ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 374 : หามิติยักษ์ไม่เจอ
“147,536”
แสงสว่างปรากฏขึ้นบนปลายดาบ ขณะที่หอกยาวของ
เสี่ยวตูฉงแทงออกไปยังมอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า เนโค
รแมนเซอร์มายาเปล่งเสียงร้องโหยหวนออกมา จากนั้น
มันก็โยนขวานรบในมือลงและใช้มือจับหัวของมันไว้ขณะ
หายตัวไป
“กริ๊งๆ~”
เหรียญทองและขวานรบสีดำดรอปลงสู่พื้น ด้านบน
ขวานรบมีแสงสีดำล้อมอยู่รอบๆ เย่ฮวาก้มเก็บเหรียญทอง
ที่ถูกดรอปลงมา จากนั้นก็หันไปหยิบขวานรบที่อยู่ข้างๆ
วินาทีต่อมาค่าสเตตัสของขวานรบเล่มนี้ก็ปรากฏขึ้น
ตรงหน้าพวกเขา–––––
[ขวานรบยักษ์] (ไอเท็มระดับทองเข้ม)
ประเภท : อาวุธ
พลังการโจมตี :2870-3290
ค่าพละกำลัง :+235
พลังทางกายภาพ :+232
ความว่องไว :+229
เพิ่มเติม :เพิ่มการโจมตีให้ผู้ใช้งาน 20%
เพิ่มเติม :เพิ่มการป้องกันให้ผู้ใช้งาน 1,000 พอยท์
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :100
……
เย่ฮวายิ้ม “ขวานระดับทองเข้ม เสริมการโจมตีได้ไม่
น้อยเลย แถมยังมีการป้องกันเพิ่มขึ้นอีก 1,000 พอยท์
ด้วย ถือเป็นของดีสำหรับนักรบคลั่งเกราะหนักที่มีเลือด
และการป้องกันที่ค่อนข้างต่าได้เป็นอย่างดี”
เสี่ยวตูฉงไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่ยืนรอเขาแบ่งไอ
เท็มชิ้นนี้ตามความเหมาะสม เย่ฮวายิ้มและยื่นมันให้กับ
เธอ “วันนี้ฉันมาทำภารกิจเป็นเพื่อนเธอ ของพวกนี้ให้เธอ
ก็แล้วกัน”
พูดจบเธอก็แอบเงยหน้าขึ้นมามองเขา จากนั้นขวาน
รบที่อยู่ในมือของเย่ฮวาก็ค่อยๆ หายไปและกลับเข้าไปอยู่
ในโกดังของกิลด์ เธอเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ และพูดด้วย
รอยยิ้มว่า “ขวานรบชิ้นนี้พวกเราต่างก็ไม่สามารถใช้งาน
ได้ ใส่เข้าไปในโกดังกิลด์ให้คนอื่นใช้งานก็ได้ หัวหน้ามักจะ
ยกไอเท็มและโอสถต่างๆ ให้กับคนในกิลด์แบบไม่คิดเงิน
ฉันเองก็หวังว่าจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง เพราะฉันก็เป็น
หนึ่งในผู้อาวุโสกิลด์หานเยว่เหมิงเหมือนกัน”
เขาหันไปพยักหน้าให้เธอ เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่เลวเลย
และเขาก็ชอบคนที่มีนิสัยแบบเธอเสียด้วยสิ
“โชคดีจริงๆ ที่กิลด์หานเยว่เหมิงของเราได้เธอเข้ามา
อยู่ในกิลด์~”
พูดจบเย่ฮวาก็หันไปมองซากปรักหักพังของเผ่ายักษ์
“งั้นพวกเราอย่าเสียเวลาเลย รีบไปเปลี่ยนอาชีพให้เธอกัน
เถอะ ระหว่างทางก็เก็บเลเวลไปด้วย หลังจากเลเวลของ
เธอเพิ่มขึ้นความสามารถของเธอก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
เช่นเดียวกัน”
“อื้อ!”
