Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 846 การบรรลุมรรคาจารย์!
“จารึกบรรพชนเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างยิ่งแม้ในความโกลาหล ไม่ใช่แค่ฉัน แม้แต่ยอดฝีมือในขอบเขตราชันวิถีก็ยังปรารถนาที่จะได้มันมาครอง อย่างไรก็ตาม จารึกบรรพชนไม่ใช่สิ่งที่ใครคนใดคนหนึ่งจะครอบครองมันได้ เมื่อมันถือกำเนิดขึ้น มันจะคงอยู่ในสถานที่แห่งนั้นตลอดไป ไม่มีใครเคลื่อนย้ายมันได้ ต่อให้เป็นตัวตนระดับมรรคาจารย์ก็ตาม!” มหาวิญญาณเร้นลับกล่าวเสียงเบาราวกับกำลังพึมพำกับตัวเอง
“ฉันไม่เข้าใจ!”
มหาวิญญาณหลวนไห่และคนอื่นๆ ส่ายหัว พวกเขายังไม่ค่อยเข้าใจนัก
“เอาเถอะ พวกคุณคงเคยได้ยินตัวตนในระดับราชันวิถี และมรรคาจารย์ผู้ซึ่งอยู่ในขอบเขตเอกภาพใช่หรือไม่?” มหาวิญญาณเร้นลับถามขึ้น
“แน่นอน เราย่อมรู้!”
มหาวิญญาณหลวนไห่และคนอื่นๆ แสดงสีหน้าอิจฉาและความปรารถนา
มหาวิญญาณเร้นลับกล่าวต่อว่า “แม้ว่าผู้ฝึกตนในขอบเขตราชันวิถีจะพบได้ยากในความโกลาหล แต่จำนวนของพวกเขาก็มีมากพอสมควร อย่างไรก็ตาม มีราชันวิถีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในการทะลวงไปสู่ขอบเขตเอกภาพ แม้แต่ราชันวิถีที่แข็งแกร่งบางคนที่สามารถสังหารสิ่งมีชีวิตขอบเขตเอกภาพได้ แต่พวกเขาก็ไม่อาจกลายเป็นตัวตนในขอบเขตเอกภาพ…เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าพวกเขาไม่สามารถผสานรวมเข้ากับราชันวิถีกลายเป็นหนึ่งเดียว หากปราศจากการรวมเป็นหนึ่ง พวกเขาก็ไม่ใช่มรรคาจารย์ ขอบเขตเอกภาพเป็นการปรองดองระหว่างตัวตนกับราชันวิถีเพื่อที่จะหลอมรวมกันกลายเป็นหนึ่งเดียว กระบวนการนี้ยากเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุด้วยความพยายามของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ตัวตนเหล่านั้นสามารถบรรลุได้โดยการพึ่งพาสมบัติพิเศษ และสมบัติพิเศษที่ว่าก็คือจารึกบรรพชน!”
“อะไรนะ! จารึกบรรพชนสามารถช่วยให้ยอดฝีมือระดับราชันวิถีตัดผ่านไปสู่ขอบเขตเอกภาพได้”
การแสดงออกของมหาวิญญาณหลวนไห่และคนอื่นๆ เปลี่ยนไปอย่างมาก ใบหน้าของแต่ละคนแสดงออกถึงความไม่อยากจะเชื่อ
ตอนนี้พวกเขาได้ตระหนักถึงความสำคัญของจารึกบรรพชนแล้ว มันเป็นโอกาสที่อาจจะจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่!
