จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1810 เก็บตัว
บทที่ 1810 เก็บตัว
สำหรับสิ่งที่จื่อหวนพูดเหล่านี้ หลินหยุนก็ย่อมรู้เรื่องทั้งหมด ทั่วทั้งจักรวาล ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขา
แต่เขาก็ไม่ได้ขัดจังหวะอีกฝ่าย ปล่อยให้จื่อหวนพูดต่อไป
จื่อหวนพูดขึ้นมาว่า “ดังนั้น หลังจากข่าวลือนี้ออกมา ทั่วทั้งจักรวาลมีการเคลื่อนไหว ต่างก็กำลังรอการเปิดผนึกของโลกครุฑทองใหม่”
“โดยเฉพาะผู้แข็งแกร่งเป็นอย่างมากหลายคนนั้นของจักรวาล ตอนนี้คงจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก”
“ถ้าหากหลังจากที่เปิดผนึกของโลกครุฑทอง ไม่สามารถให้ผลประโยชน์ที่ค่อนข้างดีได้ และทำให้พวกเขาพอใจไม่ได้ เกรงว่าเรื่องนี้ ไม่มีทางผ่านไปได้ง่ายขนาดนั้น! ถึงกับเป็นไปได้ที่จะถูกทำลาย”
“แน่นอนว่า ไม่เพียงแต่มหาอำนาจยิ่งใหญ่ของเผ่ามนุษย์ที่มีการเคลื่อนไหว เผ่าอื่นๆก็ทยอยเดินออกมา ติดตามการเคลื่อนไหวของมหาอำนาจหลายคนของเผ่ามนุษย์อย่างใกล้ชิด!”
“ดูท่าทางแล้ว พวกเขาไม่อยากปล่อยให้มหาอำนาจยิ่งใหญ่ไปแตะต้องโลกครุฑทอง แม้ว่าครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้รับผลประโยชน์อะไร แต่เมื่อเทียบกันขึ้นมา ก็จะต้องมองดูโลกครุฑทองถูกทำลายไม่ได้”
“ยังไงซะ ตอนนี้เผ่ามนุษย์กำราบเผ่าอื่นๆ!”
“ถ้าหากปล่อยให้เผ่ามนุษย์ไปทำให้เผ่าอื่นๆอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง งั้นเกรงว่าสถานะของเผ่าอื่นๆจะยิ่งอยู่ยิ่งต่ำลงเรื่อยๆ!”
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เผ่าอื่นๆอยากเห็นอย่างแน่นอน!”
เมื่อหลินหยุนได้ยินเช่นนี้ อดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย และพูดขึ้นมาว่า “ศัตรูของเผ่าอื่นๆ ไม่ใช่เผ่ามนุษย์มาแต่ไหนแต่ไร แต่เป็นตัวของพวกเขาเอง! เผ่าอื่นๆหมื่นโลก ผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วน จะเปรียบเทียบกับเผ่ามนุษย์ได้หรอกเหรอ?”
“ถ้าหากเผ่าอื่นๆรวมกันเป็นหนึ่งเดียว จะมีคนกำราบของเผ่ามนุษย์ในตอนนี้ไม่ได้หรอกเหรอ?”
จื่อหวนก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม และพูดขึ้นมาว่า “คุณชายพูดถูก ความจริงนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรด้วยซ้ำ ตั้งแต่สมัยโบราณมาระหว่างเผ่ามนุษย์และเผ่าอื่นๆก็เป็นแบบนี้!”
“แน่นอนว่า อันที่จริงตัวของเผามนุษย์เองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร”
“เผ่าอื่นๆก็ไม่ใช่ว่าจะสู้โต้กลับไม่สำเร็จ!”
“เพียงแต่ว่า ฝ่ายหนึ่งอยากจะทำลายอีกฝ่ายหนึ่ง นั่นก็เป็นเรื่องราวที่เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
“แต่พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะมองดูโลกใหญ่อย่างโลกเขาทองตาปริบๆแบบนี้ ก็ถูกทำลายไปเช่นนี้!”
หลินหยุนพยักหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นมาว่า “พูดแบบนี้ตอนนี้หมายความว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นงั้นเหรอ?”
จื่อหวนพูดขึ้นมาว่า “เป็นแบบนั้นจริงๆ คนของภพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ก็ปรากฏตัวอยู่ที่สุดหล้าทะเล! ด้วยการเป็นผู้นำของภพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ รวมตัวของผู้แข็งแกร่งเผ่าอื่นๆได้มากมาย! แต่ว่าในสายตาของฉัน ความเป็นไปได้ที่จะต่อสู้กันขึ้นมาจริงๆยังไม่ถือว่ามากเกินไป!”
