Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 888 ความลับของสิ่งมีชีวิตระดับ 9!
พื้นที่ต้นกำเนิดบรรพกาลที่เชื่อมต่อกับประตูต้นกำเนิดในโลกแสงม่วงนั้นไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ก็ไม่ได้เล็กเช่นกัน ขนาดของมันเทียบเท่ากับดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ในอดีต
ภายในพื้นที่ต้นกำเนิดบรรพกาลนอกจากมีการกัดกร่อนของแสงสีม่วงที่น่าสะพรึงกลัวแล้ว ยังมีอันตรายอื่นๆ จากสิ่งมีชีวิตแสงสีม่วงอีกหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแมลงวิญญาณทองม่วงที่อาศัยอยู่ภายในพื้นที่ต้นกำเนิดบรรพกาล
อย่างไรก็ตาม จำนวนของแมลงวิญญาณทองม่วงไม่ได้มีมากมายนัก เพราะก่อนหน้านี้พวกมันส่วนใหญ่ได้ออกจากดินแดนต้นกำเนิดบรรพกาล และถูกเหล่าผู้ฝึกตนฆ่าตายในโลกแสงม่วงไปเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น แมลงวิญญาณทองม่วงที่เหลืออยู่จึงไม่ใช่ภัยคุกคามใหญ่หลวงอีกต่อไป
โอกาสที่แท้จริงในพื้นที่ต้นกำเนิดบรรพกาลก็คือพลังภายในพื้นที่ต้นกำเนิดบรรพกาล พลังเหล่านี้สามารถเพิ่มศักยภาพของร่างกาย ขัดเกลาจิตวิญญาณ และยกระดับจิตวิญญาณได้อีกด้วย
แต่สิ่งที่มีค่ามากที่สุดภายในพื้นที่ต้นกำเนิดบรรพกาลก็คือ สระต้นกำเนิดบรรพกาล ใครก็ตามที่บ่มเพาะภายในสระต้นกำเนิดบรรพกาล พวกเขาสามารถใช้มันเพื่อปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของร่างกาย จิตวิญญาณ หรือแม้กระทั่งเติมเต็มวิวัฒนาการระดับชนชั้นสิ่งมีชีวิตในระดับที่สูงยิ่งกว่า
ภายในความโกลาหล สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ที่อยู่ในขอบเขตต่ำกว่าขอบเขตลิขิตสวรรค์ต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 7 สำหรับคนที่พิเศษขึ้นมาหน่อยก็อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 8
ตัวอย่างเช่น ตอนนี้เย่เทียนเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 8 เรื่องนี้ต้องขอบคุณกายเต๋านภาลวงตาที่ช่วยให้ร่างกายวิวัฒนาการขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตระดับ 8 ไม่ใช่ขีดจำกัด ยังมีสิ่งมีชีวิตในระดับที่สูงกว่าซึ่งก็คือระดับ 9
ทว่าชนชั้นสิ่งมีชีวิตระดับ 9 นั้นไม่สามารถบรรลุได้ผ่านการฝึกฝน แม้แต่กายเต๋านภาลวงตาและคัมภีร์ซวนซูก็ยังไม่สามารถเติมเต็มให้คนที่ฝึกมันกลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 9 ได้ และไม่มีเคล็ดวิชาลับใดที่สามารถฝึกฝนเพื่อยกระดับไปสู่สิ่งมีชีวิตระดับ 9
ในความโกลาหล เหล่าสิ่งมีชีวิตระดับ 9 ต่างถือกำเนิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ่งมีชีวิตระดับ 9 ถือกำเนิดขึ้น พวกเขาก็จะเกิดมาพร้อมกับฐานการฝึกฝนระดับลิขิตสวรรค์ ด้วยเหตุนี้สิ่งมีชีวิตระดับ 9 จึงพบได้ยากยิ่ง
