ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 186 สะกดต้นไม้เก่าแก่ด้วยสี่สัตว์เทพสองตะปู
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 186 สะกดต้นไม้เก่าแก่ด้วยสี่สัตว์เทพสองตะปู
“แคร่กๆๆ” กิ่งของต้นหวยยังคงถูกเลื่อยยนต์ตัดโค่นอย่างต่อเนื่อง น้ำเลี้ยงสาดกระเซ็นไปทั่ว
เสียงของหลัวเจี้ยนหวายังคงตะโกนอยู่ข้างล่าง “พอแล้ว อาจารย์เจียง พอได้แล้ว! หยุดเถอะ พอแล้วๆ…”
เสียงของต้นหวยเองก็ร้องขอความเมตตาตลอดเวลา ทั้งต้นไม้สั่นสะท้านไม่หยุด
เม่าจิ้งและพานหลิงรู้ดีว่าผมเกือบถูกมันกลืนเมื่อคืน สีหน้าจึงเรียบเฉย ไม่พูดอะไร
ส่วนพานหลิงกลับตะโกนจากข้างล่าง “พี่เจียง ตัดตรงนี้ ตรงนี้! ตรงนั้นด้วย ใช่ๆ ตรงนั้นแหละ!”
แม่คนนี้ดูเหมือนจะสนุกกับเหตุการณ์ตรงหน้าไปหน่อย
หลัวเจี้ยนหวาที่ยืนข้างๆ ถึงกับกลอกตา
ผมมองดูต้นหวยที่เคยแผ่กิ่งก้านปกคลุมทั่วฟ้า แต่ตอนนี้เหลือเพียงลำต้นโล้นๆ แทบไม่มีอะไรเหลือ
ความโกรธในใจเริ่มสงบลง ผมจึงหยุดมือ
สุดท้ายก็ต้องเห็นใจหลัวเจี้ยนหวาบ้าง เขายังต้องไปรายงานเบื้องบน
“เมื่อวานแกกล้ากินคน วันนี้ฉันอยากรู้ว่าแกจะกินยังไงอีก!”
พูดจบ ผมกระโดดลงจากต้นไม้ แล้วโยนเลื่อยยนต์ทิ้งไปด้านข้าง
หลัวเจี้ยนหวามองดูเศษกิ่งไม้ที่กองสุมกันรอบๆ และต้นหวยที่แทบจะเปลือยเปล่า สีหน้าของเขาหนักอึ้ง
ในความคิดของเขา ผมคงจะตัดแค่สองสามกิ่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังหาเหตุผลมาปิดเรื่องได้ง่าย
แต่เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป ต้นหวยเก่าแก่ที่เคยแผ่กิ่งก้านปกคลุมท้องฟ้า ตอนนี้กลับเหลือเพียงกิ่งก้านเปล่าๆ มีใบติดอยู่แค่ไม่กี่ใบ มันถูกทำให้โล่งเตียนเกือบหมดสิ้น
ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงจะเป็นการกำจัดภัยร้ายให้กับประชาชน แต่เขาไม่อาจเปิดเผยจุดประสงค์นั้นออกไปได้ จึงทำให้ภาระงานของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด…
เม่าจิ้งเห็นผมเดินลงมาก็พูดขึ้นว่า “เข็มทิศฮวงจุ้ยกลับมาเป็นปกติแล้ว ลงมือได้!”
พูดจบ เขายื่นไม้ท้อสองอันมาให้ผม
“เข้าใจแล้ว” ผมตอบกลับไป
เม่าจิ้งชี้ไปยังตำแหน่งหนึ่งก่อนพูดว่า “ทิศเหนือ เต่าดำ”
ผมถือไม้ท้อที่มีคำว่า “เต่าดำ” แล้วปักลงไปในดิน ใช้ค้อนตอกไม่กี่ครั้ง ไม้ท้อก็จมลึกลงไปในพื้นดิน
ทันใดนั้นเอง ดินบริเวณรอบๆ ก็เริ่มมีของเหลวสีแดงซึมออกมา ดูเหมือนการปักไม้ท้อลงไปในดินครั้งนี้จะเหมือนกับการตอกลงไปที่เส้นเลือดใหญ่ของต้นหวยเก่าแก่
เม่าจิ้งกำหนดจุดที่เหลืออีกสามจุดอย่างรวดเร็ว ผมกับพานหลิงก็ช่วยกันปักไม้ท้อที่เหลือทั้งหมดลงไป
พื้นดินทั้งสี่ทิศรอบต้นไม้ถูกของเหลวสีแดงแทรกซึมจนกลายเป็นสีเลือด
ต้นหวยเก่าแก่ที่อยู่ตรงกลางสั่นเทิ้มเล็กน้อย แม้แผ่วเบา แต่ชัดเจน...
