
หากเปลี่ยนเป็นผู้สูงสุดปฐมกาลที่อยู่ที่นี่ เขาคงใช้เวลาทั้งหมดไปกับการตามหาสัตว์อสูร ไม่สามารถเก็บรวบรวมสมบัติได้มากนัก เพราะท้ายที่สุดแล้วสถานที่แห่งนี้ก็มีกฎเกณฑ์ที่ยับยั้งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ การสำรวจสถานที่ต่างๆ จึงทำได้ยาก
นี่เป็นเรื่องปกติ เพราะแม้แต่ในความโกลาหลเอง ขอบเขตการตรวจสอบของสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ขอบเขตเจ้าพิภพก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก พวกเขาไม่สามารถสำรวจทั่วภูมิภาคดวงดาวได้ทันทีเหมือนในจักรวาล
ในไม่ช้า เวลา 1 วันก็สิ้นสุดลง
ในขณะนี้ ภายในจักรวาลย่อส่วนของเย่เทียน ดาวดวงหนึ่งเต็มไปด้วยสมุนไพรจิตวิญญาณและทรัพยากรหายากมากมาย แม้ว่าระดับของพวกมันจะไม่สูงนัก แต่มูลค่าโดยรวมของทรัพยากรเหล่านี้ก็เพียงพอที่จะดึงดูดผู้สูงสุด 1 ดาราได้
“ถือว่ากำไรเล็กน้อย” เย่เทียนคิดกับตัวเอง
สาเหตุที่เขาสามารถรวบรวมทรัพยากรได้เป็นจำนวนมากนั้น เป็นเพราะว่าเขาไม่ได้ฆ่าสัตว์อสูรทั้งสิบตัว แต่เลือกสังหารเพียง 9 ตัว โดยตั้งใจเหลือตัวสุดท้ายเอาไว้
เพราะเมื่อเขาสังหารสัตว์อสูรครบ 10 ตัว เขาจะถูกส่งไปยังโลกที่ 2 ทันที เป็นเช่นนั้นเขาจะไม่สามารถรวบรวมทรัพยากรต่อไปได้
นี่เป็นช่องโหว่ในระบบของวิหารกิเลน ไม่ว่าใครก็สามารถใช้ประโยชน์จากมันเพื่อรวบรวมทรัพยากรได้ มันเป็นช่องโหว่ที่วิหารกิเลนอนุญาต
และเมื่อกำหนด 1 วันใกล้จะสิ้นสุดลง เย่เทียนก็ได้สังหารสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิมนุษย์ตัวสุดท้าย และสิ้นสุดการท้าทายโลกที่ 1
สวบ!
เย่เทียนถูกส่งไปยังโลกที่ 2
ในโลกที่ 2 เขาจำเป็นต้องสังหารสัตว์อสูรขอบเขตเจ้าพิภพ 5 ดาราสิบตัว ในโลกที่ 2 นี้สำหรับผู้สูงสุดที่อ่อนแอก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในโลกที่สองไม่ได้มีเพียงสัตว์อสูรขอบเขตเจ้าพิภพ 5 ดาราเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสัตว์อสูรขอบเขตเจ้าพิภพ 6 หรือ 7 ดาราอยู่ด้วย
ใครก็ตามที่เผลอปล่อยกลิ่นอายออกมา คนผู้นั้นก็อาจจะถูกสัตว์อสูรทั้งหมดปิดล้อมในทันที
เนื่องจากโลกของวิหารกิเลนมีความเป็นปฏิปักษ์กับคนนอกมาก เมื่อใดก็ตามที่พบว่ามีคนนอกเข้ามา พวกสัตว์อสูรทั้งหมดก็จะร่วมมือกันตามไล่ทันที อย่างไรก็ตาม สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิมนุษย์ในโลกที่ 1 นั้นอ่อนแอเกินไป ความเร็วของมันค่อนข้างจำกัด ทำให้ยากที่จะไล่ล่าผู้ที่บุกรุกเข้ามา
แน่นอนว่าโลกที่ 2 ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเย่เทียนเช่นกัน
เช่นเดียวกับโลกแรก เย่เทียนยังได้รวบรวมทรัพยากรเป็นจำนวนมาก
สิ่งที่น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือเขามีเวลาแค่ 1 วัน
ในแง่ของผลประโยชน์ การเก็บเกี่ยวในโลกที่สองนั้นเหนือกว่าโลกที่ 1 มาก เนื่องจากทรัพยากรในโลกที่ 2 มีค่ามากกว่า มีทรัพยากรมากมายที่สามารถเสริมความแข็งแกร่งของผู้สูงสุดได้
จากนั้นเย่เทียนก็มาถึงโลกที่ 3
ในโลกที่ 3 เย่เทียนจำเป็นต้องสังหารสัตว์อสูรระดับเจ้าพิภพ 8 ดาราสิบตัว ซึ่งเทียบเท่ากับการสังหารผู้สูงสุด 3 ดาราสิบคน อย่างไรก็ตาม ยังมีสัตว์อสูรขอบเขตเจ้าพิภพ 10 ดาราอยู่ 2-3 ตัวในโลกที่ 3 หากความเร็วของเย่เทียนไม่สูงพอ เขาอาจถูกปิดล้อมโจมตีโดยสัตว์อสูร 10 ดาราก่อนที่เขาจะได้สังหารสัตว์อสูร 8 ดาราครบ 10 ตัว