อย่างไรก็ตาม สระต้นกำเนิดบรรพกาลสามารถทำสิ่งที่ท้าทายสวรรค์ได้ มันช่วยเติมเต็มพลังชีวิตให้แก่เหล่าผู้ฝึกตน ปรับเปลี่ยนและวิวัฒนาการและสร้างสิ่งมีชีวิตระดับ 9 ขึ้นมา
แน่นอนว่าสระต้นกำเนิดบรรพกาลนี้ย่อมได้รับความสนใจจากเจ้าสวรรค์แทบจะทุกคน เพราะเหล่าเจ้าสวรรค์หลายคนยังคงเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตระดับ 8 การทำลายพัฒนาการเพื่อตัดผ่านไปยังสิ่งมีชีวิตระดับ 9 นั้นสำหรับพวกเขาเป็นเรื่องยากเย็นอย่างยิ่ง
เมื่อข่าวของสระต้นกำเนิดบรรพกาลถูกปล่อยออกมา ทำให้เหล่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์และเจ้าสวรรค์จำนวนมากบ้าคลั่ง ศิษย์สาวกของวิหารนภาลวงตาเองก็เช่นเดียวกัน พวกเขาซื้อเสื้อคลุมม่วงและสิ่งของอื่นๆ จำนวนมากโดยไม่สนค่าใช้จ่าย เตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่พื้นที่ต้นกำเนิดบรรพกาล
แต่ในไม่ช้าข่าวอีกชิ้นก็ถูกปล่อยออกมา แม้ว่าสระต้นกำเนิดบรรพกาลจะสามารถช่วยยกระดับชนชั้นสิ่งมีชีวิตได้ แต่มันก็เต็มไปด้วยอันตราย มีผู้ฝึกตนบางคนที่เกือบตายโดยไม่แม้แต่จะสามารถปรับปรุงชนชั้นสิ่งมีชีวิตของตนเองได้
เนื่องจากสระต้นกำเนิดบรรพกาลนี้แตกต่างจากบ่อน้ำต้นกำเนิดบรรพกาลปกติ มันเต็มไปด้วยพลังงานแสงสีม่วงที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งในระดับหนึ่ง มันช่วยขัดเกลาร่างกายให้พัฒนาขึ้นได้จริง อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถทนต่อการกัดกร่อนของพลังงานแสงสีม่วงที่น่าสะพรึงกลัวนี้ได้ ร่างกายของพวกเขาไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ แต่อาจจะถูกทำลายลงแทน
มีเจ้าสวรรค์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถยกระดับชนชั้นสิ่งมีชีวิตจนกลายเป็นระดับ 9 ได้สำเร็จ ในขณะที่เจ้าสวรรค์คนอื่นๆ ล้วนตกตายไปในสระต้นกำเนิดบรรพกาล แม้แต่เจ้าสวรรค์ที่อยู่ในรายการการจัดอันดับหลายสิบคนก็ยังต้องจบชีวิตลงภายในสระต้นกำเนิดบรรพกาล
ผู้ที่สามารถติดอันดับรายชื่อการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ได้นั้นต่างก็เป็นตัวตนที่ทรงพลัง พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะจากภายในความโกลาหล ส่วนใหญ่แล้วฝึกฝนอยู่ภายใต้การชี้แนะของเหล่ามรรคาจารย์ แต่ละคนมีศักยภาพเพียงพอที่จะกลายเป็นราชันวิถีได้
แต่ตอนนี้พวกเขากลับจบชีวิตลงอย่างง่ายดาย
ชั่วขณะหนึ่ง หลายคนจึงเกิดความลังเล ไม่กล้าที่จะผลีผลามเข้าไปในสระต้นกำเนิดบรรพกาล
อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนมากที่เต็มใจเข้าสู่พื้นที่ต้นกำเนิดบรรพกาล และแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เข้าสู่สระต้นกำเนิดบรรพกาล แต่พวกเขายังสามารถเก็บเกี่ยวทรัพยากรอื่นๆ ได้!