หลินหยุนพยักหน้า อันที่จริงเขาก็คิดแบนนี้ เนื่องจากว่าความจริงเผ่ามนุษย์และเผ่าอื่นๆ ได้รักษาความสมดุลนี้มาเป็นเวลายาวนาน!
ยังมีความเป็นไปได้ที่จะลงมือกันในขอบเขตบางส่วนเพียงอย่างเดียว ส่วนการระเบิดสงครามใหญ่ทั้งหมด ความเป็นไปได้ไม่สูงจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้นจากใจของหลินหยุน ก็ไม่อยากเห็นจักรวาลวุ่นวายขึ้นมาในเวลานี้ เขายังไม่พบเบาะแสใดๆเกี่ยวกับเย่เยว่เลย!
เมื่อเห็นหลินหยุนตกอยู่ในห้วงความคิด จื่อหวนอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “คุณชาย มีเรื่องอะไรในใจเหรอ?”
หลินหยุนดึงสติกลับมา ส่ายหน้า และพูดขึ้นมาว่า “เกี่ยวกับข่าวลือของโลกครุฑทองนั้น ตอนนี้ยังมีอยู่ไหม?”
จื่อหวนพูดขึ้นมาว่า “ส่วนที่เหลือก็ไม่มีอะไร เพียงแต่ว่าตอนนี้ผู้แข็งแกร่งมากมายรวมตัวกันที่นอกโลกครุฑทอง! ก็กำลังรอการเปิดผนึกโลกอยู่! ผู้คนมากมายเดาว่า อันที่จริงไม่แน่ใจว่าโลกครุฑทองจะเปิดเร็วๆนี้”
หลินหยุนพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไร
ถ้าหากไม่มีกลุ่มโจรดวงดาวเข้าร่วม งั้นโลกครุฑทองไม่มีทางเปิดเร็วไปนี้จริงๆ แต่ว่าตอนนี้ นั่นมันก็ไม่แน่หรอก!
คนของกลุ่มโจรดวงดาวไม่มีทางยอมที่จะอยู่ในโลกครุฑทองเป็นเวลายาวนาน จะต้องคิดหาทางไปเปิดโลก
นี่ก็ต้องดูว่าผู้แข็งแกร่งของโลกครุฑทอง ในที่สุดจะกำราบได้หรือไม่!
ถ้าหากเป็นอย่างที่หวูเหวยพูดนั้น เขาทำได้แค่ส่งตัวผู้บำเพ็ญแดนสู่ธรรมะไป ถ้าอย่างนั้นสำหรับโลกครุฑทอง กำราบลงไปก็ไม่มีทางแปลกใจอะไร
พลังของโลกครุฑทองค่อนข้างแข็งแกร่ง!
เนื่องจากว่าเป็นโลกใหญ่ที่มีจ้าวแห่งเต๋าอยู่
ก็มองดูกลุ่มโจรดวงดาว จะมีจ้าวแห่งเต๋าเข้าสู่ในนั้นหรือไม่
หลังจากที่ออกมาจากหอปราบทะเล หลินหยุนออกจากสุดหล้าทะเล และย้อนกลับไปที่โลกชางฉอง
เมื่อเห็นฉินหลันและจี้ฝานซิงก็สบายดี เขาก็เก็บตัวอยู่ในหุบเขาคนเดียวอีกครั้ง
เก็บตัวในครั้งนี้ เขาไม่ได้ไปบำเพ็ญตน แต่ทำให้ตัวเองสงบจิตสงบใจลงมาทั้งหมด และคิดทบทวนเรื่องราวที่อยู่ของเย่เยว่
เขารู้สึกว่าสภาพจิตใจที่วิตกกังวลแบบนั้นของตัวเอง ในช่วงนี้ ทำให้เขาละเลยเรื่องราวไปไม่น้อย
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆมากมาย ความคิดของเขาไม่ลึกซึ้งพอ ไม่ละเอียดพอ
เขาเก็บตัวจัดระเบียบความเป็นไปได้ของแต่ละขั้นตอน หลังจากที่เย่เยว่หนีไปจากโลกคุนชาง
ภายใต้ความคิดลึกซึ้ง ไปค้นหาเบาะแสบางอย่างที่เป็นไปได้
หลินหยุนจากโลกคุนชาง ยังมีทั่วทั้งโลกมนุษย์ เคล็ดวิชาสืบทอดเหล่านั้นที่เย่เยว่ทิ้งไว้ ไปคิดทบทวนทีละเล็กน้อย ไปพิจารณา พยายามหาเบาะแสจากรายละเอียดที่เล็กที่สุด ไปจินตนาการทุกย่างก้าวของเย่เยว่ และสถานการณ์ที่จะพบเจอ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ หลินหยุนลืมตาทั้งสองขึ้น
โลกคุนชางไม่ต้องพูดแล้ว
เย่เยว่จากไป ที่นี่ไม่มีทางเกิดเรื่องไม่คาดคิดใดๆขึ้น
ประเด็นสำคัญคือหลังจากออกจากโลกคุนชาง หลังจากที่ไปถึงโลกฉองหลง ทุกอย่างเริ่มผันแปร!