เสียงคร่ำครวญของต้นหวยดังแว่วมาให้ได้ยินแผ่วๆ “เจ็บ…เจ็บ เจ็บจะตายแล้ว ปล่อยเถอะ ฉันจะไม่กินคนอีกแล้ว…”
แต่พวกเราทำเป็นไม่ได้ยิน ยังคงทำในสิ่งที่ต้องทำต่อไป
ไม้ท้อทั้งสี่ท่อนถูกตอกลงไปในดินจนแน่นสนิท
จากนั้น เม่าจิ้งหยิบตะปูทองแดงสองตัวออกมา แต่ละตัวยาวสองเซนติเมตร ทั้งเรียวและแหลม บนตัวตะปูมีลวดลายเกลียว ขณะที่บริเวณหัวตะปูมีสัญลักษณ์ยันต์แปดทิศสลักอยู่
ผมไม่เคยเห็นตะปูแบบนี้มาก่อน เห็นได้ชัดว่ามันเป็นของสั่งทำโดยเฉพาะ จึงอดถามออกไปไม่ได้ว่า “เม่าจิ้ง ตะปูทองแดงพวกนี้เป็นของทำพิเศษหรือเปล่า”
เม่าจิ้งพยักหน้า แต่ไม่ได้พูดอะไร
พานหลิงเป็นฝ่ายอธิบายแทน “นี่เป็นตะปูสำหรับใช้จัดการกับผีดิบ เรียกว่า ‘ตะปูผีดิบ’”
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงดูแตกต่างจากตะปูทั่วไป ที่แท้มันเป็นอุปกรณ์สำหรับจัดการผีดิบ ตอนนี้เรานำมันมาใช้ตอกต้นหวยเก่าแก่ ก็นับว่าเหมาะสมดี
“เข้าใจแล้ว” ผมตอบกลับไป
เม่าจิ้งชี้ไปยังสองตำแหน่งบนลำต้น ตำแหน่งตะวันออกและตำแหน่งตะวันตก
ผมหยิบตะปูขึ้นมา เตรียมจะลงมือ แต่ทันใดนั้นเอง พานหลิงรีบห้ามไว้ “พี่เจียง ระวัง!”
“ระวัง?”
ผมรู้สึกแปลกใจ เพราะต้นหวยเก่าแก่ในตอนกลางวันไม่น่าจะก่อเรื่องอะไรได้
แต่พานหลิงมีดวงตาหยินหยาง สามารถมองเห็นสิ่งที่ผมมองไม่เห็น ถ้าเธอเตือนแบบนี้ แสดงว่าต้องเห็นอะไรบางอย่างแน่
“พานหลิง มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า” ผมเอ่ยถามออกไป
พานหลิงพยักหน้า “สองตำแหน่งนี้มีปราณภูตไหลเวียนเข้มข้น ถ้าตอกตะปูทองแดงลงไปตรงจุดนี้ ปราณภูตอาจรั่วไหลออกมาทำร้าได้ ดังนั้นต้องระวังให้ดี”
ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ผมพยักหน้า “เข้าใจแล้ว ฉันจะระวัง”
พูดจบ ผมหยิบตะปูยาวขึ้นมา แล้วเริ่มตอกลงไป
“ตึก! ตึก!” เพียงไม่กี่ครั้ง ตะปูทองแดงที่แหลมคมก็ค่อยๆ จมลึกเข้าไปในลำต้นของต้นหวยเก่าแก่
ตามหลักแล้ว ตะปูทองแดงที่แหลมขนาดนี้ควรจะตอกลงไปได้ง่ายๆ แต่บริเวณนี้ของลำต้นกลับแข็งอย่างน่าประหลาด แค่ตอกตะปูยังเป็นเรื่องยาก แสดงให้เห็นว่าต้นหวยเก่าแก่นี้ไม่ธรรมดา
แต่ไม่ว่าจะแข็งแค่ไหน มันก็เป็นแค่ต้นไม้
ผมใช้ค้อนตอกซ้ำอีกสองสามครั้ง เสียง “ตึก! ตึก! ตึก!” ดังก้อง ตะปูทองแดงจมลงไปหนึ่งในสามของความยาว
ทันใดนั้นเอง ลำต้นของต้นหวยเก่าแก่สั่นไหวเล็กน้อย จู่ๆ บริเวณที่ตะปูถูกตอกเข้าไปก็มีไอสีเขียวลอยออกมาเป็นสาย สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ระวัง!” พานหลิงรีบเตือน
ผมรีบถอยออกมาทันที พลางมองไอสีเขียวที่ลอยออกมา ก่อนถอยไปอีกหลายก้าว
ไอสีเขียวเหล่านี้คือปราณภูต
หากมนุษย์สูดดมเข้าไปหรือสัมผัสถูกผิวหนังจะทำให้เกิดแผลเน่าเปื่อย หากร้ายแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
พานหลิงถมองเห็นมันได้ก่อนล่วงหน้า แสดงให้เห็นว่าดวงตาของเธอมีคุณสมบัติพิเศษอย่างแท้จริง
“พานหลิง ดวงตาของเธอนี่สุดยอดจริงๆ!” ผมกล่าวชม
พานหลิงหัวเราะคิกคักแล้วพูดว่า “ฉันน่ะเป็นสาวน้อยผู้พิทักษ์แห่งสิบสองราศีเลยนะ!”
