ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 402 ภูมิใจเล็กน้อย
ตอนที่ 402 ภูมิใจเล็กน้อย
อาวั่งแบกหมาป่าจ่าฝูงที่ยับเยินไปแล้ว ถือคบเพลิงเดินนำหน้า
หลิวจี้แบกต้าหลางที่เหนื่อยจนหมดแรงเดินอยู่ตรงกลาง
ส่วนฉินเหยาถืออาวุธของตนเองและของต้าหลางเดินอยู่ท้ายสุด ผู้ใหญ่สามคนเด็กหนึ่งคนกลับถึงหมู่บ้านตระกูลหลิวช้ากว่าคนในกลุ่มฆ่าหมาป่าถึงหนึ่งชั่วยาม
ทางด้านศาลบรรพชน ในตอนนี้สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
ซากหมาป่าสิบหกตัวที่กลุ่มฆ่าหมาป่ายกมาก่อนถูกวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบบนเสื่อตากข้าวที่อยู่นอกประตูใหญ่ของศาลบรรพชน
ยามนี้ดึกมากแล้ว วันปกติเวลานี้ชาวบ้านคงจะหลับใหลไปแล้ว
แต่คืนนี้ถูกกำหนดให้เป็นคืนที่ไม่อาจข่มตานอน
ทุกครัวเรือน ตั้งแต่ผู้เฒ่าไปจนถึงเด็ก ไม่ว่าอากาศจะหนาวเหน็บเพียงใด พวกเขาต่างก็มารวมตัวกันที่หน้าประตูศาลบรรพชน ชี้ชวนกันวิพากษ์วิจารณ์ซากหมาป่าสิบหกตัวนั้นด้วยใจที่ตื่นเต้น ไม่สามารถสงบลงได้เป็นเวลานาน
เมื่อมองเห็นแสงไฟปรากฏขึ้นที่เชิงเขาทางเหนือแต่ไกล หลิวไป่กับหลิวจ้งก็รีบทิ้งชาวบ้านที่กำลังซักถามเรื่องราวการฆ่าหมาป่าไปแล้ววิ่งเข้าไปต้อนรับ
พอเห็นอาวั่งที่คลุมด้วยซากหมาป่าจ่าฝูงที่ยับเยินก็เกือบจะทำให้สองพี่น้องตกใจจนสะดุ้ง
ทว่าในไม่ช้าก็รู้ได้ว่าหมาป่าจ่าฝูงที่ดุร้ายนั้นตายแล้วจึงทั้งโล่งใจและแอบตกใจด้วย
หลิวไป่ลองถาม “หมาป่าจ่าฝูงตัวนี้เป็นน้องสะใภ้ฆ่าใช่หรือไม่”
หลิวจี้ที่แบกต้าหลางอยู่ยิ้มให้เขาอย่างประหลาด ไม่ได้ตอบคำ เพียงส่ายหน้า ทิ้งปริศนาไว้ให้พวกเขาเดาเอาเอง
ในใจยังแอบภูมิใจเล็กน้อย เป็นลูกชายของบิดาต่างหากที่ฆ่า
หมาป่าตัวใหญ่ขนาดนั้น เก่งกาจเกินไปแล้วจริงๆ!
ฉินเหยาเดินขึ้นมาข้างหน้า บอกให้อาวั่งมอบซากหมาป่าจ่าฝูงให้หลิวไป่กับหลิวจ้งแล้วพูดว่า
“ซากหมาป่าพวกท่านเอากลับไปก่อน ต้าหลางค่อนข้างเหนื่อย พวกเราจะกลับบ้านก่อน มีอะไรค่อยว่ากันพรุ่งนี้”
โชคดีที่เป็นชายฉกรรจ์สองคน คนหนึ่งจับหัว ส่วนคนหนึ่งจับขา กึ่งอุ้มกึ่งยกก็สามารถนำไปได้
เมื่อเห็นใบหน้าที่เย็นชาของฉินเหยา สองพี่น้องก็ไม่กล้าถามมาก เพียงแต่ทางด้านศาลบรรพชนตอนนี้กำลังรอนางไปเป็นประธานอยู่
หลิวไป่รีบถาม “น้องสะใภ้ เจ้าไม่ไปศาลบรรพชนแล้วหรือ แล้วซากหมาป่าเหล่านี้กับเงินที่ชาวบ้านรวบรวมมาก่อนหน้านี้ จะแบ่งกันอย่างไร”
หลิวจ้งยิ้มขมขื่นเสริมอยู่ข้างๆ ว่า “สองอย่างนี้คืนนี้หากยังไม่มีข้อสรุปออกมา เกรงว่าชาวบ้านคงจะนอนไม่หลับแน่”
ทั้งตัวหมาป่าล้วนเป็นของมีค่า ซากหมาป่าสิบเจ็ดตัวในคราวเดียว ไม่ต้องพูดถึงหนังแค่กระดูกกับเนื้อก็หนักถึงสองพันจินแล้ว จะไม่จับจ้องได้อย่างไร
ฉินเหยาพยักหน้าแสดงออกว่าเข้าใจ นางโบกมือแล้วบอกให้อาวั่งกับหลิวจี้เดินนำไปก่อน
