ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 401 อย่าลืมซ้ำดาบสุดท้ายเสมอ
ตอนที่ 401 อย่าลืมซ้ำดาบสุดท้ายเสมอ
“เจ้าเรียนรู้เร็วหรือ”
ฉินเหยายกมือทำท่าเชิญ “เช่นนั้นเจ้าก็ไปสู้สิ”
หลิวจี้ส่ายหัวเป็นพัลวันในทันที คว้าตัวหลิวไป่กับหลิวจ้งที่กำลังตกตะลึงกับการ ‘ฝึกเยี่ยงหมาป่า’ ของฉินเหยา จากนั้นก็รีบไปสมทบกับคนอื่นๆ ในกลุ่มฆ่าหมาป่าเพื่อเก็บซากหมาป่าและถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
อ้อ ยังไม่ลืมที่จะทิ้งคบเพลิงไว้สองอันด้วย
เขาไม่กล้าเข้าใกล้ฉินเหยาแล้ว
สตรีที่เพิ่งจะสังหารหมู่เมื่อครู่ บนร่างเต็มไปด้วยจิตสังหาร เข้าใกล้แล้วคงได้รับบาดเจ็บ
คบเพลิงสองอันถูกยัดใส่มือของอาวั่ง นิ้วของหลิวจี้ชี้ไปที่เขาอย่างดุร้าย “เจ้าหมอนี่!”
“พวกเราไปก่อน” หลิวจี้เรียกทุกคน นำกลุ่มถอยทัพ
หลิวไป่กับหลิวจ้งตอนนี้ฟื้นคืนสติแล้ว พวกเขามองไปที่หลิวจี้พร้อมกัน อ้าปากอยากจะพูดแต่ก็หยุด อยากจะพูดแต่สุดท้ายก็ไม่พูด
หลิวจี้ถลึงตา “อย่าถาม! อย่ามอง! ดูแลตัวเองให้ดี!”
หลิวไป่กับหลิวจ้งมองหน้ากันแล้วปิดปากแน่น พยักหน้าอย่างแรง เข้าใจ!
ทว่า หลังจากที่ทุกคนแบกซากหมาป่าไปถึงเชิงเขาแล้ว หลิวจี้ก็กัดฟันถือคบเพลิงกลับไปคนเดียว
เขาวิ่งไปยังทิศที่มีเสียงหมาป่าหอนดังมาพลางคิดว่า ชีวิตของเด็กก็ยังเป็นชีวิตนะ!
เมื่อข้างหลังมีเสียงเคลื่อนไหว อาวั่งพลันหันกลับมาอย่างรวดเร็วก็พบเข้ากับใบหน้าเหงื่อท่วมของหลิวจี้
“ชู่ว์ ชู่ว์ ชู่ว์!” หลิวจี้รีบเตือนเขาว่าอย่าส่งเสียง
อาวั่งพยักหน้า ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาเช็ดเหงื่ออย่างใจดี
ส่วนคบเพลิงสองอันนั้น อันหนึ่งอาวั่งยังถืออยู่ในมือ
ส่วนอีกอันหนึ่งน่ะหรือ ถูกฉินเหยาใช้เป็นเชื้อเพลิง โยนเข้าไปในกองฟืนที่นางสุมขึ้นมาอย่างลวกๆ เพื่อให้แสงสว่างแก่ต้าหลาง
ท่ามกลางแสงไฟ หมาป่าจ่าฝูงเผชิญหน้ากับสองแม่ลูกที่น่ารังเกียจตรงหน้าก็โกรธจนถึงขีดสุด
ทุกครั้งที่โจมตีเจ้าหนูมนุษย์นั้นล้วนเป็นการโจมตีสุดกำลัง มุ่งมั่นหมายจะฆ่าเขาทิ้ง
การต่อสู้ที่แท้จริงจะไม่เปิดโอกาสให้ต้าหลางได้คิดหากลยุทธ์รับมือ เขาหนีรอดจากกรงเล็บหมาป่าครั้งแล้วครั้งเล่าล้วนอาศัยสัญชาตญาณของร่างกายทั้งสิ้น
แต่รั้งมาถึงตอนนี้ พละกำลังก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดแล้ว
นี่ยังเป็นภายใต้เงื่อนไขที่อาวั่งมาเป็นอาจารย์ฝึกวรยุทธ์ของเขาและเพิ่มปริมาณการฝึกซ้อมแล้วด้วย
หากยังเป็นเหมือนเมื่อก่อนที่ฝึกฝนร่างกายตามฉินเหยา คงจะหลบไม่ได้แม้แต่การโจมตีเดียว ต้องถูกหมาป่าจ่าฝูงที่โกรธจนเสียสติฉีกเป็นชิ้นๆ แน่นอน
“ลุกขึ้น!”
