Your Talent Is Mine ระบบคัดลอกพรสวรรค์ - บทที่ 906 เพลิงนิรันดร์!
การร่วงหล่นของเจ้าสวรรค์ไป่หยิงทำให้เหล่าสาวกของนิกายเพลิงสวรรค์จมดิ่งลงสู่ความโกลาหลอย่างสมบูรณ์ ทั้งยังทำให้เหล่าเจ้าสวรรค์และแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์ตระหนักได้ว่าเจ้าสวรรค์เล่ยหยางและเจ้าสวรรค์ไป่หยิงได้ละทิ้งนิกายเพลิงสวรรค์ไปนานแล้ว ที่อยู่ภายในนิกายเพลิงสวรรค์ในเวลานี้เป็นเพียงร่างโคลนของพวกเขาเท่านั้น
ชั่วขณะนั้น เจ้าสวรรค์และเหล่าแม่ทัพศักดิ์สิทธิ์หลายคนต่างทยอยหลบหนีออกจากนิกายเพลิงสวรรค์ พวกเขาไม่กล้าอยู่ที่นี่อีกต่อไป
ในกรณีที่เย่เทียนเลือกที่จะโจมตีนิกายเพลิงสวรรค์โดยตรง พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากมด ไม่มีทางที่จะต้านทานเย่เทียนได้!
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาไม่ได้มีความบาดหมางใดๆ กับเย่เทียน บางทีเมื่อพวกเขาหนีจากนิกายเพลิงสวรรค์แล้ว เย่เทียนก็อาจจะไม่สนใจพวกเขาอีก
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นิกายเพลิงสวรรค์ล่มสลายไปโดยสมบูรณ์
ในขณะเดียวกัน เจ้าสวรรค์เล่ยหยางซึ่งซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในมหาจักรวาลในเวลานี้รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้เจ้าสวรรค์ไป่หยิงเองหลบหนีมาพร้อมกับเขาและเลือกซ่อนตัวในสถานที่ ที่แม้แต่เขาก็ไม่รู้ แต่ท้ายที่สุดเย่เทียนก็ยังคงตามหาเขาจนพบและได้สังหารเขาไปในเวลาต่อมา
แล้วเขาล่ะ? เขาจะรอดไปได้อย่างไร?
“ไม่…ไม่มีทาง ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ไม่มีวันหาฉันเจอ!”
เจ้าสวรรค์เล่ยหยางพึมพำกับตัวเอง
เขาซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของทวีปดวงดาว และใช้รูปแบบค่ายกลจำนวนมากเพื่อปกปิดร่องรอย ปกปิดออร่าของเขาอย่างสมบูรณ์ เปลี่ยนแม้กระทั่งออร่าจิตวิญญาณ ด้วยการเตรียมการมากมายเช่นนี้ เจ้าสวรรค์เล่ยหยางจึงมีความมั่นใจอยู่เล็กน้อย
จากมุมมองของเขา ต่อให้เป็นศิษย์สายตรงของมรรคาจารย์ คนเหล่านั้นก็ไม่มีทางหาเขาพบ
แต่ลึกๆ แล้ว ภายในจิตใจของเขาก็ยังคงมีร่องรอยของความกังวลอยู่
ทันใดนั้น
เส้นแสงแห่งดาบที่น่าสะพรึงกลัวก็พาดผ่านเข้ามาทำลายรูปแบบค่ายกลที่เขาจัดวางไว้ทั้งหมด
จากนั้นร่างอันคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเขา
“ปรมาจารย์เต๋าหมื่นสวรรค์ เป็นไปไม่ได้ ฉันได้จัดเตรียมสิ่งต่างๆ ไว้มากมาย เปลี่ยนแปลงแม้กระทั่งออร่าจิตวิญญาณ คุณหาฉันเจอได้อย่างไรกัน?” เจ้าสวรรค์เล่ยหยางกล่าวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ไม่กี่นาทีต่อมา
ร่างเจ้าสวรรค์เล่ยหยางร่วงหล่นลงล้มลง โดยที่ตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่รู้เลยว่าเย่เทียนหาเขาพบได้อย่างไร
เย่เทียนไม่ได้กล่าวอะไร เขาไม่ต้องการให้เจ้าสวรรค์เล่ยหยางรู้ความจริงก่อนตาย เพราะหากเจ้าสวรรค์เล่ยหยางกระจายความลับของเขาก่อนสิ้นใจ มันจะไม่ทำให้เขาเสียไพ่ตายที่สำคัญไปหรอกหรือ?
