Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 843 ผลโลหิตพิสุทธิ์!
จักรวาลขนนกคราม พื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิต
นี่คือพื้นที่ต้องห้ามที่มีชื่อเสียงในจักรวาลขนนกคราม ซึ่งที่นี่เป็นเขตต้องห้ามอย่างแท้จริง ผู้ฝึกตนที่มีความแข็งแกร่งต่ำกว่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเข้าไปแล้ว พวกเขาจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย นี่เป็นเพราะพื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิตมีบาเรียโลหิตซึ่งเต็มไปด้วยปราณโลหิตที่หนาแน่นกั้นไว้อยู่ มันสามารถทำให้เจ้าพิภพทั่วไปจบชีวิตลงได้ในพริบตา
ภายใต้สถานการณ์ปกติ แม้แต่เหล่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ก็ยังลังเลที่จะเข้าสู่พื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิต เนื่องจากภายในพื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิตแห่งนี้มีเพียงปราณโลหิตที่หนาแน่นเท่านั้น ไม่มีทรัพยากรอื่นใดที่มีประโยชน์ต่อคนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีเหล่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากได้เข้าสู่พื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิตแล้ว
เนื่องจากเจ้าพิภพไม่แข็งแกร่งพอที่จะเข้าไปด้านใน ข่าวนี้จึงแพร่สะพัดไปเฉพาะในหมู่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นภายในพื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิตกันแน่
ในไม่ช้า เย่เทียนก็มาถึงทางเข้าของพื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิต
“พื้นที่ของทะเลโลหิตนี้กว้างมากจริงๆ มันเกือบจะครอบครองพื้นที่ทั้งหมดของภูมิภาคดวงดาว น่าแปลก...ในอดีตจำได้ว่าพื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิตไม่เคยกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ แม้ว่าโลกต่างมิติจะหลอมรวมเข้ากับจักรวาลเป็นหนึ่งเดียว แต่มันก็ไม่ควรส่งผลกระทบต่อขนาดของพื้นที่ต้องห้าม แล้วเหตุใดพื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิตถึงได้ขยายขนาดใหญ่ขึ้น?” เย่เทียนพึมพำด้วยความประหลาดใจ
วืด!
จากนั้น เย่เทียนก็ข้ามผ่านชั้นบาเรียของทะเลโลหิตและเข้าสู่พื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิตอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เขาเข้าไปด้านใน ปราณโลหิตจำนวนมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่เขา ปราณโลหิตเหล่านี้เต็มไปด้วยพลังงานกัดกร่อน อย่างไรก็ตามมันไม่มีผลกับเย่เทียน สำหรับเขาแล้วมันไม่ต่างอะไรจากอากาศธรรมดา แม้ว่าเขาจะดูดซับปราณโลหิตเหล่านี้เข้าไป เขาก็ยังสามารถใช้ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาเพื่อกำจัดมันออกไปได้
ตูม!
สิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายกับหมาป่าสีแดงเลือดพุ่งออกมาจากทะเลโลหิต เข้าจู่โจมเย่เทียน
สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ไม่ได้อ่อนแอ ความแข็งแกร่งของมันเทียบได้กับเจ้าพิภพทั่วไป ทว่าด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเย่เทียน เขาสามารถจบชีวิตมันได้ด้วยนิ้วเดียว
เมื่อร่างของสิ่งมีชีวิตสีแดงเลือดระเบิดออก มันก็ได้ทิ้งคริสตัลสีแดงเลือดเอาไว้เบื้องหลัง
เย่เทียนคว้าคริสตัลสีเลือดดังกล่าวขึ้นมาตรวจสอบ และในไม่ช้าเขาก็เข้าใจคุณสมบัติของมัน
“ผลึกโลหิต มันสามารถช่วยผู้ฝึกตนขัดเกลาปราณโลหิตและความแข็งแกร่งของร่างกายได้” เย่เทียนกล่าวอย่างใจเย็น
เย่เทียนพบว่ามันค่อนข้างแปลก เพราะจากข้อมูลของพื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิตก่อนหน้านี้ระบุไว้ว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่ภายในทะเลโลหิต โดยธรรมชาติแล้วมันไม่ควรมีอสูรโลหิตเช่นเมื่อครู่ปรากฏตัวขึ้น
“หรือว่าอาจเป็นเพราะกฎเกณฑ์ของจักรวาลที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้อสูรโลหิตเหล่านี้ถือกำเนิดขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลึกโลหิตจากอสูรโลหิตเหล่านี้จะเป็นทรัพยากรที่ค่อนข้างดี แต่สิ่งนี้ไม่มีทางที่จะดึงดูดความสนใจของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ได้ คาดว่ามันจะต้องเป็นโอกาสหรือสมบัติที่ล้ำค่ายิ่งกว่านี้!” เย่เทียนคาดเดา
ระหว่างทาง สัตว์อสูรโลหิตหลายตัวโจมตีเย่เทียน แต่เขาก็ฆ่าพวกมันทั้งหมดพร้อมกับเก็บผลึกโลหิตไปด้วย
ผลึกโลหิตเหล่านี้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า พวกมันมีประโยชน์ต่อการขัดเกลาร่างกาย การฝึกฝนคัมภีร์ซวนซูทำให้เย่เทียนสูญเสียทรัพยากรไปมาก ผลึกโลหิตเหล่านี้อัดแน่นไปด้วยพลังงานเหนือกว่าทรัพยากรอื่นๆ ดังนั้น เย่เทียนจึงไม่คิดปล่อยมันทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์
ยิ่งไปกว่านั้น ผลึกโลหิตยังสามารถช่วยผู้ฝึกตนในขอบเขตเจ้าพิภพของเผ่าพันธุ์มนุษย์เพิ่มความแข็งแกร่งทางร่างกายของพวกเขาขึ้นได้ ดังนั้นใครจะกล้าละเลยสมบัติเช่นนี้?
ด้วยการใช้เนตรสวรรค์แห่งชีวิต เย่เทียนจึงได้รู้ว่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ อยู่ตรงใจกลางของพื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิต อย่างไรก็ตามเย่เทียนไม่ได้รีบร้อนที่จะไปที่นั่น
“ผลึกโลหิตเกือบแสนชิ้น เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่เราควรจะไปยังใจกลางของพื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิตเสียที มิฉะนั้นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่แท้จริงอาจตกไปอยู่ในมือของคนอื่น!”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เย่เทียนจึงรีบทะยานออกไปทันที
ในชั่วพริบตา เขาก็มาถึงใจกลางพื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิต
ที่นี่เหล่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์แต่ละคนต่างได้รับบาดเจ็บ พวกเขาแบ่งออกเป็นฝักฝ่ายอย่างชัดเจน
การมาถึงของเย่เทียนทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างมาก ในเวลานี้ท่าทีของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดล้วนเปลี่ยนไป ท้ายที่สุด ความแข็งแกร่งของเย่เทียนเป็นที่ทราบโดยทั่วกัน แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ ต่างรู้ดีว่าเย่เทียนอยู่ในระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราแล้ว
แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
ในหมู่พวกเขา ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราเท่านั้น ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่สามารถไปถึงระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 3 ดาราได้
ทันใดนั้น เหล่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดต่างก็หันมามองหน้ากัน พวกเขาส่งสัญญาณในเชิงที่ว่าหากเย่เทียนกล้าเปิดฉากโจมตี พวกเขาก็จะร่วมมือกันเพื่อต่อต้านเย่เทียนอย่างแน่นอน
เย่เทียนไม่สนใจแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ เขาหันมองไปที่ต้นไม้สีแดงเลือดที่อยู่ตรงใจกลางของพื้นที่ต้องห้ามทะเลโลหิต
บนต้นไม้สีแดงเลือดต้นนี้เต็มไปด้วยผลไม้สีแดงมากมาย แต่ผลไม้เหล่านี้ส่วนใหญ่ยังไม่สุกงอม
“นี่คือ…ต้นโลหิตพิสุทธิ์ และผลโลหิตพิสุทธิ์!!!”