“นั่นไม่ได้หมายความว่ากลุ่มยอดฝีมือราชันวิถีจะทยอยมุ่งหน้ากันมายังสถานที่แห่งนี้ในอีกไม่ช้าหรอกหรือ”
มหาวิญญาณหยวนไห่กล่าวด้วยความกังวล
“ไม่น่าจะเป็นไปได้!” มหาวิญญาณเร้นลับส่ายศีรษะ “แม้ว่ายอดฝีมือราชันวิถีจะยอมจ่ายในราคาสูงเพื่อที่จะเข้าสู่จักรวาลบางแห่งได้ อย่างไรก็ตาม ในจักรวาลทั้งสองที่มีจารึกบรรพชนอยู่นั้น แม้แต่พวกเราเองก็ยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องพูดถึงตัวตนในขอบเขตราชันวิถี ปกติต้องทำให้กฎเกณฑ์ของจักรวาลแข็งแกร่งขึ้นอย่างถึงที่สุด และพวกเราต้องทำความเข้าใจกฎเกณฑ์เหล่านั้น ตัวตนระดับสูงจึงจะมีโอกาสเข้าไปภายในจักรวาล”
“หากราชันวิถีเหล่านั้นไม่สามารถเข้าไปในจักรวาลได้ แล้วพวกเขาจะใช้ประโยชน์จากจารึกบรรพชนได้อย่างไร” มหาวิญญาณเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย
“คุณควรเข้าใจดีว่ามหาจักรวาลนั้นสามารถรองรับตัวตนในขอบเขตลิขิตสวรรค์ได้” มหาวิญญาณเร้นลับอธิบายต่อว่า “และหากจักรวาลวิวัฒนาการต่อไป มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่าดินแดนแห่งเต๋า เมื่อใดก็ตามที่จักรวาลให้กำเนิดจารึกบรรพชนขึ้นมา ก็แสดงว่ามันมีศักยภาพที่จะกลายเป็นดินแดนแห่งเต๋าได้ เมื่อกลายเป็นดินแดนแห่งเต๋า จักรวาลก็จะแข็งแกร่งพอที่จะรองรับตัวตนในระดับราชันวิถี และเมื่อดินแดนแห่งเต๋าถือกำเนิดขึ้น คาดว่าคงจะมีราชันวิถีจำนวนมากเข้าร่วมต่อสู้สังหารกันเพื่อแย่งชิงโอกาสที่จะกลายเป็นมรรคาจารย์อย่างไม่ต้องสงสัย มีข่าวลือว่าจารึกบรรพชนหนึ่งแผ่นสามารถให้กำเนิดมรรคาจารย์ได้เพียงแค่ 9 คนเท่านั้น ปัจจุบันมีจารึกบรรพชนในความโกลาหลอยู่ไม่มากนัก และตำแหน่งของพวกมันเป็นความลับในหมู่ตัวตนระดับสูง อย่างไรก็ตาม มูลค่าของจารึกบรรพชน 1 แผ่นนั้นสูงมาก แม้แต่มรรคาจารย์ก็ยังแย่งชิงกันเพื่อให้ได้มันมา เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องการให้ศิษย์สายตรงของพวกเขามีโอกาสที่จะกลายเป็นมรรคาจารย์เช่นกัน!”
“ในกรณีนี้ นั่นก็หมายความว่าจักรวาลขนนกคราม และจักรวาลนิรันดร์จะกลายเป็นมหาจักรวาลอย่างแน่นอนใช่หรือไม่?” มหาวิญญาณหยวนไห่ถามขึ้น
“ก็ไม่เสมอไป!” มหาวิญญาณเร้นลับกล่าวต่อว่า “ในเชิงสถิติแล้ว โอกาสที่ทั้งสองจักรวาลจะกลายเป็นมหาจักรวาลนั้นต่ำมาก หากการหลอมรวมของสองจักรวาลล้มเหลว ไม่เพียงแต่จักรวาลทั้งสองจะหายไปเท่านั้น แต่จารึกบรรพชนก็จะหายไปด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ในเมื่อจารึกบรรพชนปรากฏขึ้นแล้ว ต้องมาดูกันว่าราชันวิถีเหล่านั้นจะยอมให้มันหายไปหรือไม่? แน่นอนว่าพวกเขาอาจจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ 2 จักรวาลหลอมรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นมหาจักรวาลได้อย่างสมบูรณ์ และเมื่อมันกลายเป็นมหาจักรวาลแล้ว จักรวาลก็จะมีเสถียรภาพไม่จำเป็นต้องเผชิญกับการทำลายล้างครั้งใหญ่อีก ถึงตอนนั้นการจะทำให้มันวิวัฒนาการกลายเป็นดินแดนแห่งเต๋าก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแต่ต้องอาศัยแค่เวลาเท่านั้น ราชันวิถีต่างมีอายุขัยไร้ขีดจำกัด ดังนั้นเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่กลัวการรอคอย”
“ถ้าเช่นนั้น สถานการณ์ตอนนี้ก็ยังคงเป็นประโยชน์ต่อองค์กรเทพเร้นลับของพวกเราใช่หรือไม่? อย่างน้อยศิษย์สาวกของเราจะไม่จบชีวิตลงเนื่องจากการหลอมรวมของสองจักรวาลล้มเหลว!” มหาวิญญาณหยวนไห่ถามด้วยความโล่งอก
“คุณช่างไร้เดียงสา!”
