Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 891 ยกระดับพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอด!
ในวันต่อๆ มา นอกจากการช่วยเหลือเผ่าพันธุ์มนุษย์ในการพัฒนาแล้ว เย่เทียนใช้เวลาที่เหลือไปกับการปิดด่านฝึกฝน
แม้ว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะอ่อนแอ แต่ด้วยความสัมพันธ์ของเย่เทียนที่เทียบเท่ากับการมีวิหารนภาลวงตาเป็นผู้หนุนหลัง ดังนั้นพวกเขาจึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในมหาจักรวาล มีผู้ฝึกตนระดับเจ้าพิภพนับไม่ถ้วนถือกำเนิดขึ้น และมีแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆ ถือกำเนิดขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ยังได้ให้กำเนิดเจ้าสวรรค์อีกหลายคน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพียงเจ้าสวรรค์ที่อ่อนแอที่สุดก็ตาม
เซียวเยว่ภรรยาของเย่เทียน และเย่หยูน้องสาวของเขา เมื่อรู้ว่าไม่มีความหวังที่จะก้าวข้ามจักรวาล ทั้งสองจึงตัดสินใจตัดผ่านไปยังขอบเขตลิขิตสวรรค์หลังจากกลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 4 ดารา และด้วยความช่วยเหลือสนับสนุนทรัพยากรมากมายจากเย่เทียน ทำให้ทั้งสองสามารถทะลวงไปสู่ขอบเขตลิขิตสวรรค์ได้สำเร็จ กลายเป็นเจ้าสวรรค์อย่างเป็นทางการ
ในชั่วพริบตา เวลาก็ผ่านไปอีกแสนปี
ในเวลานี้ เย่เทียนฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลทั้ง 10 ประเภทสำเร็จแล้ว ทั้งยังได้ควบแน่นรูปแบบตัวอ่อนเต๋า ส่งผลให้รากฐานของเขามั่นคงยิ่งขึ้น
“ขั้นตอนต่อไปคือการจารึกตราประทับเต๋าเพื่อทำให้กายเต๋านภาลวงตาทรงพลังมากยิ่งขึ้น!”
เย่เทียนพึมพำ
เดิมที เขาจารึกการประทับเต๋าไปแล้ว 22 รูปแบบ และตอนนี้เขาก็เริ่มจารึกตราประทับเต๋ารูปแบบที่ 23 ทันที
ด้วยการชี้แนะของมรรคาจารย์ซูเทียน ส่งผลให้ตอนนี้เย่เทียนมีความเชี่ยวชาญในการจารึกรูปแบบตราประทับเต๋ามากขึ้น ก่อนหน้านี้เขาต้องใช้เวลา 10,000 ปีในการจารึกรูปแบบตราประทับเต๋าแต่ละรูปแบบ แต่ตอนนี้เขากลับใช้เวลาเพียง 3,000 ปีเท่านั้น
ภายใต้ความพยายามอย่างไม่ลดละของเย่เทียน รูปแบบตราประทับเต๋ารูปแบบแล้วรูปแบบเล่าค่อยๆ ถูกจารึกลงบนกายเต๋านภาลวงตาอย่างต่อเนื่อง
รูปแบบตราประทับเต๋าที่ 23!
รูปแบบตราประทับเต๋าที่ 24!
รูปแบบตราประทับเต๋าที่ 25!
รูปแบบตราประทับเต๋าที่ 26!
…
ทุกครั้งที่รูปแบบตราประทับเต๋าถูกจารึกลงไป ความแข็งแกร่งของเย่เทียนก็แข็งแกร่งขึ้น เมื่อรวมกับการควบแน่นตัวอ่อนเต๋าทั้งสิบรูปแบบก่อนหน้านี้ เต๋าไร้สิ้นสุดของเย่เทียนก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ถึงตอนนี้ เขาอยู่ห่างจากแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงกลางไม่มากแล้ว
เมื่อเย่เทียนจารึกตราประทับเต๋ารูปแบบที่ 30 ลงบนกายเต๋านภาลวงตา มันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง
ในขณะนี้ เย่เทียนพลันตระหนักได้ในทันที
กายเต๋านภาลวงตาของเขาบรรลุถึงขั้นกลางแล้ว!
