ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 608 จัดงานเลี้ยงต้อนรับ
ตอนที่ 608 จัดงานเลี้ยงต้อนรับ
วันรุ่งขึ้น เซี่ยอวิ๋นจิ่นพาลูกน้องสองคนไปรายงานตัวที่ที่ทำการเมืองหนิงโจว ลู่เจียวอยู่บ้านกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่จัดของที่นำมาจากอำเภอชิงเหอ
ท่านอาเซียวจัดคนไปซื้อบ่าวรับใช้มาเพิ่ม ทั้งจวนต่างมีงานยุ่งกันไปหมด
ลู่เจียวและเจ้าหนูน้อยทั้งสี่กำลังจัดของกับเฝิงจือและหร่วนจู๋ นอกประตู หลิ่วอันเดินเข้ามา นางมองไปยังลู่เจียว ยิ้มเอ่ยว่า “ฮูหยิน บ่าวมีเรื่องหารือกับท่านได้หรือไม่”
ลู่เจียวหันไปมองนาง
ตอนนี้หลิ่วอันนิสัยเปิดเผยขึ้นมาก ไม่ได้มีท่าทางขลาดกลัวเช่นเมื่อก่อน ทำงานก็รู้จักรุกถอย
ลู่เจียวพยักหน้าอย่างพอใจมองนางถามว่า “เรื่องอันใด”
“วันนี้บ่าวได้ยินพ่อบ้านเซียวบอกว่าเรือนด้านหลังต้องการคนเพิ่ม บ่าวอยากมาขอกับฮูหยินว่า บ่าวไปทำงานในห้องครัวกับฮวาเสิ่นได้หรือไม่ ยายเฒ่าชิวบอกว่าคนในห้องครัวไม่พอ ต้องหามาเพิ่มสองคน บ่าวชอบทำอาหาร ดังนั้นอยากขอไปทำงานในห้องครัวกับฮวาเสิ่น”
ลู่เจียวคิดถึงอาหารที่หลิ่วอันทำก่อนหน้านี้ รสชาติไม่เลวจริงๆ การทำอาหารก็เป็นความสามารถเดิมของนาง อยู่บ้านนางก็ซักผ้าทำอาหารปรนนิบัติสามีมา
“ได้ เช่นนั้นวันหน้าเจ้าก็ทำงานในห้องครัวกับฮวาเสิ่น ส่วนเจ้าบุตรสาวหลิ่วฝู ก็ให้ทำงานกับเฝิงจือ เฝิงจือจะได้คอยสอนนางอ่านหนังสือ”
ปีนี้หลิ่วฝูอายุแปดขวบ เพราะเติบโตในบ้านตระกูลเซี่ย มักคอยติดตามเฝิงจือ ดังนั้นทำงานคล่องแคล่ว และรู้ธรรมเนียมอย่างมาก ลู่เจียวเห็นแล้วก็รู้สึกว่าไม่เลว คิดจะให้เฝิงจืออบรมนางขึ้นมา
หลิ่วอันพอได้ฟังก็ดีใจอย่างมาก รับคำว่า “ขอบคุณฮูหยิน เช่นนั้นบ่าวไปทำงานก่อน”
หลิ่วอันไม่ได้รู้สึกว่าตนเองขายตัวเป็นบ่าวเป็นเรื่องไม่ดี กลับกัน เพราะใต้เท้าได้เป็นขุนนาง วันหน้าบุตรสาวแต่งงานย่อมต้องดีกว่าแต่งกับคนบ้านนา หากอยู่ที่หมู่บ้านต่อไป เป็นไปได้มากว่าจะถูกตระกูลหลัวนำไปขายทิ้ง
ลู่เจียวโบกมือ หลิ่วอันถอยออกไป เฝิงจืออดยิ้มไม่ได้ เอ่ยว่า “พี่หลิ่วอันตอนนี้นิสัยร่าเริงมาก ไม่ได้หมองหม่นดังเมื่อก่อนอีกแล้ว”
“ดีมาก”
ลู่เจียวไม่ได้เอ่ยเรื่องนี้ต่อ นางนำเสื้อผ้าของเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ออกมาคัดแยก บอกให้พวกเขานำเสื้อผ้ารองเท้าถุงเท้าตนเองกลับไปเก็บที่ห้องตน ขั้นตอนนี้ไม่ให้ผู้ใดช่วยเหลือ ให้พวกเขาลงมือทำกันเอง
ลู่เจียวสอนลูกย่อมมีวิธีของตน เรื่องที่เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ทำเองได้ก็จะไม่อนุญาตให้ผู้ใดช่วยพวกเขาทำแม้ว่าพวกนางมีเงิน และเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็มีเด็กรับใช้ส่วนตัว แต่ขอเพียงพวกเขาทำเองได้ก็ต้องทำด้วยตนเอง