ฉินเหยาตะคอกอย่างเย็นชา
น้ำเสียงนั้นไม่มีความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย ราวกับเป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังออกคำสั่งอย่างสูงส่ง
ต้าหลางฟังแล้วยังแทบไม่อยากจะเชื่อ
นี่ยังเป็นมารดาเลี้ยงที่เขารู้จักอยู่หรือไม่
หมาป่าจ่าฝูงไม่ให้โอกาสเขาได้ขบคิดปัญหานี้ มันเกลียดการถูกหยอกล้อและเกลียดมนุษย์อย่างฉินเหยาจึงไม่เคยคิดที่จะหนีเลย
เพียงแค่อยากจะฆ่าเจ้าหนูมนุษย์ที่ขวางหน้าตนเองให้ตายแล้วพุ่งเข้าใส่ฉินเหยา ฉีกนางเป็นชิ้นๆ!
ต้าหลางอยากจะร้องไห้แต่ก็ไร้น้ำตา เขารวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายลุกขึ้นอีกครั้ง คว้ามีดสั้นที่เพิ่งจะตกไป สู้ตาย
เขายกมีดขึ้นแทงไปที่หมาป่าจ่าฝูงที่พุ่งเข้ามาอย่างแรง แต่คาดไม่ถึงว่า อีกฝ่ายจะกระโดดข้ามไปข้างๆ เขาแล้วพลิกตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ตบเขาลงกับพื้นด้วยกรงเล็บเดียว
ต้าหลางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มีดสั้นในมือจับไว้ไม่อยู่ ตกไปอีกครั้ง
หลิวจี้ที่มองอยู่ข้างหลังเหงื่อท่วมตัว
ส่วนฉินเหยาทางนั้นกลับขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ นางตะโกนลั่น “จับอาวุธของเจ้าให้แน่น!”
“วันนี้หากฆ่าหมาป่าตัวนี้ไม่ได้ เจ้าก็อย่าคิดที่จะกลับบ้าน!”
ขณะที่พูด หมาป่าจ่าฝูงก็เผยให้เห็นกรงเล็บแหลมคมที่เปื้อนเลือด กำลังจะตะปบใส่ต้าหลางที่ล้มอยู่ใต้ร่างของมันแล้ว
ฉินเหยาโบกกระบองยาวแล้วแทงเข้าไปโดยไม่กะพริบตาด้วยซ้ำ!
“มันเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่ง เจ้าเป็นคนแท้ๆ กลับถูกมันตีเสียจนอาวุธก็จับไว้ไม่อยู่ เจ้าลองคิดดูสิว่ามันเป็นเพราะอะไร”
หมาป่าจ่าฝูงถูกแทงจนร้องโหยหวน มันลอยขึ้นไปกลางอากาศจากนั้นก็ล้มลงใต้เนินหิน มันพยายามหลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้
มันแยกเขี้ยวที่เปื้อนเลือดออก อยากจะให้ฉินเหยาไปตายเสียเดี๋ยวนี้
ฉินเหยาไม่ได้เหลือบตามองมันเลย นางก้าวยาวๆ ไปข้างหน้าแล้วพยุงต้าหลางที่นอนแผ่อยู่บนพื้นขึ้นมา กดให้เขายืนบนพื้นดีๆ แล้วยัดมีดสั้นที่ตกไปใส่มือเขา
“หลิวจื่อวั่ง ข้าให้เจ้าพักสองนาที ครั้งนี้หากยังจับอาวุธไม่ได้อีก เจ้าก็รอถูกเจ้าเดรัจฉานนั่นฉีกเนื้อหนังเถอะ!”