ยิ่งมีคนรู้เกี่ยวกับเคล็ดวิชาประทับเร้นลับไร้ขอบเขตน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น แม้เขาจะเข้าใจดีว่าไม่มีทางที่เขาจะสามารถเก็บความลับนี้เอาไว้ได้ตลอดไปก็ตาม
ในความโกลาหลมีหลายคนที่สามารถปลดตราประทับเร้นลับและรับรู้ได้ถึงอำนาจของเคล็ดวิชาประทับเร้นลับไร้ขอบเขต แต่คนเหล่านั้นก็มีอยู่ไม่มากนัก
ตัวอย่างเช่น มหาวิญญาณที่ทรงพลังบางคน หรืออัจฉริยะไร้เทียมทานที่มีความสามารถพิเศษเป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ข่าวการสังหารเจ้าสวรรค์เล่ยหยาง และเจ้าสวรรค์ไป่หยิงของเย่เทียนก็ยังคงแพร่สะพัดออกไป
ข่าวนี้ถูกเปิดเผยโดยร่างอวตารของเจ้าสวรรค์เล่ยหยาง และเจ้าสวรรค์ไป่หยิงก่อนที่พวกเขาจะเสียชีวิต เย่เทียนไม่สามารถหยุดมันได้ เว้นแต่เขาจะสามารถสังหารทั้งสองได้ในพริบตา
แต่เห็นได้ชัดว่าเขาทำไม่ได้!
ด้วยการที่เจ้าสวรรค์เล่ยหยาง และเจ้าสวรรค์ไป่หยิงร่วงหล่นไป นิกายเพลิงสวรรค์จึงถูกพิจารณาว่าเป็นนิกายที่สิ้นสภาพไปแล้ว เว้นแต่ว่าจะมียอดฝีมือกลุ่มต่อไปของนิกายเริงสวรรค์ถูกส่งเข้ามาในมหาจักรวาล มิฉะนั้น นามแห่งนิกายเพลิงสวรรค์ก็จะไม่มีอยู่ในยุคนี้อีกต่อไป
ไม่นานหลังจากนั้น
กองกำลังหลักหลายกลุ่มก็ได้บุกไปยังสำนักงานใหญ่ของนิกายเพลิงสวรรค์ทำลายมันจนสิ้นซากอย่างสมบูรณ์ ทรัพยากรจำนวนมากของนิกายเพลิงสวรรค์ถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนกระจัดกระจายกันออกไป
อาณาเขตที่เคยเป็นของนิกายเพลิงสวรรค์ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ และถูกยึดครองโดยกองกำลังหลักต่างๆ
…
ณ วิหารนภาลวงตา
เย่เทียนกลับมาแล้ว ครั้งนี้เขาได้สังหารเจ้าสวรรค์ในรายการการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ ถึง 2 คนในคราวเดียว ซึ่งทำให้เขาได้รับทรัพยากรการบ่มเพาะมาเป็นจำนวนมาก แม้ว่าเจ้าสวรรค์ไป่หยิงและเจ้าสวรรค์เล่ยหยางจะใช้ทรัพยากรบางส่วนไปแล้ว แต่ก็ยังเหลืออีกมากพอสมควร ยกตัวอย่างเช่น อาวุธ มรดกเคล็ดวิชา ทรัพยากรหายากต่างๆ ฯลฯ
เย่เทียนได้แลกเปลี่ยนสมบัติส่วนใหญ่ที่เขาได้รับมากับทรัพยากรที่เขาต้องการ ทำให้เขากลับมามั่งคั่งอีกครั้ง
ในบรรดาสมบัติเหล่านี้ มี 2 ชิ้นที่ทำให้เย่เทียนรู้สึกพึงพอใจมากที่สุด ได้แก่ สมบัติวิญญาณโกลาหลที่มีชื่อว่า “กระจกมายาผันแปร” ซึ่งเป็นสมบัติที่มีคุณสมบัติสามารถเปลี่ยนออร่าวิญญาณของผู้ใช้งาน และยังสามารถป้องกันการโจมตีทางวิญญาณได้อีกด้วย มูลค่าของมันเทียบได้กับสมบัติโกลาหลชั้นยอด เหนือกว่าอาวุธกึ่งเต๋าในระดับหนึ่งด้วยซ้ำ
สำหรับชิ้นที่ 2 ก็คือมรดกเคล็ดวิชา มหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล
“เพลิงนิรันดร์!”
นี่คือมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่ทรงพลังอย่างมาก ทั้งยังเป็นมหาเวทศักดิ์สิทธิ์ประเภทโจมตี ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 25 ของมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล
เคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์ความเป็นอมตะนิรันดร์ประกอบด้วยมหาวิถีนิรันดร์ และมหาวิถีแห่งไฟ เส้นทางนิรันดร์ มันเป็นเพลิงที่จะไม่มีวันดับ เมื่อถูกเพลิงนิรันดร์กลืนกิน หากไม่สามารถหยุดมันได้ มันก็จะเผาไหม้จนกว่าร่างกายและวิญญาณจะถูกเผาผลาญไปจนหมดสิ้น
ทั้งกระจกมายาผันแปร และมรดกเคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์ล้วนเป็นสมบัติที่เขาได้รับมาจากเจ้าสวรรค์เล่ยหยาง เจ้าสวรรค์เล่ยหยางเป็นผู้ที่ฝึกฝนในมหาวิถีแห่งไฟ คาดว่าเขาอาจต้องการฝึกฝนเคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์นี้เช่นกัน
น่าเสียดายที่เจ้าสวรรค์เล่ยหยางไม่สามารถเติมเต็มเงื่อนไขของการฝึกฝนได้สำเร็จ มิฉะนั้น หากเขาเชี่ยวชาญมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลนี้แล้วละก็ เขาก็อาจมีโอกาสที่จะติดอันดับต้นๆ ของการจัดอันดับเจ้าสวรรค์ได้เลยด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตามปัจจุบัน มันตกอยู่ในมือของเย่เทียนแล้ว!
“เรากำลังขาดมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลประเภทโจมตีอยู่พอดี เคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์นี้อยู่ในอันดับที่ 25 ของมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล ซึ่งเหมาะกับเราอย่างมาก!” เย่เทียนพึมพำด้วยความตื่นเต้น
นี่คือมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลที่แม้แต่ในระบบแลกเปลี่ยนของวิหารนภาลวงตาก็ไม่มีมัน หากเปลี่ยนมันเป็นคะแนน คาดว่ามูลค่าของมันอาจสูงถึง 500,000 คะแนนเป็นอย่างน้อย
ในระบบของวิหารนภาลวงตา มรดกเคล็ดวิชามหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลอันดับที่ 2,000 มีมูลค่าหลายพันคะแนน มหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลใน 100 อันดับแรก มีมูลค่าอย่างน้อย 10,000 คะแนน ในขณะที่ 50 อันดับแรกจะต้องใช้คะแนนหลายหมื่นคะแนนเพื่อแลกเปลี่ยนมัน
และสำหรับมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล 30 อันดับแรกนั้นแน่นอนว่ามูลค่าของมันจะต้องสูงถึงหลายแสนแต้มหรืออาจจะมากกว่านั้น
สำหรับอันดับต้นๆ นั้น มูลค่าของมันสูงเกินไป ในเวลานี้เย่เทียนยังไม่กล้าแม้แต่จะใฝ่ฝันถึงพวกมัน หากวัดมูลค่าของพวกมันด้วยคะแนน เกรงว่าจะต้องใช้คะแนนหลายล้าน หรืออาจจะหลายสิบล้านคะแนนเลยด้วยซ้ำ
เย่เทียนไม่ได้คาดหวังมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลระดับสูงเช่นนั้น การได้รับเคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 25 ของมหาเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลมาก็นับว่าเขาโชคดีมากแล้ว
“เคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์ ต้องการวัตถุต้นกำเนิดบรรพกาลระดับสูงที่เรียกว่าเปลวเพลิงนิรันดร์ในการฝึกฝน เงื่อนไขเกี่ยวกับพรสวรรค์นั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา เราแค่ต้องค้นหาเปลวเพลิงนิรันดร์ให้พบจึงจะสามารถเริ่มฝึกฝนมหาเวทศักดิ์สิทธิ์นี้ได้!”
เย่เทียนลอบกล่าว
เปลวเพลิงนิรันดร์นั้นเป็นวัตถุต้นกำเนิดบรรพกาลที่หาได้ยากยิ่ง เย่เทียนก็ไม่พบสมบัติประเภทนี้ในระบบย่อยของวิหารนภาลวงตา
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เย่เทียนจึงต้องล้มเลิกความคิดที่จะฝึกฝนเคล็ดวิชาเพลิงนิรันดร์เอาไว้ชั่วคราว ท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่าเขาจะพบเพลิงนิรันดร์ในเวลานี้ เขาก็อาจจะไม่มีคุณสมบัติที่จะแลกเปลี่ยนมัน
ในมุมมองของเขา วัตถุต้นกำเนิดบรรพกาลระดับสูงสุดเช่นเพลิงนิรันดร์นั้นสามารถใช้งานได้หลากหลาย ย่อมเป็นที่ต้องการของผู้คน มูลค่าของมันจึงเหนือกว่าวัตถุต้นกำเนิดบรรพกาลระดับสูงหลายเท่า หากจะวัดมันด้วยคะแนน มันก็ควรจะมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านคะแนนอย่างแน่นอน
ด้วยความมั่งคั่งในปัจจุบันของเย่เทียน มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะจ่ายไหว!
หากเขารวบรวมคะแนนในเวลานี้ อย่างมากเขาก็สามารถรวบรวมได้มากที่สุด 700,000 ถึง 800,000 คะแนนเท่านั้น อย่างไรก็ตามหลายสิ่งหลายอย่างเขาไม่สามารถขายออกไปได้ สมบัติติดตัวของเขาหลายชิ้นที่ยังคงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับเขา
ฝึกฝน!
ฝึกฝน!
เย่เทียนกลับสู่การฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง พยายามพัฒนาความแข็งแกร่งของตนเองอย่างต่อเนื่อง
เพราะยิ่งเขาแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ การเก็บเกี่ยวสมบัติทรัพยากรต่างๆ ก็จะยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น โอกาสที่เขาจะได้รับเพลิงนิรันดร์เองก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ เวลาจึงผ่านไปอีกหลายล้านปี