จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1502 อันตรายมากๆ
เมื่อมองเห็นแสงสว่างอันนั้น หลินหยุนก็ขมวดคิ้วทันที
เพราะแสงที่สองทะลุไปบนท้องฟ้านั้น ด้านในของมัน หลินหยุนมองเห็นคนจำนวนไม่น้อย
และตัวหลินหยุนเองก็เหมือนกับอยู่ด้านในด้วย ผ่านไปชั่วพริบตา หลินหยุนรู้สึกถึงความผิดปกติทันที
เจียซินรีบเอ่ยไปพูดทันที “เป็นแดนมิติ! มันไม่ได้ถูกสร้างจากน้ำมือมนุษย์ น่าจะเป็นแดนมิติที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ! ถ้าพวกเราไม่ได้อยู่ห่างไกลมากๆ ตอนนี้พวกเราคงอยู่ในแดนมิติแล้ว!”
“พลังแดนมิตินั้นแข็งแกร่งมากๆ!”
หลินหยุนพยักหน้าและพูด “นี่คือสถานที่อันตรายมากๆแห่งหนึ่งสำหรับการเดินทางครั้งนี้!”
“คิดไม่ถึงจริงๆ ตรงนี้จะมีแดนมิติที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ!”
“มันน่าจะเป็นสถานที่พิเศษ กลายเป็นค่ายกลแดนมิติแบบพิเศษ!”
“พลังของแดนมิติอันนี้แข็งแกร่งมากๆ!”
ขณะพูด หลินหยุนก็หยุดมองทันที ทำให้แดนมิติหายไปทันที
หลินหยุนบินตรงไปข้างหน้าและเข้าไปในทุ่งน้ำแข็งทันที ด้วยพลังที่เขามีอยู่ในตอนนี้ ถ้ายิ่งเข้าไปในทุ่งน้ำแข็งเรื่อยๆ มันก็เป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ ทำให้เขาขมวดคิ้วทันที
ผ่านไปเจ็ดวัน หลินหยุนหยุดลงทันที ไม่ใช่เพราะเขาเจออะไรใหม่ๆ
แต่เป็นเพราะเขาสัมผัสได้ ตัวเขาเองไม่สามารถต้านรับพลังอันเยือกเย็นนานกว่านี้อีกแล้ว
โดยเฉพาะการเดินทางไปยังทิศเหนือ อุณหภูมิลดลงตลอดเวลา ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เขาอาจจะเสียชีวิตอยู่ตรงนี้ก็ได้
และลูกหลานของดาวไกอาพวกนั้น น่าจะไม่มีใครฝึกฝนถึงแดนจิตปฐมอย่างแน่นอน
ถ้าคำนวณจากแดนยาทองระดับเก้าละก็ พวกเขาไม่สามารถเข้ามาลึกขนาดนี้ได้อย่างแน่นอน
หลินหยุนรู้สึกว่าตัวเองน่าจะเดินผิดทิศทาง ในเวลานี้เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
หลินหยุนหายใจเข้าลึกๆ และมองไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เขามองเห็นสถานที่ที่ไกลออกไปเหมือนมีจุดดำอันหนึ่ง
เมื่อมองเห็นจุดดำอันนั้น สายตาของหลินหยุนก็เปล่งประกายทันที จากนั้นเขาก็ตรงไปยังจุดดำนั้นทันที
และในเวลานี้ ด้านหน้ามีพลังที่แข็งแกร่งมากๆปรากฏตัว
เมื่อหลินหยุนสัมผัสพลังได้ ก็มีเสียงดังสนั่นเกิดขึ้นทันที มีร่างใหญ่มากๆพุ่งออกมาจากชั้นน้ำแข็งที่อยู่ด้านล่างทันที
มันคือสัตว์อสูรที่มีลักษณะคล้ายๆหมีขาว พลังของมันแข็งแกร่งมากๆ
ถ้าเทียบกับพลังของนักบำเพ็ญเซียนละก็ พลังของมันน่าจะเทียบเท่าแดนจิตปฐมตอนต้น และอาจจะใกล้ถึงแดนจิตปฐมตอนกลางแล้ว
เมื่อหมีขาวปรากฏตัว มันก็คำรามทันที สายตาอันดุร้ายจ้องไปที่หลินหยุนและใช้ฝ่ามือโจมตีหลินหยุนทันที
ดวงตาของหลินหยุนเปล่งประกาย จากนั้นก็มีแสงสว่างเกิดขึ้นในมือของเขา กระบี่เฮ่าเทียบปรากฏตัวทันที
