คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 450 เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง
ราชันเฟยเทียนพาคนจากไป เผ่าปิศาจที่ติดตามด้านหลังเขาเอ่ยถามว่า “ราชันเฟยเทียน จะเลือกคนมาห้าคนออกไปส่งสารจริงๆ หรือ?”
“จะส่งไปที่ใด? ข้างนอกมีเผ่ามนุษย์เฝ้ารอสังหารคนอยู่ ข้าแค่ตอบรับนางไปอย่างนั้นเอง หลายวันนี้ทุกคนรีบโคจรพลังฟื้นฟูร่างกายพยายามรักษากำลังเอาไว้ ตอนวงเวทแตก สู้ได้ก็สู้ ถ ถ้าสู้ไม่ได้ก็แปลงร่างหลบหนี ด้านความเร็วในการบินของพวกเราไม่ช้ากว่าความเร็วในการขี่ของวิเศษของผู้บำเพ็ญเซียนพวกนั้น” ราชันเฟยเทียนส่ายศีรษะเอ่ยวาจา
“เพราะเหตุใด?” คนอื่นๆ ล้วนไม่เข้าใจว่าทำไม
จากในวาจาฟังไม่ออกว่าราชันเฟยเทียนสงสัยคนแซ่จินผู้นั้น ในเมื่อไม่สงสัยว่านางเป็นสายลับ เหตุใดต้องหลอกนางอีก
เห็นพวกเขาขบคิดไม่เข้าใจ ราชันเฟยเทียนจึงอธิบายว่า “ตอนนางมาเคยบอกแล้วว่านางมาสืบข่าวก่อน เผ่าปิศาจอื่นๆ ค่อยรุดมา ระหว่างเผ่าปิศาจทุกเผ่าล้วนต้องเพิ่มขุมกำลัง ถึงเผ่าเจ จี่ยวของนางและเผ่าของพวกเราจะแตกต่างกัน ทว่าพวกเราก็เป็นขุมกำลังใหญ่ อีกทั้งไม่แน่ว่าเผ่าเหนี่ยวของพวกเราเป็นเผ่าใหญ่ ขอเพียงมีนางอยู่เผ่าปิศาจต้องมาแน่”
“ใช่ พวกเราไม่จำเป็นต้องออกไป อีกทั้งระยะทางระหว่างโลกเทพห่างไกลกันมาก บนโลกเทพที่อยู่ห่างกันคนของเผ่าใดจะตัดสินใจได้ เรื่องนี้ยังไม่แน่ เพียงแต่ถ้าเป็นเช่นนี้นางต้องออก กไปเรียกทัพหนุนทำไม?” พอเผ่าปิศาจคนอื่นๆ ได้ยินก็เข้าใจ ทว่ายังไม่เข้าใจการกระทำของจินเฟยเหยาอยู่บ้าง
ราชันเฟยเทียนหัวเราะอย่างเย็นชา “ยังจะทำไม ย่อมกลัวตาย คาดว่านางต้องมีวิธีหลบหนี ดังนั้นจึงคิดจะหลบหนีไปก่อนวงเวทถูกทำลาย”
“…” พอทุกคนได้ยินก็ผิดหวังอยู่บ้าง ถ้าเป็นเช่นนี้จริงๆ ก็ไร้น้ำใจเกินไปแล้ว
“พวกเจ้าไม่ต้องคิดมาก เผ่าปิศาจโดยกำเนิดพวกนี้แตกต่างจากพวกเรา เผ่ามนุษย์และเผ่ามารที่พวกเขาสัมผัสมีมากมายมักจะติดนิสัยแย่ๆ มา ขอเพียงช่วยเหลือพวกเราก็พอ ถึงอย่างไรนางยังม มีประโยชน์แค่กลัวตายหน่อยก็ไม่เป็นไร” ราชันเฟยเทียนอธิบายจึงทำให้เผ่าปิศาจทุกคนรู้แจ้ง ที่แท้เลียนแบบเผ่ามนุษย์จนเสียคน มิน่าเล่าจึงขี้ขลาดขนาดนี้ ท่าทางเผ่าปิศาจโดยกำเนิดและ เผ่าปิศาจที่ผ่านเคราะห์สายฟ้าไม่เหมือนกัน แตกต่างกันที่ความกล้าหาญ