พูดจบก็ตบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ พลางถอยกลับไปข้างกองไฟ
ต้าหลางเซไปก้าวหนึ่ง เกือบจะถูกการตบเบาๆ นี้ทำให้ล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก นิ้วที่จับมีดสั้นสั่นเทาเพราะไม่มีแรง ลองกำอยู่สองสามครั้งถึงจะสามารถจับมีดไว้ได้อย่างยากลำบาก
สายตาของหลิวจี้กวาดมองไปมาระหว่างต้าหลางและหมาป่าจ่าฝูงพลางแอบกลืนน้ำลายลงคอ ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะสงสารใครดี
หากรู้ว่าต้องมาเป็นคู่ซ้อมแบบนี้ หมาป่าจ่าฝูงตัวนี้คงอยากถูกสตรีใจร้ายยิงธนูใส่ให้ตายตั้งแต่แรกแล้วกระมัง
หมาป่าจ่าฝูงยืนโซเซขึ้นมาใหม่แล้ว
เวลาพักของต้าหลางเหลือไม่มากแล้ว
เขาบอกกับตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า ใจเย็น ต้องใจเย็น!
ต้าหลางเงยหน้าขึ้น พยายามมองไปที่หมาป่าจ่าฝูง แต่ขนตากลับสั่นไม่หยุดอย่างไม่อาจควบคุม สายตาพร่ามัวตลอดเวลา ไม่อาจมองร่างของหมาป่าจ่าฝูงได้ชัดเจน
คำถามของฉินเหยาดังขึ้นในสมองของต้าหลาง มันเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่ง เจ้าเป็นคนแท้ๆ กลับถูกมันเสียตีจนอาวุธก็จับไว้ไม่อยู่ เจ้าลองคิดดูสิว่ามันเป็นเพราะอะไร
เพียงชั่วขณะ ในใจก็มีคำตอบที่จริงแท้ดังขึ้นมา กลัว
เพราะความกลัวจึงไม่กล้าที่จะเผชิญหน้า
ต้าหลางเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้มาก แต่เขาก็ควบคุมไม่ได้
ทำได้เพียงล้างสมองตัวเองในใจอยู่ตลอดเวลา หลิวจื่อวั่ง เจ้าจะกลัวเดรัจฉานตัวหนึ่งไม่ได้ แม้ว่ามันจะมีร่างกายที่ใหญ่โตกว่าเจ้าสี่ห้าเท่า แม้ว่าตอนนี้มันจะมีท่าทีที่ดุร้ายอยากจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ เจ้าก็ไม่สามารถกลัวมันแล้วถอยหลังได้…
มือที่สั่นเทาค่อยๆ กำมีดสั้นแน่นขึ้นเรื่อยๆ
หนุ่มน้อยค่อยๆ ช้อนตาขึ้น สายตาจับจ้องไปที่ดวงตาหมาป่าสีเลือดคู่นั้น
ดูเหมือน…ก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นแล้ว ใช่ไหม
เมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเขา หมาป่าจ่าฝูงก็ดีดร่างพุ่งกระโจนเข้ามาทันที!
