Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 838 มรรคาจารย์!
การรวมเผ่าพันธุ์มนุษย์หมายถึงการรวมสมาชิกของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดมาอยู่ในจุดจุดเดียว ด้วยวิธีนี้ประชากรก็จะมารวมกลุ่มกันอย่างหนาแน่นทำให้ง่ายต่อการป้องกัน มิฉะนั้น ด้วยอาณาเขตที่กว้างใหญ่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ไม่ว่าจะมีตัวตนที่แข็งแกร่งมากแค่ไหนก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปกป้องสมาชิกของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ทั้งหมด ด้วยแรงกระเพื่อมของปัญหาเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้วที่จะทำลายล้างมนุษย์ทั้งดวงดาวได้
“เราต้องสร้างมหาทวีปดวงดาว!”
เย่เทียนนึกถึงวิธีนี้
ภายในความโกลาหลมีทวีปโกลาหลมากมายนับไม่ถ้วนซึ่งมีสิ่งมีชีวิตมากมายอาศัยอยู่ และในจักรวาลขนนกครามอันกว้างใหญ่เองก็มีผืนแผ่นดินทวีปขนาดใหญ่ 2-3 แห่ง ซึ่งสามารถทำหน้าที่แทนดวงดาวได้
พื้นที่ของมหาทวีปดวงดาวนั้นจะต้องสร้างให้กว้างใหญ่ หากมนุษยชาติรวมตัวกันในมหาทวีปดวงดาวนี้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการจัดการ หรือการพัฒนาจะทำได้ง่ายดายและสะดวกมากยิ่งขึ้น
“เปลี่ยนภูมิภาคดวงดาวให้กลายเป็นมหาทวีปดวงดาว รวมมนุษยชาติทั้งหมดไว้ในสถานที่เดียวกัน จากนั้นค่อยส่งกลุ่มเจ้าพิภพกระจายตัวออกไปคอยปกป้องดูแลเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด!”
เย่เทียนกล่าวกับตัวเอง
ทันใดนั้น เขาก็เรียกรวมเหล่าเจ้าพิภพของเผ่าพันธุ์มนุษย์และเริ่มการประชุมเสนอแนวคิดของเขา
ในเรื่องนี้ เจ้าพิภพของเผ่าพันธุ์มนุษย์ย่อมไม่คัดค้าน พวกเขาทั้งหมดปฏิบัติตามการเตรียมการของเย่เทียน ดำเนินตามแผนการมหาทวีปดวงดาวทันที
จากนั้น แผนการนี้ก็ถูกแพร่กระจายออกไป ส่งไปยังกองกำลังต่างๆ ของมนุษย์ในภูมิภาคดวงดาวต่างๆ และถ่ายทอดต่อไปยังกาแล็กซีรวมไปถึงดาวเคราะห์ทั้งหมด
…
ภูมิภาคผานหยู
เย่เทียนกลับมาถึงที่นี่ เพราะที่นี่คือภูมิภาคดวงดาวบ้านเกิดของเขา เป็นธรรมดาที่เขาต้องการจะสร้างทวีปดวงดาวขึ้นมาด้วยตนเอง
โดยศูนย์กลางของมหาทวีปดวงดาวนี้ถูกกำหนดไว้ที่โลก
สวบ!
เย่เทียนเดินทางมายังโลก พลังของเขาที่ราวกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ค่อยๆ มีอิทธิพลต่อโลก
ในช่วงเวลาถัดมา ดาวเคราะห์ต่างๆ ของทางช้างเผือกก็เคลื่อนที่ผ่านห้วงอวกาศเข้ามาใกล้โลกและรวมเข้าด้วยกัน
ตูม!