……
เย่ฮวาและเสี่ยวตูฉงฆ่ามอนสเตอร์ไปตลอดทาง เขาใช้
วิธีโจมตีมอนสเตอร์เหล่านั้นให้เลือดลดลงจนเกือบหมด
หลอดก่อน จากนั้นก็มอบหน้าที่ให้กับเสี่ยวตูฉงเป็นคน
จัดการต่อ หลังจากเลเวลแตะ 90 แล้วการอัพเลเวลจะ
ยากมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับปีนป่ายขึ้นสู่ท้องนภา เลเวล
103 ในตอนนี้ของเขายิ่งทำให้เลเวลกระเตื้องช้าลงเรื่อยๆ
ค่าประสบการณ์ของเนโครแมนเซอร์มายาเหล่านี้ไม่รู้ว่า
เขาต้องใช้เวลาฆ่าจนถึงปีมะโว้หรือเปล่ากว่าเลเวลจะอัพ
อีกครั้ง แต่การสังหารมอนสเตอร์เหล่านี้กลับทำให้ค่า
ประสบการณ์ของเสี่ยวฉงตูเพิ่มขึ้นอย่างมาก การเดินทาง
มาเก็บเลเวลที่นี่ทำให้รู้สึกสะใจมากจริงๆ
อัญมณีมิติอยู่ในซากปรักหักพัง ทว่าหลังจากที่พวก
เขาใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวันไปกับการสังหารมอนสเตอร์
กลับไม่พบแม้แต่เงาของอัญมณีมิติ ตอนช่วง 11 โมง
กว่ามู่จื่อหานส่งข้อความมาหาเย่ฮวาเพื่อให้ออกไปกินข้าว
เที่ยงกับคุณมู่ ที่พ่อของเธอมาหาเขาถึงที่บ้านก็น่าจะ
เกี่ยวกับเรื่องการย้ายออกไปอยู่ที่อื่นที่เขาเคยพูดเกริ่นไว้
ก่อนหน้านี้
ก่อนที่จะออกจากระบบเย่ฮวานำเหรียญทองที่อยู่ใน
กระเป๋าจำนวน 700 กว่าเหรียญแลกออกมาเป็นเงินหยวน
ซึ่งอัตราการแลกเงินในตอนนี้อยู่ที่ 1 : 0.062 จากนั้นเขาก็
นัดกับเสี่ยวตูฉงเพื่อกลับมาทำภารกิจกันต่อในช่วงบ่าย
และออกจากระบบทันที
เย่ฮวาล้างหน้าล้างตาและเดินออกมาจากห้อง ตอน
นี้มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์กำลังวุ่นวายอยู่ในห้องรับแขก
ตอนที่เขากำลังจะเดินตรงไปนั่งที่โซฟา จู่ๆ ก็ได้ยินเสียง
กริ่งดังขึ้น เขาจึงเดินไปเปิดประตูก็พบว่าคุณมู่กำลังยืนรอ
อยู่ด้านนอก
เย่ฮวารีบเดินออกไปต้อนรับและพูดทักทายด้วย
รอยยิ้มว่า “สวัสดีครับคุณลุง”
คุณมู่พยักหน้าและกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
จากนั้นก็พูดด้วยน้าเสียงอบอุ่นว่า “ดูเหมือนว่าร่างกาย
ของนายจะหายดีจนเกือบสมบูรณ์แล้วสินะ”
“ครับ ต้องขอบคุณยาที่คุณลุงส่งมาให้ ร่างกายของผม
จึงฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น”
เยว่เอ๋อร์ยืนอยู่ด้านหน้าประตูบ้านและตะโกนด้วย
เสียงหวานๆ “คุณลุงรีบเข้ามาข้างในก่อนเถอะค่ะ ข้าง
นอกร้อนจะตาย~”
ตอนที่เย่ฮวาและคุณมู่เข้ามาด้านใน มู่จื่อหานก็รีบวิ่ง
มากอดแขนเขาไว้พร้อมกับถามด้วยรอยยิ้ม “ทำไมคุณพ่อ
มาถึงเร็วจังคะ?”
คุณมู่ยิ้ม “ไม่ได้กินข้าวกับลูกสาวสุดที่รักครึ่งเดือนแล้ว
จะให้พ่อมาช้าได้ยังไงกันล่ะ~”
ลินดาเดินออกมาจากห้องครัวจากนั้นเธอก็พูดกับคุณ
มู่ด้วยความนอบน้อม “คุณผู้ชาย ดิฉันเตรียมกับข้าวไว้
เรียบร้อยแล้ว ให้ดิฉันเสิร์ฟอาหารเลยไหมคะ?”
คุณมู่หันไปยิ้มให้เธอ “จัดอาหารได้เลย”
เยว่เอ๋อร์รีบวิ่งเข้าไปในห้องครัวและตะโกนด้วยความ
กระตือรือร้นว่า “ลินดา เดี๋ยวฉันช่วยนะ~”
……
“นายจะย้ายออกจริงๆ เหรอ?” หลังจากคุณมู่นั่งลงที่
โต๊ะอาหารเขาก็เอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วเบา
เย่ฮวาเม้มปากและพยักหน้าตอบกลับไป “ผมอยู่ที่นี่
มาเดือนกว่าแล้ว บาดแผลก่อนหน้านี้ก็หายดีจนเกือบ
ทั้งหมด อีกอย่างผมเองก็มีแผนเตรียมไว้แล้ว จะให้ผมอยู่
ที่นี่ต่อไปคงจะไม่ได้ครับ”
คุณมู่มองเย่ฮวาด้วยความอ่อนโยน หลังจากเงียบไป
ครู่หนึ่งเขาก็ยืดตัวตรง “โอเค! ในเมื่อนายตัดสินใจที่จะ
ย้ายออกไปฉันก็จะไม่ห้าม ว่าแต่นายมีที่พักใหม่หรือยัง?