ถ้าจินเฟยเหยาได้ยินคำพูดของราชันเฟยเทียนไม่แน่ว่าจะหัวเราะจนเป็นเช่นไร ถึงกับมีคนเชื่อว่านางแค่กลัวตายเท่านั้น เพียงแต่ตอนนี้นางหัวเราะไม่ออกเลยสักนิด เนื่องจากนางยังไม ม่ทันได้วางแผนว่าจะหนีไปอย่างไร พั่งจื่อกลับเหลียวซ้ายแลขวาแอบคลำทางเข้ามา
หลังจากมันกระซิบเล่าว่าตนเองพบถ้ำต้นไม้ลึกลับแห่งหนึ่ง จินเฟยเหยาพาหวาหวั่นซีและไห่หลันอินไปด้วย ติดตามมันมาถึงเบื้องหน้าถ้ำที่เอ่ยถึง
นี่คือถ้ำต้นไม้ที่มีขนาดไม่นับว่าเล็กแห่งหนึ่งซ่อนอยู่ในกิ่งไม้ที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์กาฝาก ต้องดึงเถาวัลย์กาฝากออกจึงเห็นถ้ำต้นไม้ที่ซ่อนอยู่ด้านล่าง ถ้ำต้นไม้ให้คนเข้าไปได ด้ทีละคน หากมิใช่พั่งจื่อนำทาง ถึงพบถ้ำต้นไม้นี้ก็คงไม่มีคนคิดจะมุดเข้าไป
อีกทั้งที่นี่คือโลกเทพกูซู่ ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใดล้วนไปจากที่นี่ไม่ได้ บนต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ยังมีหลุมมากมายทำให้คนดูไม่ออกว่าถ้ำต้นไม้อันมืดมิดแห่งนี้มีความผิดปกติอะไร
“ข้าร่วงลงไปโดยไม่ระวัง พบว่าด้านล่างมีอุโมงค์ใต้ดินสายหนึ่งนำลงไปลึกมาก คิดว่าเก็บไว้คนเดียวไม่ได้จึงมาแจ้งเจ้า” พั่งจื่อยืนอยู่ด้านข้างชี้ไปที่ถ้ำต้นมพลางกล่าว มันหวาดกล ลัว ไม่เช่นนั้นตนเองคงเข้าไปนานแล้วยังต้องไปตามอันธพาลมาทำไม
จินเฟยเหยามองซ้ายมองขวา เถาวัลย์กาฝากพวกนั้นบดบังที่นี่ราวกับแขวนม่านหน้าต่างเป็นสถานที่หลบซ่อนนางใช้การรับรู้กวาดเข้าไปในถ้ำต้นไม้อันมืดมิดตรวจสอบด้านในอย่างละเอียดก็รู สึกได้ว่าด้านในไม่มีอันตราย ดังนั้นนางจึงหันหน้ามามองสตรีสองคนด้านหลัง “พวกเจ้าจะเข้าไปหรือไม่? ด้านในไม่แคบเหมือนด้านนอก”
“ไป” ต้องไปแน่นอน คนทั้งสองตอบอย่างว่องไว
ดังนั้นมีพั่งจื่อนำหน้า จินเฟยเหยาอยู่ตรงกลาง และพวกหวาหวั่นซีสองคนปิดท้าย ทุกคนเข้าไปในถ้ำต้นไม้ที่เข้าไปได้ทีละคนแห่งนี้ ถ้ำต้นไม้นี้ภายนอกเล็กภายในใหญ่เหมือนกับที่ตร รวจสอบก่อนหน้านี้ ถึงมืดหน่อยแต่กว้างขวาง