เดิมทีมันไม่ได้มีการจัดแบ่งระดับอย่างชัดเจนสำหรับการฝึกฝนกายเต๋านภาลวงตา แต่เมื่อฝึกฝนสำเร็จถึงระดับ 1 เย่เทียนก็ถือว่ามันเป็นขั้นกลาง จะอย่างไรแล้ว ผู้ที่เคยฝึกฝนมันก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครเคยจารึกตราประทับเต๋าได้มากเท่าเขา ดังนั้น จึงไม่เคยมีใครสัมผัสถึงระดับกลางมาก่อน
แต่ตอนนี้เย่เทียนรู้แล้วว่าการจารึกตราประทับเต๋า 30 รูปแบบนั้นเป็นขั้นกลางของกายเต๋านภาลวงตา
ด้วยกายเต๋านภาลวงตาขั้นกลาง ทำให้ความแข็งแกร่งของเย่เทียนพัฒนาขึ้น เขากลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงกลางทันที
หอคอยเทพสงคราม
ในเวลานี้เทพธิดาหยุนซีรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งเพราะเธอเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 8 ดาราช่วงปลาย แต่จู่ๆ เธอก็ได้ทราบข่าวเกี่ยวกับเย่เทียน
“ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ได้ก้าวเข้าสู่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงกลางแล้ว!!!!”
เทพธิดาหยุนซีอุทานด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงกลาง ท่ามกลางความโกลาหลทั้งหมด มีคนไม่มากนักที่สามารถบรรลุได้ถึงระดับนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น ภายในกองกำลังหอคอยเทพสงคราม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงต้นเพียงไม่กี่คนที่ถือกำเนิดขึ้น ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์เก้าดาราช่วงกลางเลย
“เป็นไปได้ยังไงกัน? ครั้งที่แล้วปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ใช้สิ่งมีชีวิตระดับ 9 เพื่อตัดผ่านไปยังระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงต้น ศักยภาพของเขาควรจะหมดลงแล้ว แต่ตอนนี้ เขาสามารถกลายเป็นแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงกลางรวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร? ด้วยอัตราความก้าวหน้าเช่นนี้ คาดว่าภายในระยะเวลาเพียง 1 ล้านปี เขาก็อาจไปถึงจุดสูงสุดของแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราได้ด้วยซ้ำ!”
เทพธิดาหยุนซีกล่าวด้วยความตกใจ
แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราขั้นสูงสุดเป็นเป้าหมายของเธอด้วยเช่นกัน และจากการคาดการณ์ เธออาจจะต้องใช้เวลาหลายร้อยล้านปีหรืออาจจะนานกว่านั้นเพื่อที่จะไต่ไปถึงระดับนั้นได้
เมื่อเทียบกับเย่เทียน ความก้าวหน้าของเธอนั้นช้าเกินไป
“ไม่ว่ายังไงตอนนี้ฉันก็ต้องไปถึงระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราให้ได้เสียก่อน ถึงตอนนั้นฉันจึงจะมีความหวังที่จะไล่ตามปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ได้!”
เมื่อคิดเช่นนั้น เทพธิดาหยุนซีก็เข้าสู่การปิดด่านฝึกฝนอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน เย่เทียนยังคงพยายามจารึกรูปแบบตราประทับเต๋าต่อไป ตราประทับเต๋า 30 รูปแบบยังห่างไกลจากขีดจำกัดของเขา
รูปแบบตราประทับเต๋าที่ 31!
รูปแบบตราประทับเต๋าที่ 32!
…
โดยไม่รู้ตัว กายเต๋านภาลวงตาของเย่เทียนก็มีรูปแบบเต๋า 42 รูปแบบแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ความแข็งแกร่งของเย่เทียนในหมู่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงกลางก็ติดอยู่ในอันดับต้นๆ เช่นกัน ในเวลานี้เขาอยู่ในอันดับ 2 ของรายนามการจัดอันดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ เพราะยังมีบางคนที่อยู่ในระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงปลาย
เดิมที คนผู้นี้เป็นเพียงแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลางเท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังจากเขายกระดับชนชั้นสิ่งมีชีวิตไปสู่ระดับ 9 สำเร็จ ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นมาก ก้าวไปสู่แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงปลายโดยตรง
เย่เทียนคิดว่าคงจะต้องใช้เวลานานกว่าที่เขาจะสามารถก้าวข้ามผู้ที่อยู่ในอันดับ 1 ของการจัดอันดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่แล้วบางสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็เกิดขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน จู่ๆ คนผู้นั้นก็ตัดผ่านไปยังขอบเขตลิขิตสวรรค์กลายเป็นเจ้าสวรรค์โดยตรง
ด้วยเหตุนี้ เย่เทียนจึงกลายเป็นอันดับ 1 ในรายการจัดอันดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ไปโดยปริยาย
เย่เทียนไม่ได้ให้ความสำคัญการจัดอันดับนี้มากนัก ก่อนหน้านี้เขาเคยอยู่ในอันดับ 1 ของรายการจัดอันดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์มาแล้วหลายครั้ง การที่อันดับเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันไม่ได้มีประโยชน์อะไร ความแข็งแกร่งที่แท้จริงต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