บนโลกผู้คนทั้งหมดได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสวรรค์และปฐพี ผืนแผ่นดินเริ่มขยายใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนได้ถูกส่งไปยังดินแดนใหม่
หนึ่งดวง สองดวง สามดวง…
ดาวหลายล้านดวงรวมตัวเข้าด้วยกันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นมหาทวีปดวงดาว
ในเวลาเดียวกัน ดวงอาทิตย์ก็ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ บนท้องฟ้า สาดส่องแสงไปทั่วมหาทวีปดวงดาว ไม่ว่าใครยืนอยู่ในตำแหน่งใดบนมหาทวีปดวงดาวนี้ พวกเขาสามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ซึ่งเคลื่อนที่ตามวงโคจรของมันเอง
การกระทำเช่นนี้อาจยากสำหรับผู้ฝึกตนคนอื่นๆ แต่สำหรับสิ่งมีชีวิตเช่นเย่เทียน มันง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
ในไม่ช้า ดาวเคราะห์ทั้งหมดของกาแล็กซีทางช้างเผือกก็รวมตัวกันเป็นมหาทวีปดวงดาว
จากนั้น เย่เทียนก็บังคับรวบรวมดาวเคราะห์ทั้งหมดในบริเวณอื่นๆ เข้ากับมหาทวีปดวงดาวต่อไป
ในชั่วพริบตา หนึ่งเดือนผ่านไป และดาวเคราะห์ทั้งหมดในภูมิภาคผานหยูก็ได้รวมเข้าด้วยกันกลายเป็นมหาทวีปดวงดาวอันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งในเวลานี้มนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนของภูมิภาคผานหยูต่างอาศัยกันอยู่ที่นี่
หากมองจากด้านบนของมหาทวีปดวงดาว เราสามารถมองเห็นทวีปย่อยต่างๆ มากมาย ซึ่งเปรียบเหมือนดวงดาวในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
มนุษย์นับไม่ถ้วนและดวงดาวนับไม่ถ้วนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมหาทวีปดวงดาวนี้
มนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนอาศัยอยู่ที่นี่ และเนื่องจากการหลอมรวมกันของดาวเคราะห์ ปราณธาตุต่างๆ ที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน และมหาค่ายกลจำนวนมากที่เย่เทียนจัดวางไว้ทำให้พลังปราณปฐมสวรรค์ปฐพีในมหาทวีปดวงดาวแห่งนี้อุดมสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่มีความหนาแน่นของปราณปฐมสวรรค์ปฐพีมากที่สุดย่อมเป็นบริเวณของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย
ในอนาคต พื้นที่บริเวณโลกจะพัฒนากลายเป็นศูนย์กลางของมหาทวีปดวงดาว
“ฉันคือแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์หมื่นสวรรค์ นับจากนี้ไปมหาทวีปดวงดาวแห่งนี้จะมีชื่อว่ามหาทวีปหัวเซี่ย!”
เสียงของเย่เทียนกระจายไปทั่วทั้งมหาทวีปดวงดาว
ในขณะนี้ มหาทวีปดวงดาวแห่งนี้ได้รับชื่อ มหาทวีปหัวเซี่ย
จากนั้น เย่เทียนก็ได้สร้างวังสวรรค์ขึ้นบนท้องฟ้าเหนือมหาทวีปหัวเซี่ย นี่เป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าพิภพ หากมีใครที่สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเจ้าพิภพได้ พวกเขาก็จะสามารถพำนักในวังสวรรค์แห่งนี้ได้ ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการจัดการมหาทวีปหัวเซี่ยทั้งหมด
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการมีเจ้าพิภพอาศัยอยู่ในวังสวรรค์ มันก็จะสะดวกแก่การปกป้องมหาทวีปหัวเซี่ย
ภูมิภาคผานหยูไม่มียอดฝีมือขอบเขตเจ้าพิภพ แต่ภายใต้คำสั่งของเย่เทียน เจ้าพิภพหลายคนก็มาประจำการที่วังสวรรค์ของมหาทวีปหัวเซี่ย หนึ่งในนั้นยังมีเจ้าพิภพ 7 และ 8 ดาราอีก 2-3 คน
ความเร็วของเย่เทียนในการสร้างมหาทวีปดวงดาวนั้นเร็วที่สุด ในขณะที่ภูมิภาคดวงดาวอื่นๆ ใช้เวลาเพียงไม่นานก็แล้วเสร็จเช่นกัน
หลายปีต่อมา
ฐานที่มั่นของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดได้ถูกเปลี่ยนเป็นมหาทวีปดวงดาว และในแต่ละมหาทวีปดวงดาวก็ถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วยรูปแบบค่ายกลป้องกันมากมาย การทำเช่นนี้ไม่ได้เพื่อจำกัดอิสระของมนุษย์ แต่เป็นการขัดขวางการเข้าออกของเผ่าพันธุ์อื่นๆ ทันทีที่ค่ายกลเหล่านี้ถูกเปิดใช้งาน พลังป้องกันของพวกมันก็เพียงพอที่จะต้านทานการโจมตีจากแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ได้
รูปแบบค่ายกลเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นโดยพลังของเย่เทียน มิฉะนั้น การจะให้เจ้าพิภพคนอื่นๆ สร้างรูปแบบป้องกันที่ส่งพลังเช่นนี้ขึ้นมานั้นคงเป็นเรื่องท้าทายพอสมควร
เวลาผ่านไปอีกหลายปี
ในวันนี้
พื้นที่หมอกก็ได้เปิดขึ้นอีกครั้ง และเย่เทียนก็ได้เข้าสู่พื้นที่หมอกมาถึงแดนเทพโกลาหลอย่างรวดเร็ว
…
ภายในแดนเทพโกลาหล
ทันทีที่เย่เทียนมาถึง แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ของเผ่ามนุษย์กระทิงก็เข้ามาทักทายเขาด้วยความเคารพ
“ใต้เท้า ท่านมาแล้ว!”