เวลานี้ทุกคนจึงพบว่าสิ่งที่เท้าเหยียบคือบันได มีคนฟันไม้เป็นบันไดสำเร็จรูปไปตามถ้ำต้นไม้ ท่าทางที่นี่ไม่แตกต่างจากถ้ำต้นไม้อื่นๆ มากนัก
นำหินแสงราตรีก้อนหนึ่งออกมาส่องสว่าง สถานที่แคบเล็กขนาดนี้ หินแสงราตรีสว่างจนเสียดแทงนัยน์ตายิ่งกว่ามุกส่องสว่าง เดินลงไปตามขั้นบันไดภายใต้การสาดส่องอย่างอ่อนโยนของหินแสงร ราตรี ไม่รู้ว่าเดินไปกี่ขั้น จินเฟยเหยารู้สึกว่าตนเองน่าจะมาถึงใต้รากไม้แล้ว ทัศนียภาพเบื้องหน้าพลันเปิดกว้าง ประตูโค้งแห่งหนึ่งปรากฏขึ้น เดินเข้าประตูโค้งไป ด้านในมีห้องข ขนาดใหญ่ ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นมุกส่องสว่าง ทั่วทั้งห้องก็สว่างไสวขึ้นมา
เพียงกวาดตามอง สายตาของทุกคนก็มารวมกันที่จุดเดียว เคลื่อนออกไปไม่ได้สักนิด
ในถ้ำต้นไม้กว้างสี่ห้าจั้งแห่งนี้ มีวัตถุที่ถูกวงแสงห่อหุ้มมากมายลอยอยู่ จินเฟยเหยาแยกแยะอย่างละเอียด ก็สังเกตเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของดี! มีของวิเศษชั้นยอด ของวิเศษ ชั้นบน ยังมีเคล็ดวิชาหรือหญ้าวิญญาณที่บรรจุอยู่ในกล่องหยกให้เห็นมากมายจนละลานตา ส่วนบนกำแพงเบื้องหน้าในถ้ำต้นไม้ ตั้งหินผลึกสีเขียวรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนแท่งหนึ่ง ยาวถึ งหนึ่งคนกว่าฝังอยู่ในลำต้นอย่างเงียบๆ
สิ่งที่ทำให้คนประหลาดใจคือกลางหินผลึกมีสตรียืนสองตาหลับสนิทอยู่ในหินผลึก ดูแล้วเป็นซากศพร่างหนึ่งเท่านั้น ถึงอยู่ในหินผลึกยังมองเห็นรูปโฉมและทั่วร่างของคนผู้นี้ได้ เส้นผมสีเขียวเข้มทั้งศีรษะบ่งบอกชัดถึงฐานะเผ่าปิศาจของนาง หน้าผากมีลวดลายรูปใบไม้ ใบหน้างดงาม สวมชุดแนบเนื้อ นอกจากเส้นผมแล้วก็ดูเหมือนเผ่ามนุษย์อย่างยิ่ง
“หรือว่านี่คือสุสานของเผ่าปิศาจที่นี่?” หวาหวั่นซียืนอยู่ข้างหินผลึก มองดูคนในหินผลึกพลางเอ่ยอย่างสงสัย
“จะสนใจทำไมว่าใช่หรือไม่ ที่นี่มีของดีมากมายขนาดนี้ พวกเราร่ำรวยแล้ว เอาไปให้หมดเถอะ” จินเฟยเหยากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าหญ้าวิญญาณที่ถูกห่อหุ้มด้วยวงแสง ปากกล่าววาจามือก็ เคลื่อนไหว ยื่นมือไปทางวงแสงนั้นทันที
หวาหวั่นซีรีบตวาดว่า “อย่าแตะต้องมั่วซั่ว”
