ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 607 การเปลี่ยนแปลงของกวานเสี่ยวโหรว
- Home
- ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
- บทที่ 607 การเปลี่ยนแปลงของกวานเสี่ยวโหรว
บทที่ 607 การเปลี่ยนแปลงของกวานเสี่ยวโหรว
ระยะทางตรงจากเฮยเฟิงหลิ่งถึงซีเหอวานนั้นใกล้มาก แต่เมื่อไร้ซึ่งสะพานแขวนแล้ว การเดินทางจากเฮยเฟิงหลิ่งกลับหมู่บ้านจะต้องอ้อมไปไกลและใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันครึ่ง
หากปราศจากการเสริมกำลังจากเถี่ยฉุย ผู้คุ้มกันภัยที่ประจำการในซีเหอวานก็เหลือเพียงหนึ่งกองร้อยเท่านั้น
แม้จะมีป้อมปราการ แต่ผู้คนจำนวนน้อยนิดเช่นนี้ก็ยังไม่เพียงพอ
เสี่ยวอวี้ได้สติคืนมาทันทีเมื่อได้ยินคำเตือนของถังตงตง จากนั้นนางก็หันหลังวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
โดยมีถังตงตงลุกขึ้นตามไปด้วย
สถานการณ์ในตอนนี้อันตรายเกินไป นางจำเป็นต้องรู้ข้อมูลข่าวสารด้วยตนเอง
หลังจากที่ทั้งสองจากไป กวานเสี่ยวโหรวยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะเงียบ ๆ และพยายามรำลึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในครึ่งชีวิตที่ผ่านมาของตน
ก่อนที่จะได้พบกับจินเฟิง ชีวิตของนางไม่มีอะไรน่าจดจำ นอกจากปั่นด้ายทอผ้า มีชีวิตที่อดอยาก ไร้สีสัน ไม่มีอะไรตื่นเต้น
หลังจากได้พบกับจินเฟิง ชีวิตของนางก็สดใสขึ้น
นางไม่ต้องหนาวเหน็บหรือหิวโหย ไม่ถูกพี่ชายและพี่สะใภ้ดุด่าว่ากล่าว ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีอีกต่อไป
จากหญิงสาวที่ผู้คนรังเกียจ จากดาวหายนะ นางได้กลายมาเป็นฮูหยินหนานที่ผู้คนต่างอิจฉา
เวลานี้เมื่อออกไปข้างนอก ชาวบ้านที่หมู่บ้านพบเห็นนางแล้วต้องคารวะอย่างเคารพด้วยคำว่า ‘ฮูหยิน’
กวานเสี่ยวโหรวตระหนักดีว่าชีวิตที่ดีในเวลานี้ล้วนเกิดจากจินเฟิง
ในใจของกวานเสี่ยวโหรว จินเฟิงสำคัญที่สุด!
แต่รากฐานของจินเฟิงอยู่ในซีเหอวาน!
ห้องทดลอง โรงหลอมเหล็ก โรงงานสิ่งทอ โรงหลอมแก้ว โรงงานสุ่ยหนี…
สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมาก หากเกิดความเสียหายขึ้น จินเฟิงจะได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง!
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ แววตาของกวานเสี่ยวโหรวก็ค่อย ๆ ฉายความมุ่งมั่นขึ้นมา
ก่อนที่จินเฟิงจะจากไป เขาสั่งให้นางดูแลบ้านเป็นอย่างดี นางจะไม่ลังเลและจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้โจรท้องถิ่นบุกมายังซีเหอวาน!
กวานเสี่ยวโหรวนั่งอยู่หน้าโต๊ะอยู่เป็นเวลาครึ่งชั่วยาม
จากนั้น ราวกับนางได้ตัดสินใจบางอย่างแล้ว นางกำหมัดแน่นแล้วเดินออกจากห้อง
“ฮูหยิน!”
อาจวี๋ซึ่งเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูต้องตกใจเมื่อได้เห็นกวานเสี่ยวโหรว
นางรู้จักกวานเสี่ยวโหรวมานาน หลังจากที่จินเฟิงจากไป นางก็กลายเป็นผู้คุ้มกันส่วนตัวของกวานเสี่ยวโหรว ทั้งสองตัวติดกันตลอดเวลา
อาจวี๋ค่อนข้างคุ้นเคยกับกวานเสี่ยวโหรวเป็นอย่างดี
แต่ ณ เวลานี้ นางกลับรู้สึกว่ากวานเสี่ยวโหรวเปลี่ยนไปแล้ว
รูปลักษณ์ภายนอกของนางไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมสักเท่าใด ยังคงสวมชุดกระโปรง ผ้าหยาบเช่นเดิม มีเพียงปิ่นปักผมเรียบง่ายบนศีรษะเท่านั้น
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือสภาพจิตใจ
ก่อนหน้านี้กวานเสี่ยวโหรวดูราวกับกระต่ายน้อย ขี้ขลาดและอ่อนโยน
แต่ตอนนี้นางกลับก้าวเดินอย่างแน่วแน่ แววตาของนางไม่เหมือนกวานเสี่ยวโหรวคนเก่าอีกต่อไป
ราวกับว่าเป็นคนละคนกับกวานเสี่ยวโหรวที่อาจวี๋เคยรู้จัก!