อยากให้ฉันช่วยหาให้ไหม?”
เย่ฮวารีบโบกมือปฏิเสธ “อย่าดีกว่าครับคุณลุง ผมมีที่
พักอยู่แล้วแค่ย้ายกลับไปก็อยู่ได้เลย แถมเดือนหน้าก็จะ
เปิดเทอมแล้วด้วย ถึงเวลานั้นผมคงย้ายเข้าไปพักใน
หอพักมหาวิทยาลัยครับ”
คุณมู่พยักหน้า “นายมีอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกฉันได้
นะ ฉันยินดีช่วยเหลือนายเต็มที่”
เย่ฮวารีบโบกมือพัลวัน “คุณลุงพูดเกินไปแล้วครับ
เรื่องเล็กน้อยผมจัดการเองได้ครับ”
เย่ฮวาและคุณมู่พูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ส่วนสองสาวมู่จื่อ
หานและเยว่เอ๋อร์ก็นั่งด้วยสีหน้าโศกเศร้าอย่างเงียบๆ ดู
เหมือนว่าพวกเธอคงไม่อยากให้เขาย้ายออกไปจากที่นี่
ทว่าเย่ฮวาเป็นคนหนักแน่น ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่ควรขลุก
อยู่ที่นี่และใช้ชีวิตหมดไปกับการเล่นเกมตลอดทั้งวัน
นอกจากนี้เขาไม่มีทางที่จะเกาะผู้หญิงโดยไม่ยอมทำอะไร
แน่ๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาได้รับบาดเจ็บและเขาก็
เกรงใจคุณมู่ดังนั้นจึงยอมพักอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้ร่างกายของ
เขาหายดีแล้วและถึงเวลาที่เขาควรจะย้ายออกไปเสียที
หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จคุณมู่ก็นั่งพูดคุยต่อครู่หนึ่ง
ก่อนจะกลับไป ส่วนเย่ฮวาก็โทรหาเจ้ากวาจื่อเพื่อให้หมอ
นั่นเตรียมตัว คืนนี้เขาจะเก็บของและย้ายออกในวันพรุ่งนี้
เช้า
หลังจากจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เย่ฮวาก็กลับ
เข้าไปในห้องเพื่อเข้าเกมอีกครั้ง ตอนที่เขาเข้ามาก็พบว่า
เสี่ยวตูฉงกำลังเก็บเลเวลอยู่ ดูเหมือนว่าเธอจะมาเร็วกว่า
เวลาเวลาที่นัดไว้หลายสิบนาที หลังจากดึงเธอเข้ามาอยู่
ในปาร์ตี้เขาก็ถามเธอว่า “ทำไมเข้าเกมเร็วจัง?”
เสี่ยวตูฉงพยักหน้า “วันนี้วันหยุดก็เลยมีเวลาค่อยข้าง
มาก ฉันก็เลยเข้ามาเก็บเลเวลรอเวลาน่ะ”
เย่ฮวาเดินมาข้างๆ เพื่อเก็บเลเวลเป็นเพื่อนเธอ
จากนั้นเขาก็ถามขึ้นมาว่า “เธอยังดูเด็กอยู่เลยนะ ยังเรียน
อยู่หรือเปล่า?”
เธอหน้าแดง “เปล่า ฉันเรียนจบแล้ว ตอนนี้ฉันเป็น
ผู้จัดการอยู่ที่ร้านอาหารที่เซินเจิ้นน่ะ”
ได้ยินเธอพูดเช่นนี้ดวงตาของเขาก็เป็นประกายแวว
วาวขึ้น อันที่จริงเขาเองก็มีความคิดอยากจะเปิด
ร้านอาหารเช่นกัน ตอนนี้เขากำลังหาข้อมูลเพิ่มเติม สิ่ง
แรกที่เขาต้องทำคือหาทำเลดีๆ สักที่เงินลงทุนที่ต้องใช้
อาจจะอยู่ที่ราวๆ 3,000,000 หยวนโดยประมาณ
หลังจากนั้นจะทำกำไรได้หรือไม่ก็คงต้องรอดูผล
ประกอบการในภายภาคหน้า
ได้ยินเธอพูดเช่นนี้เขาก็รีบถามว่า “งั้นเธอก็คงจะ
ชำนาญเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเลยสินะ?”
เธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ “ฉันเรียนสาขาบริหารจัดการแล้ว
ก็ทำงานอยู่สายงานนี้มาสองปีกว่าแล้ว”
เย่ฮวาลูบคางและมองหน้าเธอ “เธอดูเหมือนคนอายุ
ราวๆ 20 ปี คิดไม่ถึงเลยว่าจะเก่งขนาดนี้แถมยังทำงานมา
สองปีกว่าแล้ว ถ้างั้นฉันขอถามอะไรเธอหน่อยได้หรือ
เปล่า?”
“อะไรเหรอ?” เธอถามด้วยความกระตือรือร้นราวกับ
รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่จะได้ช่วยเหลือเขา
เย่ฮวาเปิดหาภาพหน้าจอและพูดขึ้นว่า “ตอนนี้ฉันมี
เงินเก็บจากเกมได้ระดับหนึ่งแล้ว ก็เลยคิดว่าจะลงทุนเพื่อ
เปิดร้านอาหารสักแห่งแถวๆ นี้ แต่ประสบการณ์ของฉันยัง
มีไม่มากพอ เธอช่วยแนะนำฉันหน่อยสิ”
เธอฟังข้อมูลที่เย่ฮวาส่งให้ด้วยท่าทางจริงจังจากนั้นก็
พูดขึ้นว่า “ถึงแม้ว่าที่ทำเลที่นายเลือกจะค่อนข้างดีและ
ใกล้กับสามชุมชนที่สามารถพัฒนาให้เติบโตขึ้นได้ใน
อนาคต แต่ฉันคิดว่าฝั่งตรงข้ามน่าจะดีกว่าเพราะอยู่ด้าน
นอกชุมชน ยิ่งไม่ต้องข้ามถนนด้วย แบบนี้จะสะดวกกว่า
ฉันเชื่อว่าสามารถดึงดูดลูกค้าได้เยอะขึ้นแน่นอน”
เสี่ยวตูฉงพูดไปพลางก็วิเคราะห์สภาพแวดล้อม
โดยรอบ การพัฒนาและผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
หลังจากเปิดร้านอาหารไปพลาง ทว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่
เย่ฮวาจะเข้าใจได้ทั้งหมด ท้ายที่สุดเขาก็ไม่สามารถทำ
ความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้
แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เย่ฮวาก็พอเข้าใจประเด็น
หลักๆ ที่เสี่ยวตูฉงกำลังอธิบาย นั่นก็คือที่ทำเลตรงข้ามกับ
จุดที่เขาเลือกจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าหากเปิดร้านอาหาร
นอกจากนี้หากจัดการได้อย่างถูกต้องก็จะสามารถทำกำไร
ได้!
เย่ฮวากล่าวขอบคุณเสี่ยวตูฉง อีกทั้งยังแอบถามเธอว่า
เธอยินดีที่จะมาช่วยเขาหรือไม่ เธอตอบกลับมาว่าเธอขอ
กลับไปคิดดูก่อน เย่ฮวาจึงไม่คิดจะคะยั้นคะยอให้เธอ
ลำบากใจ เขาเสนอให้เธอเป็นผู้จัดการให้เขา รวมถึงให้
เงินเดือนที่สูงกว่าที่เก่าที่เธออยู่ เธอจะมาช่วยเขาหรือไม่ก็
คงต้องรอดูหลังจากที่เขาเปิดธุรกิจหลังจากนี้
……
ช่วงบ่ายหลังจากใช้เวลาออกตามหาเป็นชั่วโมงก็ยังไม่
เห็นวี่แววของอัญมณีมิติ ตอนนี้เขายืนอยู่กลางซาก
ปรักหักพังและกำลังกวาดตามองไปรอบๆ นอกจากเศษ
ซากกำแพงและพื้นดินที่ไหม้เกรียม ก็มีแต่เนโครแมนเซอร์
มายาที่กำลังเดินสวนกันไปมา ภารกิจครั้งนี้ไม่มีคำใบ้ใดๆ
เกี่ยวกับอัญมณีมิติชิ้นนี้
เสี่ยวตูฉงยังคงเก็บเลเวลอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เธอ
เดินทางมาถึงที่นี่และใช้เวลาเก็บเวลาอยู่พักใหญ่ ในที่สุด
เลเวลของเธอก็แตะ 87 ได้อย่างราบรื่น ถ้าหากวันนี้เธอ
ตั้งใจเก็บเลเวลก็มีความเป็นไปได้ที่เลเวลของเธอจะแตะ
90 ภายในวันเดียว
ตอนที่เย่ฮวากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ จู่ๆ ก็มีวงเวทย์
ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา จากนั้นเขาก็พบว่าเม่ยเอ๋อร์กระ
โดดออกมาจากวงเวทย์ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่สร้างความตกตะลึง
ให้กับเขาอยู่ไม่น้อยเพราะเขาไม่ได้เรียกเธอออกมา ครั้งนี้
เธอเป็นคนกระโดดออกมาจากวงเวทย์ด้วยตัวเธอเอง!
