Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 834 การปรากฏตัวของอสูรขี้เกียจ!
การสนทนาระหว่างยอดฝีมือขอบเขตมหาวิญญาณทั้งสองจากองค์กรเทพเร้นลับนั้นสิ่งมีชีวิตภายในจักรวาลไม่มีทางรู้ได้ แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้ แต่ก็คงไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก
ยุคทองแห่งการฝึกฝนมาถึงแล้ว สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือคว้าทุกโอกาสที่เป็นไปได้เพื่อก้าวข้ามจักรวาล แม้แต่ผู้ที่ไม่เคยคาดหวังก่อนหน้านี้ก็ยังหันกลับมาสนใจเช่นกัน
ผู้หลุดพ้นคือความหวังเดียวในการอยู่รอดของพวกเขา หากพวกเขาล้มเหลวในการก้าวข้ามจักรวาล ในอีกไม่กี่ล้านปี เมื่อทั้งสองจักรวาลล่มสลายชีวิตของพวกเขาก็จะพังพินาศไปด้วยเช่นกัน
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เจ้าพิภพจำนวนมากเกิดความบ้าคลั่ง
ความวุ่นวาย!
ความโกลาหลปรากฏขึ้นทั่วทุกที่!
บางทีในตอนแรกอาจเป็นเพราะว่าผู้มีอำนาจและยอดฝีมือระดับสูงภายในจักรวาลทั้งสองถูกยับยั้งเอาไว้ จึงทำให้สถานการณ์ทั้งสองจักรวาลค่อนข้างคงที่ แต่ตอนนี้จักรวาลทั้งสองได้ขยายตัวออกไปหลายเท่า อีกทั้งยังมีเจ้าพิภพและยอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์ลึกลับปรากฏขึ้นจำนวนมาก สถานการณ์จึงเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราก็ไม่สามารถทำให้สถานการณ์สงบลงได้
แม้แต่ตัวตนที่แข็งแกร่งเช่นเย่เทียนก็สามารถรับประกันความปลอดภัยให้แก่เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้เท่านั้น ในส่วนของจักรวาลทั้งหมด เขายังไม่มีความสามารถมากพอ
ภายในหอสวรรค์
ยอดฝีมือจำนวนมากกำลังเก็บตัวฝึกฝน ทรัพยากรจำนวนมหาศาลถูกแจกจ่ายโดยเย่เทียน ในบรรดาผู้ฝึกตนทั้งหมดเหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตเจ้าพิภพได้รับประโยชน์มากที่สุด ด้วยทรัพยากรจำนวนมหาศาลเหล่านี้ พวกเขาสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความแข็งแกร่งโดยรวมของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
ในหมู่พวกเขา ภรรยาของเย่เทียน เซียวเยว่ และน้องสาวของเขาเย่หยูที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุด ในเวลานี้ทั้งสองแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่ร้อยปี พวกเธอทั้งสองต่างก็บรรลุถึงระดับเจ้าพิภพ 9 ดารา ในอดีต ระดับนี้จะเทียบได้กับลอร์ดสูงสุดลำดับที่ 1 แห่งเผ่าโปรตอส แต่ในยุคปัจจุบัน เจ้าพิภพ 9 ดารายังไม่ถือว่าเป็นตัวตนที่แข็งแกร่ง
ในปีต่อๆ มา เย่เทียนก็ปล่อยให้เซียวเยว่ เย่หยู รวมถึงคนอื่นๆ เข้าสู่พื้นที่มรดกต่างๆ เช่นวิหารกิเลน และแดนจินตภาพ ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาเติบโตมากยิ่งขึ้น และยังได้รับทรัพยากรการฝึกฝนอีกเป็นจำนวนมาก