“เงินอยู่ที่หลิวฉีหมดแล้วก็แบ่งให้สมาชิกในกลุ่มฆ่าหมาป่าตามที่พูดกันไว้ก่อนหน้านี้” ฉินเหยาพลางเดินพลางกำชับ “ส่วนหมาป่าพวกนี้ก็ให้ผู้ใหญ่บ้านจัดการเถิด”
เมื่อเห็นว่าฉินเหยาไม่ได้มีเจตนาว่าจะขอแบ่งเพิ่ม ในใจของหลิวไป่กับหลิวจ้งก็มีแผนแล้ว
ที่ชาวบ้านยังไม่ลงมือก็เพราะกำลังรอคำพูดนี้ของฉินเหยาอยู่
นางคือผู้มีคุณูปการใหญ่หลวงในคืนนี้ ย่อมต้องให้นางเป็นคนบอกว่าจะแบ่งอย่างไร
อย่างไรเสีย คนในกลุ่มฆ่าหมาป่า ความจริงแล้วก็ไม่ได้ออกแรงอะไรมากนัก เข้าไปในภูเขาทางเหนือก็แค่โบกกระบองสองสามที คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันได้เผชิญหน้ากับฝูงหมาป่า หมาป่าก็ถูกฉินเหยายิงธนูใส่จนตายแล้ว
มีก็แต่หลิวจ้งกับเพื่อนร่วมกลุ่มของเขาที่โชคร้ายหน่อย สองคนถูกหมาป่าจ่าฝูงกระโจนใส่หน้า
แต่ก็แค่ตกใจเสียขวัญ ไม่มีอันตรายถึงชีวิต แค่ฟกช้ำถลอกจากหินกับกิ่งไม้ พักสักสองสามวันก็หายแล้ว
เมื่อมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน หลิวไป่กับหลิวจ้งก็แบกซากหมาป่าจ่าฝูงไปยังศาลบรรพชน ทั้งสองกลุ่มแยกทางกัน
ทางด้านศาลบรรพชน เมื่อได้รับคำพูดนี้จากฉินเหยาแล้ว หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านออกคำสั่ง ชาวบ้านก็ลงมือทันที ลับมีดเตรียมจัดการกับฝูงหมาป่า
ส่วนทางด้านฉินเหยา นางให้อาวั่งซึ่งเป็นคนเดียวที่ดูเรียบร้อยที่สุดไปรับเด็กสามคนที่เรือนเก่ากลับมา
ทั้งครอบครัวปิดประตูบ้านไว้ กั้นความวุ่นวายและความรื่นเริงทั้งหมดไว้ข้างนอก
ฉินเหยาเข้าบ้านไปจุดเทียนทั้งหมด
อาวั่งก็เข้าห้องครัว ก่อไฟต้มน้ำร้อนอย่างขะมักเขม้น
หลิวจี้วางต้าหลางที่อยู่บนหลังลง เมื่อเห็นแสงเทียนที่อบอุ่นนี้ ถึงได้รู้สึกว่าโลกค่อยๆ กลายเป็นความจริง
ข้างหูมีเสียงอุทานอย่างรังเกียจของเอ้อร์หลางและฝาแฝดดังขึ้น หลิวจี้ก้มหน้ามองก็สูดหายใจเข้าลึกทันที “ไอ้หยา เสื้อผ้าพังหมดแล้ว!”
เสื้อผ้าบนร่างของเขาถูกต้าหลางย้อมเสียจนเปื้อนเลือด ทั้งเหม็นทั้งน่าขยะแขยง
ต้าหลางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เหมือนคนใกล้ตายยิ่งน่าเวทนา ตั้งแต่หัวจรดเท้าถูกอวัยวะภายในและเลือดสดๆ ของหมาป่าจ่าฝูงราดจนเปียกโชก ตอนนี้เหมือนกับคนที่ถูกตักขึ้นมาจากบ่อเลือดไม่มีผิด
เอ้อร์หลางกับซานหลางซื่อเหนียงมองดูพี่ใหญ่ในสภาพเช่นนี้ก็ตกใจจนไม่กล้าพูดอะไร ยืนตาโตมองท่านพ่อของตนเองอย่างหวาดกลัว
จนกระทั่งได้ยินหลิวจี้พูดว่า “ไม่เป็นไร ยังมีชีวิตอยู่” พี่น้องทั้งสามคนถึงได้กล้าเข้าใกล้พี่ใหญ่
ซานหลางยื่นมือไปโบกไปมาตรงหน้าดวงตาของต้าหลาง ต้าหลางถลึงตาใส่เขาอย่างไม่พอใจ เจ้าตัวเล็กก็ร้อง “อ๊า” เสียงหลง ถอยหลังไปสามเมตร
ซื่อเหนียงมองพี่เล็กแล้วส่ายหน้าอย่างจนใจ ลองยื่นมือเล็กๆ ออกไป อยากจะจิ้มพี่ใหญ่ดู
“อย่าแตะต้องเขา!” ฉินเหยาปรากฏตัวขึ้นมาทันที ไล่เด็กสามคนออกไป เดี๋ยวจะมีเด็กเปื้อนเลือดเพิ่มขึ้นมาอีก
