ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 612 บุกโจมตีในวันที่หมอกหนา
บทที่ 612 บุกโจมตีในวันที่หมอกหนา
“สามีที่รัก เช่นนี้ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ท่านพี่เสี่ยวโหรวทำเพื่อหมู่บ้านและพวกเราทุกคน เจ้าว่านางทำเรื่องเหลวไหลได้อย่างไร?”
เสียวเป่ยโต้เถียงแทนกวานเสี่ยวโหรว “ตอนนั้นเสี้ยนลิ่งจะปิดโรงงาน เขาส่งคนมาแล้วด้วย ในสถานการณ์เช่นนั้น เจ้าว่าท่านพี่เสี่ยวโหรวควรทำอย่างไร?”
“ข้า…” จินเฟิงถูกถามจนจนมุม
หากสลับบทบาทกันเป็นตัวเขาอยู่ในหมู่บ้าน เขาก็คิดวิธีที่ดีกว่านั้นไม่ออก
วิธีของเสี่ยวโหรวแม้จะเกินจริงไปบ้าง แต่กลับเป็นวิธีที่ฉับไวที่สุดในการทำลายแผนของไช่หลิวหยาง
“เอาเถอะ ตอนนี้พวกเราอยู่ห่างจากอำเภอจินชวน ไม่ว่าเจ้าจะแค่ใจร้อนไปเองหรือโกรธจริงก็ทำอะไรไม่ได้”
เสียวเป่ยตักน้ำแกงให้จินเฟิง “รีบกินข้าวแล้วพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้าเพื่อเดินทางต่อ”
“ไม่รู้ว่าตอนนี้เสี่ยวโหรวเป็นอย่างไรบ้าง”
จินเฟิงยกถ้วยขึ้นดื่มแล้วเผลอถอนหายใจ
“อย่าคิดมากไปเลย ข้าเชื่อว่านางจะต้องไม่เป็นไร” เสียวเป่ยปลอบใจ
หลังจากทานอาหารค่ำแล้ว ทั้งสองก็เข้านอนแต่หัวค่ำ
บางทีอาจเป็นเพราะข่าวในระหว่างวัน จินเฟิงจึงนอนหลับไม่สนิทและฝันร้ายอยู่ตลอด
ในฝันซีเหอวานถูกโจรโจมตีจนแตก เมื่อเขากลับไปก็พบแต่ซากปรักหักพัง
เขาพยายามหาเสี่ยวโหรวกับตงตง แต่พลิกเศษซากหมู่บ้านจนทั่วแล้วก็ไม่พบร่องรอยของพวกนาง
สองชีวิตสูญหายอย่างไร้ร่องรอย
จินเฟิงร้องเรียกชื่อของพวกนางเสียงดังด้วยความร้อนใจ
จากนั้นเขาก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงละเมอของตัวเอง
โดยปกติเมื่อถังเสียวเป่ยได้ยินจินเฟิงเรียกชื่อถังตงตงในยามฝันคงอดที่จะหยอกล้อไม่ได้
แต่คราวนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น
นางฟังออกว่าสำเนียงของจินเฟิงเมื่อครู่แสดงถึงความกังวลและความหวาดกลัวเหลือเกิน
“ฝันร้ายหรือ?”
ถังเสียวเป่ยจุดเทียน ก่อนจะตักน้ำจากเตาไฟเล็ก ๆ แล้วเทน้ำอุ่น ๆ ใส่ถ้วยส่งให้จินเฟิง
จินเฟิงรับถ้วยน้ำมาและแง้มกระโจมออกเล็กน้อย
เวลานี้ใกล้สว่างแล้ว จินเฟิงจึงไม่นอนต่อ หลังจากเขาดื่มน้ำเสร็จก็เริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า
ห่างออกไปหลายพันลี้ กวานเสี่ยวโหรวกับถังตงตงก็นอนไม่หลับเช่นกัน
เมื่อวานช่วงบ่าย พวกโจรในท้องถิ่นทยอยมาถึงบริเวณรอบนอกของซีเหอวาน
แต่พวกโจรในท้องถิ่นเองก็คงรู้ดีว่า ด้วยกำลังพลที่มีอยู่ในเวลานั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะตีซีเหอวานแตก จึงไม่ได้เปิดฉากโจมตีในทันที หากแต่ปล้นหมู่บ้านโดยรอบซีเหอวานแล้วก็พักแรมอยู่รอบ ๆ ก่อน
ในสถานการณ์เช่นนี้ กวานเสี่ยวโหรวจะหลับลงได้อย่างไร
ไม่ใช่แค่พวกนาง คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็นอนไม่หลับเช่นกัน พวกเขาต่างเฝ้าระวังพวกโจรอยู่ตลอดเวลา
ป้อมปราการนอกหมู่บ้านนั้นสร้างขึ้นเพื่อรับมือกับกองกำลังขนาดใหญ่ สามารถปิดกั้นเส้นทางเข้าหมู่บ้านได้ แต่รอบ ๆ ซีเหอวาน ยังมีเนินเขาอีกมากมาย นายพรานที่ชำนาญเส้นทางสามารถลอบเข้ามาในหมู่บ้านจากสถานที่เหล่านี้ได้อย่างสบาย ๆ
อย่างไรจินเฟิงก็ไม่สามารถใช้ป้อมปราการปิดล้อมทั้งหมู่บ้านได้
เพื่อป้องกันไม่ให้โจรท้องถิ่นลอบเข้ามาในหมู่บ้าน กองกำลังปราบเสือจึงจุดกองไฟไว้รอบนอกหมู่บ้าน
ความถี่ในการลาดตระเวนก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
แต่ใครจะรู้ว่าตอนกลางคืนจะเกิดหมอกหนาขึ้น
ตอนแรกเป็นเพียงหมอกบาง ๆ แต่เมื่อค่ำคืนล่วงเลยไป หมอกก็ยิ่งทึบขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อถึงเวลารุ่งสาง หมอกก็หนาแน่นจนมองไม่เห็นคนในระยะสามก้าวแล้ว
“พี่สะใภ้ นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีเลยนะ!”