ถ้าหากไม่เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นระหว่างการออกเดินทาง เย่เยว่ก็จะปรากฏตัวที่พื้นที่ทางตอนเหนือของโลกฉองหลงได้สำเร็จ
ด้วยผลการฝึกตนตอนนั้นของเย่เยว่ เพิ่งจะเข้าสู่แดนจิตปฐม พูดไม่ได้ว่าแข็งแกร่งเกินไป แต่ก็ถือว่าไม่ได้อ่อนแออย่างแน่นอน
แต่ด้วยนิสัยของเย่เยว่ โดยพื้นฐานก็ไม่มีทางทำให้เกิดการผันแปรใดๆ
แต่ว่า…….
เมื่อพูดถึงการผันแปรในช่วงนี้ ยังมีอยู่ตัวหนึ่ง!!
นั่นก็คือเผ่ามนุษย์ที่อยู่ในดาวไกอา!
ถ้าหากเย่เยว่ค้นพบเผ่ามนุษย์ของดาวไกอา ก็ย่อมไม่มีทางปล่อยไปโดยไม่สนใจเป็นธรรมดา
ที่นี่คือความผันแปรแรกที่เย่เยว่อาจจะพบ
แต่ต่อมาหลังจากที่หลินหยุนปรากฏตัวที่โลกฉองหลง ทำไมเขาไม่พบเบาะแสอะไรเลย ทำไมไม่ได้คิดให้มากกว่านี้ล่ะ?
นั่นเป็นเพราะว่าในที่สุดเขาก็ให้ไท่จื่อตามหาทั่วทั้งโลกฉองหลง และไม่พบเบาะแสใดของเย่เยว่
แต่ตอนนี้คิดดูดีๆ ข้างในนี้ก็มีช่องโหว่อยู่
ตัวอย่างเช่น ตอนที่เย่เยว่ไปที่โลกฉองหลง เมื่อหลายพันปีก่อน ในเวลานั้นโลกฉองหลงเป็นแบบไหนกันแน่ ใครก็พูดไม่ชัดเจน
ส่วนนอกโลกฉองหลง ตอนนี้ดูเหมือนว่า ความเป็นไปได้ของเย่เยว่ที่จะออกจากจักรวาลไม่ได้สูง
เพราะมีเหตุผลสำคัญมากๆอย่างหนึ่งในนั้น
ในเมื่อเย่เยว่ทิ้งเคล็ดวิชาสืบทอดไว้ที่โลกคุนชาง หลังจากที่ไม่มีเหตุผลที่เข้าสู่โลกฉองหลง ไม่ทิ้งร่องรอยไว้เลยสักนิด
นี่ต่างหากที่เป็นสิ่งที่ผิดปกติที่สุด
ส่วนเข้าสู่จักรวาลตามลำพัง มีความเป็นไปได้เช่นนั้น แต่ด้วยผลการฝึกตนในตอนนั้นของเย่เยว่ ความเป็นไปได้นั้นไม่สูงจริงๆ!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินหยุนสูดลมหายใจลึกๆ และลุกขึ้นยืนทันที
ตอนนี้ดูเหมือนว่า เขารีบร้อนและกระตือรือร้นออกจากโลกฉองหลงขนาดนั้น ช่างเร่งรีบเกินไปจริงๆ!
เขาไม่ได้สงบสติไปคิดทบทวนเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้จริงๆ
หลินหยุนสายตาสั่นไหว และพึมพำกับตัวเองว่า “ถ้าหากจะย้อนกลับโลกฉองหลงตอนนี้ งั้นก็ไม่ต้องยากลำบากและยาวนานเหมือนเมื่อก่อน!”