กล่าวโดยสรุป พื้นที่ต้นกำเนิดบรรพกาลยังคงเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยโอกาส มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงสำหรับผู้ฝึกตนทุกคน
เย่เทียนซื้อเสื้อคลุมม่วงสิบชุด และมาถึงโลกแสงม่วงเตรียมตัวที่จะเข้าสู่พื้นที่ต้นกำเนิดบรรพกาล
แม้ว่าเจ้าสวรรค์บางคนในรายชื่อเจ้าสวรรค์จะตกตายไปเพราะสระต้นกำเนิดบรรพกาล แต่ก็ยังมีเหล่าเจ้าสวรรค์จากกองกำลังของมรรคาจารย์หลายคนที่รอดชีวิต
ตัวอย่างเช่น เจ้าสวรรค์เผิงหยูและคนอื่นๆ ที่ไม่ได้พาตัวเองไปสู่ความตาย พวกเขามาจากกองกำลังมรรคาจารย์ ย่อมมีความชัดเจนเกี่ยวกับความสำคัญของสระต้นกำเนิดบรรพกาลเป็นอย่างดี มีเพียงเจ้าสวรรค์บางคนจากกลุ่มอิทธิพลอื่นเท่านั้นที่ไม่ได้รู้อะไรเลย พวกเขาไม่ได้เตรียมตัวแต่กลับพยายามที่จะยกระดับชนชั้นสิ่งมีชีวิตโดยใช้สระต้นกำเนิดบรรพกาล นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาต้องจบชีวิตลง
เจ้าสวรรค์เพียงผู้เดียวที่ประสบความสำเร็จในการยกระดับชนชั้นสิ่งมีชีวิตจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 9 ได้สำเร็จ คือเจ้าสวรรค์ที่มาจากกองกำลังภายใต้การชี้นำของมรรคาจารย์
เย่เทียนในฐานะปรมาจารย์เต๋าของนิกายนภาลวงตา เขาย่อมได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความลับของสระต้นกำเนิดบรรพกาลเช่นกัน
“เจ้าสวรรค์และแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์หลายคนอาจไม่รู้ว่าสระต้นกำเนิดบรรพกาลนั้นมอบแค่เพียงโอกาสให้พวกเขาสามารถตัดผ่านไปยังสิ่งมีชีวิตระดับ 9 ได้เท่านั้น หากคุณต้องการวิวัฒนาการอย่างแท้จริง คุณจะต้องฝึกฝนเคล็ดวิชากายาขั้นสูงสุดด้วย และเคล็ดวิชากายาเหล่านี้ก็มีเพียงมรรคาจารย์เท่านั้นที่สามารถสร้างพวกมันขึ้นมาได้ นั่นถึงจะรับประกันได้ว่าคุณจะสามารถวิวัฒนาการกลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 9 ได้อย่างปลอดภัย หากไร้ซึ่งเคล็ดวิชากายาขั้นสูงสุด ต่อให้คุณรอดชีวิตจากสระต้นกำเนิดบรรพกาล แต่คุณก็จะไม่สามารถกลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 9 ได้อยู่ดี” เย่เทียนคิดกับตัวเอง
เขามีเคล็ดวิชาลับเกี่ยวกับร่างกายขั้นสูงสุดดังกล่าวอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็คือกายเต๋านภาลวงตา
ด้วยกายเต๋านภาลวงตา เขาไม่ต้องการเคล็ดวิชากายาอื่นๆ เขาสามารถใช้สระต้นกำเนิดบรรพกาลยกระดับไปสู่สิ่งมีชีวิตระดับ 9 ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขเบื้องต้นคือเขาจะต้องสามารถทนต่อการกัดกร่อนของแสงสีม่วงภายในสระต้นกำเนิดบรรพกาลให้ได้เสียก่อน
กองกำลังต่างๆ ทั้งหมดต่างมีวิธีในการต้านทานการกัดกร่อนของแสงสีม่วง อย่างไรก็ตามราคาของพวกมันนั้นสูงมาก ผู้ฝึกตนจำนวนมากไม่มีคะแนนพอที่จะแลกเปลี่ยนกับสมบัติเหล่านั้น แม้แต่เสื้อคลุมม่วงก็ไม่สามารถใช้ในสระต้นกำเนิดบรรพกาลได้
เนื่องจากเสื้อคลุมม่วงมีพลังในการปิดกั้นพลังงานจากแสงสีม่วง แต่หากต้องการที่จะดูดซับพลังงานจากสระต้นกำเนิดบรรพกาล พวกเขาจำเป็นต้องดูดซับพลังงานแสงสีม่วงภายในสระเช่นกัน