เขาใช้เพลงกระบี่พลังผกผันออกมาทันที จากสายตาอันเหลือเชื่อของหมีขาว กระบี่นี้แทงทะลุตันเถียนของหมีขาวทันที
การฝึกฝนพลังของสัตว์อสูรนั้น พลังทั้งหมดจะอยู่ที่ตันเถียน ด้านในของตันเถียนนั้นเป็นที่ก่อเกิดของแก้วหินปีศาจ
แก้วหินปีศาจของสัตว์อสูร มันต่างจากยาทองของนักบำเพ็ญเซียน
สัตว์อสูรนั้น ด้านนอกฝึกฝนเลือดเนื้อ ด้านในฝึกฝนแก้วหินปีศาจ เติมเต็มซึ่งกันและกัน
พลังจากเลือดเนื้อนั้นจะแข็งแกร่งกว่าแก้วหินปีศาจเสมอ
แก้วหินปีศาจของพวกมัน โดยปกติจะเอามาเปลี่ยนแปลงพลังเท่านั้น
และพลังจากการเปลี่ยนแปลง สุดท้ายแล้วก็ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของเลือดเนื้อและร่างกาย
แต่การโจมตีด้วยเพลงกระบี่พลังผกผันของหลินหยุน แม้แต่สวรรค์ก็คงแตกสลายเพราะพลังจากกระบวนท่านี้
ร่างกายของหมีขาวจะต้านไหวได้ยังไง ในชั่วพริบตาก็ทำลายตันเถียนของสัตว์อสูรทันที
ร่างกายอันใหญ่ของหมีขาว ราวกับโดนฟ้าผ่า หลินหยุนชี้นิ้วออกไปและมีพลังที่มองไม่เห็นโจมตีออกไปทันที
เขาอยากจะใช้มือล้วงเอาแก้วหินปีศาจออกมาจากร่างกายของหมีขาว
แต่ในเวลานี้ หมีขาวคำรามอีกครั้ง สายตาของมันแดงขึ้นมาทันที
มันล้วงเอาแก้วหินปีศาจออกมาเอง จากนั้นก็โยนให้หลินหยุนทันที
ในชั่วพริบตา หลินหยุนรู้สึกความตายกำลังเข้ามาใกล้ตัวเองทันที
หนังตาของหลินหยุนกระตุกทันที ท่าห้ามสิ่งวายชนม์จากสิบแปดท่าต้าเต๋าถูกปลดปล่อยออกมา
หลินหยุนหันหลังและหนีอย่างบ้าคลั่ง
ในขณะที่หลินหยุนหันหลังและกำลังจะหนีไป แก้วหินปีศาจอันใหญ่ของหมีขาว ก็ระเบิดออกมาทันที
มีเสียงดังสนั่นและสะเทือนฟ้าดินเกิดขึ้นทันที มีพลังที่ทำลายได้ทุกอย่างพุ่งออกมาทันที
หลินหยุนกระอักเลือดสารจิงออกมาทันที
จากนั้นก็เผาผลาญเลือดสารจริง และหนีอย่างสุดชีวิต
ในชั่วพริบตา เขาก็หนีออกมาได้หลายพันกิโลเมตร
เมื่อถึงตรงนี้ หลินหยุนก็หยุดลงทันที จากนั้นก็ถอนหายใจยาวๆ สีหน้าของหลินหยุนขาวซีดมากๆ
เขาใช้มือเช็ดเลือดที่อยู่ในมุมปาก จิตใจของเขาก็รู้สึกหวาดกลัวเหมือนกัน สัตว์อสูรตัวนี้เด็ดเดี่ยวมากๆ
มันเลือกที่จะระเบิดแก้วหินปีศาจของตัวเอง อันที่จริงแล้ว ถึงแม้ตันเถียนของมันจะถูกกระบี่ของหลินหยุนทำลายจนแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่มันก็ไม่ได้เป็นบาดแผลที่ทำให้สัตว์อสูรเสียชีวิตได้
ถึงแม้มันจะบาดเจ็บสาหัส อันที่จริงแล้วแก้วหินปีศาจของมันยังอยู่ พลังของร่างกายยังอยู่ มันยังมีพลังที่สามารถต่อสู้กับหลินหยุนได้อยู่
ถึงแม้จะเป็นแบบนี้ แต่มันกลับเลือกที่จะระเบิดตัวเอง
ถ้าหลินหยุนไม่ได้เผาผลาญเลือดสารจริงและหลบหนีเลย ถึงแม้จะไม่ตาย แต่เขาก็คงบาดเจ็บสาหัส
ในขณะที่มันกำลังระเบิดตัวเอง ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่อยู่ไกลออกไป มีสถานที่อันตรายมากๆแห่งหนึ่ง