หนิวกั๋วกล่าวด้วยความเคารพ
“ฉันต้องการเข้าหอคอยศักดิ์สิทธิ์!”
ขณะที่เขาพูด เย่เทียนเผยออร่าของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราออกมา
“ขอแสดงความยินดีกับใต้เท้า!”
หนิวกั๋วและสมาชิกเผ่ามนุษย์กระทิงคนอื่นๆ ต่างแสดงความยินดีกับเขาโดยพร้อมเพรียง
เมื่อเย่เทียนสามารถยกระดับความแข็งแกร่งถึงระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดารา สถานะศิษย์ชั่วคราวจึงกลายเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ
สถานะของศิษย์อย่างเป็นทางการนั้นเหนือกว่าศิษย์ในนาม!
เย่เทียนยังเป็นศิษย์ที่เป็นทางการเพียงคนเดียวในจักรวาลนี้ ซึ่งเป็นความหวังที่จะทำให้พวกเขาออกจากจักรวาลนิรันดร์ได้ในอนาคต
“ใต้เท้าโปรดตามข้ามา!”
หนิวกั๋วกล่าวอย่างร่าเริง
ด้วยการสนับสนุนของเผ่ามนุษย์กระทิง เย่เทียนก็ได้เข้าสู่หอคอยศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
ทันทีที่เขาเข้าไปด้านใน จิตอาร์ติแฟกต์ของหอคอยศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้น
“ผู้อาวุโสชาง!”
เย่เทียนเอ่ยทักทาย
“เจ้ามาแล้ว!” ชางตอบสนองอย่างสงบ
“ผู้อาวุโสชาง ฉันได้กลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราแล้ว ฉันสงสัยว่าตอนนี้ฉันสามารถกลายเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการของท่านผู้นั้นได้หรือไม่?” เย่เทียนถาม
“แน่นอน แต่เจ้าต้องผ่านการทดสอบก่อน” ชางกล่าวตอบ
“ตกลง” เย่เทียนพยักหน้า
ทันใดนั้น ชางก็เรียกร่างเสมือนของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราที่อ่อนแอที่สุดออกมาเป็นคู่ต่อสู้ของเย่เทียน
และด้วยความแข็งแกร่งของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดารา เย่เทียนจึงสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ของเขาได้อย่างง่ายดายและเสร็จสิ้นการประเมิน
“ขอแสดงความยินดี ตอนนี้เจ้าได้กลายเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการของท่านมรรคาจารย์ซูเทียนแล้ว!”
ชางกล่าวแสดงความยินดี
“ชื่ออาจารย์ของฉันคือมรรคาจารย์ซูเทียนหรือ?” เย่เทียนเอ่ยถาม
“ใช่” ชางพยักหน้าจากนั้นก็อธิบายต่อว่า “นามมรรคาจารย์ซูเทียนนี้ไม่ควรถูกเรียกพร่ำเพรื่อ ภายในความโกลาหลใครก็ตามที่เอ่ยนามนี้ ท่านบรรพชนซูเทียนก็จะรับรู้ได้ทันที ตัวอย่างเช่นเมื่อครู่พวกเราเพิ่งเอ่ยชื่อของท่านไป ท่านได้รับรู้แล้ว ดังนั้นหากไม่จำเป็นไม่ควรเอ่ยนามนี้ ใครก็ตามที่เอ่ยนามนี้ออกมามันจะเป็นการนำภัยร้ายมาสู่ตัว และบางทีมันอาจทำให้ท่านบรรพชนซูเทียนโกรธ ดังนั้น ในความโกลาหลจึงมีน้อยคนนักที่กล้าเอ่ยชื่อของท่านมรรคาจารย์ออกมาตรงๆ”
ในการสนทนากับชาง เย่เทียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลการเรียกขานต่างๆ ของตัวตนที่ทรงพลังในความโกลาหล
ขอบเขตลิขิตสวรรค์ ถูกเรียกว่า “เจ้าสวรรค์” ขอบเขตมหาวิญญาณจะถูกเรียกว่า “มหาวิญญาณ” ขอบเขตมหาวิถีจะถูกเรียกว่า “ราชันวิถี” และผู้ที่บรรลุขอบเขตเอกภาพได้นั้นจะถูกเรียกว่า “มรรคาจารย์” ซึ่งถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดในความโกลาหล
“เย่เทียน ในฐานะศิษย์อย่างเป็นทางการของมรรคาจารย์ซูเทียน เจ้ามีโอกาสที่จะได้พบกับมรรคาจารย์ จงใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์” ชางเอ่ยเตือน
“ตกลง!” เย่เทียนกล่าวอย่างตื่นเต้น