เย่เทียนตกตะลึง
ปัจจุบันเย่เทียนมีความรู้กว้างขวางซึ่งได้ศึกษามาจากคัมภีร์โบราณจากในความโกลาหล เขาจึงคุ้นเคยกับชื่อของสมบัติมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือต้นโลหิตพิสุทธิ์
ต้นโลหิตพิสุทธิ์เป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าที่สุดสำหรับยอดฝีมือระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่ต้องสงสัย มันสามารถปรับปรุงความแข็งแกร่งและเสริมความแข็งแกร่งให้กับรากฐานของร่างกายได้อย่างมาก
ผลโลหิตพิสุทธิ์ที่สุกแล้วสามารถขัดเกลาเลือดภายในร่างของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ให้บริสุทธิ์ขึ้นได้ และเมื่อเลือดภายในร่างบริสุทธิ์ขึ้น ร่างกายก็จะแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วยโดยธรรมชาติ
เย่เทียนฝึกฝนคัมภีร์ซวนซู ควบแน่นร่างกึ่งสิ่งมีชีวิตแห่งความโกลาหล ส่งผลให้รากฐานของร่างกายเขาแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ ความบริสุทธิ์ของสายเลือดเขาจึงเหนือกว่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ มาก อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับภายในความโกลาหลแล้ว สายเลือดของเขายังคงอยู่ในระดับทั่วไป ยังมีช่องว่างเล็กน้อยระหว่างเขากับลูกหลานของตัวตนระดับสูง หรือศิษย์สายตรงของเหล่าสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่
ตัวอย่างเช่น แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์บางคนที่ได้รับมรดกทางสายเลือดจากบรรพบุรุษมาอย่างสมบูรณ์ บางทีภายในสายเลือดของพวกเขาอาจมีร่องรอยของปราณวิญญาณอันบริสุทธิ์ และสายเลือดดังกล่าวสามารถเรียกได้ว่าเป็นสายเลือดที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง
แน่นอนว่าภายในจักรวาลไม่มีผู้ได้รับมรดกสายเลือดบริสุทธิ์ที่แท้จริงอยู่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาไม่มีบรรพบุรุษที่ทรงพลัง เว้นแต่ว่าพวกเขาจะฝึกฝนเทคนิคสายเลือดที่น่าสะพรึงกลัวเป็นพิเศษ ซึ่งสามารถเปลี่ยนสายเลือดของพวกเขาให้กลายเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ที่แท้จริงได้
ในคัมภีร์ซวนซูได้กล่าวไว้ว่าหากใครฝึกฝนไปจนถึงระดับ 6 ได้สำเร็จ สายเลือดของคนผู้นั้นก็จะแปรเปลี่ยนกลายเป็นสายเลือดบริสุทธิ์แท้จริงได้อย่างสมบูรณ์ มันกระทั่งบริสุทธิ์และแข็งแกร่งยิ่งกว่าลูกหลานสายเลือดบริสุทธิ์ที่แท้จริงทั่วไปเลยด้วยซ้ำ
แต่การจะฝึกฝนคัมภีร์ซวนซูให้ไปถึงระดับ 6 ได้นั้นยากเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ ตอนนี้เย่เทียนเพิ่งมาถึงระดับ 4 ขั้นต้นเพียงเท่านั้น
หากเขาสามารถเปลี่ยนสายเลือดทั้งหมดของเขาให้กลายเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ที่แท้จริงได้ล่วงหน้า การฝึกฝนคัมภีร์ซวนซูของเขาก็จะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพราะนี่คือการใช้สายเลือดเพื่อเติมเต็มความแข็งแกร่งด้านร่างกาย
สำหรับเย่เทียนผลโลหิตพิสุทธิ์เหล่านี้เป็นสมบัติอย่างแท้จริง สำหรับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ ผลโลหิตพิสุทธิ์เหล่านี้เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาบ้าคลั่งได้!
นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงมัน
อย่างไรก็ตาม ต้นโลหิตพิสุทธิ์หยั่งรากลึกลงไปในทะเลโลหิต หากมันถูกถอนออกไป มันก็จะไม่สามารถอยู่รอดได้ ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าลอบนำมันออกไปโดยตรง ด้วยเกรงว่ามันอาจจะถูกทำลายก่อนที่ผลของมันจะสุกงอมทั้งหมด
“ผลโลหิตพิสุทธิ์เหล่านี้ยังไม่สุก แต่บางผลก็ใกล้สุกแล้ว คงเป็นเพราะผลโลหิตพิสุทธิ์เหล่านี้ยังไม่สุกงอม แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้จึงยังไม่ต่อสู้กันอย่างเต็มที่ ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้คงจะมีผลโลหิตพิสุทธิ์สุกงอมไปแล้วมากกว่า 1 ผล นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราถูกฆ่าตาย แต่ตอนนี้เมื่อข่าวของต้นโลหิตพิสุทธิ์แพร่กระจายออกไป เหล่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์จากองค์กรเทพเร้นลับจึงไม่อาจปิดบังข่าวนี้ได้อีกต่อไป” เย่เทียนลอบคิดกับตัวเอง
“ทุกท่าน ฉันสงสัยว่าพวกท่านได้รับผลโลหิตพิสุทธิ์ไปแล้วกี่ผล” เย่เทียนเอ่ยถาม
“ฮึ่ม คนที่ได้รับมันก่อนหน้านี้หนีไปแล้ว!” แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่งกล่าวตอบอย่างเย็นชา
จากการสนทนา เย่เทียนจึงได้รู้ว่าก่อนหน้านี้มีผลโลหิตพิสุทธิ์สุกงอมแล้ว 3 ผล พวกมันถูกชิงออกไปโดยแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดารา 3 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 2 ดาราขั้นสูงสุด
ท้ายที่สุด ใครก็ตามที่ได้รับผลโลหิตพิสุทธิ์ไป พวกเขาก็จะตกเป็นเป้าหมายของผู้อื่นโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง หากพวกเขาไม่รีบหนีออกไป พวกเขาก็อาจจะถูกล้อมสังหารได้
“ผลโลหิตพิสุทธิ์เพียงผลเดียวสามารถทำให้สายเลือดแข็งแกร่งขึ้นได้ แต่มันก็ยังห่างไกลที่จะทำให้สายเลือดทั้งหมดกลายเป็นสายเลือดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ครั้งนี้เราคงต้องฉกฉวยผลโลหิตพิสุทธิ์มาให้ได้มากที่สุด!” เย่เทียนคิดกับตัวเอง
จากนั้นเขาก็นั่งขัดสมาธิและหลับตาลงรอให้ผลโลหิตพิสุทธิ์สุกงอม
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ในพริบตาก็ผ่านไปอีก 5,000 ปี
ในวันนี้ กลิ่นหอมโชยออกมาจากหนึ่งในผลโลหิตพิสุทธิ์ พิสูจน์ให้เห็นว่ามันสุกแล้ว
วืด!
เหล่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดรีบพุ่งเข้าหาผลโลหิตพิสุทธิ์ที่สุกงอมอย่างรวดเร็ว โดยบางคนถึงกับใช้เทคนิคต้องห้ามออกมาเพื่อพยายามครอบครองมัน
“ไสหัวไป!”
น้ำเสียงอันเย็นชาสะท้อนไปทั่วบริเวณ
จากนั้น แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวก็กดทับพื้นที่ทั้งหมด
“เขตแดนโกลาหล!”
ทันใดนั้น เย่เทียนก็เคลื่อนไหวส่งเหล่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดกระเด็นออกไปอย่างง่ายดายด้วยความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าอย่างท่วมท้น จากนั้นเขาก็คว้าผลโลหิตพิสุทธิ์ที่สุกงอมแล้วดึงมันออกมาอย่างเบามือ
ผลโลหิตพิสุทธิ์ผลนี้ตกอยู่ในมือของเย่เทียนแล้ว!