“อาจวี๋ ตงตงอยู่ที่ใด?” กวานเสี่ยวโหรวถาม
“เหมือนจะไปโรงงานสิ่งทอแล้ว” อาจวี๋ตอบ
“ไปตามตัวนางมาพบข้า” กวานเสี่ยวโหรวเอ่ย “แล้วก็ตามเสี่ยวอวี้ ซานเหยียเหยี่ย หัวหน้าหมู่บ้าน ผู้เฒ่าจ้าวด้วย ตามมาให้หมด!”
บุคคลเหล่านี้เป็นคนที่ยุ่งที่สุดในหมู่บ้าน อาจวี๋อดไม่ได้ที่จะมองกวานเสี่ยวโหรวอีกครั้ง
และพบว่าแววตาของกวานเสี่ยวโหรวมุ่งมั่นมาก นางจึงไม่ได้ซักไซ้ถามไถ่ ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลงและเดินไปสั่งให้ลูกน้องออกไปตามทุกคนมา
โรงงานสิ่งทอห่างจากบ้านของจินเฟิงเพียงกำแพงกั้น ถังตงตงจึงมาถึงเป็นคนแรก
ทันทีที่ก้าวเข้ามาก็เอ่ยถามว่า “เสี่ยวโหรว ข้ากำลังประชุมอยู่พอดี มีธุระอะไรรีบว่ามาเถิด!”
“ใจเย็น ๆ ก่อน รอเสี่ยวอวี้ หัวหน้าหมู่บ้านมากันครบแล้วค่อยว่ากัน” ว่าจบ กวานเสี่ยวโหรวก็รินน้ำชาให้ถังตงตง
ตอนที่ถังตงตงเดินเข้ามาด้วยความรีบร้อน นางไม่ได้สังเกตความผิดปกติของกวานเสี่ยวโหรว จนได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่ายถึงได้เงยหน้าขึ้นมองอย่างจริงจัง
ถังตงตงรู้จักกวานเสี่ยวโหรวดีกว่าอาจวี๋จึงดูออกในทันทีว่ากวานเสี่ยวโหรวมีบางอย่างผิดปกติ
นางเดินเข้ามาจับมือกวานเสี่ยวโหรวแล้วถามเสียงอ่อนโยนว่า “เสี่ยวโหรว เป็นอะไรไป เจ้าไม่สบายหรือเปล่า?”
“ข้าไม่เป็นไร” กวานเสี่ยวโหรวส่ายศีรษะ
ขณะที่ถังตงตงกำลังจะพูด เสี่ยวอวี้ หัวหน้าหมู่บ้าน กวานซานเหยีย และจ้าวเหล่าซานก็เดินเข้ามาพร้อมกัน
“ฮูหยิน หัวหน้าโรงงานถัง เรื่องเหล่าเถียนล้วนเป็นความผิดของข้า!”
หัวหน้าหมู่บ้านยังนึกว่ากวานเสี่ยวโหรวเรียกเขามาเพื่อซักถามความผิด พอมาถึง เขาก็รีบก้มหน้ารับผิด “ฮูหยิน จะลงโทษใด ๆ ข้าก็ยอมรับ แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเสี่ยวอวี้…”
“หัวหน้าหมู่บ้าน ความผิดของท่านรอให้ท่านอาจารย์กลับมาก่อนเถิด เขาคงจะจัดการได้ดี”
กวานเสี่ยวโหรวขัดบทสนทนาหัวหน้าหมู่บ้าน “ข้าไม่ได้ตามท่านมาเพื่อเรื่องนี้”
“แล้วมีเรื่องใดหรือ?” หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยถาม
กวานเสี่ยวโหรวไม่ได้ตอบแต่หันไปถามเสี่ยวอวี้ “เมื่อครู่นี้ตงตงทายถูกใช่หรือไม่ว่าแถวหมู่บ้านของเราอาจจะมีโจรท้องถิ่นปรากฏตัวขึ้น”
“ถูกต้อง” เสี่ยวอวี้พยักหน้า “มีโจรท้องถิ่นหกกลุ่ม แต่เดิมกระจายกันอยู่ที่หนานซานเซียงและหลิวเตี้ยนเซียง แต่ไม่ถึงชั่วยาม โจรพวกนั้นก็กรูเข้ามาในหมู่บ้านของเรา จากนั้นก็เผาสะพานแขวนเสียหายยับเยินเลย!”