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ชินกับการสอนเช่นนี้แล้ว ดังนั้นไม่คิดว่าการทำเช่นนี้จะมีปัญหาอันใด กลับกัน ยังรู้หน้าที่ลงมือด้วยตนเอง
“ทราบแล้ว ท่านแม่”
ลู่เจียวไม่สนใจอีกพวกเขา เก็บเสื้อผ้านางกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นเข้าไปไว้ในห้อง
ลู่เจียวกำลังทำงาน ยายเฒ่าชิวก็ถือเทียบเดินเข้าประตูมา พอเข้ามาก็รายงานว่า “ฮูหยิน ทางหน้าประตูนำเทียบเชิญเข้ามาบอกว่าจวนใต้เท้าจือฝู่ส่งคนนำมา”
ลู่เจียวเลิกคิ้วหันไปรับเทียบเชิญมาดู เป็นเทียบจากฮูหยินจื่อฝู่เมืองหนิงโจวส่งมาจริง เชิญเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับนางไปงานเลี้ยงที่จวนจือฝู่
ลู่เจียวไม่แปลกใจ เซี่ยอวิ๋นจิ่นมารับตำแหน่งที่เมืองหนิงโจว ในฐานะจือฝู่เมืองหนิงโจวย่อมต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกนางสักหน่อย แต่งานเลี้ยงคืนนี้เกรงว่าจะไม่อร่อยเสียแล้ว
ลู่เจียวแอบคิดอยู่เป็นนาน แต่ก็มิได้เคร่งเครียดสักเท่าไร ทหารมาแม่ทัพขวาง น้ำมาดินอุด พร้อมรับมือ ตอนนี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นถงจือเมืองหนิงโจว ไม่ใช่ซิ่วไฉยากจน
ตอนเที่ยงเซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับมา ลู่เจียวก็บอกเขาเรื่องนี้ เขารับคำกล่าวว่า “เช้าวันนี้ ข้าได้พบหลินจือฝู่แล้ว เขาได้เชิญข้าไว้แล้วว่าค่ำนี้จะจัดงานที่จวนต้อนรับข้า ให้ข้าพาเจ้าไปด้วย”
ลู่เจียวพยักหน้า ไม่ได้กล่าวอันใดต่อ เซี่ยอวิ๋นจิ่นกลัวนางเสียเปรียบ ดึงมือนางมากำชับกล่าวว่า “ค่ำนี้เจ้าระวังหน่อย อย่าได้เสียเปรียบผู้ใด”
ลู่เจียวยิ้มมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวว่า “ข้าเป็นคนที่จะเสียเปรียบโดนหลอกง่ายๆ หรือ”
แม้ว่านางกล่าวเช่นนี้ เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ยังไม่วางใจ แม้เจียวเจียวจะฉลาด แต่ความจริงนางไม่ชอบละครใช้สมองประลองอุบายที่สุด แต่ทำอย่างไรได้ ในวงการขุนนางไม่อาจเลี่ยงได้ ดังนั้นเขาหวังเพียงแต่อย่าให้นางต้องทนรองรับอารมณ์ผู้ใด
“หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก็ส่งคนมาบอกข้า อีกอย่าง หากฮูหยินจือฝู่รังแกเจ้า เจ้าก็อย่าได้ทน”
ลู่เจียวได้ยินเซี่ยอวิ๋นจิ่นกำชับแล้วกำชับอีก ก็ยิ้มกล่าวว่า “เจ้าวางใจ ข้าจะอดทนไว้”
ตอนนี้นางมีสามีหนุนหลังแล้ว กลัวอันใด
ในโถงห้องอาหาร เจ้าหนูน้อยทั้งสี่มองท่านพ่อตนเอง กล่าวว่า “ท่านพ่อ ท่านวางใจ พวกเราจะปกป้องท่านแม่เอง”