มหาวิญญาณเร้นลับกล่าวอย่างเย็นชา “จงอย่าลืมว่าหากมหาจักรวาลถือกำเนิดขึ้น ไม่ว่าเจ้าสวรรค์ หรือมหาวิญญาณจากในความโกลาหลคนใดก็สามารถเข้าสู่มหาจักรวาลได้ ถึงตอนนั้นพวกเราจะได้ประโยชน์อะไรอีก? หากคนของเราไม่สามารถก้าวข้ามและกลายเป็นผู้หลุดพ้นก่อนที่จักรวาลทั้งสองจะวิวัฒนาการกลายเป็นมหาจักรวาล คุณคิดว่าพวกไร้ประโยชน์เหล่านั้นจะสามารถก้าวข้ามมหาจักรวาลได้งั้นหรือ?”
การก้าวข้ามมหาจักรวาล?
นี่มันเรื่องล้อเล่นอะไรกัน
โดยธรรมชาติแล้วพวกเขาย่อมไม่เชื่อว่าผู้จุติเหล่านั้นจะสามารถก้าวข้ามมหาจักรวาลได้ คนที่สามารถก้าวข้ามมหาจักรวาลได้นั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องเป็นอัจฉริยะระดับแนวหน้าแม้แต่ในความโกลาหล ตราบใดที่พวกเขาไม่ร่วงหล่นไปเสียก่อน พวกเขามีศักยภาพพอที่จะกลายเป็นยอดฝีมือในขอบเขตราชันวิถีขั้นสูงสุดในอนาคตได้อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นรองเพียงมรรคาจารย์เท่านั้น!
“แจ้งให้คนพวกนั้นทราบ ไม่ว่าต้องจ่ายด้วยอะไร จงก้าวข้ามจักรวาลให้ได้ หากพวกเขาทำไม่สำเร็จ พวกเขาก็จะถูกขังอยู่ในมหาจักรวาลตลอดไป ถึงตอนนั้นก็จงเอาชีวิตรอดด้วยตนเอง องค์กรเทพเร้นลับเราจะไม่ส่งผู้ฝึกตนขอบเขตลิขิตสวรรค์เข้าสู่จักรวาลโดยเด็ดขาด เนื่องจากฉันไม่มีอำนาจพอที่จะนำเจ้าสวรรค์ออกจากมหาจักรวาลได้” มหาวิญญาณเร้นลับกล่าว
“ฉันจะรีบแจ้งให้พวกเขาทราบทันที!” มหาวิญญาณหยวนไห่ตอบรับอย่างรวดเร็ว
จากนั้นองค์กรเทพเร้นลับก็ได้แจ้งให้เหล่าผู้จุติทราบถึงสถานการณ์คร่าวๆ ก่อนจะนำยอดฝีมือทั้งหมดที่รับหน้าที่เฝ้า 2 จักรวาลอยู่รีบถอนตัวออกจากพื้นที่
เนื่องจากอีกไม่นาน พื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมดจะถูกยึดครองโดยกองกำลังระดับสูงจำนวนมากอย่างไม่ต้องสงสัย จึงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งสำหรับองค์กรเทพเร้นลับที่จะอยู่รอดท่ามกลางแรงกดดันเหล่านี้ ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่การสูญสิ้นของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะเสี่ยงอยู่ต่ออีก
อย่างไรก็ตาม มหาวิญญาณเร้นลับยังคงรายงานสถานการณ์คร่าวๆ ต่ออาจารย์ของเขา มรรคาจารย์ที่เขาไม่เคยพบหน้ามาก่อน…
…
ในความโกลาหล พระราชวังกิเลน
ราชันวิถีฉีหลินปิดด่านบ่มเพาะอยู่ภายในพระราชวังกิเลน แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงราชันวิถีขั้นต้น แต่เขาก็มีชื่อเสียงเป็นที่โจษจันภายในความโกลาหล พรสวรรค์ของเขานั้นค่อนข้างดี มีพื้นที่ที่สามารถพัฒนาต่อไปได้
ทันใดนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป เต็มไปด้วยความสุขอย่างล้นเหลือ
เป็นเพราะเขาได้รับข้อความที่ส่งผ่านมาจากวิหารกิเลนภายในจักรวาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อความที่ถูกส่งผ่านมาโดยร่างอวตารของเขา โดยปกติแล้ว เขาไม่ค่อยใส่ใจกับพื้นที่ต้องห้ามมากนัก แต่ข้อความที่เขาเพิ่งได้รับมานี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่อาจควบคุม
“จารึกบรรพชนปรากฏขึ้น!”