“พวกมันมีกันกี่คน?”
“อย่างมากที่สุดสองร้อยคน อย่างน้อยที่สุดแปดสิบคน โจรท้องถิ่นรวมกันทั้งหกกลุ่มน่าจะสักแปดร้อยคนได้”
“ตอนนี้โจรท้องถิ่นที่ใกล้กับหมู่บ้านเรามากที่สุดอยู่ห่างออกไปเท่าใด”
“เหลือไม่ถึงยี่สิบลี้แล้ว จากความเร็วของพวกมัน อีกสองชั่วยามคงจะมาถึงที่นี่”
“สองชั่วยาม…”
กวานเสี่ยวโหรวพิจารณาครู่ใหญ่แล้วหันไปทางถังตงตง “เดี๋ยวข้าจะให้ว่านอวี่หง ขนหน้าไม้ไปที่โรงงานสิ่งทอ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปทุกคนต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุด หญิงที่ชำนาญการยิงธนูทุกคนต้องถือหน้าไม้ไว้ในมือ หากโจรท้องถิ่นบุกมา พวกนางจะต้องออกไปปกป้องหมู่บ้านทันที!”
“เข้าใจแล้ว” ถังตงตงพยักหน้าแล้วถามต่อ “แล้วต้องหยุดงานหรือไม่?”
“ไม่ต้อง” กวานเสี่ยวโหรวส่ายหน้า “หากหยุดงาน พวกนางคงต้องกลับบ้าน การจะรวมตัวกันคงไม่รวดเร็วเหมือนตอนที่มาทำงาน ยิ่งเป็นเวลากลางคืน ความเร็วในการรวมตัวก็จะยิ่งช้าลงไปอีก”
“มีเหตุผล!” ถังตงตงพยักหน้า
หลังจากสั่งการถังตงตงแล้ว กวานเสี่ยวโหรวก็หันกลับมามองหัวหน้าหมู่บ้านทั้งสาม “หัวหน้าหมู่บ้าน ซานเหยียเหยี่ย ผู้เฒ่าจ้าว พวกท่านจงแจ้งคนงานในไร่นาและโรงเตาเผาให้หยุดงานทั้งหมด!”
“เหตุใดจึงต้องหยุดงาน?” กวานซานเหยียถาม
“กลุ่มผู้คุ้มกันภัยมีคนไม่เพียงพอ จำเป็นต้องรวมบุรุษจัดตั้งกลุ่มปราบเสือออกลาดตระเวนในหมู่บ้าน ค่าจ้างยังคงจ่ายเท่าเดิม หากพวกโจรบุกเข้ามา พวกเขาต้องช่วยกลุ่มผู้คุ้มกันภัยต่อสู้!”
กวานเสี่ยวโหรวเอ่ย “บอกพวกเขาว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับความเป็นความตายของหมู่บ้าน บุรุษทุกคนจะต้องไม่หลบเลี่ยง มิเช่นนั้นให้ออกไปจากซีเหอวานเสียตั้งแต่ตอนนี้!
แต่หากผู้ใดแสดงผลงานดีข้าจะจดจำไว้ เมื่อท่านอาจารย์จินกลับมา ข้าจะให้เขาตอบแทนคนเหล่านั้นอย่างงาม!”
“เข้าใจแล้ว!” หัวหน้าหมู่บ้านทั้งสามต่างก็เพิ่งเคยเห็นกวานเสี่ยวโหรวพูดจาเข้มงวดเช่นนี้จึงรีบพยักหน้า
“เช่นนั้นก็รีบไปจัดการเถิด!”
กวานเสี่ยวโหรวส่งถังตงตงและหัวหน้าหมู่บ้านทั้งสามออกออกไปแต่ให้เสี่ยวอวี้อยู่ต่อ
“พี่สะใภ้ มีเรื่องใดหรือ?” เสี่ยวอวี้ถาม
“เจ้าจงรีบส่งข่าวถึงจงหลิงเอ่อร์ ให้นางนำกลุ่มผู้คุ้มกันภัยจากกวางเหยวียนและหัวเมืองต่าง ๆ กลับมาให้หมด!”
“นำกลับมาหมดแล้วหอการค้าจะเป็นอย่างไร?” เสี่ยวอวี้ถาม
“เรียกคนจากหอการค้ากลับมาด้วย”
“แล้วร้านค้าล่ะ?” เสี่ยวอวี้ถาม “สถานการณ์โกลาหลเช่นนี้ หากไม่มีคนเฝ้าร้าน ของคงจะถูกขโมยไปหมด”
“ตอนนี้ไม่ต้องสนใจร้านค้า!” กวานเสี่ยวโหรวกล่าว “แม้ร้านค้าจะหายไป เราก็สามารถเปิดใหม่ได้ ในเวลานี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรักษาหมู่บ้านไว้ให้ได้!”