ทว่าช้าเกินไป มือของจินเฟยเหยาสัมผัสบนวงแสงแล้ว เพิ่งสัมผัสโดนหญ้าวิญญาณก็เห็นแสงสายหนึ่งวาบผ่าน นางพลันหายไปจากถ้ำต้นไม้ เรื่องนี้ทำให้ไห่หลันอินหวาดกลัวและร้องอุทา านอย่างตกใจ
ส่วนหวาหวั่นซีขมวดคิ้ว ใช้การรับรู้สายใยนั้นของจินเฟยเหยาภายในร่างตรวจสอบทันทีก็รับรู้ได้ว่านางเพียงถูกส่งตัวออกไป คนกำลังอยู่ด้านนอกโดยไม่บุบสลายจึงโล่งออก “ไม่เป็นไร น นางแค่ถูกส่งตัวออกไป เจ้าก็อย่าขยับวุ่นวาย ท่าทางวงแสงเหล่านี้จะคุ้มครองวัตถุด้านใน ขอเพียงสัมผัสโดนก็จะถูกส่งตัวออกไป พวกเรารอหน่อย อีกสักครู่นางก็กลับมา”
ดังนั้นสองคนหนึ่งกบจึงรอจินเฟยเหยากลับมา ตอนรอก็ครุ่นคิด ทำอย่างไรจึงนำสิ่งของเหล่านี้ไปได้ ไห่หลันอินกลับยืนอยู่ด้านหน้าเคล็ดวิชาฉบับหนึ่ง จ้องมองอยู่เนิ่นนานโดยไม่จ จากไป เห็นได้ชัดว่าชอบใจ
ผ่านไปครู่หนึ่ง จินเฟยเหยาจึงปรากฏตัวขึ้นตรงประตูโค้ง นอกจากนางแล้วด้านหลังนางยังมีเผ่าปิศาจพวกราชันเฟยเทียนมายี่สิบกว่าคน
เห็นนางพาคนมา หวาหวั่นซีก็ถ่ายทอดเสียงไปอย่างไม่เข้าใจ “เจ้ากำลังทำอะไร เพราะเหตุใดจึงพาทุกคนมา นี่เรียกคนมาแบ่งสิ่งของหรือ เจ้าเลียนแบบนิสัยแย่ๆ ของไห่หลันอินแล้ว? ถึงกั บเริ่มแบ่งสิ่งของให้ทุกคน”
“ใครเลียนแบบความเคยชินของนาง อย่างข้าเรียกซวย ส่งตัวออกไปร่วงลงตรงสถานที่หารือธุระของพวกเขาพอดี อีกทั้งยังยืนอยู่ตรงกลาง เจ้าว่าข้าไม่ซวยหรือ ถ้าข้าไม่บอกว่าส่งตัวออกไ ไปจากที่นี่ พวกเขายังนึกว่าข้าจงใจแอบฟังพวกเขาสนทนากันและเผยตัวโดยไม่ทันระวัง” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม ชีวิตคนเราก็แบบนี้ เรื่องราวบังเอิญอย่างยิ่ง ซวยเต็ม มๆ
หวาหวั่นซีหมดวาจา ส่งไปส่งมาถึงกับส่งไปกลางเผ่าปิศาจ เรื่องนี้อธิบายยากจริงๆ “ช่างเถอะ ถึงอย่างไรก็แตะต้องสิ่งของเหล่านี้ไม่ได้ พอแตะก็ถูกส่งตัวออกไป เผ่าปิศาจพวกนี้มาก็ดีไม ม่แน่ว่าจะรู้วิธีทำลาย ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย”
จินเฟยเหยามุมปากกระตุก “เจ้าคิดเลิศหรูเกินไป พวกเขาเพิ่งกลายร่างเป็นมนุษย์ เมื่อก่อนยังไม่รู้จะพูดภาษามนุษย์อย่างไร เจ้ายังหวังให้พวกเขาทำลายให้อีก”
นางเพิ่งถ่ายทอดเสียงจบก็ได้ยินพวกราชันเฟยเทียนที่ยืนอยู่ด้านหน้าหินผลึกร้องอุทาน “เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง!”