ลู่เจียวรีบกล่าวว่า “คืนนี้พวกเจ้าสี่คนไม่ต้องไป รออยู่บ้านดีๆ พวกเรามาเมืองหนิงโจวครั้งแรก ยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่ ดังนั้นยังออกไปไหนไม่ได้ในตอนนี้ อย่าออกไปดีกว่า”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่พอได้ฟังก็เป็นห่วง “เช่นนั้นหากมีคนรังแกท่านแม่จะทำเช่นไร”
“ไม่เป็นไร ตอนนี้ท่านพ่อเจ้าเป็นขุนนางแล้ว พวกเราไม่เกรงกลัวคนพวกนั้น”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่พอได้ฟังก็วางใจลงไม่น้อย
ตกค่ำ เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็พาลู่เจียวไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนหลินจือฝู่
พื้นที่จวนตระกูลหลินใหญ่ใกล้เคียงกับตระกูลเซี่ย แต่บ่าวรับใช้ในจวนไม่น้อย เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวไปถึง ก็มีผู้ดูแลจวนชายหญิงมารับพวกเขาเข้าไปในโถงงานเลี้ยง แขกหญิงแยกไปอีกทาง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพาหร่วนไคกับหลินตงไปเรือนด้านหน้าที่เป็นที่จัดงานเลี้ยงแขกชาย ลู่เจียวพาเฝิงจือหร่วนจู๋กับถงอี้ไปด้านหลังที่เป็นที่จัดงานเลี้ยงแขกหญิง
ถงอี้แต่งกายเป็นหญิง ดูไม่ออกแม้สักนิด นอกจากตัวสูงไปสักหน่อยแล้ว ที่เหลือก็ไม่ต่างอันใดกับผู้หญิง
เฝิงจือกับหร่วนจู๋เห็นเขาเช่นนี้ก็อดหัวเราะคิกคักไม่ได้ เหลือบตาหยอกถงอี้อย่างเบิกบานใจ
ถงอี้กัดฟันกรอด ในใจแอบบ่นใต้เท้าตน เอ่ยให้ทำงานทีไม่มีเรื่องดี ต้องให้เขาแต่งกายเป็นหญิง ติดตามฮูหยิน นี่มันเรื่องอันใดกัน
ลู่เจียวไม่ได้สนใจด้านหลัง เดินตามผู้ดูแลหญิงตระกูลหลินไปยังงานเลี้ยงแขกสตรีที่เรือนด้านหลัง
ผู้ดูแลหญิงผู้นี้รู้จักพูดจา ตลอดทางมาเอ่ยยกย่องลู่เจียวไม่หยุด
“ฮูหยินช่างอายุน้อยจริง อายุน้อยๆ ก็ได้เป็นถึงฮูหยินถงจือ อนาคตวันหน้าย่อมประมาณมิได้”
“ฮูหยินเราได้ยินชื่อฮูหยินมานานแล้ว อยากพบฮูหยินมาตลอด วันนี้ได้พบเสียที”
ฮูหยินจือฝู่อายุสี่สิบกว่า ใบหน้าอ้วนกลมเล็กน้อยอย่างผู้มีสง่าราศี พอเห็นลู่เจียวก็มีสีหน้าตกใจ เพราะก่อนหน้านี้พวกนางได้ข่าวมาว่า ฮูหยินถงจือมาจากบ้านนาในอำเภอชิงเหอ เป็นหญิงบ้านนา แม้ว่าหญิงผู้นี้มีความสามารถอยู่บ้าง ได้ยินว่าเป็นวิชาแพทย์และยังเก่งการค้า แต่หญิงจากบ้านนา น่าจะมีกลิ่นอายบ้านนาติดตัวแบบพวกบ่าวรับใช้หยาบกร้าน แม้มีความสามารถและเก่งการค้าเพียงใด อย่างไรก็ย่อมมีกลิ่นอายหยาบกระด้างติดตัวมา
แต่ตอนนี้มาได้เห็นกิริยาท่าทางดูมีสง่าราศีของหญิงผู้นี้ ไหนเลยมีความหยาบกระด้างแบบหญิงบ้านนา กลับกัน กิริยาท่าทางกลับเป็นกุลสตรีดำรงจารีตธรรมเนียมตามแบบฮูหยินสูงศักดิ์ ฮูหยินจือฝู่มองอย่างตกตะลึง คนงาม กิริยาก็งดงาม งามดุจดังก้าวออกมาจากภาพวาด