“ตอนนี้เรามีตราประทับเต๋า 42 รูปแบบแล้ว แต่ก็ยังห่างไกลจากขั้นสูงของกายเต๋านภาลวงตา ไม่รู้ว่าต้องใช้ตราประทับเต๋าอีกกี่รูปแบบเพื่อให้ไปถึงขั้นสูงได้” เย่เทียนคิดกับตัวเอง
ปัจจุบัน เขาฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่ได้รับมาจนหมดแล้ว ไม่มีมรดกและวิชาใดให้ฝึกฝนอีก
แน่นอนว่าภายในระบบคะแนนของวิหารนภาลวงตายังคงมีมรดกเคล็ดวิชามหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดมีราคาค่อนข้างสูง อีกอย่างตอนนี้เย่เทียนเหลือคะแนนไม่มากนัก ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะแลกเปลี่ยนพวกมัน และแม้ว่าเขาจะแลกเปลี่ยนมรดกเคล็ดวิชามหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล 1 หรือ 2 ทักษะ มันก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนัก
เกรงว่าแม้แต่มรรคาจารย์ซูเทียนก็คงไม่คาดคิดว่าเย่เทียนจะสามารถฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
“ตอนนี้เราควรมุ่งความสนใจไปที่การฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดอย่างใดอย่างหนึ่งให้ถึงขีดจำกัดก่อน แม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราส่วนใหญ่ฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดไปจนถึงขีดจำกัดอย่างน้อย 1 ทักษะ ตอนนี้เราเป็นถึงแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงกลางแล้ว แต่ยังไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดที่ไปถึงขีดจำกัดเลยแม้แต่ทักษะเดียว ซึ่งมันค่อนข้างน่าอายเล็กน้อย!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่เทียนก็เริ่มใช้เวลาฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดอย่างเต็มที่
เคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่!
เคล็ดวิชาทำลายล้างอันยิ่งใหญ่!
เคล็ดวิชาแสงนิรันดร์!
พลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดทั้ง 3 นี้ล้วนอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับสูงแล้ว ห่างจากสภาวะสมบูรณ์แบบแค่เพียงก้าวเดียว ดังนั้นเย่เทียนจึงเริ่มฝึกฝนพวกมันทันที
ด้วยความช่วยเหลือจากพรสวรรค์รู้แจ้งขั้นสูง บวกกับระดับชนชั้นสิ่งมีชีวิตของเขาที่ยกระดับขึ้นเป็นระดับ 9 ส่งผลให้จิตวิญญาณของเขาได้รับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งได้ช่วยเพิ่มระดับความเข้าใจพื้นฐานของเขาขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ กายเต๋านภาลวงตาเองก็ช่วยเพิ่มความเข้าใจอีกเล็กน้อย ดังนั้นในเวลานี้ระดับความเข้าใจของเย่เทียนจึงเหนือกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปคนอื่นๆ มาก
แม้แต่เทพธิดาหยุนซีก็ไม่สามารถเอาชนะเขาได้
หลายหมื่นปีต่อมา เคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่ เคล็ดวิชาทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ พลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์ ทั้ง 3 พลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดล้วนบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบ
จากนั้น เย่เทียนก็จดจ่ออยู่กับการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่ เพราะเมื่อเขาฝึกฝนเคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่จนถึงขีดจำกัดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเอาตัวรอด หรือความสามารถด้านการป้องกันของเขาจะทรงพลังขึ้นอย่างมาก
กระบวนการนี้ใช้เวลากว่าสามแสนปี เห็นได้ชัดว่ามันยากแค่ไหนที่จะฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดให้ไปถึงระดับขีดจำกัด
ด้วยเคล็ดวิชาอมตะอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการยกระดับไปถึงระดับขีดจำกัด ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของเย่เทียนพัฒนาขึ้นอีกครั้ง แต่เขาก็ยังไม่สามารถไปถึงแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงปลาย ทว่าช่องว่างก็เหลืออีกไม่มาก
ด้วยเหตุนี้ เย่เทียนจึงเริ่มฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์ต่อไปซึ่งง่ายกว่าเล็กน้อย เมื่อรวมกับประสบการณ์การฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดให้ถึงขีดจำกัดก่อนหน้านี้ ทำให้ความยากในการฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์จึงลดลงมาก
หลังจากผ่านไป 200,000 ปี เย่เทียนก็สามารถยกระดับพลังศักดิ์สิทธิ์แสงนิรันดร์ไปถึงระดับขีดจำกัดได้สำเร็จ
หลังจากนั้นอีก 210,000 ปี พลังศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ก็ไปถึงระดับขีดจำกัดด้วยเช่นกัน
ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดระดับขีดจำกัดทั้ง 3 ที่เย่เทียนครอบครอง ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาก้าวเข้าสู่ระดับแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ 9 ดาราช่วงสุดท้ายทันที