เสี่ยวอวี้มองหมอกหนาและขมวดคิ้วแน่น “หมอกหนาขนาดนี้ ถ้าโจรท้องถิ่นฉวยโอกาสเข้ามาในหมู่บ้านคงยุ่งแน่ ๆ”
“โถ่… สวรรค์ก็ไม่ช่วยเลย!”
กวานเสี่ยวโหรวถอนหายใจพลางกล่าวว่า “ให้คนไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านให้เรียกกองกำลังปราบเสือทั้งหมดออกมา เพิ่มจำนวนการลาดตระเวน ห้ามให้คนลอบเข้ามาในหมู่บ้านโดยเด็ดขาด!”
“รับทราบ!” เสี่ยวอวี้ตอบรับก่อนจะหันหลังกลับและเดินจากไป
แต่ยังไม่ทันถึงประตูก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากไกล ๆ ก่อน
ภายใต้หมอกหนาทึบสีแดงฉานที่ปกคลุมไปทั่วทิศตะวันออกเฉียงใต้
กวานเสี่ยวโหรวใจกระตุก รีบหันไปมองเสี่ยวอวี้ทันที
หมอกหนาจัดจนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เสี่ยวอวี้รีบตั้งสติอย่างรวดเร็วแล้วปลอบว่า “พี่สะใภ้ใจเย็น ๆ น่าจะเป็นไฟไหม้ที่ไหนสักแห่ง ถ้าเป็นโจรท้องถิ่นบุกมาจริง ผู้คุ้มกันภัยคงจะยิงธนูหัวนกหวีดส่งสัญญาณแล้ว”
เพิ่งพูดจบก็ได้ยินเสียงหวีดแหลมดังมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ตามมาด้วยเสียงระเบิดรุนแรง
สีหน้ากวานเสี่ยวโหรวเปลี่ยนไปทันที นางกำลังให้คนไปถามไถ่ข่าวคราว แต่ในจังหวะนั้นก็เห็นผู้คุ้มกันภัยหญิงวิ่งเข้ามาในลานบ้าน
“ฮูหยิน! หัวหน้า! แย่แล้ว โจรท้องถิ่นจุดไฟเผาป้อมปราการที่สองและสาม”
ผู้คุ้มกันภัยหญิงรีบรายงาน “มีคนโยนไหน้ำมันใส่หีบระเบิดมือที่ป้อมปราการที่สามจนเกิดระเบิดขึ้น!”
“ว่าอย่างไรนะ!”