ในฐานะยอดฝีมือในขอบเขตราชันวิถี เขาเข้าใจถึงความสำคัญของการถือกำเนิดจารึกบรรพชนโดยธรรมชาติ
โควตาสำหรับจารึกบรรพชนภายในความโกลาหลนั้นเต็มมานานแล้ว ผู้ฝึกตนขอบเขตราชันวิถีที่น่าสะพรึงกลัวบางคนรอคอยมาอย่างยาวนาน ก็ยังไม่ได้รับโอกาสที่จะกลายเป็นมรรคาจารย์ พวกเขาต่างเฝ้ารอให้จารึกบรรพชนแผ่นใหม่ถือกำเนิดขึ้น
แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะค่อนข้างอ่อนแอ แต่เขาก็ยังหวังในจารึกบรรพชน ท้ายที่สุด ตามความเข้าใจของเขา การที่จะตัดผ่านไปยังขอบเขตเอกภาพได้นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้โอกาสและโชคบางอย่างด้วย
นอกจากนี้ ยิ่งมีความแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ การที่จะตัดผ่านไปยังขอบเขตเอกภาพก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าจารึกบรรพชนเป็นเพียงตัวช่วย
ภายในความโกลาหล ราชันวิถีบางคนที่มีความแข็งแกร่งอันไร้สิ้นสุดแต่พวกเขาไม่สามารถกลายเป็นมรรคาจารย์ได้ ในขณะที่ราชันวิถีที่อ่อนแอบางคนกลับสามารถกลายเป็นมรรคาจารย์ได้โดยบังเอิญ
ราชันวิถีฉีหลินเข้าใจว่าแม้ว่าตัวเขาจะยังคงอ่อนแอ แต่เขาก็มีความหวังที่จะกลายเป็นมรรคาจารย์ได้
“ดูเหมือนว่ามันจะเป็นจักรวาลเดียวกันกับที่เราพบกับศิษย์ของมรรคาจารย์ผู้นั้น ไม่คิดเลยว่ามันจะบังเอิญเช่นนี้ จักรวาลนั้นได้ให้กำเนิดจารึกบรรพชน ดูเหมือนว่าอีกไม่นานมันต้องดึงดูดความสนใจของราชันวิถีจำนวนมากอย่างแน่นอน แม้แต่มรรคาจารย์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น” ราชันวิถีฉีหลินพึมพำกับตัวเอง
เขาไม่ได้คิดรีบร้อนแต่อย่างใด เพราะตอนนี้จักรวาลดังกล่าวยังคงเป็นจักรวาลธรรมดา ไม่ใช่มหาจักรวาล เขายังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่จักรวาลนั้นกลายเป็นดินแดนแห่งเต๋า ถึงตอนนั้นจึงจะเป็นโอกาสที่เขาต้องลงมือ ทว่ากระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลาอย่างยาวนาน
“ก่อนอื่น ฉันต้องเตรียมการก่อน ปล่อยให้ศิษย์ไร้ความสามารถเหล่านั้นไปเตรียมการก็แล้วกัน!” ราชันวิถีฉีหลินวางแผน
จากนั้น เขาก็ติดต่อไปยังศิษย์ของเขาซึ่งเป็นผู้ฝึกตนในขอบเขตมหาวิญญาณ สั่งให้พวกเขาไปยังจักรวาลคู่ที่ก่อตัวขึ้นโดยการหลอมรวมของจักรวาลนิรันดร์และจักรวาลขนนกคราม
ในขณะเดียวกัน…
ยอดฝีมือในขอบเขตราชันวิถีจำนวนนับไม่ถ้วนต่างรับรู้ถึงการมีอยู่ของจักรวาลคู่และจารึกบรรพชนแล้ว
ไม่นาน จักรวาลนิรันดร์และจักรวาลขนนกครามก็ได้ดึงดูดความสนใจของสิ่งมีชีวิตทรงพลังมากมายภายในความโกลาหล