แน่นอนว่ายอดฝีมือที่ทรงพลังจำนวนมากจากเผ่าพันธุ์มนุษย์และดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของจักรวาลนิรันดร์ก็รับรู้ถึงการมีอยู่ของแดนจินตภาพและโถงกิเลนเช่นกัน โดยผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปฐมกาลได้เข้าไปฝึกฝนตัวเองในดินแดนมรดกเหล่านั้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หากพวกเขาเหล่านั้นมีความแข็งแกร่งไม่มากพอ พวกเขาจะไม่ได้รับประโยชน์มากนักจากดินแดนมรดก แต่ถึงกระนั้นความแข็งแกร่งของจักรวาลนิรันดร์ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในวันนี้
โลกมิติย่อยอีกชั้นก็พังทลายลงหลอมรวมเข้ากับมิติหลัก อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้มีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่มีขนาดเทียบได้กับภูมิภาคดวงดาราปรากฏตัวขึ้น ทันทีที่มันปรากฏขึ้น มันก็ได้กลืนกินดวงดารามากมายนับไม่ถ้วน แม้แต่เจ้าพิภพที่โชคร้ายก็ยังถูกกลืนหายไปในคำเดียว
พฤติกรรมนี้ดึงดูดความสนใจของผู้ฝึกตนทรงพลังมากมาย และแม้แต่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์บางคนจากจักรวาลขนนกครามก็เดินทางมายังจักรวาลนิรันดร์ทันทีเมื่อได้รับข่าวนี้ เย่เทียนเองก็เช่นกัน
…
บริเวณภูมิภาคดวงดาราหลานเฉิน
หลังจากที่สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์สร้างความหายนะไปทั่วบริเวณ มันก็นอนลงบนห้วงอวกาศที่เต็มไปด้วยดวงดาราและค่อยๆ หลับไป ร่างกายของมันราวกับว่าเป็นผืนแผ่นดินอันไร้สิ้นสุด ในขณะเดียวกัน มีดาราเคราะห์ปรากฏขึ้นเหนือร่างของมัน ดาราเคราะห์ดังกล่าวมีขนาดพอๆ กับภูมิภาคดวงดาราหลายแห่งที่รวมตัวกัน
ก่อนหน้านี้ เมื่อสัตว์ร้ายขนาดยักษ์นี้ตื่นขึ้น มันก็ได้กลืนกินดาราเคราะห์มากมายรวมไปถึงสสารต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้ามันอย่างต่อเนื่อง จึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ดาราเคราะห์ขนาดใหญ่ดังกล่าว
แต่ในตอนนี้เมื่อมันเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง บางคนก็เริ่มหวั่นไหว อยากที่จะเข้าไปสำรวจดาราเคราะห์ดังกล่าว โดยคาดหวังว่าบางทีมันอาจจะมีโอกาสที่ยอดเยี่ยมอยู่ในนั้น
อย่างไรก็ตาม เพียงไม่นานพวกเขาก็ต้องสิ้นหวัง
ชั้นบาเรียของดาราเคราะห์ดังกล่าวแข็งแกร่งเกินไป แม้แต่เจ้าพิภพทั่วไปก็ไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้ นับประสาอะไรกับการทำลายมัน
ฟุบ ฟุบ ฟุบ!
เจ้าพิภพทยอยกันมาถึงทีละคน แม้แต่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ปฐมกาล และแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์หมื่นสวรรค์เย่เทียนเองก็มาถึงแล้วเช่นกัน
ทันทีที่เย่เทียนมาถึงเขาก็รีบกระตุ้นพรสวรรค์ในการคัดลอกตรวจสอบข้อมูลของสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ตรงหน้า และเมื่อข้อมูลของมันปรากฏขึ้นเย่เทียนก็ต้องประหลาดใจ
“อสูรขี้เกียจ!”
ในบรรดาสิ่งมีชีวิตพิเศษที่มีพรสวรรค์ระดับพระเจ้าขั้นสูงสุด อสูรขี้เกียจเป็นหนึ่งในนั้น และยังเป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษที่เย่เทียนกำลังตามหา
น่าเสียดายที่อสูรขี้เกียจนั้นหายากมาก อีกทั้งมันยังเป็นสัตว์อสูรที่หลับใหลมาตั้งแต่เกิดโดยแทบไม่ขยับเขยื้อนหรือตื่นขึ้นมาเลย
ครั้งนี้ เมื่อโลกต่างมิติแตกเป็นเสี่ยงๆ และรวมเข้ากับมิติหลัก อสูรขี้เกียจถึงได้ตื่นขึ้นมาและก่อความหายนะเป็นวงกว้าง จากนั้นมันก็หลับใหลต่อไปอีกครั้ง
ในเวลานี้ พรสวรรค์ของอสูรขี้เกียจปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัดในสายตาของเย่เทียนแล้ว
[สิ่งมีชีวิตต้นกำเนิด : อสูรขี้เกียจ
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับพระเจ้า
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน : ระดับพระเจ้า
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์เกราะเกียจคร้าน : ระดับพระเจ้าขั้นสูงสุด
พรสวรรค์ที่กลืนกิน : ระดับพระเจ้า]
…
เมื่อพิจารณาจากพรสวรรค์ของมันแล้ว พรสวรรค์ด้านความเร็วของอสูรขี้เกียจกล่าวได้ว่าไม่ต่างอะไรจากขยะ ในขณะที่พรสวรรค์เกราะเกียจคร้านของมันน่าอัศจรรย์มาก ทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ
พรสวรรค์เกราะเกียจคร้าน เป็นหนึ่งในพรสวรรค์โดยกำเนิดที่เกี่ยวข้องกับธาตุดิน อาจกล่าวได้ว่าพรสวรรค์เกราะเกียจคร้าน เป็นความสามารถหลักของอสูรขี้เกียจซึ่งกลมกลืนกับร่างกายของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เกล็ดจำนวนนับไม่ถ้วนบนร่างกายของอสูรขี้เกียจได้รวมเข้ากับพรสวรรค์เกราะเกียจคร้าน ทำให้มันสามารถเปิดใช้งานได้อย่างเต็มกำลังตลอดเวลาแม้แต่ในยามที่มันหลับใหลอยู่ก็ตาม
นอกจากนี้ ร่างกายของอสูรขี้เกียจเองก็ยังแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ มันได้มาถึงจุดสูงสุดของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราแล้ว เมื่อรวมเข้ากับพรสวรรค์เกราะเกียจคร้าน แม้แต่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราก็ยังทำอันตรายต่อมันได้ยาก
“ก่อนหน้านี้ ในตอนที่เราได้รับข้อมูลของอสูรขี้เกียจครั้งแรก เราคิดว่าด้วยความแข็งแกร่งของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราคงจะสามารถทำอะไรได้บ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อได้เห็นร่างกายของมันแล้วต่อให้เป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราก็ยากที่จะสร้างความเสียหายให้มันได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าอสูรขี้เกียจครอบครองพรสวรรค์เกราะเกียจคร้านระดับพระเจ้าขั้นสูงสุดอยู่ พวกเขายังคงคิดว่ามันเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราทั่วไป!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
แม้ว่าสิ่งมีชีวิตระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราจะทรงพลัง แต่เมื่อเห็นว่ามันหลับใหลโดยที่ไม่มีการป้องกันใดๆ แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดาราบางคนอาจมีความคิดที่จะกำราบมันให้เชื่องหรือกระทั่งฆ่าอสูรขี้เกียจตัวนี้
เย่เทียนรีบคัดลอกพรสวรรค์เกราะเกียจคร้านระดับพระเจ้าขั้นสูงสุดก่อน จากนั้นเขาก็ยืนชมการแสดงต่อไปอย่างเงียบๆ
ในไม่ช้า กลุ่มของเจ้าพิภพและแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์อีกกลุ่มหนึ่งก็มาถึง และหนึ่งในนั้นคือแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์มังกรศิลา หนึ่งในแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งทะลวงความแข็งแกร่งของจักรวาลนิรันดร์
เมื่อแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์มังกรศิลายังเป็นเจ้าพิภพระดับ 10 ดารา เขาเกือบถูกฆ่าตายโดยจางหลิงผู้จุติแห่งองค์กรเทพเร้นลับ อย่างไรก็ตาม เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้โชคชะตาของเขาพลิกผัน เขาสามารถทะลวงเข้าสู่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์และได้กลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 1 ดาราอย่างเป็นทางการ
นอกจากแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์มังกรศิลาแล้ว แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ห้าคนจากจักรวาลขนนกครามก็ปรากฏตัวเช่นกัน
แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าเหล่านี้ ได้แก่ แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เถียหยู แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์หลิงหวง แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์หยูหลง แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เจิ้นไห่ และแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ไท่หยาง
ในเวลานี้ เย่เทียน แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์มังกรศิลา และแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ปฐมกาล ต่างเคลื่อนที่เข้าใกล้มากขึ้น ในขณะที่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 5 จากจักรวาลขนนกครามก็เข้ามาใกล้เช่นกัน ซึ่งทั้งสองกลุ่มยืนอยู่คนละฝ่ายอย่างชัดเจน
“นี่คือสิ่งมีชีวิตชนิดใดกัน?” แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์หลิงหวงถามด้วยความสงสัย
“ฉันไม่รู้!” แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ ส่ายศีรษะ พวกเขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับอสูรขี้เกียจ ท้ายที่สุดแล้วอสูรขี้เกียจนั้นหายากมาก และด้วยประสบการณ์อันยาวนานของพวกเขา พวกเขาก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อน
“แม้ว่าจะไม่รู้ว่ามันคือสิ่งมีชีวิตชนิดใด แต่ที่แน่นอนคือมันมีความแข็งแกร่งเทียบกับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดารา สิ่งมีชีวิตตัวนี้จะต้องมีพรสวรรค์ทางสายเลือดที่ทรงพลัง หากฉันสังหารมัน ฉันอาจจะสามารถทะลวงผ่านคอขวดและก้าวขึ้นสู่ระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราได้”
กล่าวจบ แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เจิ้นไห่ก็ลงมือทันที การโจมตีของเขาเป็นกระบวนท่าที่คล้ายกับรูปแบบของนักฆ่า โดยเล็งไปที่หัวของอสูรขี้เกียจ
ในมุมมองของเขา แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ระดับ 2 ดาราอย่างอสูรขี้เกียจคงจะไม่มีการป้องกันที่ร้ายกาจอะไร ดังนั้นการจะฆ่ามันก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร
เช่นเดียวกับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราคนอื่นๆ ในจักรวาล หากพวกเขายืนนิ่งโดยไร้ซึ่งการป้องกัน พวกเขาก็สามารถถูกสังหารได้ภายในเสี้ยววินาที
ตูม!
หอกของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เจิ้นไห่ปะทะเข้ากับหัวของอสูรขี้เกียจ ทำให้เกิดเสียงคล้ายโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วความว่างเปล่า
อย่างไรก็ตาม การโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้ร่างของอสูรขี้เกียจแกว่งไปแกว่งมาเล็กน้อย แต่มันก็ยังคงหลับใหลต่อไปโดยที่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ หัวของมันไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
“อะไรกัน!” แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เจิ้นไห่ตกตะลึง และแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ เองก็ตกใจมากเช่นกัน มีเพียงเย่เทียนเท่านั้นที่ยังคงสงบนิ่ง เฝ้าดูทุกอย่างที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้สึกแปลกใจ
แม้ว่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เจิ้นไห่จะลงมืออย่างสุดกำลัง หรือแม้ว่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราจากจักรวาลขนนกครามทั้งหมดจะร่วมมือกันโจมตี แต่อย่างดีที่สุด พวกเขาก็จะทำได้เพียงปลุกอสูรขี้เกียจให้ตื่นขึ้นได้เท่านั้น หากพวกเขาต้องการที่จะฆ่าอสูรขี้เกียจ นั่นเป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ เท่านั้น