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงอะไร หรือพวกเขารู้ว่าสตรีผู้นี้เป็นใคร! จินเฟยเหยามองเผ่าปิศาจพวกนี้อย่างประหลาดใจ หวาหวั่นซีพูดถูกแล้ว ดังนั้นนางจึงรีบเดินไปถามด้วยสีหน้างุนงง “เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงอะไร? พวกเจ้ารู้จักนางหรือ?”
เวลานี้เห็นได้ชัดว่าราชันเฟยเทียนตื่นตระหนกอยู่บ้าง เผ่าปิศาจที่ติดตามเขาก็มีท่าทางเหมือนกัน ต่างรู้สึกเคารพบูชาสตรีในหินผลึก พอจินเฟยเหยาเห็นก็ยิ่งตื่นเต้น รีบถามอีกรอบ บ ราชันเฟยเทียนจึงบอกว่า “โลกเทพกูซู่สร้างขึ้นจากต้นไม้ต้นเดียว และต้นไม้ต้นนี้เรียกว่าต้นไม้วิญญาณจริง คนผู้นี้คือวิญญาณจริงของต้นไม้วิญญาณจริงหรือก็คือเจ้าแม่ต้นไม้ วิญญาณจริง เป็นเทพแห่งโลกเทพกูซู่และเป็นร่างมนุษย์ของต้นไม้วิญญาณจริง”
“ต้นไม้ก็ฝึกบำเพ็ญจนกลายเป็นมนุษย์?” จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าแม่ต้นไม้ในหินผลึก ไม่รู้สึกถึงพลังบำเพ็ญเพียรของนางเลยสักนิดจึงเอ่ยถาม “ตอนนี้นางถือว่าตายแล้วสินะ?”
“ไม่รู้” ราชันเฟยเทียนส่ายศีรษะเอ่ยอย่างมึนงงเช่นกัน “ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด ดูเหมือนตั้งแต่ข้าเริ่มมีสติปัญญา ในสมองของข้าก็รู้จักเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง เรื่องของน นางก็อยู่ในสมองของข้าราวกับเป็นเช่นนี้โดยกำเนิด ทุกคนก็เช่นเดียวกัน รู้เพียงว่าเดิมทีนางเป็นเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่งระหว่างฟ้าดิน หลังจากลอยมาที่นี่ก็เติบโตเป็นต้นไม้ยักษ์ต้น นี้อย่างช้าๆ จากนั้นวิญญาณจริง็เคติก็ปรากฏขึ้นคุ้มครองบรรดาสัตว์ปิศาจที่ดำรงชีวิตในโลกเทพกูซู่”
“สิ่งที่พวกเจ้าเล่าคงไม่ใช่ภาพมายาของตนเองหรอกนะ ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่ ถูกคนสังหารตายหรือ?” จินเฟยเหยาได้ยินก็รู้สึกมึนงง เผ่าปิศาจที่มีจิตใจเคารพบูชาพวกนี้ ขอ อเพียงเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เคารพนับถือ บางครั้งคำพูดที่กล่าวก็ทำให้คนแยกแยะไม่ได้ คำพูดที่พวกเขากล่าวเป็นเรื่องที่จินตนาการขึ้นหรือเป็นเช่นนี้จริงๆ กันแน่
เผ่าปิศาจทุกคนส่ายศีรษะ ราชันเฟยเทียนพลันก้าวไปข้างหน้าและแนบลงบนหินผลึกอย่างใจกล้า ใช้พลังปิศาจและกลิ่นอายของประชาชนโลกเทพกูซู่ไปรับรู้ถึงสตรีในหินผลึก
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาพลันเอ่ยอย่างตกตะลึงแกมยินดี “เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงยังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่ถูกกักอยู่ในหินผลึก!”