และเมื่อพลังงานแสงสีม่วงถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกาย และร่างกายได้รับผลกระทบจากการกัดกร่อน ถึงตอนนั้นไม่มีทางที่เสื้อคลุมม่วงจะสามารถขจัดหรือสลายพลังกัดกร่อนภายในร่างของผู้ฝึกตนได้
และเป็นเพราะปัญหานี้เองที่ทำให้เหล่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ และราชาของกองกำลังมรรคาจารย์ไม่กล้าที่จะลงไปฝึกฝนในสระต้นกำเนิดบรรพกาลโดยไม่ระวัง ได้แต่รอโอกาสต่อไปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม พลังงานภายในสระต้นกำเนิดบรรพกาลนั้นไม่ได้ไร้สิ้นสุด อย่างมากที่สุดมันก็สามารถช่วยให้ผู้ฝึกตนเพียงไม่กี่สิบคนตัดผ่านไปยังชนชั้นสิ่งมีชีวิตระดับ 9 และเมื่อพลังต้นกำเนิดบรรพกาลภายในสระหมดลง นั่นก็เท่ากับว่าโอกาสครั้งใหญ่สลายหายไปอย่างสมบูรณ์เช่นกัน
เย่เทียนรู้ดีว่าเมื่อเทียบกับเจ้าสวรรค์เหล่านั้นแล้ว เขาไม่ได้มีข้อได้เปรียบมากนัก หากเจ้าสวรรค์เหล่านั้นพบวิธีที่จะต้านทานพลังกัดกร่อนของแสงสีม่วง เขาก็จะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสระต้นกำเนิดบรรพกาลได้อีกต่อไป
ดังนั้น เย่เทียนจึงจำเป็นต้องรีบลงไปฝึกฝนภายในสระต้นกำเนิดบรรพกาล
ทว่าเขาก็ยังมีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าคนอื่นๆ อยู่เช่นกัน นั่นก็คือพรสวรรค์แสงสีม่วง และพรสวรรค์ชุดเกราะม่วงระดับพระเจ้า
ยิ่งไปกว่านั้น พรสวรรค์แสงสีม่วงและพรสวรรค์ชุดเกราะม่วงของเขานั้นเหนือกว่าแมลงวิญญาณทองม่วงตัวอื่นๆ มาก เพราะเขาได้คัดลอกและหลอมพรสวรรค์ของแมลงวิญญาณทองจำนวนนับไม่ถ้วน แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้เลื่อนระดับไปถึงระดับพระเจ้าขั้นสูงสุด แต่ก็แข็งแกร่งกว่าพรสวรรค์ระดับพระเจ้าปกติมาก
พรสวรรค์แสงสีม่วงและพรสวรรค์ชุดเกราะม่วง นี่คือไพ่ตายที่แท้จริงของเย่เทียน
ภายในส่วนลึกของโลกแสงม่วง ประตูสีม่วงรออยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า
ทันทีที่เย่เทียนมาถึงเขาก็สวมชุดคลุมม่วงและก้าวเข้าไปภายในประตูโดยไม่ลังเล
สวบ!
เมื่อผ่านประตูสีม่วง เย่เทียนก็เข้าสู่พื้นที่ต้นกำเนิดบรรพกาล
ตูม!!!!
พลังแสงสีม่วงที่หนาแน่นเริ่มกัดกร่อนร่างกายของเย่เทียนทันที ทำให้เย่เทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมื่อเทียบกับโลกแสงม่วง พลังของแสงสีม่วงที่นี่แข็งแกร่งกว่าหลายเท่า หากไม่ได้ใช้เสื้อคลุมม่วง แม้แต่เจ้าสวรรค์ก็อาจจะไม่สามารถต้านทานมันไหว
“ช่างเป็นการกัดกร่อนที่น่ากลัว เกรงว่าพลังงานแสงสีม่วงภายในสระต้นกำเนิดบรรพกาลคงจะน่ากลัวยิ่งกว่านี้หลายเท่า หากเป็นเช่นนั้นต่อให้เป็นเจ้าสวรรค์ก็คงจะไม่สามารถทนได้แม้แต่หนึ่งลมหายใจ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนจำนวนมากจึงเสียชีวิตภายในสระต้นกำเนิดบรรพกาล!” เย่เทียนกล่าวกับตัวเอง
จากนั้นเขาก็ยังมุ่งหน้าต่อไป และในไม่ช้าก็มาถึงสระต้นกำเนิดบรรพกาล