ลมแรงพัดมาปะทะหน้า มันเป็นกลิ่นสนิมเหล็กที่เข้มข้น
ต้าหลางไม่หลบอีกต่อไป
เขายืนอยู่ที่เดิม ดวงตาจับจ้องไปที่หน้าอกและท้องของหมาป่าจ่าฝูงที่เผยให้เห็นขณะวิ่ง
มารดาเลี้ยงและท่านอาอาวั่งเคยกล่าวไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ สถานที่ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ง่ายๆ ก็คือจุดอ่อนของพวกเขา
และเมื่อจุดๆ นี้ถูกเปิดเผยออกมาก็ต้องจับจ้องเอาไว้ รอจนกระทั่งโอกาสมาถึงก็ให้โจมตีสุดกำลัง!
“ฉึก!” เสียงหนึ่งดังขึ้น โลหะก็ทะลุผ่านเนื้อหนังเข้าไป
เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่รู้ว่าไปคุกเข่าอยู่บนพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ สองมือยกมีดสั้นที่แหลมคมขึ้นสูง ปลายมีดทะลุผ่านหนังของหมาป่าจ่าฝูงที่กระโดดข้ามศีรษะของเขาไป เขาใช้แรงทั้งหมด ตะโกนอย่างโกรธแค้นแล้วดึงมีดไปด้านหน้าอย่างแรง!
“อ๊าาา!”
บาดแผลยาวเหยียดถูกผ่าเปิดตรงใต้ท้องบนส่วนที่อ่อนนุ่มที่สุดของหมาป่าจ่าฝูง อวัยวะภายในสีแดงๆ ขาวๆ บางส่วนก็ร่วงหล่นลงมาราวกับสายฝนราดลงบนศีรษะและใบหน้าของเด็กหนุ่มจนเปียกโชก
หมาป่าจ่าฝูงส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด มันตกลงมาจากอากาศ กระแทกลงกับพื้นหนักๆ
มารดาเลี้ยงยังบอกอีกว่า อย่าลืมซ้ำดาบสุดท้ายเด็ดขาด
ต้าหลางเช็ดเลือดที่ร้อนระอุบนใบหน้า ใช้แรงเฮือกสุดท้าย ลุกขึ้นจากพื้นแล้วเดินโซซัดโซเซไปอยู่ตรงหน้าหมาป่าจ่าฝูงที่ลุกขึ้นไม่ได้แล้ว สายตามันหม่นหมอง นอนหายใจรวยริน
เขายกมีดขึ้น มีดทั้งเล่มก็ปักลึกลงไปในคอของมัน
เมื่อร่างหมาป่าใต้ร่างหยุดหายใจ ต้าหลางก็ผ่อนคลายลงทั้งตัว ล้มลงบนซากหมาป่า
การต่อสู้ที่ดุเดือดหยุดลง หนุ่มน้อยได้รับชัยชนะ
ดวงตาเขาแข็งค้างอยู่ครู่ใหญ่ ทั้งตัวเปื้อนเลือด แต่อาวุธในมือกลับจับไว้แน่น ไม่เคยปล่อยอีกเลย
สภาพเช่นนี้ ดูแล้วชวนให้คนใจคอไม่ดี ไม่รู้ว่าเขาเป็นหรือตาย
“ต้าหลาง!”
หลิวจี้วิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก อยากจะอุ้มลูกขึ้นมา
ขณะที่สองมือกำลังจะสัมผัสกับเลือดที่เปียกโชกก็หดกลับไปโดยสัญชาตญาณ
ฉินเหยาแค่นเสียงหนึ่งที
หลิวจี้โกรธจนหน้าแดง ถลึงตาใส่นาง ประณามอย่างอ่อนแรงว่า “เจ้าช่าง ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว…”
เขากัดฟัน ยังคงยื่นมือออกไปอุ้มลูกขึ้นมาจากซากหมาป่า
ร่างกายยังคงอุ่น มีลมหายใจ พอเรียกเขาก็กะพริบตา
ยังมีชีวิตอยู่!
บิดาชราถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางอุ้มลูกนั่งลงข้างๆ กองไฟ