มีชายชราหลายๆคน ลืมตาขึ้นมาทันที พวกเขามองมายังทิศทางที่เกิดเสียงดังจากระเบิดด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง
หนึ่งในชายชรา สายตาของเขาลึกล้ำมากๆ ราวกับสามารถมองทะลุท้องฟ้าได้
ผ่านไปสักพัก สีหน้าของชายชราแย่มากๆ จากนั้นมือของเขาก็เกิดแสงสว่างขึ้น และมีกระดองเต่าสีดำหลายๆอันปรากฏตัวทันที
เมื่อกระดองเต่าปรากฏตัวแล้ว ชายชราก็หลับตาทันที และท่องมนต์ออกมา
ผ่านไปชั่วพริบตา เขาก็ยกกระดองเต่าขึ้น และโยนใส่หนังสัตว์แผ่นหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าของตัวเอง
ในเวลานี้ ชายชราคนอื่นๆก็บินมาที่นี่ทันที เมื่อเห็นการกระทำของชายชราคนนั้น พวกเขาไม่พูดอะไรเลย เพราะกลัวว่าจะทำลายสมาธิของชายชราคนนั้น
เมื่อกระดองเต่าตกลงบนหนังสัตว์แล้ว มีกระดองเต่าสามอันสองแสงสว่างออกมาทันที
พวกเขามองเห็นชายชราขมวดคิ้ว ทำให้ชายชราอีกสามคนสบตากันทันที
ชายชราร่างผอมถามทันที “ผู้อาวุโส เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ? เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย?”
เพราะพวกเขาต่างได้ยินเสียงจากแรงระเบิด มันจะต้องเกิดอะไรขึ้นอย่างแน่นอน
สถานที่พวกเขาอาศัยอยู่ รัศมีหนึ่งหมื่นกิโลเมตร ไม่มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากๆอาศัยอยู่
แต่เสียงระเบิดเมื่อสักครู่ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเกิดการต่อสู้ขึ้น
การต่อสู้ระดับนี้ จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ผ่านมาหลายพันปีแล้ว อันที่จริงด้านในของแดนเหมันต์ถือได้ว่าสงบมากๆ
พวกเขาแค่ต้องรับมืออันตรายจากแดนเหมันต์ก็พอ
แต่หลายพันปีที่ผ่านมา อันที่จริงพวกเขาเคยชินกับสถานที่แห่งนี้แล้ว และหาวิธีดำรงชีพจากสถานที่แห่งนี้ได้แล้ว ดังนั้น ตอนนี้การใช้ชีวิตอยู่ตรงนี้ มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกแล้ว
เพราะพวกเขากังวลมากที่สุดก็คือ อันตรายที่จะมาจากด้านนอก
เมื่อชายชราที่กำลังเสี่ยงทายได้ยิน เขาก็ส่ายหัวเบาๆและพูด “การเสี่ยงทายครั้งนี้ ดูเหมือนจะเป็น……ค่ายกลสามลักษณะ แต่มันก็ไม่ใช่ค่ายกลสามลักษณะจริงๆ และมีอันตรายมากๆด้วย!”
“อันตรายมาจากตำแหน่งฟ้า และแทงทะลุตำแหน่งดิน”
“การเสี่ยงทาย……ครั้งนี้ถือได้ว่าอันตรายมากๆ……”
ในเวลานี้ มีชายร่างใหญ่ชุดดำบินตรงมาทันที มือของชายร่างใหญ่ถือหอกสีดำอันหนึ่งอยู่ พลังของเขาน่ากลัวมากๆ
หลังจากลงมาถึงพื้นดินก็พูดทันที “ผู้อาวุโส ฉันจะไปตรวจสอบเรื่องนี้เอง!”
เมื่อผู้อาวุโสเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เขานิ่งเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นก็พยักหน้าและพูด “ไปตรวจสอบก็ดี อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ก็รีบกลับมาทันที!”
ชายร่างใหญ่ชุดดำพูดอย่างเคร่งขรึม “ผู้อาวุโสวางใจได้!”