แม้ว่านางจะไม่ใช่คนซักเสื้อผ้า แต่ในฤดูหนาวการซักเสื้อผ้าด้วยน้ำร้อนก็เปลืองฟืนพอสมควร ประหยัดได้ก็ประหยัด
หลังไล่เด็กสามคนออกไปแล้ว ฉินเหยาก็นั่งยองๆ ลงตรงหน้าต้าหลาง ก่อนจับมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นมาดู
หลังมือมีรอยถลอก ข้อศอกมีรอยฟกช้ำ แต่เพราะมีฟางป้องกันไว้จึงไม่มีแผลเปิดหรือเลือดออก
ดูมือเสร็จแล้วก็ดูเท้าและลำตัว พอแตะที่ก้น เด็กหนุ่มที่แกล้งตายก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที
ฉินเหยาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ “อายอะไร ยืนนิ่งๆ ข้าจะตรวจบาดแผลให้ก่อน”
ต้าหลางรีบถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าที่เปื้อนเลือดกลับเผยให้เห็นความเขินอายอยู่บ้าง เขารีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “ข้าไม่เป็นไรขอรับ ไม่ต้องตรวจ”
“จริงหรือ” ฉินเหยากังขาเล็กน้อย
ต้าหลางร้อง “อืม อืม” ตอบรับอย่างหนักแน่น
ฉินเหยาคิดๆ ดูก็น่าจะไม่มีปัญหาร้ายแรงอะไร อย่างไรเสียนางก็ได้ผ่าปากหมาป่าจนแยกแล้ว มันไม่สามารถกัดคนได้ด้วยซ้ำ
“ได้ เช่นนั้นก็ไปอาบน้ำนอนเถอะ พักผ่อนดีๆ สักคืน พรุ่งนี้ข้าจะทบทวนการต่อสู้คืนนี้กับเจ้า”
ฉินเหยาตบมือลุกขึ้นถามไปทางห้องครัว “อาวั่ง น้ำร้อนต้มเสร็จหรือยัง”
“ใกล้แล้วขอรับ” อาวั่งตอบ
หลังจากที่หลิวจี้พบว่าเสื้อผ้าของตนเองสกปรกก็รีบวิ่งกลับห้องไปหาเสื้อผ้าสะอาดให้ตนเองทันที เมื่อผ่านห้องเด็กก็ถือโอกาสหยิบเสื้อมาให้ต้าหลางชุดหนึ่งด้วย
ตอนนี้เมื่อได้ยินอาวั่งบอกว่าน้ำได้ที่แล้วก็เอาเสื้อผ้าสะอาดไปวางไว้ในห้องอาบน้ำ เรียกให้ต้าหลางมาอาบน้ำด้วยกัน
ต้าหลางเคยได้รับการดูแลเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
สมัยก่อนล้วนเป็นเขาที่พาน้องชายไปล้างหน้าล้างตาเอง ท่านพ่อไม่เคยสนใจพวกเขาเลย ยังบอกอีกว่า “มารดาเลี้ยงของเจ้าบอกว่า เรื่องของตัวเองก็ให้ทำเอง”
“ยืนนิ่งทำไม เจ้าเด็กคนนี้ไม่เหม็นหรือไง” เมื่อเห็นลูกชายคนโตยืนนิ่งอยู่ในห้องโถง หลิวจี้ก็เดาว่าเขาอาจจะเหนื่อยจนเบลอจึงก้าวยาวๆ ขึ้นไป สอดแขนเข้าไปใต้รักแร้ของต้าหลาง ยกเขาเข้าไปในห้องอาบน้ำ
ต้าหลางเอ่ยด้วยใบหน้าเย็นชา “ข้าทำเองได้”
หลิวจี้ยิ้มแหะๆ “อายอะไร เจ้าเป็นอย่างไรพ่อเจ้าไม่เคยเห็นรึ ตอนเด็กๆ เจ้าอึ พ่อยังเช็ดก้นให้เจ้าเลยนะ”
ต้าหลางโกรธจนหน้าแดงก่ำ “ท่านพ่อ ท่านจะหุบปากได้หรือไม่!”
ฉินเหยายืนอยู่ที่ประตูห้องโถง มองดูเงาของคนตัวโตกับคนตัวเล็กที่กำลังวุ่นวายกันอยู่ตรงหน้าต่างห้องอาบน้ำ มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย
นางยักไหล่ เดินไปที่ห้องครัวยกน้ำร้อนที่อาวั่งเตรียมไว้ให้แล้วกลับห้องไปเช็ดเหงื่อและคราบเลือดบนร่างกาย
ทั้งครอบครัวจัดการตัวเองจนสะอาดเรียบร้อยก็ทิ้งตัวลงในผ้านวมที่นุ่มนิ่ม ในไม่ช้าก็หลับใหลไป