สัตว์เลี้ยงสามารถออกมาจากช่องมิติสัตว์เลี้ยงด้วย
ตัวเองโดยที่ไม่ต้องรอคำสั่งจากเจ้านายได้ด้วยเหรอเนี่ย?
เม่ยเอ๋อร์ยืนอยู่ตรงหน้าเย่ฮวาด้วยสีหน้ากังวลใจ
“พี่ชายกำลังหาอะไรอยู่หรือเจ้าคะ? ดูท่าทางไม่สบ
อารมณ์เท่าไหร่นัก”
เย่ฮวากระตุกยิ้มและยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของเธอ
“เปล่าสักหน่อย~”
เม่ยเอ๋อร์บุ้ยปาก “อย่าโกหกเม่ยเอ๋อร์เลยเจ้าค่ะ เม่ย
เอ๋อร์มองออกว่าพี่ชายกำลังมองหาอัญมณีมิติอยู่ใช่
หรือไม่เจ้าคะ?”
เย่ฮวาดวงตาเป็นประกาย “เธอรู้ด้วยเหรอ?”
เธอยิ้ม “เผ่าแมววิญญาณของพวกเราออกมาจากช่อง
มิติที่อยู่บนต้นน้าพุวิญญาณ บ่อหมื่นน้าพุเคยเป็นสถานที่
ที่ยักษ์ใช้ชีวิตอยู่ ทว่าในภายหลังสถานที่แห่งนั้นถูกเผ่า
มนุษย์ยึดครองไป”
“เธอพูดแบบนี้หมายความว่าเธอรู้เหรอว่าอัญมณีมิติ
อยู่ที่ไหน?”
เธอพยักหน้าหงึกๆ “ในเมื่ออัญมณีมิติคือสมบัติของ
เผ่ายักษ์ ถ้าเช่นนั้นมันย่อมอยู่ในสถานที่ที่พิเศษกว่านี้
สถานที่แห่งนั้นไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์ทั่วไปจะสามารถเดิน
ทางเข้าไปได้ ของที่พี่ชายตามหาคงจะอยู่อีกมิติหนึ่ง
เช่นเดียวกับเผ่าแมววิญญาณยังไงล่ะเจ้าคะ”
“ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง ก็ว่าทำไมถึงหามันไม่เจอสักที…”
เย่ฮวาพึมพำคนเดียว จากนั้นเขาก็หันไปถามเธอว่า
“แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าเราจะเข้าไปหาอัญมณีมิติได้
ยังไง?”
“ถ้าหากเจอผู้แข็งแกร่งที่สามารถทลายช่องมิติของ
ซากปรักหักพังเผ่ายักษ์ได้ เราก็จะสามารถเดินทางไปยัง
มิติอื่นผ่านรอยแยกของช่องมิติได้เจ้าค่ะ แต่ว่า…”
เธอพูดด้วยน้าเสียงจริงจัง “แม้ว่าข้าจะมีสายเลือด
ของเทพเจ้ามังกรอยู่ในตัว แต่พลังวิญญาณจากต้นน้าพุ
วิญญาณก็ยังอยู่ในตัวของข้า ดังนั้นข้าจึงมีอำนาจจากเผ่า
ยักษ์ส่วนหนึ่งด้วย โลหิตของข้าน่าจะเปิดช่องมิติของเผ่า
ยักษ์ได้เจ้าค่ะ”
พูดจบเธอก็ใช้นิ้วกรีดลงบนฝ่ามือจนเลือดไหลซึม
ออกมา เธอกำฝ่ามือเล็กๆ และปล่อยให้เลือดสีแดงสด
หยดลงสู่พื้นดิน วินาทีต่อมาใต้เท้าของเขาก็ปรากฎ
ทางเดินราวกับเป็นถ้าสีดำทมิฬขึ้น รอบๆ ช่องมิติที่อยู่
ตรงหน้าดูเหมือนจะบิดเบี้ยวไปมาตลอดเวลา