ผมได้แต่ยิ้มแห้งตอบกลับไป
เมื่อปราณภูตสีเขียวเหล่านั้นจางลงไปมากแล้ว ผมจึงตอกตะปูทองแดงส่วนที่เหลือลงไปจนสุด แล้วพันปลายตะปูด้วยเชือกแดง
อีกด้านหนึ่ง เม่าจิ้งก็กำลังลงมือเช่นกัน
ผมใช้เชือกแดงพันรอบต้นหวยเก่าแก่เก้ารอบ ก่อนเชื่อมเข้ากับตะปูทองแดงที่เม่าจิ้งตอกไว้จนเสร็จสมบูรณ์
ใครจะไปคิดว่า พอเชื่อมเชือกแดงเข้าด้วยกัน เชือกที่พันรอบต้นหวยเก่าแก่ก็ส่งเสียง ‘ซี่ๆ’ ราวกับเส้นลวดร้อนกำลังเผาไหม้ต้นไม้นั้น
ลำต้นของต้นหวยเก่าแก่สั่นสะเทือนเล็กน้อย ทั้งต้นดูเหมือนจะหมดเรี่ยวแรง
ใบไม้ใบสุดท้ายที่เหลืออยู่บนกิ่งก็ไม่เขียวชอุ่มอีกต่อไป มันแห้งกรอบและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเหมือนถูกแดดแผดเผาอย่างรุนแรง กิ่งก้านหลายส่วนก็เริ่มแห้งเหี่ยวอย่างเห็นได้ชัด
พวกเรานำชาดออกมา แล้วทาลงไปที่ฐานลำต้นเป็นชั้นบางๆ เพื่อใช้สะกดปราณภูต
สะกดภูตต้นไม้ด้วยสี่สัตว์เทพสองตะปู – เสร็จสมบูรณ์
ต้นหวยเก่าแก่ที่เคยสั่นไหว ตอนนี้นิ่งสนิท ไม่ขยับแม้แต่น้อย ถูกกดข่มไว้อย่างสมบูรณ์
พานหลิงบอกด้วยว่าตัวอ่อนปีศาจในต้นหวยเก่าแก่อ่อนแอลงมาก ปราณภูตลดลงไปอย่างน้อยเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
ดูเหมือนตัวอ่อนปีศาจในต้นหวยเก่าแก่จะถูกสะกดไว้แล้ว
เหลือแค่รอให้ท่านอาจารย์กลับมาทำลายตัวอ่อนปีศาจภายใน เท่านี้เรื่องก็จบ
แต่ยังเหลืออีกขั้นตอนสุดท้าย นั่นคือการใช้ปัสสาวะเด็ก
ถึงแม้ผมจะยังบริสุทธิ์อยู่ แต่ปัสสาวะเด็กที่ดีที่สุดคือของเด็กอายุไม่เกินสิบปี
เรื่องนี้คงต้องฝากให้หลัวเจี้ยนหวาเป็นคนจัดการ
ผมจึงหันไปพูดกับหลัวเจี้ยนหวา “พี่หลัว ตอนนี้ยังขาดปัสสาวะเด็ก เรื่องนี้ต้องฝากให้พี่จัดการแล้ว”
เมื่อครู่หลัวเจี้ยนหวาโทรศัพท์ไปหลายสาย คงเป็นการเรียกทีมงานมาเก็บกวาด
รอบๆ มีแต่กองกิ่งต้นหวยเก่าแก่เต็มไปหมด กิ่งไม้เหล่านี้เป็นส่วนที่มีปราณภูต จำเป็นต้องกำจัดด้วยวิธีพิเศษ ไม่สามารถทิ้งไปตามปกติได้
เขามองดูต้นหวยเก่าแก่ที่แทบจะโล้นเตียน ก่อนพยักหน้ารับ “ไม่ใช่เรื่องยาก เดี๋ยวฉันติดต่อทางโรงพยาบาล น่าจะหาปัสสาวะเด็กมาได้ไม่ยาก”
เมื่อได้ยินหลัวเจี้ยนหวาตอบรับ เม่าจิ้งก็มองดูเวลาแล้วหันมาพูดกับผม “เวลาเหลือไม่มากแล้ว เจียงหนิง นายมีอะไรต้องเก็บไหม รีบหน่อย เราต้องไปถึงสามหลุมศพอาฆาตก่อนตะวันตกดิน...”