ถังตงตงเกือบจะทรุดนั่งลงกับพื้น
ป้อมปราการที่สองและสามตั้งอยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ถ้าป้อมปราการทั้งสองแตกก็เท่ากับเปิดประตูซีเหอวานให้โจรเข้ามา
“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?!” เสี่ยวอวี้ก็ตกใจไม่แพ้กัน
แต่กวานเสี่ยวโหรวที่ดูอ่อนแอตลอดเวลากลับมีสีหน้าสงบนิ่งผิดปกติ นางถามว่า “พูดมาเร็ว ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น”
ผู้คุ้มกันภัยหญิงเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างฉับไว
โจรท้องถิ่นไม่ได้ทำอย่างที่กวานเสี่ยวโหรวคิด นั่นคือฉวยโอกาสตอนหมอกลงจัดแล้วแอบเข้ามาในหมู่บ้าน แต่พวกมันกลับแบกไหน้ำมันเดินเข้ามาทางด้านหน้าป้อมปราการอย่างโจ่งแจ้ง
ปกติแล้วพวกโจรจะไม่ทำเช่นนี้
แต่หมอกในวันนี้หนามาก กว่าผู้คุ้มกันภัยที่เฝ้ายามอยู่บนป้อมปราการจะสังเกตเห็นความผิดปกติ โจรท้องถิ่นก็เดินมาถึงด้านล่างป้อมปราการแล้ว
หลังจากนั้นไหน้ำมันนับไม่ถ้วนก็ถูกโยนลงมา
แม้ว่าโครงสร้างของป้อมปราการจะเป็นคอนกรีต แต่เมื่อถูกน้ำมันก็สามารถลุกไหม้ได้เหมือนกัน
ธนูจ้งหนู่และเครื่องเหวี่ยงหินที่สร้างอยู่บนยอดป้อมปราการก็ถูกไฟเผาจนมอดไหม้
ป้อมปราการสองแห่งที่แข็งแกร่งราวกับทำลายไม่ได้จึงถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย
“ฮูหยิน หัวหน้า พวกโจรเข้ามาในหมู่บ้านแล้ว ท่านทั้งสองรีบตัดสินใจเถิด!” ผู้คุ้มกันภัยหญิงกล่าวอย่างร้อนรน
“สั่งให้ผู้คุ้มกันภัยออกไปสกัดกั้นเดี๋ยวนี้!”
กวานเสี่ยวโหรวตะโกนลั่นด้วยดวงตาแดงก่ำ “บอกหัวหน้าหมู่บ้านทั้งสามว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามให้โจรท้องถิ่นเข้ามาในหมู่บ้านเด็ดขาด!”
“รับทราบ!” ผู้คุ้มกันภัยหญิงตอบรับแล้วรีบวิ่งจากไป
“เสี่ยวอวี้ เจ้าส่งคนไประดมคนงานหญิงกะกลางวันออกไปช่วยเหลือผู้คุ้มกันภัย!”
กวานเสี่ยวโหรวหันไปมองเสี่ยวอวี้อีกครั้ง “หากมองไม่ชัดเจนก็ปล่อยให้พวกนางเคลื่อนไหวอย่างอิสระ หากพบกับโจรท้องถิ่นก็จงสังหารเสีย!”
ตามแผน หากโจรมาโจมตีในตอนกลางวัน แสดงว่าคนงานหญิงกะกลางวันจะต้องรับผิดชอบในการปกป้องโรงงานสิ่งทอและโรงหลอมเหล็ก ส่วนคนงานหญิงกะกลางคืนที่พักผ่อนอยู่บ้านก็ต้องช่วยผู้คุ้มกันภัยขับไล่โจรออกจากหมู่บ้าน
“รับทราบ!” เสี่ยวอวี้รีบออกไปจัดการทันที
ส่วนกวานเสี่ยวโหรวลากถังตงตงแล้วรีบวิ่งกลับเข้าไปในโรงงานสิ่งทอ
คนงานหญิงได้ยินเสียงภายนอกมาสักพักแล้ว บางคนก็เกิดความอยากรู้อยากเห็น บางคนก็มีความหวาดกลัว แต่ก็มีบางคนที่พยายามทำบางสิ่ง
พวกนางเห็นเหล่าผู้คุ้มกันภัยหญิงฝึกฝนอยู่เป็นประจำก็เลยได้เรียนรู้มาบ้าง แม้ว่าจะยังไม่สามารถทำตามคำสั่งได้อย่างเคร่งครัดก็ไม่มีใครหนีออกจากโรงงาน
พวกนางอดทนข่มความอยากรู้อยากเห็นและความกลัวไว้ในใจ
เมื่อเห็นกวานเสี่ยวโหรวและถังตงตงเข้ามา คนงานหญิงทุกคนต่างก็มีกำลังใจขึ้นมาทันที พวกนางหยิบหน้าไม้ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาเงียบ ๆ
“พี่น้องทั้งหลาย ตอนนี้โจรท้องถิ่นได้เข้ามาในหมู่บ้านแล้ว หากไม่อยากถูกรังแกและไม่อยากตายก็จงลุกขึ้นสู้!”
กวานเสี่ยวโหรวตะโกนเสียงดังพร้อมกับชูโทรโข่งขึ้น
คนงานหญิงทั้งหมดต่างก็ลุกขึ้นยืนทันทีเพื่อเตรียมการรับมือ
“ดีมาก! ตามที่ข้าได้กล่าวเอาไว้ โรงงานที่หนึ่งปกป้องกำแพงด้านทิศตะวันออกและกำแพงด้านทิศใต้ โรงงานที่สองปกป้องกำแพงด้านทิศตะวันตกและกำแพงด้านทิศเหนือ!”