ดังนั้น ผู้สูงสุดปฐมกาลจึงทำได้เพียงรีบจัดการสัตว์อสูร 8 ดาราให้ครบ 10 ตัวโดยเร็วที่สุด ไม่กล้าที่จะหยุดรวบรวมทรัพยากร มิฉะนั้นเขาคงล้มเหลวในการท้าทายโลกที่ 3 อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ด้วยความแข็งแกร่งของเย่เทียนในปัจจุบัน เขาไม่ได้รู้สึกกังวลเกี่ยวกับสัตว์อสูรขอบเขตเจ้าพิภพเหล่านี้แม้แต่น้อย เขาใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการรวบรวมทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งวันผ่านไป
“สมุนไพรจิตวิญญาณชั้นยอด 400 ชนิด โดยในจำนวน 25 ชนิดจากทั้งหมดสามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะ ทำให้พรสวรรค์ด้านการบ่มเพาะระดับความโกลาหลถูกยกระดับขึ้นกลายเป็นระดับผสมได้ หากใช้มันอย่างเหมาะสม มันสามารถทำให้จำนวนผู้สูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นอีกหลายคน!”
เย่เทียนกล่าวอย่างตื่นเต้น
แน่นอน นอกจากสมุนไพรจิตวิญญาณแล้วยังมีแร่อีกมากมายที่สามารถสร้างสมบัติสูงสุดระดับทรงพลังได้
การเก็บเกี่ยวในโลกที่ 3 นั้นเทียบเท่ากับสมบัติสูงสุดระดับทรงพลังหลายร้อยชิ้น
“เข้าสู่โลกที่ 4!” เย่เทียนกล่าว
ตูม!
เมื่อเข้าสู่โลกที่ 4 หลังจากทำการสำรวจ เย่เทียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ในโลกที่ 4 นี้ เราจำเป็นต้องสังหารสัตว์อสูรขอบเขตเจ้าพิภพ 9 ดารา 10 ตัว แต่สัตว์อสูรที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ต่างก็เป็นสัตว์อสูรขอบเขตเจ้าพิภพ 10 ดารากันทั้งสิ้น อีกทั้งยังมีสัตว์อสูรอีก 2 ตัวที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดารา ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้สูงสุดปฐมกาลล้มเหลวในโลกนี้!” เย่เทียนครุ่นคิด
ผู้สูงสุดปฐมกาลไม่ได้อธิบายรายละเอียดมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์ของโลกที่ 4 เขาเพียงกล่าวว่าในโลกที่ 4 มีสัตว์อสูรมากมายที่มีพลังการต่อสู้เทียบเท่ากับผู้สูงสุด 1 ดารา ซึ่งก็คือเจ้าพิภพ 10 ดารา
แต่ตอนนี้เย่เทียนเข้าใจแล้ว
ในโลกที่ 4 เต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับเจ้าพิภพ 10 ดารา มันยากที่จะหาสัตว์อสูรระดับเจ้าพิภพ 9 ดารา อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับเจ้าพิภพ 10 ดาราจำนวนมาก และเมื่อต้องเผชิญหน้ากัน ด้วยพลังของผู้สูงสุดปฐมกาล เขาไม่มีทางที่จะสังหารสัตว์อสูรระดับเจ้าพิภพ 10 ดาราได้อย่างรวดเร็ว และในระหว่างการต่อสู้ หากมีสัตว์อสูรระดับเจ้าพิภพ 10 ดาราตัวอื่นๆ มาถึง ผู้สูงสุดปฐมกาลก็ไม่อาจที่จะรับมือได้อย่างแน่นอน!
“ขนาดของโลกที่ 4 นี้ไม่ได้ใหญ่มากนัก อีกทั้งจำนวนของสัตว์อสูรเองก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าแม้แต่รากฐานของวิหารกิเลนเองก็ยังยากจะสร้างสรรค์อสูรที่ทรงพลังจำนวนมากได้ อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรภายในโลกใบนี้จะต้องมีค่าอยู่บ้าง บางทีครั้งนี้เราอาจจะพบทรัพยากรที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของเราได้!” เย่เทียนคิดกับตัวเอง
ดังนั้นเย่เทียนจึงเริ่มต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับเจ้าพิภพ 10 ดาราตัวแรก
สำหรับการทดสอบนั้น เขาไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด!