Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 814 ศิษย์สายตรง?
“ฉันต้องการที่จะท้าทายโลกที่ 6 ต่อไป!” เย่เทียนเอ่ยขึ้น
เขาไม่สนใจที่จะกลายเป็นศิษย์ของราชันวิถีฉีหลิน เขามาที่นี่เพื่อเสาะหาทรัพยากรเท่านั้น
แน่นอน เย่เทียนทราบดีว่าโอกาสที่เขาจะสามารถผ่านโลกที่ 6 ได้นั้นไม่สูงนัก
จากการคาดการณ์ของเขา อย่างน้อยจะต้องมีพลังต่อสู้ในระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราจึงจะสามารถข้ามผ่านโลกที่ 6 ไปได้ และบางทีหากต้องการผ่านโลกที่ 7 จำเป็นจะต้องมีพลังต่อสู้ระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราด้วยซ้ำ
แต่ไม่ว่าอย่างไร เย่เทียนก็ยังอยากจะลองดู
และหากว่าโลกที่ 6 นี้มีทรัพยากรอยู่ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถผ่านมันไปได้ แต่ก็ยังถือว่าได้กำไร
“ตกลง!”
จิตอาร์ติแฟกต์ตอบสนอง อนุญาตให้เย่เทียนเข้าสู่โลกที่ 6 ทันที
สวบ!
เมื่อเข้าสู่โลกที่ 6 เย่เทียนก็พบว่าในโลกใบนี้มีสัตว์อสูรอยู่น้อยมาก มีเพียงแค่ 10 ตัวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม พิจารณาจากออร่าที่สัตว์อสูรทั้งสิบที่ปลดปล่อยออกมา พวกมันล้วนเป็นสัตว์อสูรระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดาราระยะปลาย หากพวกมันทั้งสิบรวมพลังกัน แม้แต่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ระดับ 2 ดาราทั่วไปก็อาจไม่สามารถเอาชนะพวกมันได้ ท้ายที่สุดแล้ว ความแตกต่างของพลังต่อสู้ระหว่างแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดาราและ 2 ดารานั้นไม่ได้กว้างจนเกินไป มีเพียงแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราและ 4 ดาราเท่านั้นที่มีความแตกต่างกันอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ สัตว์อสูรทั้งสิบเหล่านี้ยังมีพรสวรรค์พิเศษอีกด้วย
“อัตลักษณ์แห่งกิเลน!”
เย่เทียนไม่รู้ว่านี่คือพรสวรรค์อะไร แต่ในไม่ช้าเขาก็ได้รู้
ตูม ตูม ตูม!
สัตว์อสูรทั้งสิบเปิดใช้งานอัตลักษณ์แห่งกิเลนพร้อมกัน และทันใดนั้นเงาร่างปีศาจกิเลนขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า กลิ่นอายอันน่าเกรงขามของมันราวกับตัวตนที่ทรงอำนาจและน่าสะพรึงกลัว
จากนั้นเงาของกิเลนก็เริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว
ทันใดนั้น เงาภาพเมื่อครู่ก็ได้แปรเปลี่ยนจากภาพมายากลายเป็นมีตัวตนขึ้นมาจริงๆ กลิ่นอายของมันในเวลานี้น่ากลัวขึ้นมาก
เย่เทียนยืนอยู่ห่างออกไปยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัว
“บททดสอบของโลกใบนี้จะยากเกินไปแล้ว!” เย่เทียนบ่นขณะขมวดคิ้ว
เดิมที แค่สัตว์อสูรกิเลนทั้ง 10 ตัวนี้ก็เปรียบได้กับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราแล้ว ตอนนี้หลังจากพวกมันใช้พรสวรรค์อัตลักษณ์แห่งกิเลนที่หลอมรวมกัน คาดว่าความแข็งแกร่งของพวกมันทะยานขึ้นจนถึงระยะปลายของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดารา
ตูม!
เท้าข้างหนึ่งของกิเลนเหยียบย่ำความว่างเปล่า กระทืบไปยังทิศทางที่เย่เทียนอยู่ ในขณะเดียวกันเย่เทียนก็รีบเปิดใช้งานบ่อต้นกำเนิดโกลาหล เขตแดนโกลาหล และวิธีการป้องกันทั้งหมดของเขาทันที รวมไปถึงเคล็ดวิชาทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ และเคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน
แต่นั่นก็ยังไม่พอ!
แค่กๆ!
เลือดพุ่งออกจากปากของเย่เทียน ร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล นี่เป็นสัญญาณว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว
หากเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดาราระยะปลายคนอื่นๆ พวกเขาคงถูกฆ่าตายในการโจมตีเดียว
ไม่มีความแตกต่างมากระหว่างแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดาราขั้นสูงสุดกับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราขั้นต้น อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดาราขั้นสูงสุดและแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราขั้นสุดท้ายนั้นยังคงห่างชั้นกันเกินไป พลังต่อสู้สูงสุดของเย่เทียนอยู่ที่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดาราขั้นสุดท้าย ดังนั้น เป็นธรรมดาที่เขาจะต้องดิ้นรนเพื่อต่อกรกับสัตว์อสูรกิเลนทั้งสิบตัวนี้
“เคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่!”
เย่เทียนกระตุ้นใช้งานพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดนี้อย่างเต็มกำลัง พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บโดยเร็วที่สุด แต่การโจมตีจากปีศาจกิเลนรวดเร็วจนเกินไป เย่เทียนแทบจะไม่มีเวลาตั้งตัว
ตูม ตูม ตูม!
ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเย่เทียนก็มาถึงขีดจำกัดของเขา
“พลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์!”
ความเร็วของเย่เทียนพุ่งสูงขึ้น หลบเลี่ยงการโจมตีของกิเลนที่กำลังพุ่งเข้ามา
ว่ากันตามตรง สัตว์อสูรทั้งสิบตัวเหล่านี้ยังคงอยู่ในระดับสูงสุดของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดารา ความเร็วของพวกมันจึงไม่สูงนัก แม้แต่รูปแบบการโจมตีผสมผสานของพวกมันก็ไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้
อย่างไรก็ตาม ด้วยความช่วยเหลือจากพลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์ ความเร็วของเย่เทียนพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันไม่มีใครที่จะรวดเร็วไปกว่าเขา เว้นแต่ว่าพวกเขาจะฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดที่เน้นไปด้านความเร็ว ในบรรดาพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอด 3,000 ชนิดจากความโกลาหล
“แบบนี้จะถือว่าโกงไหมนะ…” เย่เทียนคิดกับตัวเอง
แม้แต่ราชันวิถีฉีหลินก็คงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีใครในจักรวาลที่ฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์สำเร็จ เรื่องราวเช่นนี้คงมีแต่เพียงในตำนานเท่านั้น!
หากไม่มีพรสวรรค์ที่เน้นในด้านความเร็วจากหนึ่งในสามพันพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดก็จำเป็นต้องมีพลังต่อสู้ของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราช่วงปลายเพื่อที่จะผ่านการท้าทายโลกที่ 6
หลังจากหลบเลี่ยงการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เย่เทียนก็คว้าโอกาสนี้รีบฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ และด้วยความช่วยเหลือของเคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่ อาการบาดเจ็บของเขาจึงฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
“มาดูกันว่าแกกับฉันใครจะหมดแรงก่อนกัน!” เย่เทียนตัดสินใจ
“เคล็ดวิชาทำลายล้างอันยิ่งใหญ่!”
“ดาบสังหารสวรรค์!”
“ทักษะดาบผ่าโกลาหล!”
ภายใต้การโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า อสูรกิเลนทั้งสิบตัวไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป
หลังจากโจมตีมาเกือบครึ่งวัน สัตว์อสูรกิเลนตัวแรกก็ล้มลง ตามมาด้วยตัวที่สองและสาม
ในที่สุด สัตว์อสูรกิเลนตัวสุดท้ายก็ถูกสังหาร
เมื่อจัดการสัตว์อสูรกิเลนทั้ง 10 ตัวจนหมด หยดเลือดสีทองก็ลอยออกมา
จากนั้นเลือดสีทองทั้งสิบก็หลอมรวมกันเป็นหนึ่ง ก่อตัวเป็นหยดเลือดแท้สีแดงทอง เปล่งออร่าอันทรงพลังออกมา
“แก่นแท้ของสายเลือดกิเลน!” เย่เทียนพึมพำ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือแก่นแท้ของสายเลือดกิเลนที่ทรงพลัง ซึ่งแฝงไว้ด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว มันสามารถช่วยขัดเกลาร่างกายของผู้ฝึกตนหรือแม้แต่สร้างสายเลือดใหม่ให้แก่พวกเขาได้ อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่เหมาะกับเย่เทียน
พูดง่ายๆ ก็คือ เขาไม่สนใจเลยสักนิด!
“มันเป็นสมบัติที่ดี เราสามารถมอบมันให้ผู้สูงสุดปฐมกาลได้ เขาต้องการมันอย่างแน่นอน จากนั้นฉันค่อยมอบสมบัติอื่นๆ ให้เขาน้อยลง!” เย่เทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากรวบรวมหยดเลือดกิเลนนี้แล้ว เย่เทียนก็ร้องขอเข้าสู่โลกที่ 7 ซึ่งเป็นโลกสุดท้าย!
สวบ!
ด้วยความช่วยเหลือของจิตอาร์ติแฟกต์ เย่เทียนก็ได้เข้าสู่โลกที่ 7
ในโลกนี้มีสัตว์อสูรกิเลนเพียงตัวเดียว ออร่าของมันเหนือกว่าสัตว์อสูรตัวก่อนๆ มาก
“สัตว์อสูรกิเลนระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราขั้นสูงสุด!” เย่เทียนกล่าวอย่างเคร่งขรึม
ในโลกที่ 6 เขาสามารถผ่านมาได้โดยใช้เล่ห์เหลี่ยม แต่ที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้คือสัตว์อสูรกิเลนระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราขั้นสูงสุดที่แท้จริง ความเร็วของมันต้องไม่ช้าอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อช่องว่างของความแข็งแกร่งต่างกันถึง 1 ขอบเขตใหญ่ ความเร็วแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย ฝ่ายตรงข้ามอาจจะสามารถผนึกเขาได้โดยตรง แม้กระทั่งทำให้มิติเวลาหยุดชะงักเพื่อกักขังเขาไว้
และก็อย่างที่คาดไว้ สัตว์อสูรกิเลนตวัดกรงเล็บของมันใส่เย่เทียนโดยตรง ครั้งนี้เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ทั้งหมด ร่างกายของเขาถูกฉีกกระชาก หลังจากมันโจมตีออกมาอีกครั้ง เขาก็จบชีวิตลงอย่างสมบูรณ์
ทว่านี่เป็นเพียงการทดสอบ เขาไม่ได้ตายแต่อย่างใด
วินาทีต่อมา
เย่เทียนปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งภายในห้องโถงใหญ่ของวิหารกิเลนโดยมีจิตอาร์ติแฟกต์ยืนมองอยู่ตรงหน้า
“ผู้ทดสอบ ขอแสดงความยินดีกับการผ่านโลกที่ 6 ท่านเต็มใจที่จะกลายเป็นศิษย์สายตรงของราชันวิถีฉีหลินหรือไม่?” จิตอาร์ติแฟกต์กล่าวด้วยความตื่นเต้น
“อะไรนะ? ศิษย์สายตรง?” เย่เทียนตกตะลึง “ฉันต้องผ่านโลกที่ 7 เพื่อเป็นศิษย์สายตรงไม่ใช่หรือ?”
จิตอาร์ติแฟกต์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา “คงจะเป็นผู้ทดสอบคนก่อนๆ ที่บอกท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ อันที่จริง คนอื่นๆ ต้องผ่านโลกที่ 7 เพื่อที่จะได้เป็นศิษย์สายตรง แต่ท่านเป็นข้อยกเว้น! ความแข็งแกร่งของท่านโดดเด่นมาก ท่านยังได้ฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดถึง 3 ชนิด ต่อให้อยู่ในความโกลาหล ท่านก็จัดว่าเป็นอัจฉริยะชั้นแนวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย! หากท่านยินดีที่จะเป็นศิษย์สายตรงของราชันวิถีฉีหลิน ท่านจะได้รับทรัพยากรมากมาย ราชันวิถีฉีหลินจะทุ่มเทความพยายามทั้งหมดเพื่อฝึกฝนท่าน!”
“เหตุใดคุณถึงได้ตื่นเต้นนัก?” เย่เทียนถาม
“ก็เพราะเมื่อท่านกลายเป็นศิษย์สายตรง ข้าก็จะสามารถออกจากจักรวาลนี้ได้!” จิตอาร์ติแฟกต์กล่าว
แม้ว่าจะเป็นจิตอาร์ติแฟกต์ แต่มันก็มีสติปัญญา การติดอยู่ในจักรวาลนั้นน่าเบื่อเกินไป อีกทั้งมันก็ไม่สามารถออกจากวิหารกิเลนได้ มิฉะนั้นต้นกำเนิดของจักรวาลจะลบล้างมันในทันที…